โกมินจองที่นั่งอยู่ในห้องซ้อมเต้นบนพื้นเย็นๆ มองดูผู้จัดการสาวสวยคนใหม่อย่างไม่วางตา
หล่อนมีหน้าตางดงามไร้ที่ติ สูงและขายาวมีสง่าราศี โดยเฉพาะจังหวะที่ถือแฟ้มเอกสารสวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยม ดูราวกับคุณครูปากจัดชอบตีนักเรียน
นี่คือผู้จัดการพัค!
“โซรัม ดูผู้จัดการคนใหม่สิเฮี้ยบมากเลยนะว่าไหม แต่ก็ดีกว่าผู้จัดการอ้วนคนเก่า เห็นหน้าหมอนั่นทีไรฉันละอยากจะอ้วก” หนึ่งในเด็กฝึกวง Bad Girls มินจีปรายตามองผู้จัดการคนใหม่แล้วกระซิบกับโกมินจองเสียงเบา
“ฉันเองก็เหมือนกัน แต่เห็นว่าผู้จัดการคนนี้ถูกเปลี่ยนเพราะเป็นคำสั่งของประธานฯ โดยตรง” โกมินจองเสริม
มินจีพยักหน้า “นี่ๆ ดูยายนั่นสิ ทำตัวมืดมนชะมัดไม่ค่อยคุยกับคนอื่น ประสาทหรือเปล่า คนแบบนี้จะเป็นหนึ่งในสมาชิกวงได้ยังไง กลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ”
มินจีชี้ให้ดูยายเด็กยูอึนอา สวมแว่นสายตา ผมสีดำยาวปกคลุมหน้าตา แทบไม่กล้าเงยหน้าสบตาใคร
โกมินจองเหยียดยิ้ม “ช่างยายมืดมนเถอะ ยังไงซะถ้าหากวงไปไม่รอด คนแรกที่จะเดินลำบากก็คือหล่อนนั่นแหละ!”
“ชู่ว! อย่าพูดอะไรไม่เป็นมงคลแบบนั้นสิ วงยังไม่เดบิวต์เลยเธอก็พูดซะฉันหมดกำลังใจ” มินจีทำหน้าแง่งอน
“ขอโทษ แต่ตอนนี้ค่ายเพลงเราแย่จริงๆ แม้แต่พนักงานในบริษัทก็ยังเหลือเพียงไม่กี่คน ฉันกลัวเหลือเกินว่า...จะไม่ได้เดบิวต์เป็นศิลปินดัง” โกมินจองกอดเข่าตัวเอง สายตาจดจ่ออยู่กับขวดน้ำแร่ที่วางอยู่ตรงรองเท้า
“เฮ้อ...อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้นสิ ตอนนี้เรามาคิดกันดีกว่าว่าจะเอาอกเอาใจผู้จัดการพัคยังไง ตั้งแต่มีเธอเข้ามาคุม การออกไปข้างนอกของฉันดูจะยากเอาเรื่อง”
“ยากเหรอ...ไม่ลองไปถามฮันแจวอนกับโรสล่ะ บางทีหล่อนอาจแนะนำเธอได้”
มินจีบุ้ยปาก “เหอะ! ให้คุยกับยายสองคนนั่นฉันคุยกับยายยูอึนอาดีกว่า”
“งั้นเหรอ...” โกมินจองส่ายหน้าไม่ได้พูดอะไรต่อ
ใช่นี่แหละคือชีวิตที่อยู่ร่วมกับเด็กฝึกในวง
ไม่ใช่ว่าพวกหล่อนรักกันเหนียวแน่น แต่ละคนก็มีมุมที่แตกแยก แต่ถึงกระนั้นเวลาเต้นก็มักจะทำได้ดีเยี่ยม
“เออจริงสิโซรัม ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้ทางค่ายของเรากำลังจะปั้นบอยแบนด์หน้าใหม่ เธอรู้หรือเปล่า” มินจีกระตุกแขนเด็กสาวอย่างตื่นเต้น
โกมินจองส่ายหน้างัวเงีย “ไม่รู้ ทำไมเหรอ?”
