ตอนที่ 9 สร้างรั้ว
หลังจากที่เพ่ยอิงได้ให้ไป๋หู่ช่วยทำการครอบปราณให้กับแปลงผักเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรก็พากันเดินกลับบ้าน และเมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาในบ้านแล้ว เพ่ยอิงก็ได้พบกับพี่ใหญ่ที่เพิ่งจะเดินออกมาจากในครัวพอดี
“อ้าวน้องรอง เ้าไปไหนมาหรือ” ต้าชุนที่ออกจากห้องนอนของตัวเองไปกินน้ำในครัวเอ่ยถามขึ้นมา
“ข้ากับไป๋หู่ออกไปครอบปราณให้กับแปลงผักเพื่อกันพวกหนอนและแมลงมากัดกินหน่ออ่อน ที่เราเพิ่งช่วยกันเอาลงไปปลูกในแปลงกันเ้าค่ะ”
“แล้วทำไมเ้าไม่เข้าไปตามข้าให้ออกไปเป็เพื่อนเล่า”
“แหะๆ ข้าตื่นเต้นจนลืมไปเลยน่ะเ้าค่ะ แต่พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็ห่วงไปนะเ้าคะ ข้าไปกับเ้าไป๋หู่ไม่มีใครหรืออะไรมาทำอันตรายข้าได้แน่นอนเ้าค่ะ”
“เอาเถิดๆ มีไป๋หู่ไปด้วยก็แล้วไป เ้าก็รีบกลับเข้าไปนอนได้แล้ว”
“เ้าค่ะ”
จากนั้นทั้งสองคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเอง ซึ่งทางด้านของเพ่ยอิงกับไป๋หู่เมื่อเข้ามาในห้องแล้วก็คุยกันอีกนิดหน่อยก่อนจะนอน
“นี่ ไป๋หู่ข้าสามารถที่จะพลิกหน้าดินกับครอบปราณให้แปลงผักเองได้หรือไม่” เพ่ยอิงถาม
“ได้ เดี๋ยววันหลังข้าจะสอนให้เ้าแล้วกัน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี เช่นนั้นเรานอนกันดีกว่า” เธอกล่าวจบก็ล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มๆ ทันที
ซึ่งตอนนี้เธอได้ให้เ้าไป๋หู่สร้างบ้านหลังใหม่แทนที่บ้านหลังเดิมให้เธอกับครอบครัวแล้วนั่นเอง
ในส่วนของตัวบ้านทั้งหลังนี้ก็ได้ให้ไป๋หู่ทำลายและสร้างใหม่ให้หลังจากที่พบว่าบ้านที่ไป๋หู่สร้างให้ในมิติของเธอแข็งแรงและทนทานกว่าบ้านหลังเก่าที่เธอและครอบครัวอยู่มาก อีกทั้งมันยังดูสวยงามและแปลกตายามที่เถาวัลย์ออกดอก
ด้วยเถาวัลย์จากในกำไลมิติเป็เถาวัลย์แปลกๆ ที่เธอเองก็ไม่รู้จักและไม่เคยพบเห็นเลยสักชนิด มีคุณสมบัติที่แข็งแรงและทนทาน ทนหนาว ทนไฟ ทนพายุหนักๆ ได้ ซึ่งคุณสมบัติพวกนี้ไป๋หู่เป็คนบอกมาเอง
บ้านที่เธอกับครอบครัวอยู่ในตอนนี้ประกอบไปด้วยห้องนอนห้าห้อง ซึ่งเป็ห้องของท่านพ่อกับท่านแม่หนึ่งห้อง ห้องของตัวเธอเอง พี่ใหญ่ และน้องเล็กคนละหนึ่งห้อง และเป็ห้องว่างอีกหนึ่งห้อง
ในแต่ละห้องจะประกอบไปด้วยเตียงเถาวัลย์กว้างขนาดห้าฉื่อ ยาวหกฉื่อ หรือเท่ากับที่นอนห้าฟุตนั่นเอง
