กำหนดวันแต่งงานมาถึงหลี่เล่อเยียนในชุดแต่งงานสีแดงปักลวดลายนกยูงเสื้อด้านบนกี่เพ้าแขนยาวทั้งสองข้างปักรูปนกยูงรำแพงหางหันหน้าเข้าหากันทั้งยังปักดอกเหมยแซมตามช่องต่างๆ ดูสวยงาม ด้านหลังของเสื้อปักนกยูงตัวใหญ่เต็มหลังรายล้อมไปด้วยดงดอกเหมยกระโปรงลากยาวเป็นกลีบรอบเอี๊ยมแต่งงานเป็นเอี๊ยมสีแดงทำจากผ้าแพรซึ่งตรงอกเสื้อมีกระเป๋า และปักคำว่า “แป๊ะนี้ไห่เล่า”หมายถึงอยู่กินกันจนแก่เฒ่าเชือกแดงผูกเอี๊ยมซึ่งติดตัวหนังสือซังฮี้ และมีแผ่นหัวใจสีแดงสำหรับติดเครื่องประดับเพชรทองด้านหน้ามีผ้าปักนกยูงตัวใหญ่ราวกับมีชีวิตเล่อเยียนเสียบปิ่นยู่อี่ และประดับใบทับทิมที่ผมเมื่อใกล้ถึงฤกษ์เธอได้ทานอาหารกับครอบครัว
เมื่อถึงฤกษ์งามยามดีฝ่ายหยางหมิงเฉิงที่มาในชุดเจ้าบ่าวสีแดงต้องบอกว่าวันนี้เขานั้นดูดีมากจริงๆ เดินทางมาที่บ้านเจ้าสาว โดยเล่อเยียนนั่งถือพัดแดงรอเจ้าบ่าวในห้องส่วนญาติๆ เจ้าสาวเป็นผู้ต้อนรับครอบครัวของเจ้าบ่าวจากนั้นเถ้าแก่พาฝ่ายเจ้าบ่าวเจรจาผ่านประตูเงินประตูทอง
เมื่อเข้ามาถึงในบ้านเจ้าสาวเจ้าบ่าวจะต้องไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ และไหว้บรรพบุรุษของเจ้าสาว ด้วยเครื่องเซ่นไหว้ที่เตรียมไว้ก่อนเพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าตนเองและเจ้าสาวจะเป็นครอบครัวเดียวกัน
จากนั้นหยางหมิงก็เข้าไปรับเจ้าสาวถึงแม้ว่าเขาจะเห็นหน้าเธอบ่อยมากแล้วในช่วงนี้ แต่วันนี้เธอนั้นงามเกินจะบรรยายเล่อเยียนแต่งหน้าทำผมเองแม้จะมีญาติฝ่ายพ่อมาช่วยบ้างแต่เธอจะไม่ยอมหน้าขาวปากแดงเป็นอันขาด หยางหมิงมอบช่อดอกไม้ให้เธอ และนั่งทานขนมอี๊สีชมพูด้วยกันเมื่อทั้งสองทานขนมเสร็จจึงกราบลาพ่อแม่ เพื่อจะเดินทางกลับไปบ้านเจ้าบ่าว
ก่อนออกจากบ้านฝ่ายเจ้าสาวก็นำข้าวของเครื่องใช้ที่เตรียมไว้ได้แก่ เครื่องนอน หมอน กะละมังไปด้วยโดยพ่อเล่อเยียนเป็นคนจูงลูกสาวขึ้นรถและกล่าวคำอวยพร
"วันนี้เป็นวันที่พ่อมีความสุขมากที่สุดพ่อขอให้ลูกครองคู่กันชั่วฟ้าดินสลาย หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันเราเป็นภรรยาต้องเชื่อฟังสามีอย่าทำให้เขารำคาญใจขาดเหลืออะไรก็มาหาพ่อได้ตลอดเวลา " หลี่ฉินที่น้ำตาคลอไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงแม้ว่าลูกสาวจะแต่งงานออกไปอยู่บ้านสามีแต่การจากลาครั้งนี้ดีกว่าครั้งก่อนเป็นไหนๆ
ในขบวนรถแต่งงานญาติเจ้าสาวคนที่เป็นคนถือตะเกียงก็คือหลี่หานเขานั่งรถคันเดียวกับเจ้าสาวเพื่อไปส่งพี่สาวของเขา
เมื่อมาถึงบ้านเจ้าบ่าวหลี่หานนำตะเกียงไปวางในห้องนอนและจุดทิ้งไว้ตลอดคืนและหยางหมิงก็ให้อั่งเป่าแก่หลี่หานที่ถือตะเกียงมาวางให้ไปไม่น้อยเลย
เมื่อเข้ามาในบ้านเจ้าบ่าวเจ้าสาวทำการไหว้ฟ้าดิน เจ้าที่ และบรรพบุรุษเพื่อบอกกล่าวว่าทั้งสองได้แต่งงานกันแล้ว
