ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 56 ออกเรือนแล้วต้องเชื่อฟังสามี


            ท่านอาจารย์ไฮ๋หยวนพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            มู่อวิ๋นจิ่นรู้สึกฉงนใจกับการวางค่ายกลยิ่งนักทว่าฟังจากน้ำเสียงที่รู้สึกเสียดายของท่านอาจารย์ไฮ๋หยวนก็ทราบได้ทันทีว่าท่านอาจารย์คงซื่อได้จากไปแล้ว

            “พระชายาหกคงอยากพิสูจน์เกี่ยวกับเสียงเตือนอันแปลกประหลาดนี้ใช่หรือไม่?”ท่านอาจารย์ไฮ๋หยวนถามขึ้นอีกครั้ง

            “มิใช่” มู่อวิ๋นจิ่นส่ายหน้าแอบคิดในใจว่าหากเสียงเตือนภัยเป็นของมนุษย์ในยุคปัจจุบันตัวนางคงต้องย้อนยุคมาเป็นพันปีแล้ว และเพื่อหลีกเลี่ยงการคาดเดาต่าง ๆนานาของผู้คน จึงต้องทำตัวไม่ทราบที่มาที่ไป

            ฉู่ลี่ได้ฟังมู่อวิ๋นจิ่นตอบปฏิเสธอย่างหนักแน่นดวงตาที่จับจ้องคู่นั้นก็ค่อย ๆ นิ่งสงบลง

            ท่านอาจารย์ไฮ๋หยวนสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของฉู่ลี่จึงชำเลืองมองและเอ่ยขึ้น “องค์ชายหก…”

            “กลับจวน!”

            หลังเดินออกจากห้องกลไกมู่อวิ๋นจิ่นรับรู้ถึงความกดดันบางอย่างในตัวของฉู่ลี่ที่แผ่ซ่านด้านติงเสี่ยนก็หน้านิ่วคิ้วขมวดไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว

            มู่อวิ๋นจิ่นปรายตามองฉู่ลี่ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เมื่อเดินกลับมาถึงรถม้ามู่อวิ๋นจิ่นเอาแต่นั่งติดหน้าต่างชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติตลอดทางขณะที่ในหัวมีเสียงเตือนภัยนั้นดังอยู่ในโสตประสาทเกือบตลอดเวลา

            จากคำพูดของพวกเขาที่ว่าค่ายกลนั้นมีความยากจนมิอาจเอาชนะได้คงมาจากเสียงกลไกเตือนภัย เช่นนั้นค่ายกลทำขึ้นมาได้อย่างไรกัน?

            มู่อวิ๋นจิ่นครุ่นคิดก่อนจะนึกถึงภาพห้องกลไกที่โอ่อ่ากว้างขวางไม่มีสิ่งใดขวางกั้นแต่หลังจากท่านอาจารย์ไฮ๋หยวนโยนไข่มุกไม่กี่เม็ดไป เสียงก็ดังขึ้นทันที

            หรือนี่มันคือ…

            มู่อวิ๋นจิ่นแทบไม่อยากจะเชื่อว่านางย้อนยุคมาหลายพันปีแต่ยังสามารถเห็นเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่ตนเองจากมาได้

            เช่นนั้นท่านอาจารย์คงซื่อผู้นั้นเป็นใครกันแน่?

            หรือว่าเขามาจากยุคสมัยปัจจุบันเช่นเดียวกับนาง?

            ภายในใจมู่อวิ๋นจิ่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัยพลางคิดในใจว่าอีกสองสามวันนางจะแอบกลับมาที่วัดอวิ๋นสุ่ยเพียงลำพังอีกรอบหนึ่ง

            เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งรถม้ามาจอดเทียบหน้าจวนตะวันที่สาดแสงใกล้ลาลับขอบฟ้าจนหมดแล้ว

            ฉู่ลี่เดินลงจากรถม้าเป็นคนแรกแล้วเดินตรงเข้าจวนไป

            มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วมองฉู่ลี่จากด้านหลังจื่อเซียงที่ยืนอยู่ข้างล่างได้ถามอย่างอดเสียมิได้ “คุณหนูทำให้องค์ชายหกโกรธเคืองอันใดหรือเจ้าคะ?”