และ้าก็ให้ทำเป็โคมไฟใส่หินเรืองแสงเอาไว้ถ้าจะให้แสงมอดก็ดึงเถาวัลย์ที่ยึดกับก้อนหินลงมาแช่ในใบไม้ที่ใส่น้ำเอาไว้ ถ้าจะให้สว่างก็แค่ดึงขึ้นแต่ก็ต้องรอเวลาให้น้ำที่เกาะหินเรืองแสงแห้งเช่นกันก็เป็เวลาไม่เกินหนึ่งเค่อ มีโต๊ะเล็กข้างเตียงนอนกับโคมไฟเล็กอันหนึ่ง อีกทั้งยังมีทั้งตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของอีก
ห้องโถงใหญ่อีกหนึ่งห้อง ที่เพ่ยอิงออกแบบให้เป็โซฟานุ่มๆ ตัวยาวสองตัว และตัวที่นั่งได้คนเดียวอีกสองตัว มีโต๊ะเล็กด้านหน้า ้าก็ห้อยโคมไฟขนาดใหญ่ที่พอเหมาะกับห้องโถง และรายละเอียดยิบย่อยอื่นๆ อีกหลายอย่าง
ห้องกินข้าวที่แยกออกมาจากห้องโถงคือมีโต๊ะตัวใหญ่หนึ่งตัว และเก้าอี้อีกหกตัว และรายละเอียดอื่นๆ และห้องครัวที่แบ่งสัดส่วนชัดเจน เป็ส่วนเก็บวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหาร และส่วนที่ใช้ในการทำกับข้าว จากนั้นก็มีอ่างใส่น้ำที่ดึงน้ำมาจากถังด้านนอกบ้านที่ทำไว้สี่ถังเชื่อมติดกัน ซึ่งถังที่ทำไว้จะให้เถาวัลย์พันขึ้นไปเป็ถังน้ำขนาดใหญ่แล้วด้านในเคลือบด้วยตะไคร่เขียวเพื่อป้องกันน้ำรั่วอีกด้วย
ซึ่งในส่วนของเตาไฟก็จะไม่ใช้การก่อไฟอีกต่อไป เพราะมีหินทำความร้อนที่เพ่ยอิงเจอมาจากในถ้ำอีกแห่งหนึ่งในกำไลมิติ
หินนี้ก็มีการแบ่งสีเพื่อแยกระดับความร้อนอีกด้วย หินชนิดนี้จะทำการแผ่ความร้อนออกมาเมื่อเจอกับน้ำ และไม่ได้มีแค่หินทำความร้อนอย่างเดียวแต่ยังมีหินทำความเย็นอีกด้วย
มีห้องอาบน้ำสองห้อง ซึ่งเพ่ยอิงออกแบบให้เป็แบบฝักบัวซึ่งดูดน้ำขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำด้านข้าง อีกทั้งอ่างนั้นก็สามารถตักอาบได้เช่นกัน ถ้าอยากอาบน้ำอุ่นก็เอาหินทำความร้อนลงไปแช่ในอ่างน้ำ
มาถึงห้องน้ำที่ขาดไปไม่ได้เด็ดขาด เพ่ยอิงก็ออกแบบให้เป็แบบชักโครกที่ดึงน้ำมาจากถังน้ำด้านนอกที่ให้เถาวัลย์พันขึ้นไปเป็ถังน้ำขนาดใหญ่แล้วด้านในเคลือบด้วยตะไคร่เขียวเพื่อป้องกันน้ำรั่ว แยกออกมาอีกหนึ่งถัง เพื่อไม่ให้ปนกับน้ำกินน้ำใช้
ด้านล่างของชักโครกก็ขุดดินลงไปลึกพอสมควรเพื่อเอาไว้ทิ้งของเสีย เคลือบด้วยตะใคร่ชนิดหนึ่งที่คอยดูดนำของเสียมาหล่อเลี้ยงเป็อาหาร ซึ่งก็เป็การช่วยกำจัดของเสียเ่าั้ไปด้วย
ส่วนของหน้าบ้านก็จะมีทั้งโต๊ะและเก้าอี้ไว้ให้นั่งและคอยรับแขก แต่ว่าบ้านตระกูลเซี่ยไม่ได้มีแขกมาเยือนนานแล้ว ก็ใช้นั่งกันเองไปก่อน และด้านข้างยังมีห้องที่ทำเป็ห้องเก็บของแยกเอาไว้ด้วยอีกหนึ่งห้อง
ซึ่งรวมๆ ทั้งหมดแล้วบ้านหลังนี้ก็เป็บ้านที่หลังใหญ่ไม่น้อยเลยทีเดียว บ้านทั้งหลังนี้เพ่ยอิงออกแบบให้เหมือนกับบ้านที่เพ่ยอิงจากมานั่นเอง
...
