หนึ่งวันหลังผ่าตัด...
วันนี้คุณหมอสาวเดินเข้ามาในตึกผู้ป่วยวีวีไอพีก่อนที่จะไปตรวจคนไข้ที่แผนกอื่น ความรู้สึกว่าอยากจะให้วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วผุดขึ้นมาเพราะไม่้าเจอใครบางคน แต่ในความเป็จริงก็ทำอะไรไม่ได้ มีทางเดียวคือเจอให้น้อยที่สุด ร่างสูงเพรียวระหงเดินเข้าไปยืนดูแฟ้มประวัติที่เคาน์เตอร์พยาบาล หูก็พลันได้ยินเสียงเ้าหน้าที่คุยกันซึ่งเธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง
"น่าอิจฉาเธอจังได้เฝ้าไข้คนไข้ห้องวีวีไอพีหนึ่ง ทั้งหล่อ ทั้งรวย มีเสน่ห์เป็บ้าเลยว่าไหม" เ้าหน้าที่พยาบาลคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"มันอยู่ที่โอกาสจ้ะ ทำไงได้ล่ะ อยู่ที่ดวงน่ะ" เ้าหน้าที่พยาบาลเฝ้าไข้จีบปากจีบคอพูด หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
"อย่างนี้ก็ได้โปรยเสน่ห์ส่งสายตายั่วยวนทุกวันเลยสินะ" เพื่อนพยาบาลสาวแซะ
"ฉันเห็นแฟนเขามาเฝ้าด้วยเมื่อวาน แสดงว่ามีแฟนแล้วสิเธอแฟนเขาสวยมาก ชื่ออะไรนะ เหมือนจะเคยเห็น อ้อ! เจสสิก้า แบเรียลใช่ไหม ทั้งสวย ทั้งรวย ไฮโซ ตระกูลนี้รวยจะตาย แถมยังเป็ลูกพี่ลูกน้องกับเ้านายเราด้วย"
"แหม! ถึงจะมีแฟนแล้วแต่ยังไม่แต่งงานก็ถือว่าโสดจ้ะ ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่ที่ความพึงพอใจ"
เสียงหัวเราะคิกคักของเ้าหน้าที่พยาบาลยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง ในตอนนั้นเองที่พยาบาลสาวเผอิญเหลือบไปเห็นคุณหมอมีร่าที่กำลังดูเหมือนก้มหน้าอ่านแฟ้มประวัติคนไข้อย่างตั้งใจ จึงเอ่ยถามเธอด้วยนึกสนุก จนไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของเพื่อนพยาบาลที่ส่งมาเตือนว่าอย่าคิดล้อเล่นกับคุณหมอสาวจอมเฮี้ยบคนนี้
"จริงไหมคะคุณหมอ"
มีร่าเงยหน้าส่งสายตาดุพร้อมกับส่ายหัวเบา ๆ
"ไร้สาระ" ศัลยแพทย์สาวบ่นออกมาลอย ๆ จากนั้นจึงเดินถือแฟ้มประวัติคนไข้เดินออกไป เ้าหน้าที่พยาบาลเฝ้าไข้หน้าเสีย อึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกตัวและรีบสาวเท้าเดินตามเธอแทบไม่ทัน
ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ
เ้าหน้าที่พยาบาลเคาะประตูพร้อมกับเปิดให้หมอมีร่าเดินเข้าไปก่อนตามธรรมเนียม วันนี้ชายหนุ่มนั่งเอนตัวบนเตียง เขามองใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้ความรู้สึกนั้น อดคิดไม่ได้ว่าเธอคงไม่อยากจะมาตรวจเขาสักเท่าไร
