สายตาเหลือบไปเห็นหลังมือของโจเวลมีรอยสักสีฟ้าปนเงินเจือจางสะท้อนแสงรับอยู่เครื่องพิสูจน์ถึงการก้าวเข้าสู่ดินแดนของออร่าได้เริ่มขึ้นแล้วแม้จะมีความสงสัยถึงที่มาอยู่หลายส่วน แต่ความอยากเหยียบย้ำคนตรงหน้ามีมากกว่า
“ยิ่งดีไม่ใช่หรือการประลองจะทำให้ท่านพี่จับทางพลังได้เร็วขึ้น”
จาเร็ตไม่ยอมถอยยิ่งอยากท้าประลองคนตรงหน้าเข้าไปใหญ่ หลายคนอาจยินดีกับเื่ดังกล่าว แต่ตัวเขาไม่เลยสักนิด
“ข้าไม่-”
“ไม่เป็ไร ท่านโรเบิร์ต”โจเวลเลือกเปลี่ยนสรรพนามเรียกบุคคลตรงหน้าด้วยความเคารพ
“ท่านก็เห็นว่าใต้ผืนธงของตระกูลมีข้อความอะไรสลักไว้”
สัตย์เหนือคมดาบ เกียรติเหนือชีวิต
คติพจน์ประจำตระกูลที่ยึดถือมาหลายร้อยปีความพ่ายแพ้ไม่ใช่สิ่งน่ากลัวสำหรับตระกูลนี้
แต่เป็การหันหลังในกับความท้าทายต่างหาก
“นายน้อยใช้ดาบได้แย่มากนะขอรับ”เอเมอร์เข้ามากระซิบ แล้วกลับไปยืนที่เดิม
โจเวลหันกลับไปมองด้วยความขัดใจเล็กน้อยแต่ต้องยอมรับจริงๆ ในความทรงจำของร่างเดิม
เป็คนที่ใช้อาวุธได้ยิ่งกว่าคำว่าแย่เสียอีกไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้ด้วยมือเปล่า
“เริ่มทำตัวได้เหมาะสมกับนามของตระกูลขึ้นมาหน่อย”
“โปรดระวังคำพูดด้วย นายน้อยจาเร็ตการสบประมาทไม่ใช่สิ่งที่อัศวินพึงกระทำ และการดูแคลนผู้อื่น ยิ่งไม่ควร”
“ขออภัยท่านลุง”จาเร็ตค้อมตัวลงเอามือทาบอก
“ให้ครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายถือว่าข้าไม่เคยได้ยินแล้วกัน”
สายตาของโรเบิร์ตลบคะแนนของจาเร็ตลงหลายแต้มในใจผิดแปลกที่จะไม่สามารถกดข่มอารมณ์ตัวเองได้ เมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ชายต่างมารดา
“นายน้อยโจเวลยอมรับคำท้าของนายจาเร็ตหรือไม่”
“ยอมรับ”จาเร็ตยิ้มบางแม้จะโดนดึงชายเสื้อจากเอเมอร์ที่ร้องท้วงทุกจังหวะ
“งั้นขอเชิญท่านทั้งสองไปยังลานประลอง”
สองนายน้อยแห่งตระกูลลาเมทัสแสดงสีหน้าคนละอารมณ์กันในยามเดินตรงไปยังสนาม
ยังมีหลายคนไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนกระทั่งเห็นว่าจะมีการประลองแน่ชัดแล้ว
เสียงเหล็กกระทบกันในลานฝึกเริ่มเงียบลงสายตาทุกคู่จับจ้องไปยังสองร่างที่ยืนประจันหน้ากัน
จาเร็ต มาดนิ่ง ยืนมั่นใจขับพลังออร่าบางเบาแผ่ซ่านออกมาอย่างเป็ธรรมชาติหลังมือขวามีรอยสักสีม่วงคล้ายวงคลื่นเริ่มก่อตัวเป็รูปร่างอะไรสักอย่างที่เลือนราง
โจเวล กวาดตามองนู้นนี่ด้วยความตื่นตาไม่มีการตั้งท่าตั้งรับหรือพร้อมสู้อะไรทั้งนั้น
‘อย่างกับในหนังเลยเว้ยเฮ้ย’พอมายืนตรงนี้แล้ว ความขลังของสถานที่ เล่นทำให้หัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ
เสียงของโรเบิร์ตดังขึ้น
“การประลองนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของข้าจงหยุดทันทีเมื่อมีคำสั่ง และอย่าได้ฝืนร่างกายเกินขีดจำกัด”
ทุกคนกลืนน้ำลายและกลั้นลมหายใจ
“ไหนดูสิ ทำอะไรได้บ้าง”โจเวลเรียกสติกลับคืน
บรรยากาศรอบกายเปลี่ยนไปราวกับคนละคนจิตสังหารถูกเรียกใช้โดยไม่รู้ตัว
“…” จาเร็ตกำดาบในมือแน่นจากผลกระทบ
ความกดดันของโจเวลไม่เหมือนครั้งก่อนรวมถึงความจริงจังของจาเร็ตก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันทั่วสนามต่างให้ความสนใจกับการต่อสู้ในรอบนี้ มากกว่าครั้งที่ผ่านมาด้วยลางสังหรณ์ที่ระบุไม่ได้
“เริ่มได้”
สิ้นเสียงโรเบิร์ตร่างของผู้หนึ่งเคลื่อนไหวตามวิถีของตัวเองว่องไวฉับพลัน
ฟึ่บ!
