ตอนที่ 61
ศึกแรก(3)
‘ไอ้ชาติชั่วหัวหยิกตัวไหนทำวะ?’
บอสหันหน้าซ้ายขวาและมองภายในเรดาร์ของตนเองก็พบว่าศัตรูอยู่ฝั่งทางมหาวิทยาลัยมังกรผงาดโรซันห่างจากจุดของเขาประมาณ 120 เมตร พลังที่เหมาะสำหรับการกลั่นแกล้งผู้คนมีอยู่หลายประเภท1 ในประเภทที่นิยมที่สุดก็คือ พลังจิต! เพราะมันไม่สามารถตรวจจับได้หากไม่ใช่ผู้ใช้พลังจิตเหมือนกัน
บอสวางมือแล้วนำหมวกไอ้โม่งมาสวมจากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังตำแหน่งดังกล่าวอย่างรวดเร็วด้วยฟุตเวิร์คเหยียบปฐพีไปปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าของกลุ่มชายที่มีจำนวน 7 - 8คนที่กำลังนั่งลุ้นอะไรบางอย่างอยู่ ชายที่หลับตาอยู่ก็พลันลืมตาขึ้นแล้วกล่าว
“เวรล่ะฝั่งนั้นรู้ตัวแล้ว!!”
บอสยิ้มเย็นแล้วกล่าวด้วยเกรี้ยวกราดว่า“เออ กูรู้ตัวแล้วไอ้สัส!!”
“เห้ย! มึงเป็นใครวะ!?”
“กูก็เป็นบิดาของพวกมึงไง!!”
เขาปล่อยสายฟ้าสายเล็กที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าโจมตีบริเวณเป้ากางเกงของผู้ใช้พลังจิตและเร่งเร้าพลังออกมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!! ไข่กู!!!”
เขากรีดร้องออกมาด้วยความทรมานและล้มลงไปนอนที่พื้นราวกับหมูถูกเชือดกลิ่นเหม็นไหม้ลอยออกมาจนทำให้คนรอบต้องเอามือปิดจมูกและหน้าซีดเพราะพวกเขารู้ว่าไข่ของเพื่อนเขานั้นได้สุกแล้วแน่ๆ
“ไอ้สัสเอ้ย!! มึงกล้าทำร้ายเพื่อนกู! ไปคุยกับรากมะม่วง!!”
ชายอีกคนกล่าวแขนของเขากลายเป็นโลหะแล้วใช้วิชาหมัดตัดเหล็กชกใส่บอสสุดแรงความเร็วของหมัดรวดเร็วมากแม้แต่เขาก็ต้องตะลึง
เป้งง!!!
[-400Shield]
หมัดกระแทกเข้ากับหน้าอกของบอสเต็มๆแต่ดูเหมือนว่ามันจะทำความเสียหายได้น้อยมาก!ไม่รู้สึกคันเลยแม้แต่นิดเดียวแต่สิ่งที่บอสกังวลคือวิชาหมัดของชายคนนี้ร้ายกาจมาก มันจะต้องเป็นวิชาระดับ Rหรือไม่ก็ S และเขาจะต้องมีความชำนาญระดับกลางเป็นอย่างต่ำ!หากไม่มีเกราะเขาคงเสียพลังชีวิตไปแล้ว
“10 หมัดตัดเหล็ก!!!”
ชายคนนั้นคำรามชื่อท่าออกมาเพื่อข่มขวัญบอสกลุ่มเพื่อนของชายคนนั้นพากันตะลึงการใช้วิชาหมัดออกมาต่อเนื่อง 10หมัดซ้อนนั้นเปลืองพลังกายเป็นอย่างมากการจะทำแบบนั้นได้พวกเขาจะต้องฝึกวิชากายาระดับสูงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายเพื่อให้พละกำลังมากพอสำหรับการใช้วิชาต่างๆอย่างต่อเนื่อง!