มีร่าเดินมายืนข้าง ๆ เตียง จงใจยืนห่างกว่าปกติ เ้าหน้าที่พยาบาลยื่นหูฟังให้ เธอยื่นมือออกไปรับจากนั้นจึงเอื้อมมือวางหูฟังลงบนตำแหน่งหน้าอกของคนไข้เพื่อฟังการทำงานของปอดและหัวใจรวมไปถึงการทำงานของลำไส้ว่าพร้อมที่จะจิบน้ำได้หรือยัง ตรวจเสร็จก็เปิดดูแผลผ่าตัด รวมไปถึงสายสวนปัสสาวะ เมื่อพบว่าทุกอย่างปกติก็ยื่นอุปกรณ์คืนให้กับเ้าหน้าที่
"ยืนเสียห่างขนาดนั้น" ชายหนุ่มบ่นออกมาเบา ๆ ตั้งใจให้ได้ยินแค่สองคน มีร่าเม้มปากเล็กน้อย ปรายตามองคนบนเตียงที่ตอนนี้ทำหน้าบูดบึ้งอย่างน่าหมั่นไส้
"จะทำอะไรห่วงแผลผ่าตัดบ้างก็ดีนะคะคนไข้ จะได้หายดีกลับบ้านเร็ว ๆ ดีที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร" เธอเองก็บ่นออกมาเบาๆ เช่นกัน ราฟาเอลมองใบหน้าสวยที่ก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรหยุกหยิกในแฟ้มประวัติ
"วันนี้คุณหมอดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลมาใช่ไหมครับ วันหลังลองเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งลงไปสักนิดชีวิตจะได้หวานบ้าง"
มีร่าที่ได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าจากแฟ้มประวัติมองเขาตาเขียว ราฟาเอลเอ่ยยิ้ม ๆ หยักคิ้วหลิ่วตาใส่เธอ
"แต่หมอว่ามันไม่เกี่ยวกันนะ คนไข้อาจเข้าใจผิด การดื่มกาแฟไม่เติมน้ำตาลดีต่อสุขภาพมากกว่ากันเยอะ" เธอต่อปากต่อคำแบบนิ่ม ๆ อย่างไม่ยอมลดละเช่นกัน เ้าหน้าที่พยาบาลที่ยืนอยู่ได้แต่ทำหน้างง ไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ไม่ได้เข้าไปสอดแทรกอะไร
"ลองบ้างก็ได้นะครับ เพราะชีวิตก็ต้องลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง จะได้มีรสชาติ"
"เผอิญชอบอะไรที่เรียบง่าย" เธอตอบเสียงแข็งก่อนจะก้มหน้าก้มตาเขียนแฟ้มประวัติต่อ เปิดนั่นเปิดนี่แต่ปากก็ยังต่อล้อต่อเถียงอยู่กลาย ๆ
ราฟาเอลยิ้มอย่างอารมณ์ดี อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เ็าเหมือนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือเสียทีเดียว ยังมีอารมณ์ต่อปากต่อคำกับเขา
"คุณหมอเป็คนสวย แต่ถ้าจะยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาหวาน ๆเพราะ ๆ กับคนไข้ก็เป็น้ำทิพย์ชโลมใจให้คนไข้หายวันหายคืน จริงไหมครับคุณพยาบาล" เ้าหน้าที่พยาบาลที่ยืนงงอยู่กลางห้องได้แต่ยิ้มแหย ๆ มองคนนั้นคนนี้สลับกัน
"นี่คุณว่าฉัน!" เธอเข่นเขี้ยวพูดเสียงลอดไรฟันให้ได้ยินเพียงสองคน
"ผมยังไม่ได้เอ่ยชื่อคุณเลย อย่ากินปูนร้อนท้องสิครับคุณหมอมีร่า" ราฟาเอลถอนหายใจแสร้งตีมึน
