เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เทียนฉินก็จัดการสัตว์ร้ายที่มีใบหน้าเหมือนควายยักษ์ไปจนหมดสิ้น แต่สิ่งที่ทำให้เทียนฉินยุ่งยากอยู่พอสมควรก็เป็นหนอนแดงยักษ์พวกนี้ ไม่ใช่ว่ามันมีพลังที่สูงส่งแต่เป็นเพราะเมื่อพวกมันพุ่งเข้ามาโจมตีแล้ว มันก็จะรีบมุดหนีกลับลงไปใต้ดินอย่างรวดเร็ว จนไม่อาจจะจัดการมันได้อย่างเต็มที่นัก
กระทั่งผ่านไปอีกไม่นานนัก เทียนฉินที่อาศัยตนเองเป็นเหยื่อล่อก็จัดการใช้เปลวเพลิงทั้งสามชนิดเผาพวกมัน ซึ่งบางตัวก็ส่งกลิ่นเหม็นไหม้จนสะอิดสะเอียน แต่บางตัวก็ถูกแช่แข็งก่อนจะแตกกระจายไปทั่วพื้น เทียนฉินยืนรอไม่ถึงอึดใจบันไดสีครามก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็นอีกครั้งหนึ่ง เขาจึงไม่รอช้าก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นสามทันที
ในขณะที่เทียนฉินได้โผล่ขึ้นมายังชั้นสามนั้นเอง บรรยากาศรอบด้านที่เขามองเห็นก็ยังเป็นผืนป่าดังเดิม แต่ตามผืนป่ามีใบไม้แห้งทับซ้อนกันอยู่อย่างหนาแน่น ต้นไม้แต่ละต้นสูงใหญ่กิ่งก้านและใบไม้แผ่ขยายบดบังไปทั่วท้องฟ้า ทำให้สถานที่นี้มืดครึ้มและชื้นแฉะ ในบางครั้งมีเสียงกรีดร้องของแมลงดังกึกก้อง ชวนให้ดูวังเวงโดยเฉพาะในบรรยากาศที่เงียบสงัดและมืดมิดเช่นนี้
เทียนฉินก้าวเดินเข้าไปในป่าอย่างช้าๆทั้งยังแผ่กระแสจิตออกสำรวจไปทั่ว ท่ามกลางภูเขาและต้นไม้ที่สูงตระหง่าน เถาวัลย์แต่ละเส้นม้วนขดอยู่อยู่ตามกิ่งไม้ที่แผ่กว้าง ราวกับอสรพิษที่กำลังนอนหมอบซุ่มจดจ้องดูเหยื่อของมันอยู่ จนพลันนึกสงสัยไปว่าเขาได้เข้ามายังยุคดึกดำบรรพ์ในสมัยโบราณหรือเปล่า เพราะทุกอย่างดูเก่าแก่และเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ชวนให้รู้สึกถึงอันตรายอย่างมาก
"จะมีสัตว์ประหลาดอะไรโผล่มาอีกนะ!"เทียนฉินเดินสังเกตไปรอบๆพร้อมกับครุ่นคิดเงียบๆอยู่ในใจ เพราะทุกครั้งที่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกแบบนี้ เขามักจะพบเจอกับอันตรายที่จัดการได้ลำบากอยู่บ้าง
ในขณะที่เดินอยู่ในผืนป่าที่มืดมิดแห่งนี้ เทียนฉินพบว่ากระแสจิตวิญญาณธรรมชาติในนี้นั้นอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง อีกทั้งในระหว่างทางเขายังพบเห็นสมุนไพรบางอย่างซึ่งส่งกลิ่นหอมทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก และเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะถอนสมุนไพรเหล่านั้นมาเก็บไว้ เพราะเม็ดยาที่เขามีอยู่ตอนนี้ไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกในอนาคตอย่างแน่นอน
เนื่องจากระดับก่อกำเนิดรวมถึงระดับหลุดพ้นนั้นแตกต่างจากระดับหลอมรวมหรือผันแปรอยู่บ้าง เพราะสิ่งที่จำเป็นสำหรับการฝึกฝนในระดับก่อกำเนิดนั้นใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลืองมากเกินไป หากไม่บังเอิญได้รับโอกาสอันดีแล้วคงต้องใช้เวลานานอย่างมากในการที่จะก้าวผ่านแต่ละขั้นไปได้
แต่ทันใดนั้นเองหัวใจของเทียนฉินก็พลันสั่นสะท้าน พร้อมกับความรู้สึกถึงอันตรายอย่างยิ่งยวดที่แผ่ซ่านออกมา เขาก็ไม่รอช้ารีบใช้ท่าร่างพลิ้วตัวหลบไปจากตรงนั้นทันที
ตู้ม!