วันนี้หลังจากที่เพ่ยอิงและทุกคนในบ้านทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้วก็ออกไปตรวจดูแปลงผัก
ปรากฏว่าหลังจากที่ให้ไป๋หู่ช่วยครอบปราณให้แปลงผักแล้ว คืนที่ผ่านมาก็ไม่มีแมลงที่มากัดกินหน่ออ่อนของผักที่ลงปลูกเลยแม้แต่น้อยจึงได้ทำการรดน้ำให้ชุ่ม
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้าว่าให้ไป๋หู่ช่วยสร้างรั้วรอบที่ดินของเราเพื่อป้องกันพวกสัตว์บนเขาเข้ามาดีหรือไม่เ้าคะ” เพ่ยอิงเอ่ยบอกกับท่านพ่อหลังจากที่ตรวจดูแปลงผักเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าไม่มีอะไรเสียหาย
“พ่อว่าก็ดีเหมือนกันนะ กันได้ทั้งไม่ให้สัตว์เข้ามาในแปลงผัก ทั้งไม่ให้เข้ามาในเขตบ้าน”
“ข้าอยากไปดูด้วยขอรับ” น้องเล็กเสนอตัวออกมาทันที
“เราก็ไปกันทุกคนดีหรือไม่เ้าคะท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่” เมื่อเธอกล่าวออกมาเช่นนั้น ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนอยากเห็นด้วยเช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถิด” เป็ท่านพ่อที่กล่าว
เมื่อทุกคนเดินมาถึงสุดเขตที่ได้ขอกับผู้ใหญ่บ้านเอาไว้ ไป๋หู่ที่นั่งอยู่บนหัวของเพ่ยอิงั้แ่แรกก็ถามขึ้นมาว่า
“เ้าไม่อยากลองสร้างเองบ้างหรือ”
“อยากสิ เ้าสอนข้าได้หรือไม่” เธอถามเ้าไป๋หู่
“ได้สิ เ้าก็แค่ดึงเมล็ดพันธุ์ของเถาวัลย์ออกมาจากกำไลมิติ แล้วกระตุ้นด้วยการใส่ปราณเข้าไปเพื่อเร่งการเจริญเติบโต หลังจากนั้นก็กำหนดทิศทางการเติบโตของเถาวัลย์” ไป๋หู่อธิบายออกมาให้เธอฟังแล้วดูเหมือนว่าจะง่ายดายและไม่ยุ่งยากกว่าที่คิด
เธอจึงทำการดึงเอาเมล็ดพันธุ์เถาวัลย์ออกมาจากกำไลมิติวางเรียงกันไว้เป็แนวที่จะสร้างรั้ว
หลังจากนั้นก็ทำการใส่ปราณลงไปเพื่อเร่งการเจริญเติบโตซึ่งขั้นตอนนี้ในตอนแรกเธอคิดว่าทำได้ไม่ยาก แต่เอาเข้าจริงๆ กลับต้องใช้สมาธิเป็อย่างมาก แต่เมื่อเริ่มมีสมาธิก็ทำได้ง่ายขึ้น
แต่ที่ยากกว่านั้นก็คือขั้นตอนการกำหนดทิศทางให้ปลายเถาวัลย์เลื้อยเข้ามาพันกันเป็รั้ว ซึ่งเพ่ยอิงอยากให้มันเป็รั้วทึบจึงทำให้เถาวัลย์พันเกี่ยวกันแทบจะไม่เหลือช่องว่าง ซึ่งทำให้สูงขึ้นไปหนึ่งจั้ง
และเมื่อทำออกมาด้านข้างได้แค่เพียงสองจั้งสองฉื่อ ก็ถึงขีดจำกัดของปราณที่เพ่ยอิงมี ทำให้เพ่ยอิงรู้สึกเหนื่อยหอบขึ้นมา