คำพูดของเขาเล่นเอาคุณหมอคนสวยไปไม่เป็ ได้แต่นึกค่อนขอดอยู่ในใจ แอบหมั่นไส้คนบนเตียง
'ปากเก่งเสียจริง'
หญิงสาวเงียบไม่ต่อคำ เพราะถ้าปะทะคารมกับเขาต่อ ชายหนุ่มก็คงไม่หยุดก่อกวนเธอ มีร่านิ่งคิดก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างเป็งานเป็การ
"งั้นตกลงวันนี้คุณจะฟังคำแนะนำของฉันหรือจะเข้าผ่าตัดอีกรอบ"
"ผ่าตัดอีกรอบ?" ราฟาเอลเลิกคิ้วทำหน้าฉงน
"ค่ะ! ผ่าอีกรอบ ผ่าปากแล้วก็เย็บปิดให้สนิทจะได้ไม่ต้องพูดมาก" ราฟาเอลอึ้งไปทีเดียวเมื่อเจอแบบนี้ ส่วนเ้าหน้าที่พยาบาลที่ยืนอยู่ถึงกับหลุดหัวเราะคิก
มีร่าเหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก อย่างน้อยก็เอาคืนเขาบ้างก็ยังดี คนอะไรต่อปากต่อคำไม่หยุด แต่ทว่าคนอย่างราฟาเอลไม่เคยจะจนมุม
"ฟังสิครับคุณหมอมิแรนด้าคนสวย คุณหมอผู้มีรอยยิ้มที่มีเสน่ห์อันน่าประทับใจ คนไข้อย่างผมเจอคุณหมอครั้งแรกรู้สึกประทับใจและปลาบปลื้มเป็ที่สุด" เขาว่าพลางยิ้มยั่วใส่เธอ มีร่าถลึงตาเข่นเขี้ยว
'อีตาบ้า' เธอพยายามนับหนึ่งถึงสิบเพื่อเรียกสติ ไม่อยากหลุดต่อหน้าเขา พยายามเก็บอารมณ์อย่างถึงที่สุด แต่ยิ่งเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ยิ้มแบบเ้าเล่ห์มองเธอแล้วอยากจะทุ่มด้วยเสาน้ำเกลือให้รู้แล้วรู้รอดไป
'ใจเย็นมีร่า ใจเย็น' เธอบอกตัวเองก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแสนเ็า ยังไงเธอก็ไม่ได้อยากจะข้องแวะอะไรกับเขาอยู่แล้วไม่ว่าจะด้วยสถานะใด ๆ ก็ตาม
"ช่างเถอะ! วันนี้ฉันจะให้คุณเริ่มจิบน้ำได้แล้ว ถ้าไม่มีปัญหาเื่อืดแน่นท้อง ่เย็นอาจจะเริ่มให้ซุปเหลว จากนั้นจะข้นขึ้นตามลำดับและทานปกติได้ แต่อาจจะต้องควบคุมไม่ให้ทานของแสลง เดี๋ยวจะมีนักโภชนากรจัดอาหารให้ตามโปรแกรม ส่วนแผลไม่มีเืซึม วันนี้คุณต้องเริ่มที่จะขยับตัวบนเตียงและลุกจากเตียง ป้องกันอาการอืดแน่นท้องและให้ผายลมหรือขับถ่ายได้ จะให้พยาบาลเอาสายน้ำเกลือและสายสวนปัสสาวะออกให้ คุณจะได้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น"
เขามองหน้าเธอ เวลาพูดกับเขาเธอไม่ยอมสบตาเขาสักนิดมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรยิก ๆ ในแฟ้มประวัติ เขียนอะไรกันนักหนาตั้งหลายรอบ
ใช่ เขาทนไม่ได้จริง ๆ เธอคิดว่าเขาเป็ไส้เดือนกิ้งกือน่าขยะแขยงมากหรือไง แค่มองหน้ายังไม่อยากจะมอง
"ปวดแผลมากไหม" เธอถามเสียงห้วน ปิดแฟ้มประวัติและหันมามองหน้าชายหนุ่ม แต่ก็พยายามไม่สบั์ตาคมคู่นั้นและไม่เถียงต่อ
"........" ไม่มีเสียงตอบจากคนบนเตียง
‘เขางอน’