“เธอนี่ละก็นะไม่หัดติดตามข่าวสารบ้างเลย” มินจีมองอีกฝ่ายราวกับคนโง่ที่ไร้ความพยายาม “ฉันได้ยินมาว่าพวกเขามีหน้าตาหล่อมาก เห็นแล้วต้องใจสั่น หล่อกว่าวงในค่ายเพลงเราอีก!”
“แล้วยังไง...”
“เอ๋...! นี่ไม่สนใจเลยเหรอ”
“ทำไมฉันต้องสนใจ”
“หรือว่า...เธอมีแฟนแล้ว?”
เห็นว่าเพื่อนคนสนิทไม่ตอบมินจีก็คะยั้นคะยอ อยากรู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นใคร
“แต่ว่านะโซรัม เธอกำลังจะเดบิวต์เป็นนักร้องดัง การมีแฟนนอกวงการจะให้ใครรู้ไม่ได้ โดยเฉพาะไอ้พวกนักข่าวสันดานเสียพวกนั้น ถ้าหากให้มันรู้ล่ะก็อาจมีผลกระทบต่อวงได้”
คำพูดของมินจีอาจจะฟังดูแรงแต่โกมินจองก็เข้าใจว่าเธอเป็นห่วง จึกพยักหน้ารับรู้แล้วไม่พูดอะไรต่อ ไม่ว่าสุดท้ายจะได้เดบิวต์เป็นศิลปินดังหรือไม่ เธอก็ยังรักพี่สุดหัวใจและคนเดียวตลอดไป
......
คังแทฮีอยู่ในชุดเดรสเว้าหลังสีขาว นั่งหน้างอนแทบไม่อยากก้าวขาไปขึ้นรถ
วันนี้สำหรับหล่อนแทนที่จะได้ออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ แต่คุณพ่อดันบอกว่าปาร์ตี้วันไหนก็ได้แต่วันนี้ต้องไปทำธุระให้พ่อ
“เฮ้อ ก็แค่งานวันเกิดตาแก่จุนโฮจะมีอะไรน่าสนใจ แถมยังต้องไปกับใครก็ไม่รู้ พ่อคะหนูไม่ไปไม่ได้เหรอ” คังแทฮีหันมามองผู้เป็นพ่อด้วยหางตา
คังโยซอนรีบเข้าไปตะล่อม “ช่วยพ่อหน่อยสักครั้งนะลูก งานวันเกิดผู้เฒ่าจุนโฮไม่สำคัญก็จริงแต่ผู้ชายที่ไปงานกับลูกด้วยน่ะสำคัญมาก”
“แล้วยังไง?” คังแทฮีเลิกคิ้วสูง ตวัดมองคนที่อยู่ตรงหน้าประมาณว่า 'ช่างเรื่องของพ่อสิ!
คังโยซอนแสร้งตีหน้ายักษ์ “ก็เพราะเขาเป็นคนไม่ดี อาศัยช่วงจุดต่ำสุดในบริษัท NG ขณะที่ผู้ถือหุ้นทยอยเทขายออกไปแล้วเขาเข้ามาช้อนซื้อ สุดท้ายกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง พ่อยอมรับไม่ได้ ยังไงซะนั่นก็คือค่ายเพลงที่พ่อสร้างมันมาเองกับมือลูกน่าจะรู้”
เห็นว่าลูกสาวยังเงียบ คังโยซอนเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าหากลูกไปงานวันนี้กับเขา พ่อจะซื้อนาฬิกาที่ลูกอยากได้เรือนละยี่สิบล้านวอนใช่ไหม ได้เลยเดี๋ยวพ่อซื้อให้!”
ต่อให้สภาพการเงินของบริษัทขาดสภาพคล่อง แต่ด้วยความที่อยากเอาชนะเจมส์ แม้ต้องควักเนื้อตัวเองคังโยซอนก็ต้องทำ!