ในตำแหน่งที่ซึ่งเขายืนอยู่เดิมนั้น พลันเกิดระเบิดขึ้นมาก่อนจะมีกรงเล็บดำขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากด้านล่าง จนทำให้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่รอบๆหักโค่นจนเกิดเสียงดังโครมครามก้องไปทั่วป่า
หากมองจากระยะไกล กรงเล็บที่โผล่ออกมาให้เห็นนั้นแหลมคมจนน่าขนลุก กลิ่นไอสังหารที่กระจายออกมาเต็มไปด้วยความดุร้าย ซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถสังหารสิ่งที่มันสัมผัสโดนได้ในครั้งเดียว
เทียนฉินที่หลบหนีออกมาไกลสูดหายใจเข้าเต็มปอด จ้องมองกรงเล็บยักษ์ที่โผล่ออกมาจากพื้นดินอย่างตกใจ เขาสามารถจินตนาการได้ว่าสถานที่ในชั้นสามนี้มีอันตรายขนาดไหน ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าจะประมาทเด็ดขาด พร้อมกับส่งกระแสจิตออกไปเป็นวงกว้าง เพื่อป้องกันว่าอาจจะมีสัตว์ประหลาดตัวอื่นโผล่ออกมาอีกหรือเปล่า
อย่างไรก็ตามในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง ทางด้านหลังเขาก็ปรากฏกรงเล็บสีดำพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง เทียนฉินรับหันหลังกลับพร้อมกับวาดดาบเขี้ยวพยัคฆ์ออกไปต้านทานทันที
เปรี้ยง!
ดาบเขี้ยวพยัคฆ์ฟาดฟันเข้ากระแทกกับกรงเล็บสีดำนั้นอย่างแรง จนคลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกมากระจายไปทั่วจนเกิดเป็นรอยดาบเฉือนอยู่ตามต้นไม้ และในครั้งนี้เองเทียนฉินจึงได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน ลำตัวมีสีดำมะเมื่อมใหญ่ยาวเท่าตัวผู้ใหญ่ กรงเล็บสีดำที่หนีบอยู่กับดาบนั้นแท้จริงแล้วมันคือก้ามขนาดยักษ์ กับดวงตาสีแดงที่เปลงแสงออกมาน่าสยดสยอง
เทียนฉินรีบกระชากดาบเขี้ยวพยัคฆ์กลับมาพร้อมกับเหงื่อที่ไหลชุ่มเต็มหลัง ด้วยความรู้ของเขาในตอนนี้ไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่าแมงป่องตัวนี้มันเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหนกันแน่ โชคดีที่หลังจากปะทะกันแล้ว เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะรีบหลบหลีกออกมาโดยไม่สนใจแมงป่องตัวนี้เลย
มิฉะนั้นตามความเข้าใจของเขา อย่างน้อยถ้าหากต้องต่อสู้กันจริงๆแล้ว เขาอาจจะต้องทุ่มเทสุดตัวเพื่อที่จะสังหารมันลงได้แน่ เพราะพลังของแมงป่องตัวนี้ที่แสดงออกมานั้นแข็งแกร่งอย่างมาก รวมถึงไอสังหารที่มันปล่อยออกมาก็ดูดุดันกว่าสัตว์ร้ายตัวใดที่เขาเคยสู้ด้วย
ในระหว่างทางเทียนฉินปิดซ่อนกลิ่นอายพร้อมกับระมัดระวังตัวเองอย่างมาก อีกทั้งกระแสจิตก็ถูกใช้ออกมาอย่างเต็มที่ นอกจากรอยแตกร้าวแปลกๆที่ปรากฏขึ้นมาจากแมงป่องนั้น ตามยอดไม้เขาก็ไม่ปล่อยละเลยแม้แต่ต้นเดียว เพราะเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่ายังมีสัตว์ร้ายตัวอื่นคอยดักซุ่มโจมตีอีกหรือเปล่า
นี่ไม่ใช่ด่านทดสอบแบบธรรมาดาอีกแล้ว แต่เป็นสัตว์ร้ายที่หมายจะสังหารผู้บุกรุก ซึ่งแอบซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่งในป่าที่มืดมิดแห่งนี้ อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ที่อันตรายนั้น เทียนฉินก็ยังคาดหวังว่าจะได้พบเจอสถานที่ที่มอบผลประโยชน์ให้กับเขา เหมือนอย่างที่เคยได้รับมาจากหอคอยปฐมอัคคีอีกด้วย อาจจะกล่าวได้ว่าการเข้าหอคอยมาในครั้งนี้ยิ่งเสี่ยงมากเท่าไหร่ เขาก็หวังว่าจะได้ผลประโยชน์มากเช่นกัน
และในเวลานี้เองจู่ๆก็เกิดเสียงดังขึ้นมาด้านข้างเขาอีกครั้ง ก่อนที่ร่างของแมงป่องตัวเดิมจะกระโจนเข้าใส่พร้อมกับก้ามยักษ์ทั้งสองข้างของมัน เทียนฉินตัดสินใจลองปะทะกันมันอีกครั้ง เร่งพลังขับเคลื่อนเปลวเพลิงออกมาแล้ววาดดาบเข้าใส่มันทันที
ตู้ม!
