“เอาล่ะ…การฝึกจะเริ่มต้นขึ้นวันนี้แล้ว”
หลังพวกผมตื่นนอนและทำกิจวัตรต่างๆยามเช้าเรียบร้อย…ก็ได้เดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งกับอาจารย์
ด้วยเวทย์มิติ และค่าสเตตัสผมตอนนี้หลังจากนอนพักเต็มที่..ทำให้ค่าพลังเวทย์ฟื้นจนเต็ม รวมทั้งความจุของพลังเวทย์(เกจ)ก็เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้สเตตัสทั้งผมและรูอันตอนนี้อยู่ที่…
เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV15
พลังชีวิต 40,000/40,000
พลังเวทย์ 6500/6500
-----------------------------------------
รูอัน เอิร์สเปล(เผ่ามนุษย์) LV15
พลังชีวิต 50,500/50,500
พลังเวทย์ 5900/5900
------------------------------------------
ณ ใจกลางทุ่งร้างแห่งหนึ่ง
“พวกเธอสองคนจงร่วมมือกันโจมตีฉันซะ…ถ้าหากบีบให้ฉันต้องใช้เวทย์มิติได้ ถือว่าพวกเธอชนะไปเลย”
“จะสู้กับพวกผมโดยไม่ใช้อาร์ติเฟกซ์จริงๆหรอครับ”
“อื้ม..แน่นอนจ๊ะ”
“งั้นผมลุยล่ะนะ”
‘อาร์ติเฟกซ์-หอกแห่งวีรบุรษ’ ปรากฎแสงสีขาวสว่างจ้าพร้อมหอกสีขาวเงินบริสุทธิ์ที่มือขวาผม
“ผมเองก็เหมือนกัน..ถึงอาร์ติเฟกซ์ผมจะไม่มีสกิลโจมตีเลย..แต่จะช่วยสนับสนุนเวทย์รักษาให้เรเวลเอง”
‘อาร์ติเฟกซ์-คฑาเทพีแห่งรักษา’ ปรากฎแสงสีเขียวพร้อมกับคฑาแบบสั้นที่มือขวาของรูอัน
“เข้ามาได้เลย><” อาจารย์ลิซ่ากล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี
‘เวทย์ไฟ-คัตเตอร์สเปียร์’ หลังร่ายจบผมตวัดหอกทันที..ปรากฎคลื่นดาบโค้งรูปครีบฉลามพุ่งไปที่อาจารย์ ซึ่งอาจารย์ก็เบี่ยงตัวหลบในทันที ในสภาพยืนอยู่กับทีโดยไม่ขยับไปไหนสักก้าว
‘เวทย์ไฟ-ไลน์นิ่งไดรฟ์’ ปรากฎแสงสีฟ้าคลุมทั่วตัวผมและอาวุธทำให้ผมเข้าสู่สถานะไลน์นิ่งโหมดทันที หลังจากนั้นผมถีบพื้นจนแหลกละเอียด ..พุ่งตัวไปหาอาจารย์ในขณะที่เพิ่งเบี่ยงตัวหลบคัตเตอร์สเปียร์เมื่อกี้อยู่ เข้าประชิดตัวอาจารย์ในพริบตา
“เสร็จล่ะ!" ผมแทงหอกไปที่อาจารย์ทันที แต่ทว่า..
อาจารย์อาศัยแรงเฉื่อยเมื่อกี้หมุนตัวแล้วะโหลบอย่างงดงามแล้วมายืนที่บ่าซ้ายผมในทันทีด้วยขาเพียงข้างเดียว
“การโจมตีบุ่มบ่ามเกินไปน่ะจ๊ะ..เวลจัง”
ผมรีบเงินหน้าขึ้นไปมองอาจารย์ที่อยู่บนบ่าทันที
‘อควอร์บับเบิล’ ปรากฎลูกบอลน้ำคล้ายฟองสบู่พุ่งใส่หน้าผม
“แอ๊ะ..อั๊ก” แรงจังแหะ..แถมเจ็บด้วย ผมไอพร้อมกับสำลักน้ำ
“ลืมผมไปก็แย่..สิครับ”
‘วิดเบรด’ ปรากฎคมมีดสายลม..พุ่งใส่อาจารย์ และก็ตามคาด อาจารย์ะโหลบแบบสบายๆ แล้วมาอยู่ตรงพื้น จากนั้นยิงบอลน้ำใส่รูอันอีกครั้ง และรูอันก็ยิง'วินเบลด' ทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างเวทย์มนต์ทั้งสองกลางอากาศ และสร้างทัศนียภาพบดบังทัศนวิสัยในชั่วพริบตานึง
“รูอัน..ระวังข้างหลัง!!” ผมรีบะโบอกรูอันทันที
“ช้าไปจ๊ะ…” อาจารย์ปรากฎตัวที่ด้านหลังของรูอันในชั่วพริบตา แล้วใช้สันมือกระแทกไปที่ท้ายทอยแบบเบาๆ จนทำให้รูอันสลบในทันที
“หนอย…"
‘ไฟเยอร์โบลต์’ ผมปล่อยะุสายฟ้าเพลิงออกไป ซึ่งก็ตามคาด อาจารย์หลบได้อีกเช่นกัน ในจังหวะที่อาจารย์หลบออกไปจากตัวรูอันนั้นเอง ผมได้กะระยะแล้วกว้างหอกไปในทันที ในสถานะไลน์นิ่งโหมดนี้เองนอกจากจะเพิ่มความเร็วในการขว้างหอกแล้วยังลดทอนการร่ายสกิลด้วย ซึ่งผมได้ร่าย ‘เบิร์สแลนซ์' ในทันที ทำให้เกิดะเิขนาดใหญ่ขึ้น กินรัศมีรอบหอกได้ประมาณ10เมตร ไม่ว่าจะมองยังไงอาจารย์ก็หลบไม่ทันแน่ และตอนที่แรงะเิหายไปจนเหลือแต่ควันนั่นเอง..อาจารย์ก็ได้หายไปจากจุดนั้นแล้ว
“ฮึๆๆ..ท่าเมื่อกี้เกือบจัดการฉันได้แล้วนะนิ”
“อะไรกัน!!” อาจารย์โผล่มาด้านหลังผมโดยไม่รู้ตัว..แถมยังััถึงพลังเวทย์ไม่ได้อีก
อาจารย์ง้างมือเตรียมกำลังจะฟาดไปที่ท้ายทอยผม
แย่ล่ะ!!..ทำไงดีหลบไม่ทันแน่ เพราะผมใช้สกิลโจมตีครบ3ครั้งไปแล้ว ทำให้ตอนนี้สถานะไลท์นิ่งโหมดถูกปลดออก ไม่มีความเร็วพอที่จะหลบสันมืออาจารย์ทันแน่ ….และตอนนั้นเองก็มีความคิดหนึ่งผุดเข้ามาในหัวผมทันที
“สีชมพู!!!…”
“เอ๋??..” การโจมตีอาจารย์หยุดชะงักทันที
“กางเกงในอาจารย์สีชมพูครับ..ตอนอาจารย์ยืนบนบ่าผมเมื่อกี้..ผมเห็นเต็มๆเลย” ผมพูดด้วยอาการหน้าแดงเล็กน้อย
“เเเเเอ๋!!!….” อาจารย์หน้าแดง แล้วรีบเอามือปิดกระโปรงทันที พร้อมกับขดตัวแล้วมองมาทางผม
“ตอนนี้แหละ…เสร็จล่ะ!!”