            “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น” มู่อวิ๋นจิ่นเองก็พลันรู้สึกงงงวยกับท่าทีของฉู่ลี่

            มู่อวิ๋นจิ่นลงจากรถม้าเดินกลับไปที่เรือนลี่เฉวียนโดยเห็นห้องที่อยู่ติดกันนั้นได้จุดไฟให้แสงสว่างขึ้นแล้ว

            จากนั้นนางเดินเข้าเรือนแล้วปิดประตูลงก่อนจะก้มตัวลงนอนบนเตียงอันอ่อนนุ่มและพึมพำ “จื่อเซียงเจ้าเชื่อหรือไม่ว่าในโลกใบนี้ยังมีโลกอื่นอยู่อีก?”

            “คุณหนู บ่าวไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณหนูถามเจ้าค่ะ” จื่อเซียงตอบอย่างคนที่ฟังไม่เข้าใจ

            มู่อวิ๋นจิ่นได้แต่หัวเราะชอบใจยกมือดึงปิ่นที่เสียบผมออกในที่สุดผมที่ถูกเกล้าจนแน่นมาทั้งวันก็สามารถปล่อยได้แล้วนางบริหารช่วงคออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นหันไปพูดกับจื่อเซียงต่อ “ไปเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าอาบน้ำที”

            ……

            ต่อจากนั้นมามู่อวิ๋นจิ่นก็เอาแต่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนเกือบทุกวันจนครบเวลาหนึ่งเดือน

            อีกทั้งภายในตลอดเวลาหนึ่งเดือนมานี้นางไม่ได้เห็นหน้าค่าตาของฉู่ลี่แม้แต่ครั้งเดียวจนบางคืนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกก็มักจะเผลอชำเลืองมองห้องที่อยู่เยื้องกันอยู่บ่อย ๆ

            ทว่าทุกครั้งที่มองไปภายในห้องก็เต็มไปด้วยความมืดมิดที่ปกคลุม ดูก็ทราบได้ทันทีว่าไม่มีคนอยู่

            มู่อวิ๋นจิ่นเองก็ขี้เกียจรู้เรื่องว่าฉู่ลี่ไปที่ไหนทำสิ่งใดอย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่ใช่สามีภรรยากันอย่างแท้จริงไม่ช้าเร็วก็ต้องเลิกรากันอยู่ดี

            “คุณหนู เมื่อครู่ในวังหลวงมีคนมาแจ้งเชิญองค์ชายหกและคุณหนูเข้าไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงค่ำคืนนี้” จื่อเซียงเดินเข้ามาในห้องแจ้งให้มู่อวิ๋นจิ่นทราบ

            มู่อวิ๋นจิ่นชะงักไปชั่วครู่ “ฉู่ลี่ไม่อยู่ที่จวน ข้าขอไม่ไปร่วมงานคนเดียวได้หรือไม่?”

            “คุณหนู อย่างนี้อาจไม่ค่อยดี คุณหนูกับองค์ชายหกเพิ่งออกเรือนกันไม่นานองค์ชายหกไม่อยู่ในจวนคุณหนูก็ควรเป็นตัวแทนองค์ชายหกเข้าร่วมงานเลี้ยงถึงจะถูกต้อง” จื่อเซียงอธิบาย

            มู่อวิ๋นจิ่นทำได้ได้พยักหน้าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

            เมื่อใกล้เวลาแล้วมู่อวิ๋นจิ่นที่แต่งตัวอย่างเรียบง่ายกำลังเดินออกจากเรือนลี่เฉวียนก็บังเอิญพบกับแม่นมเสิ่นพอดิบพอดี

            แม่นมเสิ่นหันมาทำความเคารพมู่อวิ๋นจิ่นพลางเอ่ยปากขึ้น “ไม่เห็นองค์ชายมาหลายวันแล้วมิทราบว่าพระชายาทราบหรือไม่ว่าองค์ชายหกไปที่ใด?”

            มู่อวิ๋นจิ่นส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าก็มิทราบเช่นกัน”

            ด้านแม่นมเสิ่นแสดงความแปลกใจออกมาทางสายตาแต่เมื่อนึกถึงนิสัยของฉู่ลี่ในยามปกติก็พยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ

            “ค่ำคืนนี้บ่าวจะเดินทางเข้าวังหลวงไปพร้อมกับพระชายาเจ้าค่ะ” แม่นมเสิ่นเอ่ยขึ้น

            มู่อวิ๋นจิ่นมองว่าแม่นมเสิ่นเป็นเพียงคนที่ถูกองค์ชายหกปล่อยให้ดูแลจวนก็คงเป็นแม่นมเก่าแก่ที่จัดการเรื่องทั่ว ๆ ไปหากแม่นมผู้นี้อยากไปด้วยก็ปล่อยให้ไปแล้วกัน