"คุณพยาบาลครับ ช่วยปรับเตียงให้ผมด้วย ผม้าพักผ่อน รู้สึกเวียนหัว ขอบคุณมาก"
เขาทำหน้าบึ้ง เพราะท่าทางที่เธอแสดงออกมาทำให้เขาน้อยใจ จึงค่อย ๆ ขยับตัวนอนตะแคงหันหลังให้หน้าตาเฉย มีร่ามองการกระทำของชายหนุ่ม อึ้งไปสักครู่
"งั้นฉันขอตัวค่ะ" เธอบอกเสียงขรึมก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
'ช่างเขาสิ ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเธอ'
ก่อนที่จะออกไป คุณหมอสาวก็หันไปพูดกับเ้าหน้าที่พยาบาล และเดินออกไปโดยไม่หันมามองคนที่นอนหันหลังให้
บอดี้การ์ดอย่างโจนส์เห็นท่าทางเ้านายก็พอจะรู้ว่าน่าจะงอน
พอหมอและเ้าหน้าที่พยาบาลออกจากห้องไปแล้ว ราฟาเอลจึงค่อยขยับตัวช้า ๆ เปลี่ยนท่ามานอนหงาย ปวดแผลบ้างแต่ก็ไหวอยู่
"โจนส์ นายมาปรับเตียงให้ฉันหน่อย น่าเบื่อจะตายชัก นอนเดี้ยงอยู่บนเตียงแบบนี้ไปไหนก็ไม่ได้ แถมยังไม่มีคนสนใจจะดูแลอีก" ชายหนุ่มตัดพ้อทำหน้าบึ้ง
"นายหมายถึงคุณเจสสิก้าเหรอครับ" ไรอัลแกล้งประชดเพราะรู้ว่าเ้านายหมายถึงใคร
"เออ! มั้ง! เื่ที่ให้จัดการถึงไหนแล้ว"
"กำลังสืบอยู่เพื่อความแน่ใจครับ อีกอย่าง ผมไม่อยากให้นายร่วมทุนด้วย ดู ๆ ไปไม่น่าไว้ใจเลย พวกนี้เขี้ยวเล็บทั้งนั้น อีกอย่างใครก็รู้ว่านายอัลฟาเป็คนของท่านประธานาธิบดี"
"อือ! ฉันรู้ มีอะไรคืบหน้าก็รายงานแล้วกัน นายไปทำงานเถอะ ฉันอยู่ได้" ไรอัลพยักหน้ารับทราบ
"แน่ใจนะครับว่าอยู่ได้ ผมว่าเดี๋ยวคุณเจสสิก้ามา นายคงไม่เหงาเพราะเธอเป็พยาบาลพิเศษ"
"นี่นายกำลังแขวะฉันใช่ไหมไรอัล" ชายหนุ่มเสียงเข้มใส่ลูกน้อง บอดี้การ์ดหนุ่มยิ้ม ๆ
"เอ้า! นึกว่านายชอบเธอ ก็เห็นควงแขนกินข้าวดูสวีตหวานแหววอย่างกับคู่รัก แถมเธอก็สวยมากด้วย" ไรอัลเอ่ยยิ้ม ๆ
"นายสนใจไหมล่ะ! ฉันยกให้" ชายหนุ่มปรายตามองลูกน้องคนสนิทด้วยสายตาหมั่นไส้
"ไม่ล่ะครับ เผอิญไม่ใช่สเปก"
"อย่างนายนี่ต้องสาวที่ชื่อเทเรซ่า ลูกครึ่งไทยคนนั้นเหรอ" เล่นแซวกันแบบนี้ลูกน้องคนสนิทไปไม่เป็กันเลยทีเดียว แต่เขาก็อดที่จะเหน็บแนมเ้านายไม่ได้ โจนส์ที่ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ ได้แต่อมยิ้มกับการแขวะกันไปมาเพราะทั้งคู่เป็ไม้เบื่อไม้เมากัน
"ว่าแต่คุณหมอมีร่านายจะรับมือกับเธอยังไงดี ดูท่าทางแล้วเธอไม่สนใจไยดีนายเลยสักนิดนี่ แถมยังแขวะนายว่าจะเย็บปากให้อีก" บอดี้การ์ดหนุ่มเอาคืนบ้างตามประสาเ้านายกับลูกน้องคนสนิท
"ผมว่านายเป็คนเก่ง ฉลาดหลักแหลมในทุก ๆ เื่ แต่เื่ผู้หญิงนายไม่ได้เื่เลยจริง ๆ" ไรอัลแขวะเ้านายตนเองอีกรอบ