‘เวทย์ไฟ-คัตเตอร์สเปียร์’ ปรากฎคลื่นดาบรูปครีบฉลามสีแดงจู่โจมอาจารย์ในระยะเผาขนทันที
“อึก..” อาจารย์ในสภาพหน้าแดงก่ำยังไม่หายรีบยื่นมือมาข้างหน้า และตอนนั้นเองมีประตูมิติถูกเปิดขึ้น..ทำให้คลื่นดาบรูปครีบฉลามพุ่งหายเข้าไปในประตูมิติทันที และในเวลาถัดไปนั้นเองประตูมิติถูกเปิดที่ด้านหลังผมซึ่งเป็จุดบอด พร้อมกับคลื่นดาบโผล่ออกมาพุ่งใส่หลังผมทันที
“อะไรกัน!!…อั๊ก” ผมโดนสกิลของตัวเองโจมตีใส่จากด้านหลังซึ่งไม่น่าจะเป็ไปได้…บ้าน่า..เวทย์มิติมันเป็สกิลหนึ่งของอาร์ติเฟกซ์นี่นา..ถ้าจะใช้งานมันต้องร่ายชื่อก่อนไม่ใช่หรอ ซึ่งในระยะเผาขนขนาดนั้นไม่น่าจะร่ายสกิลหรือเวทย์มนต์ใดๆได้ทันเลยนะ..ทำไมอาจารย์ถึงใช้มันโดยไม่ต้องร่ายได้ล่ะ..แถมอาจารย์เองก็ยังไม่ได้เรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาเลยด้วยซ้ำ..บ้าเอ้ย..เจ็บใจชะมัด ผมะโลั่นในใจท่ามกลางความไม่สมเหตุสมผลนี้
“เห้อ..เป็กลยุทธ์ที่ไม่ดีเอาซะเลยนะ..เวลจัง เล่นมาแอบดูใต้กระโปรงแบบนี้”
“ผะผะ..ผมไม่ได้แอบดูสักหน่อย..แค่จังหวะมันเข้ามาอยู่ในสายตาเอง ตะ..แต่ยังไงก็เถอะผมชนะแล้ว เพราะสุดท้ายอาจารย์ก็ต้องใช้เวทย์มิติอยู่ดีนี่น่า”
“เฮ้ออ..ก็คงต้องตามนั้นแหละ ”
*********
หลังจากรูอันได้สติกลับมา..อาจารย์ก็ได้ให้คำแนะนำต่างๆเพิ่มเติม สำหรับรูอันก็ให้เรียนรู้เวทย์มนต์ธาตุลมธรรมดาบทใหม่เพิ่มเติม โดยเฉพาะเวทย์โจมตีและเวทย์ที่ทำให้ศัตรูเคลื่อนไหวลำบาก
สำหรับผมนั้น..ก็ฝึกต่อสู้จริงกับอาจารย์ต่อโดยที่ครั้งนี้อาจารย์เรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาแล้วใช้เวทย์มิติสู้กับผมแบบจริงๆจังๆแล้ว(ถึงจะยังออมมือให้ผมอยู่ก็เถอะ)
การฝึกที่แสนทรหดหลังจากนี้ เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ เื และคราบน้ำตา ทุกครั้งที่ผมาเ็หนักก็จะให้รูอันช่วยรักษาให้
ถึงแม้จะเป็การฝึกที่หนัก..แต่ว่าทุกเช้าและเย็น พวกเราทั้งสามคนก็นั่งกินอาหารด้วยกัน คุยเล่นกัน หยอกล้อกัน และหัวเราะไปด้วยกัน ซึ่ง่เวลานี้นับว่าเป็่เวลาหนึ่งที่มีความสุขมากซึ่งหาได้ยากในชีวิตผม …จนกระทั่งการฝึกอันแสนยาวนานนี้ได้จบลง..เมื่อเวลาผ่านไปครบ4เดือน
********
3 วันก่อนการสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์จะเริ่มต้นขึ้น
ณ ประสาทหรูแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของอาณาจักรเบลฟาร์ส ปราสาทแห่งนี้ประดับประดาไปด้วยเพชรพลอยและของตกแต่งมีค่ามากมาย ซึ่งไม่ใช่ประสาทธรรมดาของขุนนางหรือขุนนางชั้นสูงแต่อย่างใด..ใช่แล้วล่ะ มันคือปราสาทที่เป็ที่อาศัยอยู่ของเหล่าเชื้อพระวงศ์นั่นเอง ท่ามกลางบรรยากาศค่ำคืนที่ย้อมไปด้วยแสงจันทราสาดส่อง มีเสียงต่อสู้ดังระงมออกมาจากห้องโถงขนาดใหญ่ห้องหนึ่งในประสาท
“ฉับ…ตู้ม”
ปรากฎหุ่นยนต์นักรบปริศนา ถือดาบและโล่มากมาย แถมบางตัวมีความสามารถใช้เวทย์มนต์ได้ด้วย
“เอาล่ะนะ.."
‘เวทย์ไฟ-โซลิตวิง’
ปรากฎปีกคล้ายคมมีดยื่นหอกมาจากแขนทั้งสองข้างของเด็กสาวผู้หนึ่ง หลังจากนั้นหุ่นยนต์นักรบได้พุ่งเข้ามาโจมตีกว่า20ตัว แต่ถูกฟันขาดจนแหลกเป็เสี่ยงๆในพริบตา ในจังหวะนั้นเองหุ่นยนต์นักรบอีก2ตัวะโพุ่งเข้ามาโจมตีจากด้านข้าง และ5ตัวโจมตีจากด้านหลัง..เด็กสาวผู้นั้นก้มหลบดาบที่ฟันเข้ามาแบบง่ายได้ พร้อมหมุนตัวกับใช้ขาเตะไปที่ก้านคอ จนคอหุ่นยนต์นักรบทั้งหมด7ตัวขาดกระเด็น
ความรุนแรงของสกิลอันไม่ธรรมดา กระบวนท่าและเทคนิคกลยุทธ์อันยอดเยี่ยม รวมทั้งสเตตัสด้านกำลังอันสูงจนผิดปกติผิดกับร่างอันบอบบางนั่น
ท่ามกลางเศษชิ้นส่วนที่กระจุยกระจายของหุ่นยนต์นักรบ ผมสีแดงยาวสลวยของเด็กสาวผู้หนึ่งที่สั่นไหวไปมาให้ความรู้สึกเหมือนเปลวเพลิง กำลังพริ้วไหวท่ามกลาง การต่อสู้อันดุเดือด ในสนามรบ
หุ่นยนต์นักรบกว่า50ตัวได้ปรากฎตัวออกมาจากกระจกอีกครั้ง และพุ่งเข้าโจมตีเธอในทันที
“จะเผด็จศึกล่ะนะ…”
‘เวทย์ไฟ..อิมแพคพันซ์’ ถุงมือสองข้างเปล่งแสงสีแดง เด็กสาวคนนั้นชกเข้าไปที่ด้านหน้าทันทีซึ่งโดนหุ่นยนต์ตัวแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างจัง..ทำให้หุ่นยนต์ตัวนั้นกระเด็นไปด้วยหมัดแห่งเปลวเพลิงแล้วกระแทกกับพรรคพวกตัวที่เหลือจนเกิดะเิขนาดใหญ่ขึ้นในพริบตา หุ่นยนต์จำนวนมากที่อยู่ด้านหน้าถูกเปลวเพลิงขนาดหมึมากลืนกลินแล้วแหลกเป็เสี่ยงๆในทันที รวมทั้งกระจกเวทย์มนต์ที่ให้กำเนิดหุ่นยนต์พวกนั้นก็แหลกละเอียดแบบไม่เหลือซาก
“ใน..ที่สุดจบสักที” เด็กผู้หญิงผมแดงกล่าวท่ามกลางเศษซากของหุ่นยนต์จำลองที่กองเกลื่อนกลาด ซึ่งถ้าหากหุ่นยนต์พวกนี้เป็มนุษย์หรือนักพจญภัยล่ะก็ คงเป็โศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ไม่ผิดแน่
มีเสียงตบมือจากชายผู้หนึ่งดังขึ้น
“ยอดเยี่ยมมากครับ…ท่านเซเลน่า”
“..”