            …

            หลังจากที่มู่อวิ๋นจิ่นเดินทางไปถึงวังหลวงแม่นมเสิ่นได้นำทางนางเดินไปที่พระที่นั่งฉิงฮวน

            ระหว่างที่เดินผ่านสวนดอกไม้อวี่ฮวาบังเอิญพบเข้ากับเจิ้งไทเฮาที่มีแม่นมหยางประคองเดินด้านหลังมีนางกำนัลและขันทีเดินตามมาเป็นขบวน

            ข้างกายของเจิ้งไทเฮามีสตรีที่หน้าตางดงามสองคนยิ้มแย้มสนทนากันอย่างออกรส

            เจิ้งไทเฮาที่เดินมาเห็นมู่อวิ๋นจิ่นก็พลันหยุดฝีเท้าลงส่งสายตาที่ไม่ค่อยสบอารมณ์และเอ่ยเสียดสีขึ้นว่า “โอ้ดูสิ นี่ชายาขององค์ชายหกมิใช่หรอกหรือ?”

            มู่อวิ๋นจิ่นที่ได้ยินเสียงเจิ้งไทเฮาดังขึ้นก็แอบด่าในใจว่า “ซวยแล้ว” แต่ต้องแสร้งทำเป็นเคารพนอบน้อม“คารวะไทเฮาเพคะ”

            “ชายาองค์ชายหกเอ่ยเช่นนี้ไม่ดูห่างเหินไปหน่อยหรือ? อายเจียเป็นไทเฮาองค์ชายหกยังเรียกว่าเสด็จแม่ เจ้าก็ควรเรียกอายเจียว่าเสด็จแม่เช่นกัน” เจิ้งไทเฮาตั้งใจค่อนขอดเพื่อดูปฏิกิริยาตอบกลับของมู่อวิ๋นจิ่น

            “ออกเรือนแล้วต้องเชื่อฟังสามี อวิ๋นจิ่นก็ต้องเรียกตามองค์ชายหกเพคะ”มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยชื่อฉู่ลี่ขึ้นมาอ้าง

            สีพระพักตร์ของไทเฮาเจิ้งแสดงไม่สู้ดีสตรีที่หน้าตาสะสวยข้างกาย เมื่อเห็นสีหน้าเจิ้งไทเฮาถอดสี จึงรีบพูดขึ้นมา

            “เหอะ ออกเรือนต้องเชื่อฟังสามีแต่ทำไมเปิ่นกงได้ยินมาว่าองค์ชายหกแทบไม่ได้อยู่ในจวนตลอดทั้งเดือนน่าสงสารเหลือเกินที่เพิ่งออกเรือนแล้วต้องเป็นหม้ายนอนเฝ้าห้องหอที่ว่างเปล่า”สตรีผู้นั้นยกมือขึ้นปิดปากที่ยิ้มกว้างส่งสายตาหยามเหยียดให้มู่อวิ๋นจิ่น

            เมื่อสตรีคนแรกพูดจบสตรีอีกคนก็ไม่รอช้า รับช่วงต่อทันที “พี่ลี่เฟยพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกในวัยนี้องค์ชายหกอยู่ในช่วงอารมณ์พลุ่งพล่านมีหรือจะยอมอยู่กับสตรีคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียวเล่า”

            “น้องหว่านเฟยก็พูดไปเรื่อย เดิมทีงานแต่งในครั้งนี้ถูกฉินไท่เฟยบังคับต่างฝ่ายต่างไม่เต็มใจ มีหรือที่องค์ชายหกจะยอมเฝ้าแต่ชายาคนเดียวของเขา” ลี่เฟยพูดต่อ

            เจิ้งไทเฮามองลี่เฟยกับหว่านเฟยด้วยสายตาชื่นชมภายในวังหลวงพวกนางทั้งสองมีฝีปากดั่งอาวุธที่เชือดเฉือนคนฟังมากที่สุด

            มู่อวิ๋นจิ่นไม่สะทกสะท้านต่อคำพูดพวกนั้นแต่อย่างใดทว่าอาภรณ์ของพวกนางทั้งสองกับความหยิ่งยโส ดูแล้วก็น่าชังไม่น้อย

            “สิ่งที่ลี่เฟยกับหว่านเฟยพูดออกมานั้นหากไม่บอกอวิ๋นจิ่นคิดว่าพวกท่านทั้งสองแอบอยู่ใต้เตียงเสียอีก” มู่อวิ๋นจิ่นพูดพลางปรายตามองพวกนางทั้งสองคน

            สีหน้าลี่เฟยกับหว่านเฟยบูดบึ้งลงทันทีกระนั้นลี่เฟยรีบสวนกลับมู่อวิ๋นจิ่นทันควัน “แต่เปิ่นกงเอาความจริงมาพูดทั้งนั้นมิใช่หรอกหรือ?”