“เข้าใจแล้วค่ะพ่อ แค่ไปร่วมงานกับประธานเฉยๆ สินะคะ”
“ใช่ๆ”
“งั้นเตรียมนาฬิกาไว้เลยนะคะ” พูดจบคังแทฮีเชิดหน้าขึ้นไปนั่งบนรถคันหรู
คังโยซอนมองรถที่ลูกสาวนั่งออกไป เริ่มรู้สึกเสียดายเงินยี่สิบล้านวอน แต่พอนึกถึงความปากจัดของลูกสาวคนสวยที่จะกำราบเจมส์ เงินที่เสียไปก็น่าจะคุ้มกับผลลัพธ์!
ใช่ลูกสาวเขาเป็นคนปากจัด อารมณ์ร้าย พูดด้วยยาก ชอบใช้ของราคาแพงเว่อร์ ไม่ค่อยเห็นหัวใคร คนเป็นพ่อต้องทนฟังคำลูกสาวครั้งแล้วครั้งเล่า รู้จักฝีปากเธอดีว่าด่าคนเป็นยังไง ดังนั้นเหตุผลที่ให้ไปกับเจมส์ก็เพราะว่าอยากให้เขาอับอายขายหน้านั่นเอง!
........
พอมาถึงงานคังแทฮีลงมาจากรถ พบกับเป้าหมายที่พ่อฝากฝัง ชายผู้แย่งบริษัทไปจากมือ
เขาสวมถุงมือสีดำ สวมแว่นสายตา ใส่ชุดสูทที่ถูกตัดเย็บมาเป็นอย่างดี นาฬิกาฝังเพชรเรือนหรู เพียงแค่ตวัดมองครั้งเดียวก็รู้ว่าราคาของมันมากกว่าหนึ่งร้อยล้านวอน!
เช่นเดียวกับเธอที่สังเกตเห็น เจมส์เองก็เห็นเหมือนกัน
ทั้งสองเริ่มเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม
แต่ถึงจะยิ้มคำพูดของคังแทฮีกลับไม่น่าฟัง
“คุณนี่นิสัยไม่ดีเลยนะคะ อายุก็พอๆ กับฉัน...ไม่สิดูน้อยกว่าด้วยซ้ำ แต่ยังรังแกพ่อของฉันที่เป็นผู้ใหญ่ แถมยังเอาบริษัทไปเป็นของตัวเอง”
สำหรับคำพูดนั้นเจมส์ทำเพียงไม่ได้ยิน “ไม่คิดเลยว่าลูกสาวของคุณคังโยซอน จะหน้าตาสวยแบบนี้”
“ชิ! ฉันไม่หลงกลคุณหรอกค่ะ”
เจมส์หัวเราะในลำคอ เอื้อมมือไปด้านข้างให้เธอคล้องแขน
คังแทฮีค้อนด้วยสายตา แต่เพราะสัญญากับพ่อมาแล้วจึงทำตัวว่าง่าย อีกอย่างงานวันนี้สำหรับสุภาพบุรุษก็ต้องดูแลสุภาพสตรีเป็นธรรมดา
เดินผ่านซุ้มประตูเข้างานด้วยบัตรของตาแก่ ตรงจุดนี้คังโยซอนมีพาวเวอร์มากกว่าผู้ถือหุ้นอันดับสามและสี่ ต่อให้ผู้เฒ่าจุนโฮเป็นผู้ทรงอิทธิพลในเกาหลีใต้ แต่เขาก็ใช้เส้นสายหาบัตรงานเลี้ยงวันเกิดมาจนได้
ตอนแรกเจมส์ไม่รู้ว่าตาเฒ่าจุนโฮคือใคร ภายหลังจึงได้ตรวจสอบ พบว่าอีกฝ่ายมีเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ในเกาหลี เรียกได้ว่าตั้งแต่รถยนต์ไปถึงแฟรนไชส์ขนาดเล็ก
ดังคำกล่าวที่ว่า หากคุณอยากมีเส้นสายในเกาหลีใต้ ต้องมองหาผู้เฒ่าจุนโฮ
คำพูดนั้นไม่เกินจริงเลย เพราะดูจากอิทธิพลของตาเฒ่าแล้ว หากมีเขาสนับสนุนเชื่อเถอะกิจการต้องรุ่งเรือง
“ฉันได้ฟังเรื่องของคุณมาจากพ่อเยอะเลย บอกว่าคุณเป็นคนไม่ดี แต่พอฉันตรวจสอบให้ละเอียดก็พบว่า...”