“หุ่นยนต์นักรบจำลองพวกนี้แต่ละตัวมีสเตตัสไม่ต่ำกว่าเลเวล20 แต่ท่านเซเลน่าที่มีเลเวลแค่15 สามารถจัดการมันได้ทั้งกองทัพแบบนี้ …ตำแหน่งที่หนึ่งในการสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ในปีนี้คงไม่คงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะครับ”
“ขอบใจมากนะเคล้าส์”
“ไม่เป็ไรครับ..คำไหว้วานจากท่านดยุค คือให้ผมที่เป็อดีตเ้าหน้าที่ระดับสูงของสถาเวทย์มนต์เป็ผู้ฝึกวิชาให้กับท่านครับ ..ถึงแม้ว่ากระผมจะเกษียณจากหน้าที่ไปแล้ว..แต่ตระกูลรีเชล ซึ่งเป็หนึ่งในตระกูลเชื้อพระวงศ์ก็มีพระคุณกับผมเช่นกัน ฉะนั้นภารกิจนี้ ไม่สิ..หน้าที่นี้เป็หน้าที่ที่กระผมเต็มใจทำอยู่แล้วครับ”
“อย่างงั้นหรอ..”
“อีก3วันการสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์จะเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ การสอบครั้งนี้ถ้าติดอันดับ1-5 ก็จะถือเป็การแสดงบารมือของตระกูลเชื้อพระวงศ์ในแต่ละตระกูลด้วย..ท่านดยุคฝากกระผมมาบอกกับคุณหนูว่า ครั้งนี้จะยอมให้ตระกูลแคทเทอรีนและตระกูลอื่นๆได้หน้าไปไม่ได้อีก”
“เฮ้อ…ชีวิตของพวกราชวงศ์นี่วันๆมีแต่อวดเบ่งกัน..ไม่แพ้พวกขุนนางเลยนะ”
“มันเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้นิครับ ก็ได้เมื่ออำนาจ พลัง และความแข็งแกร่ง เป็กฎของโลกใบนี้”
“จ้า..จ้าา”
“คุณหนูจะพักสักหน่อยมั้ยครับ…ฝึกซ้อมหักโหมมาทั้งวัน ผมว่าควรจะพักบ้างก็ดีนะครับ”
“อืม..แต่ฉันว่ากะจะซ้อมอีกสักหน่อย แล้วจึงค่อยพักน่ะ เพราะตอนนี้ฉันก็เชื่อว่าคนอื่นๆที่จะสอบในอีก3วันข้างหน้าก็คงซ้อมกันหนักไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะราชวงศ์ ,ขุนนาง,หรือใครก็ตาม”
*********
‘เวทย์มิติ-บอลมิติล่าสังหาร’ ปรากฎบอลมิติทรงกลมขนาดเล็กจำนวนมหาศาลนับร้อยลูกพุ่งมายังผมกับรูอัน ตัวผมรีบวิ่งแยกกันหลบในทันทีไปในทิศตรงข้ามกัน ทำให้อาจารย์ต้องเลือกเล็งแค่คนใดคนหนึ่ง และก็ตามคาด..อาจารย์เล็งมาที่ผมคนเดียว ผมรีบหลบบอลมิติจำนวนมหาศาลนี้ในสภาพเหงื่อตกเล็กน้อย ส่วนลูกไหนที่หลบไม่ได้ ก็ใช้หอกปัด เนื่องด้วยบอลจำนวนมากขนาดนี้ หากใช่ ‘สเปียร์โพรเทคชั่น’ ยังไงก็ป้องกันไม่ได้หมดแน่ แถบจะเป็เป้านิ่งไปในตัวด้วย
‘วินทอนาโดแลนด์’ ปรากฎสายลมขนาดมหึมาพุ่งขึ้นที่ฝ่าเท้าของอาจารย์..ยกอาจารย์ลอยขึ้นจากพื้นทันที
‘วินพลาสม่าบอล’ปรากฎลูกบอลสายลมขนาดเล็กคล้ายบอลมิติ แต่มีจำนวนน้อยกว่าพุ่งเข้าไปหาอาจารย์ แต่ทว่า อาจารย์ก็หมุนตัวหลบกลางอากาศอย่างง่ายดาย
ผมอาศัยจังหวะที่รูอันสร้างให้ ใช้สกิล ‘ไลน์นิ่งไดรฟ์’ ถีบพื้นแล้วพุ่งเอาหอกเข้าไปฟันอาจารย์ในทันที แต่ทว่าอาจารย์ได้เปิดประตูมิติกลางอากาศ แล้วหลบหายไปได้ในพริบตา
ผมรีบลงมาบนพื้น..เพื่อข้อได้เปรียบด้านภูมิศาตร์ เนื่องจากสู้กันกลางอากาศจะมีช่องโหว่เยอะเกินไป หลังจากนั้นผมหลับตาลงพยายามอ่านทิศทางพลังเวทย์..ถึงแม้อาจารย์จะพลางพลังเวทย์ได้ แต่ตอนเปิดใช้ประตูมิติออกมาอีกครั้ง จะมีกระแสพลังเวทย์ที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยชั่วพริบตา ถึงแม้จะน้อยจนจับได้ยากแต่ทว่า…
“ข้างหลัง!!” ผมรีบยกหอกขึ้นมาป้องกันทันที
‘เวทย์มิติ-ดาบผ่ามิติ’ คฑาแบบยาวของอาจารย์เป็เปลี่ยนเป็ตัวดาบที่ตัดได้ทุกอย่างแม้กระทั่งมิติ.. ซึ่งถ้าหากใช้อาวุธธรรมดามาป้องกันการโจมตีเมื่อกี้นี้ ตัวผมกับอาวุธคงต้องขาดเป็2ท่อนพร้อมกันแน่ ..แต่ทว่าอาวุธที่ผมใช้คืออาร์ติเฟกซ์ ซึ่งมีคุณสมบัติไม่มีวันพังอยู่แล้ว หอกผมจึงป้องกันคมดาบนั้นได้โดยไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว
ผมรับการโจมตีนั้นแล้วพยามปล่อยดาบให้ลื่นไถลไปบนตัวหอก จากนั้นม้วนตัวเตะทันที..ซึ่งอาจารย์ก็หลบได้แบบสบายๆแล้วใช้ดาบเข้ามาฟันผมอีกครั้ง
“อึก…” เนื่องจากเลเวลผมกับอาจารย์แตกต่างกันเกินไป..ทำให้สเตตัสด้านกำลังนั้นแตกต่างกันมากถึงขนาดถมยังไงก็ไม่เต็ม ขนาดอาจารย์ออมแรงให้ และผมก็รับการโจมตีแบบปล่อยผ่าน(ไม่รับตรงๆ) ยังรู้สึกหนักจนมือชาเลย
‘วินช็อต’ รูอันปล่อยะุลมขนาดเล็กมาที่อาจารย์อีกครั้งเพื่อช่วยผมจากด้านข้าง..อาจารย์ะโหลบทันที แล้วโต้กลับ
‘อควอร์ช็อต’ ะุน้ำขนาดเล็กถูกยิงจากมืออาจารย์ใส่รูอัน ด้วยอานุภาพที่รุนแรงกว่าและเร็วกว่าหลายเท่า ….ซึ่งก็มีหลายอันที่รูอันหลบไม่ทันแล้วเกิดาแเล็กน้อย
ผมรีบใช้ ‘คัทเตอร์สเปียร์’ โจมตีอาจารย์จากด้านข้าง 2 ครั้ง(ร่ายสกิลต่อเนื่อง) โดยปล่อยคมดาบรูปครีบฉลามไป2อัน ขณะที่อาจารย์กำลังเล็งโจมตีรูอันอยู่ อาจารย์ใช้อีกมือนึงเปิดประตูมิติขนาดเล็กโดยไม่ร่าย ดูดการโจมตีนั้นเข้าไป..แล้วเปิดประตูมิติอีกครั้งเพื่อปล่อยการโจมตีนั้นออกที่ด้านล่างฝ่าเท้าผม..ผมจึงเรียบะโหลบทันที
‘เวทย์มิติ-กักขังคุกนิรันด์’
ท่านั้นมาอีกแล้ว!! ..ผมรีบใช้ไลท์นิ่งไดร์ฟะโออกจากพื้นที่ที่อาจารย์เล็งไว้ทันที ส่วนรูอันเองก็ใช้แอเรียลเสริมสมรรถภาพขาแล้วหลบออกเช่นกัน
ทรงกลมคุกแห่งมิติถูกสร้างต่อเนื่องเรื่อยๆแล้วผมเองก็หลบเรื่อยๆ
‘อควอร์บับเบิลบอม’ อาจารย์ใช้มือซ้ายร่ายเวทย์น้ำ..ส่วนมือขวาร่ายเวทย์มิติโดยถือคฑาอยู่
“ร่ายเวทย์พร้อมกันสองอันหรอ..” แย่แล้ว..ตัวผมที่กำลังหลบเวทย์มิติอยู่ไม่มีทางหลบเวทย์น้ำนี้ทันแน่ ต่อให้เป็เวทย์มนต์ธรรมดา ที่ไม่ใช่สกิลจากอาร์ติเฟกซ์ แต่ด้วยสเตตัสของอาจารย์ดาเมจต้องไม่ใช่น้อยๆแน่ เลเวลผมที่ต่ำกว่าอาจารย์มาก โดนเข้าไปต้องเจ็บหนักชัวร์ ผมเลยตัดสินใจใช้ ‘สเปียร์โพรเท็คชั่น’ป้องกันการโจมตีนั้น ซึ่งก็ป้องกันได้จริง….แต่ทว่า
‘เวทย์มิติ-กักขังคุกนิรันด์’
“อึก…!!..ขะ..ยับไม่ได้” ตัวผมเองถูกตรึงด้วยเวทย์มิติในทันที แถมโล่ที่ผมสร้างขึ้นก็ถูกลบหายไปด้วยผลจากเวทย์มิตินี้ …เนื่องจากโล่นี้ป้องกันได้แค่ความเสียหายเท่านั้น ส่วนการโจมตีอะไรก็ตามที่ไม่ได้สร้างความเสียหาย โล่นี้จะไม่สามารถป้องกันได้..แถมในมิติทรงกลมนี้ยังทำให้เวทย์มนต์และสกิลทุกอย่างที่อยู่ในนี้ไร้ผลอีก เท่ากับว่า…ผมแพ้อาจารย์อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนรูอันน่ะหรอ..ถูกเวทย์มิตินี้จับได้ก่อนผมอีก
แม้ว่าใน่ 4 เดือนที่ผ่านมาผมกับรูอันจะแข็งแกร่งขึ้นมาก..แต่ก็ยังเอาชนะอาจารย์ไม่ได้อยู่ดี..ทั้งเลเวลและประสบการณ์มันต่างกันเกินไป
“เมื่อกี้ถ้าเธอตัดสินใจใช้หอกผ่าเวทย์น้ำเมื้อกี้ แทนการป้องกัน..เธอก็จะมีจังหวะที่ทำให้หลบเวทย์มิติเมื่อกี้นี้ได้ แต่ทว่าด้วยการที่เธอตัดสินใจป้องกันมันเป็จุดบอดร้ายแรงที่ทำให้เธอตกเป็เป้านิ่งทันทีสำหรับสกิลหรือเวทย์มนต์บางอย่างที่ไม่สามารถป้องกันได้"
“ผมขอโทษครับอาจารย์..ครั้งหน้าจะพยายามตัดสินใจให้ดีขึ้นครับ”
เวทย์มิติถูกคลายออก..ทำให้ผมกับรูอันหลุดพ้นจากพันธการแห่งมิตินั้น
“ดีแล้วจ้ะ..แต่ถึงอย่างนั้นวันนี้พวกเธอทั้งสองคนก็ทำได้ดีมากเลยนะ..สามารถต่อสู้กับฉันได้ยืดยาวนานขนาดนี้..โดยไม่หมดสภาพซะก่อน..แสดงให้เห็นว่าพวกเธอเองก็พัฒนาขึ้นจากวันแรกมาพอสมควรเลยนะนิ"
“แต่ถึงอย่างงั้นผมก็ยังเอาชนะอาจารย์ไม่ได้อยู่ดีครับ..นี่ก็คือพัฒนาการที่ไม่เปลี่ยนไปเช่นกัน..เห้อ..” ผมพูดพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย
“ชนะฉันไม่ได้ก็ไม่ใช่เื่แปลกหรอก..เพราะในอาณาจักรมนุษย์แห่งนี้คนที่เอาชนะฉันได้น่ะมีไม่กี่คนหรอก..”