ดาบเขี้ยวพยัคฆ์ปะทะเข้ากับก้ามยักษ์อีกรอบ แต่ครั้งนี้เทียนฉินใช้ออกกระบวนท่าเงาพิฆาตผสมผสานเข้ามาด้วย รอบด้านจึงเกิดเป็นเจตจำนงของดาบพวยพุ่งเข้าเฉือนร่างของแมงป่องอย่างรวดเร็ว
แมงป่องที่โดนพลังของจิตวิญญาณดาบเชือดเฉือนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่มันจะคลายก้ามที่หนีบดาบไว้อยู่ออก จากนั้นจึงรีบมุดลงดินหลบหนีทันที แต่มีหรือที่เทียนฉินจะยอมให้มันหนีรอดไปได้ รีบพุ่งทะยานเข้าหาพร้อมวาดดาบตามเข้าไปในรูที่มันมุดลงไปเต็มแรง
ตู้ม!
เศษดินเศษใบไม้แห้งปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เทียนฉินจะมองเห็นก้ามยักษ์สีดำอันหนึ่งตกอยู่ เขาจึงรีบขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีเพื่อซึมซับพลังงานที่กระจายออกมาจากก้ามสีดำนั้นอย่างรวดเร็ว
"เสียดายที่ข้าไม่อาจจะสังหารแมงป่องตัวนี้ได้ในครั้งนี้!"
เทียนฉินทอดถอนใจออกมาอย่างเสียดาย จากนั้นจึงเริ่มก้าวเดินต่อไปอีกครั้ง พลางคิดในใจว่าหอคอยแห่งนี้ทำไมมันถึงไม่ได้มีขอบเขตที่แน่ชัดเหมือนอย่างหอคอยปฐมอัคคีที่เขาเคยเข้าไป อีกทั้งสัตว์ร้ายที่ปรากฏออกมาในทุกชั้นนั้น ล้วนแล้วแต่มีพลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
"หรือว่าพลังของสัตว์ร้ายพวกนี้จะปรับให้สมดุลกับพลังของผู้ที่เข้ามาด้านในกัน?" ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในใจ อีกทั้งเทียนฉินยังรู้สึกด้วยว่าความคิดของเขานั้นน่าจะถูกต้องอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่อาจจะหาเหตุผลอย่างอื่นมาอธิบายให้กับตัวเองได้แล้ว
แต่ในขณะที่เขากำลังเดินคิดอยู่เพลินๆนั้นเอง จู่ๆรอบด้านก็เกิดเสียงดังลั่น พื้นดินที่เขายืนอยู่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ชั่วพริบตาก็ปรากฏร่างของแมงป่องยักษ์สองตัวพุ่งออกมาจากพื้นดิน เข้าจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
เทียนฉินพุ่งทะยานขึ้นไปยืนอยู่บนกิ่งไม้ เร่งขับเคลื่อนมังกรทั้งสี่ตัวเข้าโจมตีแมงป่องนั้นทันที ก่อนจะออกกระบวนท่าพิรุณโปรยปรายตามซ้ำมาอีกครั้ง
ตู้ม!
แมงป่องทั้งสองตัวที่กระโจนออกมารับรู้ได้ถึงวิกฤต มันจึงตวัดหางที่มีหนามแหลมคมเข้าปะทะกับมังกรทั้งสี่ตัวด้วยความว่องไว แต่ฝนดาบนับหมื่นที่ผสานไปด้วยพลังของแก่นแท้ธาตุน้ำกับธาตุสายฟ้า พุ่งเข้าฉีกกระชากเปลือกที่หนาของแมงป่องทั้งสองตัว จนกระทั่งเผยให้เห็นเนื้อสีขา
วปลิ้นทะลักออกมาปะปนกับเลือดสีแดงสดอย่างสยดสยอง
จบตอนที่ 142