“เป็นคนดี?”
“หมาป่าในคราบหนังแกะ! ดูอย่างตอนนี้สิแค่เดินเข้างานมาไม่ทันไร คล้องแขนกันเฉยๆ มือของคุณก็มาโดนหน้าอกฉัน แบบนี้เรียกว่ายังไงคะ จงใจแกล้งกันชัดๆ”
เจมส์มองอีกฝ่ายที่ถลึงตาดุร้ายแล้วก็เบ้ปาก “พูดเกินไปแล้ว ผมยังไม่ถูกหน้าอกของคุณสักหน่อย ดูสิไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย เอ...หรือว่าของคุณเล็กเกินไปนะ...”
“นี่คุณ!” คังแทฮีกัดริมฝีปากแดงเรื่ออย่างโกรธเคือง ผู้ชายปากร้ายคนนี้นี่หยิ่งจองหองจริงๆ มิน่าคุณพ่อถึงไม่สามารถกำราบได้
“โอ๊ะ...ก็นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ลูกสาวของคังโยซอนนี่เอง ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่างานวันเกิดผู้เฒ่าจุนโฮ จะมีหนูสกปรกแอบเข้ามา”
ระหว่างที่กำลังคิดจะจัดการเจมส์ยังไงดี ชายคนหนึ่งอายุราว 40 ปีถือแก้วไวน์ในมือเดินเข้ามาพร้อมกับพ่นคำดูถูก
“รองผู้บริหารเทา!” คังแทฮีมองอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา
หมอนี่คือคู่แข่งคนสำคัญที่ไม่ถูกกับพ่อของเธอ ทำงานอยู่ค่ายเพลงคู่อริแต่โด่งดังกว่า!
“ไม่ต้องทำหน้าตาขึงขังแบบนั้นก็ได้ ปีที่แล้วค่ายของพ่อเธอปล่อยซิงเกิ้ลใหม่บอยแบนด์ชื่ออะไรนะ...กะโหลกกะลาจำไม่ได้ เห้อไม่คิดเลยว่าวันนี้จะไม่เห็นหน้าหมอนั่นแต่ต้องมาเห็นหน้าลูกสาว...แล้วดูสิมากับใครเนี่ย คนขับรถเหรอ?” รองผู้บริหารเทามองทั้งคู่ด้วยสายตาดูถูก สำหรับเขาคนที่มางานกับคังแทฮีก็คงจะเป็นคนประเภทเดียวกัน
พวกชั้นต่ำ!
“คุณเองก็เป็นผู้ชาย แต่งตัวดูดีแต่ปากเนี่ยนึกว่ายัดสุนัขไว้ข้างใน” ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ไว้หน้า เจมส์เองก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพ
“ว่ายังไงนะ...!”
“จุ๊ๆ อย่าเอ็ดเสียงดังไปสิครับ อย่าใช้สันดานของที่บ้านในงานเลี้ยง ไม่งั้นคุณถูกโยนออกไปจากงานผมไม่รู้ด้วยนะ”
“คุณน่ะสิต้องถูกโยนออกไปจากงาน!”
เจมส์ยักไหล่ หันมามองสาวสวยข้างกายด้วยสายตามีเลศนัย “คังแทฮี คุณอยากดูมายากลหรือเปล่า”
“ประธานเจมส์ นี่ไม่ใช่เวลามาตลกนะคะ!”
“ผมไม่ได้ล้อเล่น คุณอยากดูหรือเปล่า แต่ถ้าหากผมชนะคุณจะต้องพูดดีๆ กับผมเข้าใจไหม”
“ชนะ...? ชนะอะไร ฉันยังไม่ได้พนันกับคุณเลย”
“งั้นเอางี้...เมื่อผมนับหนึ่งถึงสาม รองผู้บริหารเทาจะโยนแก้วในมือลงพื้น จากนั้นวิ่งเข้าไปหาผู้เฒ่าจุนโฮ”
“คุณบ้าหรือเปล่า มันจะเป็นไปได้ยังไง” คังแทฮีมองค้อนอย่างเสียอารมณ์