“สรุปแล้วอาจาย์เป็ใครกันแน่ครับนิ?”
“เป็คนที่ชอบหนุ่มน้อยน่ารักอย่างเธอไงล่ะ” อาจารย์พูดพร้อมกับเอามือแขกหัวตัวเองแล้วทำท่าแอ๊บแบ้ว
“ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นครับ..เห้อ” ผมพูดพร้อมกับถอนหายใจอีกครั้ง
“ถึงอย่างนั้น ฉันว่าด้วยความสามารถของพวกเธอตอนนี้สามารถสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ได้สบายๆแล้วแหละนะ….ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เอาจริงก็ตามเถอะ แต่ว่าคนที่สู้กับฉันได้ยาวนานถึงขนาดนี้มันไม่ค่อยมีเท่าไรน่ะ..ต่างจากพวกเธอในวันแรกๆที่แพ้ั้แ่ยังไม่ถึง 1 นาทีหลังฉันใช้เวทย์มิติด้วยซ้ำ ”
คงไม่นับครั้งแรกที่..บังเอิญผมไปเห็น กกน. เข้าสินะ 555.. เรเวลคิดแบบนั้นนั้นใจ
“ถึงอาจารย์จะพูดแบบนั้น..แต่ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นเลยเนี่ยสิครับ” รูอันพูดด้วยท่าทีห่อเหี่ยวใจเล็กน้อย
“ไม่หรอกจ๊ะ..ที่ผ่านมา นอกจากเทคนิคกลยุทธ์แล้ว รูอันเองก็ยังเรียนรู้เวทย์โจมตีและเวทย์สนับสนุนที่เกี่ยวกับธาตุลมเยอะขึ้นมากเลยนะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อชดเชยข้อเสียเปรียบในด้านอาร์ติเฟกซ์ที่ไม่มีสกิลโจมตีเลยแม้แต่อันเดียว”
“นั่นแหละครับ ตัวปัญหาเลย..ถ้าเป็แบบนี้ยังไงผมก็เสียเปรียบคนที่มีอาร์ติเฟกซ์สายโจมตีโดยตรงแบบพวกเรเวลอยู่ดีไม่ใช่หรอครับ”
“อ๊ะ!!..จริงสิ ฉันลืมบอกไปอย่างนึง..”
“?!/?!”
“คนที่มีอาร์ติเฟกซ์สายรักษาได้แบบรูอัน..สามารถเข้าเรียนโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ได้โดยไม่ต้องสอบนะ”
“หาาาาาาา!!!??!/อะไรนะะะะะะ!!!??!?”
“อ่าว..แล้วทำไมไม่บอกผมั้แ่แรกล่ะคร้าาบบบบ” รูอันพูดด้วยอาการเผวอ
“ก็ถ้าฉันบอกเธอั้แ่แรก..เธอจะตั้งใจฝึกรึป่าวล่ะ?! อีกอย่างที่บอกว่าเข้าได้โดยไม่ต้องสอบ ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องสอบอะไรสักอย่างเลยนะ”
“หมายความว่ายังไงกันแน่หรอครับ?” เรเวลถาม
“อย่างน้อยก็สอบคัดห้องไงล่ะ…สำหรับเรเวลที่มีอาร์ติเฟกซ์สายโจมตีโดยตรง คนที่เข้าได้อันดับ 1-30คนแรก จะได้อยู่ห้อง S ไงล่ะ ส่วนรูอันเองถึงแม้จะเข้าได้โดยไม่ต้องสอบ แต่สุดท้ายก็ต้องไปสอบคัดห้องอยู่ดี โดยต่อสู้กับคนที่ใช้อาร์ติเฟกซ์ประเภทเดียวกัน คือสายรักษา..แน่นอนว่าถ้ารูอันชนะคนพวกนั้นได้หมด ก็จะได้ที่1 สำหรับสายเวทย์รักษา แล้วจะได้อยู่ห้อง S ไงล่ะ”
“อย่างงั้นหรอครับ”
“..”
“เดิมทีโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์มีห้องเรียนทั้งหมด5ห้อง ได้แก่ S,A,B,C,D ตามลำดับ โดยห้องที่รวมนักเรียนที่เก่งที่สุด เนื่องจากคะแนนสอบเข้าสูงที่สุดก็คือห้อง S ส่วนจำนวนสมาชิกในแต่ละชั้นปีนั้นมีแค่ 200-250 คนเท่านั้น เองแต่เนื่องจากผู้ใช้เวทย์มนต์ที่รักษาได้หรือถอนคำสาปได้ซึ่งนับว่าเป็เวทย์มนต์ที่หายากเอามากๆ ซึ่งแต่ละปีจะมีผู้ใช้เวทย์รักษาสมัครกันเข้ามาปีละแค่ 10-12คนเท่านั้น ฉะนั้นทาง รร.จึงไม่มีการสอบคัดเลือก เนื่องจากจำนวนคนมีน้อยอยู่แล้ว ฉะนั้นที่สอบจึงเป็การสอบคัดห้องแทน โดยคนที่ได้อันดับ1-3เท่านั้นที่จะได้อยู่ห้อง S”
“ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกอิจฉารูอันอยู่ดีแหะ"
“เวลจังตอนทำหน้าอิจฉาก็หน้าตาน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย..นี่แหน่ะ นี่แหน่ะ” อาจารย์พูดพร้อมกับหยอกล้อผมด้วยการเอาปลายนิ้วมาจิ้มที่แก้ม
“ละ..เลิกเล่นได้แล้วครับอาจารย์..” ผมหันหน้าหนีทันทีพร้อมกับหน้าแดงเล็กน้อย
“แต่ว่านะ..คนที่ได้อยู่ห้อง S น่ะ ส่วนมากถ้าไม่ใช่พวกราชวงศ์ก็มีแต่ขุนนางชั้นสูงกันทั้งนั้นแหละ..”