หมัดของชายคนนั้นกลายเป็นเงาพุ่งใส่ร่างของบอสราวกับมือผี! เขาไม่อยู่นิ่งบอสใช้เหยียบปฐพีอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาพติดตาจำนวนมากขึ้นหมัดของชายคนนั้นชกโดนเพียงอากาศเท่านั้นเอง
บอสไม่มีวิชามือเปล่าเขาลอกเลียนแบบนักมวยสากลที่ก้มต่ำแล้วชกเสยคางทว่าชายคนนั้นก็สามารถใช้ฟุตเวิร์คได้เช่นเดียวกันเขาสามารถเอียงตัวหลบแล้วโต้กลับทันที
‘บ้าจริง! สู้กับคนทำไมมันสู้ยากกว่ามอนสเตอร์วะ?’บอสสบถในใจ
[นั่นเป็นเพราะคนฉลาด มีไหวพริบ สัญชาตญาณศิลปะการต่อสู้และความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะที่มีมากกว่ามอนสเตอร์นี่ยังไม่นับถึงความคล่องแคล่วและขนาดตัวที่เล็กรวดเร็วด้วยนะคะดังนั้นการต่อสู้กับมนุษย์ย่อมแตกต่างกับมอนสเตอร์ที่เป็นเป้าขนาดใหญ่แน่นอนอยู่แล้ว]
เมื่อบอสได้ยินเช่นนั้นเขาก็เริ่มกระจ่างแจ้งแล้วว่าศิลปะการต่อสู้แบบมือเปล่านั้นสำคัญมากในระบบมีของพวกนี้ขายอยู่จำนวนมากแต่มันจะแบ่งออกเป็นเทียร์เช่นเดียวกันดูเหมือนว่าเขาจะต้องซื้อมันใช้บ้างซะแล้ว
ทั้ง2คนยังคงผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างต่อเนื่องแต่ชายคนนั้นเริ่มมีเลือดไหลออกมาจากมุมปากเพราะแรงกระแทกจากหมัดของบอสนั้นรุนแรงมากแม้แต่แขนของเขาที่เป็นเหล็กยังรู้สึกด้านชาและบอบช้ำภายในมากขึ้นเรื่อยๆ
เป้งๆๆๆ
[-110]
[-100]
[-150]
…
พรวด~~!!
ชายคนนั้นกระอักเลือดออกมาคำโตขณะที่กำลังตั้งรับการรัวหมัดของบอสเพื่ออีก 5 คนที่เหลือเห็นว่าเพื่อนของตนเองกำลังจะแพ้พวกเขาก็เริ่มยุทธการหมาหมู่ทันที!! แต่ละคนเรียกพลังพิเศษของตนเองออกมาจากนั้นก็ใช้สรรพวิชาโดยที่ไม่ให้บอสรู้ตัว
แต่หารู้ไม่ว่าบอสนั้นมีหนอนน้อยเป็นตาหลังให้อยู่เมื่อการโจมตีของคนเหล่านั้นใกล้โดนเขาบอสก็กระโดดขึ้นฟ้าและใช้เหยียบนภาเพื่อเพิ่มระดับความสูงแล้วมองไปรอบๆเพื่อหาทางโต้กลับแต่เขาก็พบว่าพวกนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมังกรผงาดโรซันกำลังพากันยืนมุงและส่งเสียงเชียร์ให้เขาโดนยำอยู่
[แย่แล้วค่ะคุณบอสครูฝึกกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!!]
“เชี่ยแล้ว!”
บอสตกใจมากเขาเอาระเบิดควันเทียร์1 ออกมาแล้วดึงสลักพร้อมโยนลงกลางวงล้อมของคนเหล่านั้นทันที! ไม่นานกลุ่มควันขนาดใหญ่ระเบิดออกมาโดยปกติแล้วระเบิดควันจะค่อยๆปล่อยควันออกมาจนกลายเป็นกลุ่มควันแต่นี่คือระเบิดควันเทียร์1 มันจะต้องสุดยอดกว่าระเบิดควันธรรมดาแน่นอนอยู่แล้ว!
“สารเลวเอ้ย!! มันใช้ระเบิดควัน!!”
“แค่กๆออกไปจากที่นี่เร็วเข้าอย่าให้มันหนีไปได้!!!”
“กระจายตัวออกไปใครก็ตามที่พุ่งออกมาจากกลุ่มควันกระทืบมันให้เละ!!”