"นายจะว่าฉันโง่งั้นสิ พูดมาเลยไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา" เ้านายหนุ่มทำเสียงฮึดฮัดใส่ลูกน้องคนสนิท ก่อนจะส่งสายตาพิฆาตพร้อมเอ่ยปากไล่ซึ่ง ๆ หน้า
"ไรอัล จะไปไหนก็ไป" ราฟาเอลเอ่ยน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมปรายตามองลูกน้องคนสนิท
ไรอัลหัวเราะขลุกขลักในลำคอ 'ก็เล่นแขวะเขาก่อนนี่'
"จะไปไหนก็ไป ทั้งสองคนเลย" ชายหนุ่มเอ่ยปากอีกครั้งก่อนจะพ่นลมถอนหายใจออกมาเบา ๆ
นั่นสิ เขาจะทำอย่างไรกับเธอดี ไม่เคยรู้สึกหืดขึ้นคอเท่าครั้งนี้เลย ผู้หญิงส่วนใหญ่แค่เขากระดิกนิ้วก็แทบจะคลานเข้ามาหา แต่เธอไม่ใช่
‘ไม่ใช่เลย’
่หัวค่ำของวันเดียวกัน
"คุณหมอคะ สายจากตึกวีวีไอพีค่ะ"
หญิงสาวขมวดคิ้ว เธอที่เพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดยื่นมือไปรับโทรศัพท์จากเ้าหน้าที่พยาบาลที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหาอย่างงงๆ
"ว่าไง... โอเค! เดี๋ยวฉันไป"
ปลายสายเป็พยาบาลเฝ้าไข้ โทรมารายงานว่าวันนี้คนไข้ห้องวีวีไอพีหนึ่งไม่ยอมกิน ไม่ยอมเดินลงจากเตียง เอาแต่นอนอย่างเดียว บอกว่าไม่หิวและปวดแผลมากไม่ยอมขยับตัว ฉีดยาแก้ปวดทางหลอดเืไปแล้วก็ยังปวดอยู่
เธอปิดสายโทรศัพท์และยื่นให้เ้าหน้าที่พยาบาล มุ่งหน้าตรงไปตึกวีวีไอพี ระหว่างทางเดินสวนกับหมออเล็กซ์
"ไปไหนหมอ" นายแพทย์อเล็กซ์ถามเมื่อเห็นท่าทางเร่งรีบของเธอ
"ไปดูคนไข้ห้องวีวีไอพีค่ะ เื่มากชะมัด" เธอบ่นเซ็ง ๆ
"มีอะไรให้ผมช่วยไหม" เขาขันอาสา
"ฉันว่าคุณคงไม่เหมาะกับคนไข้ตึกวีวีไอพี"
เธอรู้จักนิสัยหมอหนุ่มดีเพราะเป็เพื่อนกันมานานั้แ่เรียน เขาเป็คนห่าม ๆ มุทะลุ จึงเหมาะกับงานอุบัติเหตุฉุกเฉินมากกว่าแผนกอื่น ทะเลาะกับคนไข้และญาติก็บ่อย โดนร้องเรียนก็มีมาแล้ว แต่ด้วยความเก่ง ฉลาด รวดเร็ว จึงเอาตัวรอดผ่านมาได้ทุกครั้ง สมกับสมญานามที่คนในโรงพยาบาลเรียกกัน ‘ฉลามหนุ่ม’
"คุณกำลังดูถูกผมนะ สวัสดีครับท่าน ้าอะไรครับ ผมจะหามาให้" หมอหนุ่มแสร้งพูดล้อเลียนและทำท่าโค้งคำนับจนเธออดยิ้มขันไม่ได้
"งั้นฉันไปก่อนนะคะ นี่ก็สองทุ่มครึ่งแล้ว"
"ผมจะกลับพอดี กลับพร้อมกันไหม ผมรอคุณได้นะ"
"อย่าดีกว่าฉันว่าจะนอนที่นี่ พรุ่งนี้ฉันมีผ่าตัดแต่เช้า ่บ่ายจะไปสัมมนา เกรงใจคุณ ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ อีกอย่างคนไข้ห้องวีวีไอพีคนนี้ไม่ธรรมดา"
"เกรงใจอะไรกัน คนกันเอง หรือคุณอาจ้าบอดี้การ์ด ผมว่างนะ จะไปเป็บอดี้การ์ดให้"