ชิ..ขุนนางฉันสูงงั้นหรอ..พวกที่ชอบมาแกล้งผมตอนเด็กๆ ฟังแล้วรู้สึกไม่ชอบเลยแหะ
“ผมไม่ได้อยากอยู่ห้อง S สักหน่อย..ผมแค่อยากเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์”
“งั้นก็พยายามเข้าล่ะ..แต่ว่าจักรพรรดิเวทย์มนต์ทุกคนในแต่ละรุ่นที่ผ่านมาก็เคยเป็นักเรียนห้องSกันหมดน่ะนะ…นั่นรวมถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน”
“หาาาา?!” ผมใจนตาแทบถลน....แต่ว่างช่างมันเถอะ..ถ้าเข้าได้ก็คงมีแต่ต้องยอมรับเท่านั้นสินะ..ว่าแต่..อยู่ห้องSงั้นหรอ ถ้าได้เจอเอลิเซ่อีกครั้ง เธอจะพูดยังไงกับผมกันนะ..ถึงผมจะหนีจากเธอมาในตอนนั้น แต่ลึกๆแล้วในใจใน่ 10 ปีมานี้ ผมเองก็คิดถึงเธอมาตลอดจริงๆ..อย่างน้อยก็อยากได้ยินเสียงของเธออีกสักครั้งจัง..เห้อทำไมชีวิตผมต้องมาเจอเื่ดราม่าอะไรพวกนี้ด้วยละเนี่ย
“เอาล่ะมาซ้อมกันต่อเถอะ..เพราะคืนนี้จะเป็คืนสุดท้ายแล้วนะที่ฉันจะได้อยู่กับพวกเธอ2คน”
“นะ..นั่นสินะครับ” รูอันกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเล็กน้อย
“อีก3วันก็จะสอบแล้วสินะครับ..” ผมเองก็คงรู้สึกไม่ต่างจากรูอันเช่นกัน ่เวลา4เดือนมานี้ถึงจะเหนื่อยบ้างแต่ก็เป็่เวลาที่ผมมีความสุขจริงๆ พอจะต้องจากลากับอาจารย์แบบนี้ก็รู้สึกเศร้าจังแหะ
“ไม่เอาน่าาา..อย่าทำหน้าเศร้าเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วสิ..พวกเธอแค่ไปสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์เองนะ …ส่วนฉันก็แค่ไปทำภารกิจของตัวเอง ถ้าเสร็จเมื่อไรฉันจะไปเยี่ยมเธอที่เมืองหลวงเองและถึงตอนนั้นฉันก็หวังว่าพวกเธอจะเป็นักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์กันแล้วนะ”
“ครับ”
“ผมจะพยายามเต็มที่ไม่ให้อาจารย์ผิดหวังในตัวผมเลยครับ”
“ดีล่ะ..งั้นมาซ้อมกันต่อเถอะ”
หลังจากนี้ผมกับรูอันได้ซ้อมกับอาจารย์อย่างต่อเนื่องเรื่อยๆไปจนถึง่ค่ำ..หลังซ้อมเสร็จผมได้ให้รูอันร่ายเวทย์รักษาให้ แล้วช่วยกันทำอาหารค่ำกินกัน จากนั้นแบ่งเวรกันไปอาบน้ำที่ลำธาร…ตอนแช่น้ำอยู่ผมได้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าแว๊บนึงและพบว่าดวงดาววันนี้นั้นสวยมากเลยแหะ..อยากนอนตรงนี้จัง..คนอื่นจะคิดเหมือนผมมั้ยนะ
พอกลับไปถึงในถ้ำ..ต่างคนต่างเก็บข้าวของของตัวเองเพื่อเตรียมตัวเดินทางกันในวันพรุ่งนี้เช้า
“เก็บของเสร็จล่ะ..แต่ฉันว่าคืนนี้พวกเราไปนอนที่ใจกลางทุ่งหญ้ากันเถอะ เพราะวันนี้ท้องฟ้าเปิดไม่มีเมฆบัง.ดวงดาวนั้นสวยมากเลย และนี่ก็เป็คืนสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ร่วมกันในที่แห่งนี้แล้วด้วย..มาสร้างบรรยากาศโรแมนติกด้วยกันดีกว่า” อาจารย์ยิ้มแย้มพร้อมกับเอาสองมือประสานกันด้านหน้าคล้ายปรบมือ โดยเอียงหัวและสองมือที่ประกบกันไปด้านข้างเล็กน้อย
“ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ”
“ใช่ม้าา”
หลังจากนั้นผมกับรูอันก็หอบสัมภาระและฟูกนอนย้ายที่ไปนอนกลางทุ่งร้างด้วยเวทย์มนต์มิติของอาจารย์ …เอ่อลืมบอกไปอย่างนึง ดูเหมือนถ้าเป็ระยะทางที่ไม่ไกลมาก อาจารย์จะสามารถเปิดประตูมิติได้โดยไม่ต้องร่ายชื่อสกิลหรือเรียกอาร์ติเฟกซ์ออกมาก่อนด้วยซ้ำ
พวกผมย้ายมานอนกลางทุ่งร้างเรียบร้อยแล้วปูฟูกหนังหมีซึ่งใช้นอนประจำ
“คืนนี้ไม่ต้องจุดไฟนะ”
“ครับ”
พวกผมล้มตัวลงนอนกันทั้ง3คน โดยแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า..ตำแหน่งของพวกผมมีอาจารย์อยู่ตรงกลาง ..ผมอยู่ด้านขวา ..ส่วนรูอันอยู่ได้ซ้าย
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันจะพาพวกเธอไปส่งที่เมืองหลวงด้วยเวทย์มิตินะ..”
“ครับ”
“โห…ดาวสวยจังเลย” รูอันะโพร้อมมองไปบนท้องฟ้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจเป็อย่างมาก
“นั่นสินะ..ที่เมืองหลวงดาวแบบนี้ไม่ค่อยจะเห็นได้ชัดเท่าไร” อาจารย์กล่าวด้วยความรู้สึกประทับใจไม่ต่างกัน
ท้องฟ้าเต็มใบด้วยหมู่ดาวมากมายราวกับทั้งหมดนั้นคือทะเลแห่งละอองดาวเลย
“สวยจัง”
“นั่นดาวตกด้วย”
มีดาวตกวิ่งผ่านมุ่งไปยังทางช้างเผือกอันแสนงดงาม ..พวกผมนอนดูดาวกันด้วยความประทับใจรวมทั้งสลับกันคุยแลกเปลี่ยนบรรยากาศ และถามสารทุกข์สุขดิบต่างๆนาๆ ..จนทุกคนเริ่มง่วงแล้วคล้อยหลับไปท่ามกลางทะเลแห่งละอองดาวตรงหน้านั่น
************
เวลาเช้าตอน 6.00 น. (2วันก่อนการสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์จะเริ่มต้นขึ้น)
บรรยากาศเมืองหลวงคึกคักกันั้แ่เช้า เพราะวันนี้มีเหล่านักเดินทางมากมาย ทั้งจากดินแดนอันห่างไกล และจากเมืองต่างๆ ทุกคนไม่ว่าจะพ่อค้า ที่จะเตรียมมาขายของเพื่อหากำไร และเหล่าเด็กหนุ่มสาวมากมายผู้เปี่ยมไปด้วยพร์ และมุ่งหวังจะสมัครมาสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ ณ ใจกลางของเมืองหลวงนี้แห่งนี้
และวันนี้ก็เป็วันแรกที่จะมีการเปิดรับสมัคร โดยการเปิดรับสมัครจะมีั้แ่วันนี้จนถึงพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง และจะทำการจับฉลากคู่แข่งกันตอนบ่ายแล้วประกาศรายชื่อคู่แข่งที่เราจะต้องเจอในเย็นวันนั้นเลย โดยการแข่งจะจับคู่แข่งกัน โดยคนที่ชนะในคู่นี้ก็จะได้เจอกับคนที่ชนะในอีกคู่นึง แล้วแข่งต่อขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่แพ้ใน่คู่แรกๆก็จะถูกคัดออกแน่นอน ฉะนั้นการได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่ไม่เก่งมาก ในแมทช์แรกๆ ก็ถือเป็โชคดีอย่างนึง
***********
ณ ใจกลางทุ่งหญ้าร้างอันกว้างใหญ่ในเขตเนอันซึ่งถือเป็เขตชนบท ก็มีเด็กหนุ่ม2คนผู้มีแววตาเปี่ยมด้วยความหวังยืนอยู่ท่ามกลางใจกลางทุ่งหญ้าร้างใหญ่เช่นกัน และเด็กหนุ่มทั้งสองคนนั้นก็กำลังกล่าวอำลากับหญิงสาวแสนสวยผู้ใส่หมวกแม่มดอายุประมาณ20ต้นๆคนหนึ่งอยู่
“คงต้องลากันตรงนี้แล้วสินะครับ..อาจารย์”
“่ตลอดเวลาสี่เดือนนี้ขอบคุณมากจริงๆนะครับ…อาจารย์ลิซ่า”
“อื้ม..่เวลาที่อยู่กับพวกเธอสองคนฉันสนุกมากจริงๆ”
“..”