“เ้าหักโหมใช้ปราณในการสร้างมากเกินไปน่ะสิ เ้าไปพักก่อนเดี๋ยวข้าจะสร้างต่อให้เอง” ไป๋หู่บอกกับเพ่ยอิง
“เ้าเป็อย่างไรบ้างอิงเอ๋อร์” เป็ท่านแม่ที่ถามขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ พักสักประเดี๋ยวก็หายแล้ว ข้าแค่ใช้ปราณในร่างหมดเท่านั้นเองเ้าค่ะ” เธอตอบท่านแม่ เพื่อไม่ให้ท่าเป็กังวล
“เ้าไปนั่งพักใต้ต้นไม้ต้นนั้นก่อน” ท่านแม่กล่าวออกมาพร้อมกับพยุงเพ่ยอิงไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ
“ข้าช่วยขอรับ” น้องเล็กเอ่ย แล้วเข้ามาช่วยพยุงเธอด้วยอีกคนหนึ่ง แล้วทุกคนก็เดินมาดูเพ่ยอิงกันที่ใต้ต้นไม้
“คราวหน้าคราวหลังเ้าก็อย่าทำอะไรที่มันเกินตัวเช่นนี้อีก” ท่านพ่อเตือน
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้าแค่อยากลองสร้างขึ้นมาเองดูบ้างก็เท่านั้น จนเมื่อสักครู่ข้าลืมตัวไปหน่อยน่ะเ้าค่ะ” เธอตอบกลับท่านพ่อ พร้อมกับหันไปมองกำแพงที่ตนเองสร้างไปได้แค่สองจั้งสองฉื่อ ที่ตอนนี้ไป๋หู่สร้างออกไปได้ไกลลิบจนมองไม่เห็นตัวไป๋หู่แล้ว
จะเห็นก็แต่เพียงรั้วที่ไป๋หู่สร้างออกไปไกลเรื่อยๆ เท่านั้น หลังจากที่โดนไป๋หู่บอกให้ไปพักแล้วเ้านั่นจะสร้างต่อเอง
“แล้วทุกคนไม่อยากลองสร้างกันบ้างหรือเ้าคะ มันไม่ได้ยากเลย แต่ก็เสียพลังปราณไปมากพอสมควรเพราะต้องใช้สมาธิ” เพ่ยอิงถามออกไป
"เรามาลองทำกันแค่เล็กๆ กันก็พอไม่ต้องให้ใหญ่แบบที่ข้าทำเมื่อสักครู่ก็ได้ ลองสร้างรั้วเล็กๆ รอบๆ บ้านเราก็ได้เ้าค่ะ" เพ่ยอิงเสนอออกมาเพราะทุกคนจะได้ทำเป็ ไม่ต้องพึ่งไป๋หู่ไปเสียทุกอย่าง อะไรที่เล็กๆ น้อยๆ ก็ทำกันเอง
“ข้าอยากลองดูขอรับพี่รอง ช่วยสอนข้าด้วย” หลีตี้รีบเสนอตัว
“หากเ้าถักทอเส้นปราณได้ถึงระดับเดียวกับข้าตอนนี้ข้าจะสอนให้” เธอบอกกับน้องเล็กเพื่อที่จะได้ช่วยเป็แรงกระตุ้นให้กับน้องเล็ก
“ขอรับพี่รอง”
“ข้าว่าเราไปรอไป๋หู่ที่บ้านกันดีกว่าเ้าค่ะ ตอนนี้ข้าดีขึ้นมากแล้ว” เธอหันไปบอกทุกคน
แล้วจากนั้นทุกคนก็พากันกลับบ้านโดยที่เพ่ยอิงบอกกับไป๋หู่ทางจิตไปแล้วว่าจะไปรอที่บ้านทีเดียว ซึ่งการสร้างรั้วครั้งนี้ไป๋หู่เสียพลังปราณไปแค่เพียงส่วนเดียวเท่านั้นไม่มากเท่ากับคราวที่สร้างบ้านเพราะครั้งนั้นมีรายละเอียดยิบย่อยมากมายจึงทำให้ไป๋หู่เสียพลังปราณไปมากถึงสี่ส่วน จึงทำให้เ้าไป๋หู่ไม่ออกจากกำไลมิติอยู่สามวัน