จาเร็ตพุ่งเข้าใส่โจเวลในพริบตาดาบไม้ฟาดลงจุดสำคัญได้แม่นยำ รวดเร็วและหนักแน่น
เพ่งเล็งที่หัวไหล่ซ้าย
ฉับ!
เสียงกระแทกดังลั่น ก้อนหินกระเด็นขึ้นกลุ่มควันฝุ่นตลบอบอวลจากการเคลื่อนที่
“จบแล้ว”หนึ่งในเสียงผู้รับชมเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเยาะเย้ย
แต่ในวินาทีถัดมาสิ่งที่เห็นกลับสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชม
“หือ?” จาเร็ตขมวดคิ้ว น้ำหนักที่ควรจะโดน กลับว่างเปล่า
โจเวล หายไปจากจุดที่เคยยืนอยู่
มันเป็สิ่งที่แทบเป็ไปไม่ได้
ด้วยความเร็วของผู้ใช้ออร่าขั้น 2เช่นเขา แถมยังเสริมแรงด้วยวิชาลับของตระกูลไหนเลย…คนเพิ่งปลุกพลังขึ้นมาโดยบังเอิญ จะสามารถหลบการโจมตีดังกล่าวไปได้
ฟึ่บ!
เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังขึ้นด้านข้าง
จาเร็ตหันกลับแทบจะทันที ดาบไม้ของโจเวลพุ่งเข้ามา แต่มันช่างช้า ช้าจนน่าหัวเราะ
“แบบนี้คิดจะ-”
ฉึก…
ปลายดาบแตะลงบนข้อมือของเป้าหมายได้สำเร็จมือของจาเร็ตกระตุก ดาบในมือเกือบหลุด
ทั้งสนามเงียบกริบ
เสียงลมหายใจของโจเวลเริ่มถี่ขึ้นหน้าอกกระเพื่อมแรง กล้ามเนื้อสั่นไหวราวจะฉีกขาด
‘บ้าเอ้ย! ร่างกายยังรับภาระไม่ไหวสงสัยคงเร็วเกินไปที่จะใช้วิธีนี้’ รูปแบบเฉพาะตัวที่เคยใช้สมัยเป็มาเฟียกลับทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม
เบื้องหน้า จาเร็ตยังคงยืนมั่นคงแทบไม่มีเหงื่อ และไม่มีวี่แววว่าจะได้รับความเสียหายจากการโจมตีเมื่อสักครู่
“หมดแล้วหรือ…เมื่อกี้ทำเอาใไม่น้อยเลยนะ”น้ำเสียงเรียบเย็น แต่กดดันยิ่งกว่าการโจมตีก่อนหน้า
โจเวลไม่ตอบ เพียงแค่จ้องกลับทั้งยังพยายามเก็บลมหายใจให้ปกติที่สุด
ต่อหน้าความแข็งแกร่งจงยืนให้สูงเท่าที่หัวใจยังไหว
วิชามาเฟีย 101หลักคิดของมาเฟียที่เขาเชื่อมั่นมาตลอด ดังก้องในสติ เตือนให้เขาพลิกเกม
ั์ตาสีโลหะของโจเวล ไม่มีความลนลานมีเพียงการคิดคำนวณหาหนทางตอบโต้ แม้ต้องแบกรับข้อจำกัดทางร่างกายไปด้วยก็ตาม
ฟึ่บ!
จาเร็ตหายวับจากตำแหน่งเดิม
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
การโจมตีถาโถมเข้ามาราวพายุ ทั้งเร็วแรงและแม่นยำขึ้น
คราวนี้โจเวลหลบได้ไม่หมดพลาดท่าเสียหลักในจังหวะก้าวหลบ จากขากระทบกันเอง
ปึก!