            “หากไม่ใช่เพราะฉิ่นไท่เฟยกับภรรยาอัครเสนาบดีมู่ที่เคยให้สัญญากันไว้ตำแหน่งชายาองค์ชายหกไม่มีทางเป็นของเจ้า รู้หรือไม่?” ลี่เฟยเห็นมู่อวิ๋นจิ่นไม่พูดไม่จาจึงคิดว่านางเกิดเกรงกลัวยิ่งพูดคำพูดนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

            จื่อเซียงที่ยืนฟังลี่เฟยพูดเช่นนั้นก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง แต่ด้วยฐานะที่ต่ำต้อยจึงไม่อาจโต้กลับได้

            เมื่อมองสีหน้าของมู่อวิ๋นจิ่นอย่างพินิจกลับมิอาจคาดเดาความรู้สึกภายในใจของนางได้

            หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจมู่อวิ๋นจิ่นก็เอ่ยขึ้นบ้าง “หากอวิ๋นจิ่นจำไม่ผิดละก็ดูเหมือนองค์ชายหกเดินไปขอพระราชงานสมรสจากฝ่าบาท”

            “พวกท่านก็ทราบดีว่าองค์ชายหกผู้นั้น นอกเสียจากจะยอมทำอย่างเต็มใจแล้วใครก็มิอาจบังคับได้ทั้งนั้น”

            หลังจากที่มู่อวิ๋นจิ่นสวนกลับอย่างนิ่มนวลก็เผยยิ้มมุมปากขึ้นทำตัวไม่รู้ไม่ชี้และย่อตัวแสดงความเคารพ ก่อนจะเดินจากไป

            ลี่เฟยยืนเดือดดาลอยู่ที่เดิมเมื่อถูกมู่อวิ๋นจิ่นตอกหน้ากลับมา นางจึงหันไปเอ่ยกับไทเฮาอย่างไม่ชอบใจ “ไท่เฮากล่าวไว้ไม่มีผิด มู่อวิ๋นจิ่นผู้นี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ๆ”

            “เชอะ รอไปอีกสามเดือนแล้วกันกว่าองค์ชายหกจะกลับมาดูสิถึงตอนนั้นนางจะฝีปากกล้าได้ถึงเมื่อไหร่เชียว” เจิ้งไทเฮาแสยะยิ้มดวงตาฉายแววแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์ต่อมู่อวิ๋นจิ่นออกมา

            หลังจากเดินออกมาไกลพอสมควรแล้วเเม่นมเสิ่นได้หันมองมู่อวิ๋นจิ่นอย่างห่วงใย “พระชายาหกมิควรเอ่ยกับลี่เฟยและหว่านเฟยเช่นนั้นเลยพวกนางทั้งสองเป็นที่โปรดปรานที่สุดของฝ่าบาทในเวลานี้เจ้าค่ะ”

            “ช่างหัวพวกนางไปเถอะ จะให้ข้ายืนแน่นิ่งเป็นคนบ้าใบ้ ข้าทำไม่ได้หรอก”มู่อวิ๋นจิ่นเดินนวยนาด ในมือถือผ้าเช็ดหน้าโบกไปมา

            แม่นมเสิ่นมิอาจกลั้นหัวเราะเอาไว้ได้ “นิสัยของพระชายาที่เอากลับซึ่งหน้า ช่างเหมือนองค์ชายหกเหลือเกินเจ้าค่ะ”

            เมื่อเอ่ยถึงฉู่ลี่มู่อวิ๋นจิ่นถึงกับสงสัยหันไปถามแม่นมเสิ่น “แม่นมอยู่รับใช้ข้างกายองค์ชายหกมานานแค่ไหนแล้ว?”