“ทั้งสองคนช่วยยืนใกล้ๆกันน้อยได้มั้ย …”
“ครับ" รูอันพยักหน้าแล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ผมในทันที
“เอ่อ..อาจารย์คง..”
และตอนนั้นเองลิซ่าก็ได้เดินเข้ามาใกล้แล้วโอบกอดเด็กทั้งสองคนนั้นทันทีราวกับพี่สาวผู้โอบกอดน้องชาย
“อึก..” กลิ่นหอมน้อยๆจากตัวอาจารย์ลอยเข้ามาเลยแหะ…แต่จะพูดยังไงดี รู้สึกโอบอุ่นจัง
“ขอให้โชคดีนะ..ลูกศิษย์ของฉันทั้งสองคน เรเวล และ รูอัน เอิร์สเปล..ไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหนหรือห่างไกลกันเท่าไร..ฉันก็จะนึกถึงพวกเธอเสมอ”
“ครับ..อาจารย์” รูอันน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย และเริ่มไหลออกมา
..เห้ยๆไอหมอนี่มันขี้แยเกินไปมั้ยเนี่ย ตัวผมที่หันไปมองรูอันพลางคิดแบบนั้น..แต่ผมก็ไม่ปฎิเสธเื่ที่รู้สึกเศร้านิดๆเหมือนกันแหะ ไม่รู้ว่าจะได้เจออาจารย์อีกทีเมื่อไร…แต่ว่า
“อาจารย์เอง..ก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ "
“ขอบใจมากนะ รูอัน”
“ผมเองก็ขอให้อาจารย์ทำภารกิจได้อย่างปลอดภัยแล้วมาเจอพวกผมอีกครั้งให้ได้ในเมืองหลวงนะครับ..ในตอนที่พวกผมได้เป็นักเรียนโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์กันแล้ว…และผมกับรูอันจะต้องอยู่ห้องS ให้ได้เลยครับ"
“ขอบใจนะจ๊ะ..เวลจัง ฉันจะรอจ้ะ”
“..เอาล่ะยิ่งอยู่นานจะยิ่งบอกลายากนะ.. ฉะนั้น..”
‘เวทย์มิติ-เทเลพอร์ต’ อาจารย์เรียกอาร์ติเฟกซ์ตัวเองออกมา แล้วใช้เทเลพอร์ตเชื่อมต่อไปยังทางเข้าหน้าประตูเมืองหลวงทันที ด้วยระยะทางขนาดนั้นถ้าหากใช้แอเรียลบินไปก็ต้องใช้เวลาหลายวัน แต่การเดินทางทั้งหมดนั้นเป็ไปได้ในชั่วพริบตาด้วยเวทย์มิติอันแสนหายากและสะดวกสบายนี้เอง
“เมื่อถึงหน้าประตูทางเข้าเมืองหลวง..พวกเธอจะรู้ทันทีว่าจะต้องทำยังไงต่อ..เอาละโชคดีนะจ๊ะ..ทั้งสองคน”
“โชคดีครับอาจารย์”
“โชคดีครับ”
ผมกับรูอันโบกมือลาอาจารย์ และพากันทั้งคู่เดินเข้าไปยังประตูเทเลพอร์ต…และสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้านั้นก็คือ..
“โอ้โห…” รูอันกล่าวด้วยหน้าตาตื่นเต้นสุดๆ คงเพราะเป็ลูกหลานขุนนางชั้นล่างสุดในชนบทห่างกันเลยไม่เคยมาเห็นความอลังการของเมืองหลวงงั้นสินะ
“ไปกันเถอะเรเวล" รูอันรีบวิ่งไปด้านหน้าทันที
ประตูเมืองขนาดใหญ่ สิ่งก่อสร้างอลังการมากมาย ไม่ว่าจะหอนาฬิกา และหอระฆังขนาดขนาดใหญ่ของโบสถ์ รวมทั้งปราสาทน้อยใหญ่ของเหล่าราชวงศ์และชุนนางชั้นสูง ในที่ตรงนั้นก็มีโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ ที่คล้ายปราสาทขนาดกลาง..หลังคาสีฟ้าและมีหอนาฬิกาขนาดใหญ่เช่นกัน สิ่งก่อสร้างอลังการเหล่านี้ล้วนเห็นได้แม้จะอยู่นอกเมือง ซึ่งสร้างความตื่นตาและยิ่งใหญ่ให้แก่นักเดินทาง รวมทั้งผู้พบเห็นที่ผ่านมายังเมืองหลวงแห่งนี้ครั้งแรก…ใช่แล้วล่ะที่นี่คือเมืองหลวงแห่งอาณาจักรเบลฟาร์ส อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของเผ่ามนุษย์อย่างพวกเรานั่นเอง ในที่แห่งนี้จะกลายเป็จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ของผมอีกครั้ง
ตัวผมรีบวิ่งตามรูอันไปต่อแถวเพื่อรอคิวตรวจคนเข้าเมืองในทันที
“เอาล่ะ..การพจญภัยครั้งถัดไป…การสอบแข่งขันอัศวินเวทย์มนต์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ”
**********************************************************************************
#คุยกับคนเขียน#
-เอาล่ะตอนนี้ Saga การฝึกฝนกับอาจารย์อย่างยาวนานของตัวเอกของเื่ได้จบลงแล้วนะครับ ครั้งต่อไปจะเข้าสู่ Saga การสอบแข่งขันเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ การใช้ชีวิตและการพจญภัยครั้งใหม่ในเมืองหลวง ซึ่งเหล่าตัวเอกจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆรวมทั้งพบเจอเพื่อนฝูงและผู้คนใหม่ๆมากมาย มารอลุ้นกันเถอะครับว่าตัวเอกของเราจะมีการพจญภัยน่าตื่นตาขนาดไหนรอยู่
-สำหรับตอนที่17 นี้คงเป็ตอนที่ผมเขียนยาวที่สุดั้แ่แต่งเื่นี้มา ด้วยความยาวมากกว่าตอนปกติประมาณ 3-4เท่าได้ ยังไงก็ต้องขอโทษนักอ่านที่อัพช้าไป 2-3 วันด้วยละกันนะครับ เพราะโดยปกติแล้วเื่นี้ถ้าไม่ติดธุระอะไรผมก็จะอัพแทบจะทุกวันอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องขอโทษสำหรับครั้งนี้จริงๆครับ (เพราะเนื้อหาเยอะ บวกกับผมพยายามใช้เวลาคิดไอเดียเกี่ยวกับการเขียน่จบของSagaฝึกฝนนี้ให้ออกมาดีที่สุด) ยังไงก็ขอขอบพระคุณนักอ่านด้วยละกันนะครับที่อุตส่าห์ติดตามอ่านผลงานผมมาตลอด เพราะสิ่งที่เป็กำลังใจให้ผมเขียนต่อไปได้ ก็คือกำลังใจจากคอมเม้นและยอดวิวของนักอ่านทุกคนนั่นแหละครับ (ถึงแม้ว่ายอดอ่านจะเป็0ก็ตาม ผมก็จะพยายามเขียนเื่นี้ให้จบให้ได้ ซึ่งกว่าจะจบผมคาดว่าน่าจะนานเป็ปีแน่ เพราะโครงเื่ในหัวผมวางไว้ค่อนข้างยาว)