ทั้ง6 คนกระจายตัวออกมาจากกลุ่มควันคนละทิศทางนักศึกษาโดยรอบเองก็ให้ความร่วมมือพวกเขาปิดทางออกทั้งหมดรอดูว่าบอสจะพุ่งออกมาจากทิศทางไหนทันใดนั้นเองก็มีเงาหนึ่งพึ่งออกมาทางชายที่มีพลังเปลวเพลิงเขาไม่รอช้าใช้ท่าเท้าเตะตัดขาของเงานั่นให้ล้มลงจากนั้นเขาก็ตะโกนขึ้นมาว่า
“มันอยู่ทางนี้!!”
เหล่านักศึกษานับสิบก็พุ่งเข้ามาแล้วประเคนบาทาไปที่เงานั่นอย่างบ้าคลั่ง
ตุบตับ!! ตุบตับ! ตุบตับ!!
“ฮ่าๆ ไปนอนโรงพยาบาลสักเดือนเป็นยังไงไอ้โง่!!กล้ามาหาเรื่องพวกเรามหาวิทยาลัยมังกรผงาดโรซัน!!”
“ย๊ากกก!!! จงมาบาทาคอสโม่ของฉัน!!!”
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหลังของคนเหล่านั้น
“หยุด!! หยุดเดี๋ยวนี้ หากใครไม่หยุดจะต้องถูกลงโทษสถานหนัก!!”
ทุกคนต่างหันไปมองก็พบว่าเป็นครูฝึกของหน่วยจู่โจมที่9 ชายคนหนึ่งยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า
“ครูฝึกครับพวกคนจากมหาวิทยาลัยการจัดการมันบุกเข้ามาที่นี่แล้วก่อความวุ่นวายและทำร้ายคนอื่นพวกผมเลยถือวิสาสะรุมประชาทัณฑ์เพื่อไม่ให้มันก่อความวุ่นวายไปมากกว่านี้ครับ!”
“ที่เธอพูดมันคือเรื่องจริงเหรอ!?”ครูฝึกคนหนึ่งถาม
“ใช่ครับ! ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นพยานได้! อีกอย่างตัวคนร้ายเองก็อยู่ที่นี่ด้วยครับ!”ชายคนนั้นกล่าวแล้วชี้ไปยังชายที่นอนสลบอยู่ที่พื้นเขาทำการดึงหมวกไอ้โม่งออกจากหัวของชายคนก็พบเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น!
“เหี้ย!! ไอ้ติ๋ม! ทำไมเป็นมึงได้วะ????”
“ฉิบหายแล้วพวกเราโดนหลอก!!”
“ซวยแล้ว!!!”
นักศึกษาทุกคนพากันรู้สึกเจ็บปวดและโกรธแค้นบอสเป็นอย่างมากเพราะมันบังอาจใช้เพื่อนของพวกเขาปลอมเป็นตัวเองให้กระทืบแบบไม่ออมแรงเลยอีกอย่างไอ้ติ๋มก็คือผู้ใช้พลังจิตที่แกล้งบอสนั่นเอง!
“ฮืม? นี่มันคนในหน่วยจู่โจมที่ 9 นิไหนว่ามีคนจาหน่วยจู่โจมที่ 8 มาก่อความวุ่นวายที่นี่? นี่ไม่ใช่ว่าเป็นสร้างสถานการณ์เพื่อป้ายสีให้กับนักศึกษาฝั่งนั้น!?”ครูฝึกกล่าวด้วยความเย็นชาการป้ายสีนี่แหละที่เขาเกลียดที่สุด!!
นักศึกษาทุกคนต่างพากันหน้าซีดเพราะพวกเขาผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง!!
“มะ ไม่ใช่นะครับครูฝึกทุกคนล้วนเป็นพยานได้ว่ามีคนจากหน่วยจู่โจมที่ 8เข้ามาก่อความวุ่นวายที่นี่จริงๆ ใช่ไหมพวกเรา?”ชายคนหนึ่งกล่าว
“ใช่แล้วครับผมเอาหัวเป็นประกันเลย!”
“ผมเองก็เอาหัวเป็นประกันครับ”
“ฉันด้วยค่ะ!”
เส้นเลือดที่หน้าผากของครูฝึกเต้นตุบๆเพราะหลักฐานมันก็มีให้เห็นอยู่ทนโท่แล้วยังจะไปโยนความผิดให้กับฝั่งนั้นอีก!