            “สิบปีกว่าเห็นจะได้เจ้าค่ะ” แม่นมเสิ่นตอบ

            “สิบกว่าปีมานี้องค์ชายมักจะหายตัวไปอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยเช่นนี้บ่อยหรือไม่?” มู่อวิ๋นจิ่นถาม

            แม่นมเสิ่นเม้มปากยิ้มจางๆ ขึ้นมาแทน “เรื่องนี้บ่าวมิอาจเอ่ยปากออกมาได้ไม่สู้พระชายารอถามองค์ชายด้วยตัวเองเถอะเจ้าค่ะ”

            มู่อวิ๋นจิ่นได้แต่ถอนหายใจช่างเป็นคนที่ฉู่ลี่สั่งสอนมาเป็นอย่างดีเสียจริง

            เมื่อเดินกันมาจนถึงพระที่นั่งฉิงฮวนแล้วมู่อวิ๋นจิ่นบังเอิญพบเข้ากับฉินไท่เฟยพอดิบพอดีพอพระนางเห็นมู่อวิ๋นจิ่นก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

            “จิ่นเอ๋อร์”

            พอคิดๆ ดูท่าทางของเจิ้งไทเฮาเมื่อครู่ เทียบกับท่าทางยิ้มแย้มของฉินไท่เฟยในตอนนี้ช่างต่างกันราวฟ้ากับดิบ มู่อวิ๋นจิ่นจึงยิ้มตอบในทันที “คารวะฉินไท่เฟย”

            “ดี ดีจริง” ฉินไท่เฟยเอ่ยอย่างยินดีจากนั้นมองไปรอบๆ และเอ่ยถามขึ้น “ลี่เอ๋อร์ล่ะ?”

            “องค์ชายมีธุระที่ต้องไปสะสาง สองสามวันนี้ไม่อยู่ที่จวนเพคะ” มู่อวิ๋นจิ่นตอบเสียงเรียบ

            ฉินไท่เฟยพยักหน้าด้วยความเข้าใจจากนั้นจับมือมู่อวิ๋นจิ่นพาเดินเข้าไปในพระที่นั่งฉิงฮวน

            ทันทีที่เดินผ่านเข้าประตูไปมู่อวิ๋นจิ่นสัมผัสได้ถึงสายตาจากรอบทิศจับจ้องมาที่นางเป็นสายตาเดียวกันนางเห็นฉู่ชิงและพวกนั่งอยู่ด้านในเป็นที่เรียบร้อยแต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจมากที่สุดคือ มู่อวิ๋นหานกลับอยู่ที่นี่ด้วย

            “พี่ชายของเจ้าเพิ่งเป็นหัวหน้าทหาร เป็นที่วางพระทัยอย่างมากวันนี้ฝ่าบาทจึงตั้งใจเชิญเขามาด้วย” ฉินไท่เฟยเข้าใจความรู้สึกประหลาดใจของมู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นได้แต่พยักหน้ารับ

            เมื่อเห็นมู่อวิ๋นจิ่นใส่อาภรณ์สีเงินเดินเข้ามาในตำหนักลี่เฉวียนมู่อวิ๋นหานที่เห็นดังนั้นจึงเดินเข้ามาหา

            “อวิ๋นจิ่น เจ้าไปอยู่ในจวนขององค์ชายหกดูเหมือนมีน้ำมีนวลขึ้นไม่น้อย”มู่อวิ๋นหานอมยิ้ม

            มู่อวิ๋นจิ่นรีบลูบคลำใบหน้าเนื้อตัว แขนทั้งสองข้าง ก่อนจะพูดสัพยอกกลับมู่อวิ๋นหาน “นี่เป็นงานเลี้ยงของบรรดาราชวงศ์ฝ่าบาทเชิญท่านพี่มาดูท่าจะต้องมีเรื่องแอบแฝงเป็นแน่แท้”

            มู่อวิ๋นหานหน้าแดงในทันทีพร้อมรีบห้ามปรามมู่อวิ๋นจิ่นในทันใด “อย่าพูดสุ่มสี่สุ่มห้าไปเรื่อย”

            เมื่อเห็นพี่ชายแสดงท่าทางเขินอายทำตัวไม่ถูกมู่อวิ๋นจิ่นก็ยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นหัวเราะ “หากต้องเลือกสักคนหนึ่งจริงๆ ขึ้นมาละก็ พี่เลือกเสียวจิ่วแล้วกัน นางเป็นคนน่ารักน้องคงไม่รังเกียจที่จะเรียกนางว่าพี่สะใภ้ใหญ่หรอกนะ”

             

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245