-ส่วนสุดท้ายที่ผมอยากจะถามความเห็นของนักอ่านแต่ละคนดูว่าคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับการที่ผมเขียนแสดงสเตตัสของตัวละครแต่ละคนออกมา แบบประมาณว่าผม แสดงค่า "หน้าต่างสเตตัส" ให้สเตตัสบ่อยเกินไปมั้ย?? ทำให้ผู้อ่านรู้สึกรำคาญรึป่าว ถ้าอยากให้เพิ่มมากกว่านี้ หรือลดลง ก็สามารถคอมเม้นบอกได้นะครับ ผมยินดีรับฟังความเห็นจากนักอ่านทุกคนเพื่อเอาไปปรับปรุงงานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นครับ สำหรับตอนนี้ขอลาไปก่อน เจอกันตอนหน้า ‘มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงและการแข่งขันเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์’ นะครับ บ้ายบาย
สำหรับสเตตัสของเรเวลกับรูอันหลังฝึก4เดือนก็ประมาณนี้ครับ
-----------------------------------------------------------------------------------
:หอกศักดิ์สิทธิ์แห่งวีรบุรุษ:
ผู้:เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV15
ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก): เทวทัณฑ์
พลังชีวิต 40,000/40,000
พลังเวทย์ 72000/72000
สกิล: [ปรารถนาวีรบุรุษ lv1] -เอนชานต์ (เพิ่มคุณสมบัติ) พลังกายภาพและเวทย์มนต์
-ประสิทธิภาพขึ้นกับเวลาที่ชาร์จ (ระยะเวลาชาร์จสูงสุด 3นาที)
-สามารถส่งต่อผลลัพธ์ให้ทั้งตนเองและผู้อื่นได้
-เงื่อนไขการใช้สกิล สัมพันธ์กับสภาวะทางความคิดและจิตใจ
-เวลาชาร์จทุก1วินาทีจะปรับเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น2เท่า
-ใช้พลังเวทย์2000
[คัตเตอร์สเปียร์ lv1] -หลังตะวัดหอก จะปล่อยคลื่นโค้งที่ตัดทำลายเป้าหมาย
- ความเสียหาย 510
-ใช้พลังเวทย์100
[ไลน์นิ่งไดรฟ์ lv1] - หลังใช้จะอยู่ในสถานะ ‘ไลน์นิ่งโหมด’ ทำให้สามารถเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นสูงมากในชั่วพริบตา และเมื่อฟัน/แทงหอกใส่ศัตรูในระยะประชิดขณะอยู่ในโหมดนี้ ถ้าเป็การโจมตีทางกายภาพ จะเกิดความเสียหาย 1024 แต่ถ้าเป็การโจมตีด้วยเวทย์มนต์/สกิลอื่นจะเกิดความเสียหาย มากกว่าปกติ 20%
- สกิลนี้จะหยุดทำงานเมื่อโจมตีศัตรูครบ3ครั้ง
- เมื่อใช้สกิลอื่นขณะอยู่ใน 'ไลน์นิ่งโหมด' สามารถพูดชื่อสกิลนั้นได้โดยตรง โดยไม่ต้องร่ายคำว่า ‘เวทย์ไฟ’ นำหน้า
-ใช้พลังเวทย์ 650
[เบิร์สแลนซ์ lv1] - ะเิพลังเวทย์มหาศาลออกจากหอก รัศมีการทำลายระยะ 10 m.
-ความเสียหาย 5000
- ใช้พลังเวทย์ 800
[สเปียร์โพรเท็คชั่น lv1] -สร้างโล่ทรงกลมคลุมป้องกันรอบตัวจากทุกทิศทาง
-ความทนทานขอโล่ 25% ของHP
-ระยะเวลาคงอยู่ของโล่ขึ้นกับเรากำหนดเอง(สามารถยกเลิกสกิลนี้ด้วยความคิด)
-กินพลังเวทย์ 250 หน่วย/ 1วินาที
[เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติlv0] -สามารถเรียกอาวุธที่อยู่ในตำแหน่งห่างจากมือได้ด้วยความคิด
Exp 0/0 #
----------------------------------------------------------------
:คฑาเทพีแห่งการรักษา:
ผู้: รูอัน เอิร๋สเปล (เผ่ามนุษย์) LV15
ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก): ยาก
พลังชีวิต 50,500/50,500
พลังเวทย์ 69,000/4950
สกิล : [ความเมตตาจากสายลม lv1] -ฟื้นฟูพลังชีวิตสูงสุดไม่เกิน 4000 (ต่อการใช้1ครั้ง)
-ฟื้นฟูกำลังกายนิดหน่อย
-ใช้พลังเวทย์ 250
[สายลมประทานพร lv1] -มอบบัฟให้กับสมาชิกปาตี้โดยเลือกความสามารถได้ 1 อย่าง
1.เพิ่มพลังโจมตี20% -->ลงท้ายบทร่ายด้วย 'Attack'
2.ลดความเสียหายที่ได้รับ20% --->ลงท้ายบทร่ายด้วย 'Defense'
3.เพิ่มความเร็ว 20% --->ลงท้ายบทร่ายด้วย 'Speed'
-ระยะเวลาคงอยู่ของบัฟ 10 นาที
-ใช้พลังเวทย์ 700
[การชำระล้างแห่งสายลม lv1] -ลบล้างสถานะผิดปกติทุกประการ(ยกเว้นคำสาป)
-ใช้พลังเวทย์400
[เสริมศักย์ภาพ lv1] -เป็สกิลประเภท Passive (ทำงานและส่งผลต่อผู้ใช้ตลอดเวลาหลังจากได้สกิลนี้ โดยไม่ต้อง ร่าย)
-เพิ่มพลังป้องกัน 20%
[เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติlv0] -สามารถเรียกอาวุธที่อยู่ในตำแหน่งห่างจากมือได้ด้วยความคิด
Exp 0/0 #
-----------------------------------------------------------------
#ส่วนค่าสเตตัสและระดับเลเวลของอาจารย์ลิซ่าขอเก็บไว้เป็ความลับก่อนนะครับ>< อิอิ