ดาบไม้ฟาดเข้าที่สีข้างร่างของเขากระเด็นไถลไปกับพื้นหิน ความรู้สึกเหมือนถูกรถชนอย่างจังก็ไม่เกินเลย
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีหลายคนยกมือขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้เกิดคำหยาบเล็ดลอดออกมา
“จบแล้ว…”
“ผลการประลองก็เหมือนเดิม”
ท่ามกลางเสียงดูถูกมากมายกลับมีร่างหนึ่งไม่ยอมแพ้
โจเวลยันตัวลุกขึ้นเืซึมออกจากมุมปาก ขาทั้งสองสั่นเล็กน้อย แต่สายตายังไม่ยอมแพ้
ภาพรอยสักหลังมือขวากับคำพูดของหลายคนวันนี้ ที่ต่างพูดถึงพลังออร่าย้อนเข้ามาในหัว
“เป็ไงเป็กัน”
เขาหายใจเข้าลึก พ่นลมออกยาว
“อยู่ตรงไหน ความรู้สึกเมื่อตอนนั้น…” ภาวนาให้สิ่งที่คิดเป็จริง พร้อมเพ่งจิตไปยังรอยสักมือขวา
ไม่กี่วินาทีต่อมา
บางอย่างเปลี่ยนไป อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเหมือนความร้อนที่ลอยเหนือพื้นถนน พลังงานบางเบาไหลจากรอยสักเริ่มห่อหุ้มร่างกายชั้นบางแทบมองไม่เห็น ความเหนื่อยล้าทุเลาลงเล็กน้อยเืจากาแถลอกตามร่างกายเริ่มหยุดไหล
แล้วในจังหวะต่อมาบังเกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้นทุกคนในสนามหยุดหายใจ แทบไม่อยากเชื่อสายตา
โฮกกก…
เงาของัปรากฏขึ้นด้านหลังเพียงเสี้ยววินาทีมันคำรามท้าทายต่อทุกสรรพสิ่ง
“นั่นมัน!”
เสียงของใครบางคนจากที่นั่งผู้ชมดังขึ้น
โรเบิร์ตหรี่ตาลงทันที“ออร่ากำลังก่อตัว”
มันไม่ใช่ออร่าธรรมดาอย่างที่ใครเข้าใจเอกลักษณ์เฉพาะตัวน้อยคนจะมี จนแทบทำให้ลืมไปเลยว่าสายเืของลาเมทัสมักมีอะไรให้แปลกใจอยู่ตลอดเวลา
แม้ออร่าของโจเวลจะบางเบากว่าจาเร็ตมากแต่มันคมราวกับคมมีดที่มองไม่เห็น กรีดอากาศออกเป็ชั้นๆ
โจเวลก้มหน้าลงเล็กน้อยลมหายใจเริ่มคงที่ มีเสียงครืดลากยาวในจังหวะที่เขาขยับตัวตั้งท่า
“ข้ามองท่านไม่ผิดจริงๆ”
ความแปลกใจส่งไปถึงจาเร็ตรอยยิ้มไม่ทราบอารมณ์ฉีกขึ้น
ฟึ่บ!
จาเร็ตไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปอีกครั้ง่ชิงจังหวะ ซึ่งเป็ความเร็วและความรุนแรงที่มากกว่าเดิม
แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป
โจเวลขยับตัวก่อนที่ร่างของจาเร็ตจะเข้ามาประชิดหลบเพียงครึ่งก้าว
ฉับ!
คมดาบเฉียดผ่านไปเพียงเส้นผมในจังหวะเดียวกัน ได้โจมตีสวนกลับ
ฉึก!