“มีแค่พยานปากเปล่าหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันก็ไม่มี!! ยังจะกล้าไปโยนความผิดให้คนอื่นอีกอย่างงั้นเหรอ!?ดี! ดีมาก! พวกเธอจะต้องอยู่ที่นี่เพิ่มอีก3 สัปดาห์เป็นการลงโทษฐานรวมหัวกันโยนความผิดให้กับคนอื่น!!”
จากนั้นครูฝึกก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
นักศึกษาทุกคนหน้าซีดเป็นไก่ต้มการลงโทษแบบนี้มันฆ่ากันชัดๆ
“มะไม่จริง!”
“พวกเราพูดจริงนะครับครูฝึก!”
“จริงสิรอยนิ้วมือจากระเบิดควันยังไงล่ะ! หากเราใช้รอยนิ้วมือที่ติดอยู่กับระเบิดควันหาตัวคนร้ายเจอแล้วละก็เราจะเป็นผู้บริสุทธิ์!”
“จริงด้วย!”
พวกเขาพากันมองหาระเบิดควันก็พบว่ามันไม่มี!! มันไม่เหลือแม้แต่สลักของระเบิดอยู่เลยแบบนี้พวกเขาก็ไม่มีหลักฐานเลยนะสิต่อให้ไอ้ติ๋มตื่นขึ้นมาก็ไม่มีความหมายเพราะครูฝึกเห็นว่ามันสลบไปเพราะส้นตีนของพวกเขา!
กลุ่มคนที่เป็นต้นเหตุต่างถูกพวกเพื่อนๆด่าทอและประณามต่างๆนาๆ
.....
ฝั่งทางบอสเขาได้ยินทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นเขากลั้นหัวเราะจนกล้ามหน้าท้องขึ้นและหน้ากลายเป็นสีแดง
[โดนแบบนั้นก็สมควรแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ]หนอนน้อยหัวเราะอย่างชั่วร้าย
‘โอ้ยย!!! สะใจโว้ย!! เธอเห็นสีหน้าของพวกบ้านั่นไหมซีดยิ่งกว่าไก่ต้มซะอีก!! ฮ่าๆๆๆๆๆๆ’
[คราวหน้าลองซื้อแมลงไปวางยาถ่ายลงในอาหารของคนพวกนั้นดูค่ะหรือไม่ก็ซื้อตะเกียงเรียกวิญญาณแล้วสั่งให้พี่ไปหลอกพวกเขา!รับรองสนุกแน่!]หนอนน้อยกล่าวด้วยความตื่นเต้น
‘เดี๋ยวเอาไว้จัดการกับมอนสเตอร์ฝูงเล็กนี้เสร็จก่อนก็แล้วกัน! พวกมันไม่มีทางอยู่เป็นสุขแน่นอน! ตอนนี้เอาแค่หอมปากหอมคอไปก่อน!’
[รับทราบค่ะ!]
บอสใช้ฟุตเวิร์คพุ่งกลับไปยังที่ตั้งเต็นท์ของตนเองจากนั้นก็ย้ายตำแหน่งเต็นท์ไปอยู่ที่อื่นเพราะคนพวกนั้นจะต้องตามมาถึงที่นี่เพื่อกล่าวหาเขาแน่นอนเพราะเขาอยู่ใกล้ที่สุดแล้วในตอนนี้ต่อให้คนพวกนั้นเอาหมวกไอ้โม่งไปตรวจหาลายนิ้วมือก็ไม่เจอเพราะเขาใส่ชุดเกราะแล้วนำหมวกไอ้โม่งใบใหม่ใส่ให้กับไอ้ติ๋ม
“วิชาต่อสู้มือเปล่าฉันจะต้องมีมันไม่อย่างนั้นคงต่อกรกับมนุษย์ได้ยากแต่พอลองคิดดูแล้วเราพึ่งแต่ความแข็งแกร่งที่มากมายโค่นคนอื่นทั้งนั้นแต่พอเจอกับคนมีวิชากลับทำอะไรก็ลำบากไปหมด!”
เขายังเหลือเวลาพักอยู่อีกเหลือเฟือเลยเข้าไปนอนในเต็นท์แล้วมองหาวิชาต่อสู้มือเปล่าที่สุดยอดให้กับตนเอง.....
..........................................................................................................................