ั์ตาโศกมองเล็บมือตัวเองอย่างเศร้าหมองขัดกับเสียงฆ้องตีซ้อง ประกาศว่าขบวนเ้าสาวกำลังเดินทาง
เห้อ!! ก่อน สือเฟยฮวา จะถอนลมหายใจออกมาอย่างแรงคล้ายปล่อยวาง แล้วเปิดผ้าคลุมหน้าออกมาอย่างเบื่อหน่าย กวาดสายตามองเกี๊ยวไม้เก่าใกล้ผุพัง ติดผ้าแดงมงคลทั่วทั้งหลังขนาดของมันเล็กแคบชนิดที่นางนั่งคนเดียวยังอึดอัด
แต่นางจะมีสิทธิ์พูดอะไรในเมื่อนางเป็เพียงเด็กสาวชาวบ้านที่โดนซื้อมาเป็อนุ ในราคาสองร้อยตำลึงแทนการถูกตีตายกลางถนน คนที่ซื้อนางใจดีมีงานแต่งให้ส่งคนมารับก็นับว่าเป็วาสนาของนางแล้ว
เมื่อพูดถึงคนที่ซื้อนางเฟยฮวาอดนึกถึงใบหน้าชายชรา ท่าทางใจดีที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนางตอนที่กำลังจะถูกตีให้ตายกลางถนนเพราะมารดานางไม่ยอมเอานางไปขายใช้หนี้ตอนนั้นแม้แต่บิดานางก็ยังไม่กล้าเข้ามาขวางไม้ท่อนใหญ่ ที่เ้าหนี้กำลังจะฟาดลงมา
เวลานั้นในหัวของนางคิดสิ่งเดียวว่าบุญคุณที่บิดามารดามอบให้คงต้องชดใช้กันชาติหน้า ทว่าตอนที่ชายผู้นั้นกำลังง้างไม้จะฟาดลงมาเสียงเรียบนิ่งเคร่งขรึมก็ดังก้องท้องถนนที่ห้อมล้อมไปด้วยชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นเอาแต่วิจารณ์ไม่กล้าทำอะไร พร้อมกับร่างนายท่านเผย เ้าของกิจการมากมายในเมืองเดินเข้ามากลางวงล้อมหยุดตรงหน้านาง พร้อมยื่นมือมาพยุงร่างบอบช้ำของนางให้ลุกขึ้น
“พวกเ้านี่ถนอมสตรีไม่เป็แล้วยังคิดทำร้ายเด็กอีก” คำพูดนี้ของเขาแม้ดูจะเ้าชู้มากรักแต่กลับช่วยยื้อชีวิตนางก่อนนางจะเห็นบ่าวข้างกายของนายท่านเผยโยนถุงเงินไปให้เ้าหนี้คนนั้นแล้วกล่าวกร้าวกลางถนนว่า ตอนนี้นางเป็อนุจวนข้าแล้วใครกล้ายุ่งรับรองไม่ตายดีแน่
เท่านี้เสียงอื้ออึงก็ดังก้องถนนสายหลังของเมืองชาวบ้านทั้งหลายเอาแต่พูดเื่นางและเขา ก่อนบิดาที่ยังมึนงง จะเดินเข้ามาใกล้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก นายท่านเผยก็เอ่ยดักเสียก่อน
“เงินสองร้อยตำลึงนั่นข้าจ่ายหนี้ให้เ้าแทนแล้วตอนนี้ก็นับว่าบุตรสาวเ้าต้องแต่งเข้าเป็อนุจวนข้าซึ่งหากพวกเ้าไม่ยินยอมอีกสามวันก็เอาเงินมาคืน พร้อมดอกเบี้ยอีกหน้าสิบตำลึงอย่างไรก็เลือกเอา”
ตอนนั้นสิ่งที่นางคิดมีเพียงเฒ่าเ้าเล่ห์ คิดฆ่ากันให้ตายชัดๆ
นางพึ่งจะอายุสิบห้าต้องแต่งงานกับคนอายุสี่สิบกว่าแก่กว่าบิดานางเสียอีก แต่แล้วอย่างไรกันตอนนี้ไม่โดนตีไม่ต้องเป็ทาสก็นับว่ามีชีวิตรอดแล้ว แต่งกับชายชราก็นับว่าไม่แย่
และไม่ต้องรอบิดาคิดหนักปากของนางก็ตอบตกลงทันที ท่ากลางความใของบิดา และรอยยิ้มยินดีของชายชราข้างกาย
“ดีเช่นนั้นอีกสามวันข้าจะส่งเกี้ยวเ้าสาวไปรับเ้า”