"ไม่ขนาดนั้น เขาไม่ใช่มาเฟีย" เธอหยุดพูดเพียงเท่านั้นไม่อยากพูดต่อ เพราะพูดไปก็อาจจะเป็การนินทาคนไข้ ซึ่งมันคงไม่เหมาะ
"คนไข้วีวีไอพีคนนี้คือคนที่โดนยิงในเหตุการณ์วันนั้นรึเปล่า" หมอหนุ่มคาดเดา หญิงสาวพยักหน้า ทำหน้าเหนื่อยใจ
"ท่าทางจะเื่มาก" อเล็กซานเดอร์ว่าพลางทำท่าครุ่นคิด
"ถ้าเื่มากขนาดนั้นคุณก็เปลี่ยนให้หมอคนอื่นมาดูแลแทนคุณก็ได้นี่" หมอหนุ่มเสนอ
"มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกค่ะ" เธอไม่อยากปฏิเสธว่าเขามีส่วนช่วยเธอจากเหตุการณ์ในคืนนั้นทั้งที่ใจอยากปฏิเสธเพราะไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขา
หมอหนุ่มมองใบหน้าสวยที่มีร่องรอยกังวลในแววตา เขารู้สึกว่าเธอมีอะไรแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้ถามต่อเพราะรู้จักนิสัยของเธอพอสมควร ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกนึกคิดเท่าไร แต่เขาดูออกว่าเธอมีความกังวลลึก ๆ ในใจซึ่งเขาต้องให้เธอเป็คนเอ่ยออกมาเอง
"งั้นผมกลับก่อนดีกว่า มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะ" หมอหนุ่มแสดงความห่วงใย อย่างน้อยเขากับเธอรู้จักกันมานานในฐานะเพื่อน ทั้งที่เขาอยากเป็มากกว่าเพื่อน
หลังจากสนทนากันเสร็จ เธอก็ขอตัวมุ่งหน้าไปยังตึกคนไข้วีวีไอพี หมอหนุ่มมองตามร่างเพรียวระหงไปจนลับสายตา
มีร่าเคาะประตูห้องเบาๆ จากนั้นจึงเปิดประตูเดินเข้าไปในห้อง เห็นเขานั่งเอนอยู่บนเตียงโดยมีสาวสวยนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้าง ๆ เตียง ทั้งคู่หันมามองเธอ เจสซี่เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ ปรายตามองผู้หญิงที่เดินเข้ามาใหม่ รูปร่างสูงเพรียวในชุดกาวน์สีขาวั้แ่หัวจรดเท้า เธอไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่ม
"งั้นเจสซี่กลับก่อนนะคะ พรุ่งนี้จะมาใหม่"
"ครับ ขอบคุณมาก แต่ผมว่าจะเป็การรบกวนคุณเจสซี่มากเกินไป อยู่ที่นี่มีทั้งหมอและเ้าหน้าที่พยาบาลคอยดูแลอยู่แล้ว อีกอย่างไม่กี่วันก็น่าจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้"
"ไม่รบกวนเลยค่ะ เจสซี่เต็มใจ" หญิงสาวพูดอย่างเอาอกเอาใจ ส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม
"งั้นกลับก่อนนะคะ ดึกแล้วคุณราฟาเอลจะได้พักผ่อน" พูดจบเจสสิก้าก็เดินหน้าเชิดออกไป ปรายตามองคุณหมอมีร่าเพียงแวบเดียว เธอเหยียดยิ้มเล็กน้อย
มีร่ารู้สึกถึงปฏิกิริยาของผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะประกาศให้รู้ว่านี่ของของฉัน เธออย่ายุ่งอะไรประมาณนั้น