ปลายดาบของโจเวลเฉือนผ่านแขนเสื้อของจาเร็ตสร้างรอยาแได้ในระดับหนึ่งจนมีหยดเืเล็ดหยดลงพื้น
ทั้งสนามเงียบงันอีกครั้ง
“ข้าตาฝาดไปใช่ไหม”
“ไม่…ข้าก็เห็นเหมือนกับเ้า”
ครั้งแรกที่จาเร็ตถูกแตะตัวหลายคนประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเพราะพวกเขาต่างก็เคยปะมือกับจาเร็ตมาแทบทั้งหมดแล้วซึ่งทุกคนต่างยกย่องและให้การยอมรับว่าจาเร็ตนั้นรวดเร็วคล่องแคล่วและว่องไวขนาดไหน
สายตาของจาเร็ตเปลี่ยนไปทันทีไม่ใช่ความขี้เล่นชวนท้าทายอีกต่อไป ของจริงกำลังจะเกิดขึ้น
แรงกดดันพุ่งสูงขึ้น
ออร่าของจาเร็ตแผ่กดทับชัดเจนยิ่งขึ้นความรู้สึกแตกต่างจากของโจเวลคนละขั้ว มันหนักแน่นรุนแรงและกดอัดหลายชั้นจนกระทั่งพื้นหินใต้เท้าเริ่มสั่น
เขายิ้ม “แบบนี้สิ ถึงจะน่าสนใจ”
เขาพุ่งเข้าใส่ทันทีเร็วจนสายตาคนทั่วไปตามแทบไม่ทัน
ตูม!
โจเวลขยับหลบ หนึ่งครั้ง สองครั้งจนกระทั่งครั้งที่สามเริ่มติดขัด
“แย่ละ”
แล้วต้องชะงัก สายตาเริ่มมองได้แคบลงความมืดเริ่มบีบเข้ามาในวิสัยทัศน์เป็สัญญาณแจ้งเตือนร่างกายของเขาเริ่มตามไม่ทันแน่นอนว่าเป็เพราะออร่าที่เพิ่งปลุกยังไม่เสถียร
กล้ามเนื้อส่งเสียงกรีดร้องลั่นลมหายใจสะดุด
“จบแล้ว”
ปึก!
ดาบไม้ฟาดเข้าที่ไหล่ของโจเวลเต็มแรงเขาข่มอาการกัดฟันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกวาดดาบฟาดกลับไป
“อึก!”จาเร็ตถูกการโจมตีไม่คาดคิดเล่นงานจนต้องถอยร่น
แต่แรงกระแทกจากดาบเมื่อสักครู่ได้ทำให้เข่าทั้งสองข้างของโจเวลทรุดลงกับพื้นทันทีเสียงกระแทกดังสะท้อนทั่วลานฝึก ออร่าที่ล้อมรอบตัวโจเวลสลายไปในพริบตา
ทุกคนที่รับชมต่างพากันนิ่งเงียบไม่มีใครขยับตัวแม้แต่ลมหายใจยังเผลอกลั้นเอาไว้
โจเวลพยายามจะลุกขึ้นใช้ดาบไม้ในมือเป็ตัวช่วย แต่ร่างกายไม่ตอบสนองขาทั้งสองไม่ยอมรับน้ำหนักอีกต่อไป เส้นประสาททั่วตัวเริ่มด้านชา
เขาทรุดลงอีกครั้ง
“…”
จาเร็ตเดินเข้ามาใกล้ก้มหน้าลงมองไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำพูดจากดูถูก
“ครั้งหน้า”เขาเอ่ยขึ้นยอมรับอย่างจริงใจ “ข้าจะไม่ออมมือ”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นโรเบิร์ตก้าวเข้ามาขวาง
“การประลองจบลงแล้ว แยกย้าย!”น้ำเสียงหนักแน่น ทั้งมองโจเวลด้วยสายตาเข้มข้น
“ออร่าที่เพิ่งปลุก แต่ทำได้ถึงขนาดนี้”
แล้วเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“ถือว่าทำได้ไม่เลว”
รอบลานฝึกบังเกิดเสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นอีกครั้งหลายคนเริ่มเปลี่ยนมุมมองที่มีให้กับเ้าของฉายาจุดด่างพร้อยแห่งคมดาบ
“เมื่อกี้มันอะไรกัน”
“มันเป็ไปได้ยังไงออร่าแบบนั้น…ข้าไม่เคยเห็น”
“นายน้อยเพิ่งใช้ออร่าเป็ครั้งแรกจริงหรือคงไม่ใช่แอบสุ่มฝึกวิชามาหรอกนะ”
โจเวลนอนหงายอยู่บนพื้น หอบหายใจมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ความสดใสของวันนี้ช่างดูสดใสยิ่งกว่าวันไหนในความทรงจำของเขา
แสงแดดแยงตาภายในดวงตาไม่มีร่องรอยการจมปลักต่อความพ่ายแพ้
มีเพียงประกายเพลิงที่เริ่มลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
จะต้องแข็งแกร่งขึ้น จนคำว่า พ่ายแพ้ไม่มีที่ยืนในชีวิตอีกต่อไป
“ต้องแบบนี้สิ…มันต้องแบบนี้แหละชีวิต!ฮ่าๆๆๆ”