และหลังคล้อยร่างนายท่านเผยไปนางก็ต้องพูดอธิบายบิดามาตลอดทางเมื่อถึงบ้านก็ต้องนั่งปลอบมารดาตลอดทั้งคืนอีก จนครบกำหนดสามวันตามที่เขาว่า
แต่ถึงกระนั้นมารดาที่ดูจะไม่ยินยอมก็ไม่ลืมกำชับให้นางดูแลปรนนิบัตินายท่านเผยให้ดี ทั้งยังเจียมเนื้อเจียมตัวไม่ว่าใครว่าอะไรก็ห้ามตอบโต้ อยู่ในที่ของตัวเองก็พอ
ในขณะที่เด็กสาวกำลังคิดอะไรไปเรื่อยอยู่ๆ เสียงปี่ที่เงียบมาตลอดทาง ก็ดังขึ้นจนนางตื่นจากภวังค์พร้อมกับเสียงกลองและทำนองเพลงสนุกสนามที่ดังขึ้นมาเป็จังหวะ
ถึงแล้วหรือ
เฟยฮวาดึงผ้าลงปิดหน้าก่อนจะยื่นมือออกไปจับมือแม่สื่อที่ทางนายท่านเผยส่งมารับนางดวงตากลมเต็มไปด้วยความอยากรู้มองพื้นจวนที่เต็มไปด้วยกลีบบุปผาสีแดงสดบรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดราวเข้ามาในบ้านร้างทว่าสายตาของนางกลับเห็นปลายเท้าของคนมากมายสองข้างทาง คาดว่าคนเหล่านี้คงจะเป็บ่าวรับใช้ในจวนที่ออกมาต้อนรับนางตามคำสั่งของใครสักคน
ก่อนที่เด็กสาวจะก้าวขาข้ามเตาไฟตามประเพณีโดยมีแม่สื่อประคองไม่ห่าง แต่เพราะนางเป็เพียงอนุที่แต่งเข้านอกจากข้ามกองไฟเพื่อสิริมงคลและปัดเป่า ก็ไม่ได้ทำพิธีอะไรอีกตลอดทางที่เดินมาเด็กสาวแอบสำรวจจวนกว้างขวางอย่างตื่นเต้นดวงตาวาวเป็ประกายมองความร่มรื่นไปทั่ว จนมาถึงห้องหอที่อยู่ด้านในใช้เวลาเดินเข้ามาพอสมควร
เฟยฮวานั่งนิ่งตัวเกร็งมือเย็นเฉียบทั้งสองกุมแน่นไม่ปล่อยก่อนที่แต่งงานเข้ามามารดาและแม่สื่อก็ช่วยกันสอนเื่การปรนนิบัตินายท่านมาพร้อมแต่ไม่รู้ทำไมเมื่อใกล้เวลาจริง นางกลับตื่นเต้นจนใจหวิวคลายจะเป็ลมเช่นนี้
แอ๊ดดด
กายเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงบานประตูห้องหอเปิดออกดวงตาสั่นไหวด้วยความตระหนกพยายามเหลือบมองปลายหัวรองเท้าสีแดงสดเช่นเดียวกับของนางก่อนดวงตากลมจะหรี่ลงอย่างแปลกใจเมื่อนอกจากปลายรองเท้าสีแดงของคนที่คิดว่าเป็เ้าบ่าวแล้วยังมีรองเท้าสตรีก้าวเข้ามาใกล้เช่นกัน และไม่ได้มีเพียงหนึ่งคู่เท่านั้นเพราะรองเท้าสตรีที่เข้ามาตามหลังนายท่านมีถึงสองคน
พิธีไม่มีไม่ใช่หรือเหตุใดถึงยังมีคนเข้ามาในห้องมากมายเช่นนี้
ทว่าเพียงเห็นรองเท้าของนายท่านมาอยู่ผ้าคลุมศีรษะของนางก็เป็ออก โดยไร้สัญญาณบอกจากว่าที่สามีรอยยิ้มที่คิดว่าหวานและกว้างที่สุดฉายบนใบหน้าเด็กสาว ก็พลันหุบลงในทันทีและแทนที่ด้วยดวงตาเบิกโพลงใ ก่อนจะหลุบลงซ่อนความอายเมื่อเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของสตรีทั้งสองด้านหลังนายท่านเผย
“เ้าจะอายทำไมนี่พี่หญิงทั้งสองของท่านอย่างไรล่ะอาเฟย พวกนางจะมาช่วยข้าสอนเ้าเข้าหอ”