พิธียกน้ำชาหรือเรียกอีกอย่างว่าพิธี“ชั่งเต๊" เป็นพิธีแสดงความเคารพญาติผู้ใหญ่เล่อเยียนนำชุดยกน้ำชาออกมาจากในมิติเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วญาติผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมพิธีนั่งตามลำดับอาวุโส โดยญาติฝ่ายชายจะอยู่ซ้ายมือและคนที่แต่งงานกันจะนั่งด้วยกัน
เมื่อเริ่มพิธีบ่าวสาวทำการคุกเข่าลงรินน้ำชาใส่ถ้วย วางบนถาด ใช้สองมือยกถาดขึ้นพร้อมกันและส่งให้ผู้ใหญ่ดื่มจนหมดถ้วย จากนั้นญาติผู้ใหญ่ก็จะอวยพร และให้เงินทองของขวัญซึ่งบ่าวสาวก็ได้ให้ของตอบแทน เรียกว่าของรับไหว้เมื่อเสร็จพิธีหยางหมิงและเล่อเยียนทานขนมอี๊และขนมบัวลอยร่วมกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่หวานชื่น
จากนั้นแขกก็ได้กินเลี้ยงกันต้องบอกว่าจำนวนแขกนั้นเยอะพอสมควรส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนของหยางหมิงเฉิงรวมไปถึงผู้บังคับบัญชาและใต้บังคับบัญชาที่อยู่ในปักกิ่งและก็คนรู้จักของหลี่ฉิน
จะไม่กล่าวถึงสองแม่ลูกคงจะไม่ได้แต่เพราะพี่หลี่พูดเสียงขาด ว่างานวันนี้จะต้องไม่มีอะไรผิดพลาดเพราะถ้างานของลูกสาวของเขาเกิดเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นก็ให้เตรียมหาที่พักพิงใหม่ได้ทันทีในเมื่อส่งลูกสาวถึงฝั่งแล้วเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวสิ่งใดอีก
ส่วนสินสอดที่ทางฝ่ายหยางหมิงให้มานั้นก็ถือว่ามีมูลค่ามากเลยทีเดียวเงินจำนวน 999 หยวน และทองประกอบด้วยทอง 4 อย่างนั่นก็คือ สร้อยทอง กำไลทอง เข็มขัดทอง ต่างหูทองเมื่อแขกรู้จำนวนสินสอดถึงกับตาโตกันไปเลยทีเดียวแม้แต่บ้านหยางเองก็รู้สึกปวดใจว่าพวกเขาไปมีเงินมากมายถึงเพียงนั้นได้อย่างไรเพราะส่วนใหญ่ใช้เงินเพียง 50 หยวนก็ถือว่ามากมายเหลือล้นแล้ว นี่มันเป็นเงินจำนวนกี่เท่ากันนะ
แต่ก็ไม่มีใครสามารถแย้งได้เพราะสินสอดทุกอย่างหยางหมิงเป็นคนหาเตรียมทั้งหมดเขาไม่ได้รบกวนเงินส่วนกลางสักเหมาเดียวเลยด้วยซ้ำแล้วอย่างนี้ใครจะกล้าพูดอะไรได้
หยางหมิงกว่าปลีกตัวมาหาเจ้าสาวที่ห้องหอได้ก็เล่นเอาเขาเดินขาแทบจะพันกันเขาเจอเพื่อนลงโทษหนักมากจริงๆ
"ขอโทษด้วยครับที่มาช้า พอดีเพื่อนๆ รั้งไว้ไม่ยอมปล่อยให้ผมมาเลย" หยางหมิงพยายามเดินให้ตรงที่สุดเพื่อเดินไปหาภรรยาของเขา
" ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณจะอาบน้ำเลยไหมคะ" เล่อเยียนตอบยิ้มขำกับอาการคนเมา
" ก็ดีครับคุณรอผมก่อนนะอย่างพึ่งนอน "หยางหมิงรีบเข้าไปชำระร่างกายเพราะตอนนี้ตัวเขามีแต่กลิ่นเหล้า
หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยเขาก็เห็นภรรยานอนพิงหัวเตียงรอเขาอยู่นี่เขาคงจะไม่ได้ทรมานคนท้องหรอกใช่ไหม
" วันนี้คุณเก่งมากนะครับไม่แสดงอาการแพ้ออกมาเลยลูกของพ่อเป็นเด็กดีจริงๆ" หยางหมิงถือวิสาสะเดินมานั่งริมของเตียงแล้วใช้มือลูบท้องเธอเบาๆ
เล่อเยียนที่ตอนแรกรู้สึกแปลกๆ กับเขาก็ต้องยอมรับว่าช่วงหลายวันที่ผ่านมาเธอแทบจะตัวติดเขาตลอดทำให้รู้สึกคุ้นเคยแล้วตอนนี้เธอกับเขาแต่งงานกันอย่างถูกต้องแล้วก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา
" เขาคงรู้นะคะว่าแม่กับพ่อต้องพยายามมากแค่ไหนเพื่อที่จะให้เขาได้เกิดมาอย่างไม่อายใคร"เล่อเยียนตอบยิ้มๆ
" ขอบคุณมากนะครับ ที่ยอมแต่งงานกับผมถึงแม้ว่าเราจะเริ่มต้นกันอย่างไม่ถูกต้องเท่าไหร่"หยางหมิงจับมือเธอพร้อมมองด้วยสายตาลึกซึ้ง
" ค่ะ ขอบคุณ คุณเหมือนกันที่ไม่ทอดทิ้งฉันกับลูก"เธอรู้สึกว่าโชคดีมากจริงๆ
" ถึงคุณจะหนีผมก็จะตามหาคุณกับลูกให้เจอครับ" หยางหมิงส่ายหน้าตอนนี้หน้าของเขาแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มาก
" พักผ่อนเถอะค่ะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"เธอรู้สึกล้ามากทีเดียวตาแทบจะปิดอยู่แล้ว
" วันนี้คุณสวยมากเลยนะครับ " หยางหมิงพยายามชวนเธอคุยก็เขายังไม่ง่วงเลยสักนิด
" ฉันสวยทุกวันค่ะ"เล่อเยียนที่เข้าไปนอนด้านในก็ตะแคงหันหน้ามาคุยกับสามี
" ครับ แต่วันนี้สวยมากกว่าทุกวัน"ใจเขาเต้นแรงมากเมื่อเห็นเธอในชุดสีแดงครั้งแรก เธอดูดีมากในชุดแต่งงาน
" อย่าเพิ่งนอนสิครับ ขอผมเข้าไปทักทายลูกก่อน " เมื่อก่อนเพราะอะไรๆ ยังไม่ชัดเจน แต่ตอนนี้เธอเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องแล้วคืนเข้าหอวันแรกจะต้องได้อุ่นเตียงสิถึงจะถูก
" เอาสิคะ เชิญตามสบายเลย...เฮ้ย..นี่คุณจะทำอะไรคะ "เล่อเยียนตกใจมากที่จู่ๆ เขาก็ขึ้นคร่อมเธอไหนบอกจะทักทายลูกแล้วไหงมาขึ้นคร่อมเธอได้
" ผมก็กำลังจะทักทายลูกไงครับ แต่ก่อนอื่นขอทักทายแม่ก่อน "ยังไม่ทันที่เธอจะได้ปฏิเสธก็โดนคนตัวโตก้มหน้าลงมาประกบปากเรียบร้อยแล้วนี่เธอกำลังท้องอยู่นะแล้วมันทำได้หรือแต่กว่าที่จะปฏิเสธหรือได้สติก็ทำเอาตัวเธอหายใจแทบไม่ทันนี่เขาจะเก่งเกินไปแล้วนะ
" เดี๋ยวก่อนค่ะ " เธอทุบรัวๆ ไปที่แผ่นหลังของเขาเพราะหายใจไม่ออก
" พูดมาสิครับ"หยางหมิงเว้นระยะให้เธอได้เอาอากาศเข้าไปแต่หน้าก็ยังคงคลอเคลียที่ตรงซอกคอหอมกรุ่นพร้อมทั้งไล้ลงมาต่ำเรื่อยๆ
" คะ คือ...ฉันท้องอยู่นะคะ" เล่อเยียนตอนนี้ใจเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้ว
" ผมจะทำเบาๆ นะครับ ขอเข้าไปทักทายลูกก่อน" หยางหมิงเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้เริ่มสำรวจซาลาเปาทั้งสองลูกของเธอ
" ฉันว่าเราควร เอ่อ...ปะ ไป ปรึก สะ ษา หมอก่อน ดะ ดีไหมคะ"เล่อเยียนพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเพราะตอนนี้เธอสั่นไปทั้งร่างแล้ว
" อือ " แต่มีหรือที่เนื้อเข้าปากเสือแล้วมันจะคาย
" นะคะ ฉันอยากแน่ใจว่า ละ ลูกเราจะปลอดภัย "เล่อเยียนพยายามออดอ้อนเต็มที่ ขอเวลาเธอหน่อยเถอะ
" เฮ้อ..ก็ได้ครับ " หยางหมิงถอนหายใจ แล้วก็หอมแก้มเธอแรงๆ ไปทีหนึ่งพร้อมทั้งเดินไปเข้าห้องน้ำ ยังพอมีเวลาอยู่บ้างให้เวลาเธอหน่อยแล้วกัน
...ฝันดีค่ะทุกคน อิอิ❤❤