ความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุดค่อยๆ จางหายไป ไม่ใช่การตื่นขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็การค่อยๆ คืนสติอย่างเชื่องช้า ราวกับถูกดึงขึ้นมาจากห้วงน้ำลึก แสงสีขาวนวลที่ส่องสว่างจนแสบตาคือสิ่งแรกที่เขารับรู้ได้ มันแทรกซึมผ่านเปลือกตาที่หนักอึ้งเข้ามา ทำให้โลกทั้งใบกลายเป็สีขาวโพลนไปชั่วขณะ
อู่จินพยายามปรือตาขึ้น แต่ก็ต้องหรี่ลงทันทีเมื่อประสาทััถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง กลิ่น... กลิ่นแรกที่เขารับรู้ได้คือกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่สะอาดจนน่าอึดอัด มันเป็กลิ่นที่ปราศจากชีวิตชีวาใดๆ ช่างแตกต่างจากกลิ่นสนิมและดินชื้นที่เขาคุ้นเคยราวกับอยู่คนละโลก เสียง... เสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องจักรที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ มันไม่ใช่เสียงครืดคราดของซากเครื่องยนต์ที่ผุพังในแดนรกร้าง แต่เป็เสียงที่นิ่งและราบเรียบของเทคโนโลยีขั้นสูง
เขาลองขยับตัว และพบว่าความเ็ปฉีกกระชากที่สีข้างได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความรู้สึกตึงๆ เล็กน้อย เขามองลงไป... ร่างกายของเขาเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มนาโนไฟเบอร์สีขาวบางเบาคลุมอยู่ ที่สีข้างซึ่งควรจะมีาแฉกรรจ์ กลับมีเพียงแผ่นเจลโปร่งแสงเรืองแสงสีฟ้าอ่อนแปะอยู่ มันให้ความรู้สึกเย็นและสั่นะเืเบาๆ ในระดับโมเลกุล ราวกับมีชีวิตขนาดจิ๋วนับล้านกำลังทำงานซ่อมแซมเซลล์ของเขาอยู่
"ฟื้นแล้วรึ"
เสียงเรียบๆ แต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากข้างเตียง อู่จินหันขวับไปมองอย่างตื่นตัวตามสัญชาตญาณ ร่างกายของเขาดีดตัวขึ้นนั่งในท่าเตรียมพร้อมโดยอัตโนมัติ กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งตัวพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม แต่จิตใจที่ว่างเปล่าของเขากลับตามการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ทัน
หญิงสาวในชุดเครื่องแบบสีดำทะมึนยืนกอดอกมองเขาอยู่ เธอคือคนเดียวกับที่เขาเห็นเป็ภาพสุดท้ายก่อนจะหมดสติไป... ลี ชุน ชุดเครื่องแบบของเธอตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป แผงควบคุมเล็กๆ ที่แขนเสื้อเรืองแสงจางๆ ผมสีดำขลับของเธอถูกรวบเป็หางม้าอย่างเรียบง่ายแต่ก็ดูเฉียบขาด ดวงตาของเธอคมกริบราวกับใบมีด และมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ประเมินและวิเคราะห์อย่างเยือกเย็น
"ที่นี่... ที่ไหน?" เขาถาม เสียงแหบพร่าและไม่คุ้นหูตัวเอง
"ฐานบัญชาการหน่วยลาดตระเวนพิเศษที่ 7" ลี ชุน ตอบ "หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในนาม 'รังหมาป่า' ส่วนเ้า... คือแขกคนสำคัญของเราในตอนนี้"
อู่จินพยายามยันตัวลุกขึ้นจากเตียง แต่ก็ถูกมือนิ่งๆ ของลี ชุน กดไหล่ไว้เบาๆ แต่แรงกดนั้นกลับหนักแน่นราวกับภูผา "อยู่นิ่งๆ แผลของเ้าเพิ่งจะสมานตัวด้วยนาโนเจล ยังไม่ควรขยับมาก"
นาโนเจล? เขาไม่เข้าใจคำนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่สัญชาตญาณบอกให้เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย... อย่างน้อยก็ในตอนนี้
"ข้าชื่อลี ชุน เป็ผู้บัญชาการหน่วย 'หมาป่าเดียวดาย' ที่นี่" เธอกล่าวต่อ "ส่วนเ้า... คือใคร มาจากไหน ทำไมถึงไปอยู่ที่นั่นได้ และทำไมถึงสู้กับครอว์เลอร์สามตัวได้ด้วยตัวคนเดียวทั้งที่าเ็สาหัส"
คำถามมากมายพรั่งพรูออกมา แต่ในหัวของอู่จินกลับว่างเปล่า เขาส่ายหน้าช้าๆ "ข้า... ไม่รู้"
ลี ชุน หรี่ตามองเขาอย่างพิจารณา "ความจำเสื่อมงั้นรึ... สะดวกดีจริงนะ"
"ข้าไม่รู้จริงๆ" เขายืนยัน "ข้าตื่นขึ้นมา... ในที่ที่พังๆ... แล้วก็เดินมาเรื่อยๆ"
ลี ชุน นิ่งไปครู่หนึ่ง เธอเห็นความสับสนอย่างแท้จริงในดวงตาของเขา ไม่ใช่การเสแสร้ง "ทีมแพทย์ของเราตรวจสอบร่างกายเ้าแล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ นอกเสียจาก... ร่างกายของเ้ามันสมบูรณ์แบบเกินไป ไม่มีรอยแผลเป็ ไม่มีตำหนิ และเซลล์มีการฟื้นตัวในอัตราที่สูงกว่าคนปกติถึงสามเท่า"
เธอเว้นจังหวะ ก้าวเข้ามาใกล้เตียงอีกหนึ่งก้าว "เหมือนกับ... ร่างกายที่ถูกสร้างขึ้นใหม่"
อู่จินได้แต่เงียบ เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย แต่คำว่า "สร้างขึ้นใหม่" กลับทำให้เกิดความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกสันหลัง
"เอาล่ะ" ลี ชุน ยืดตัวขึ้น "ในเมื่อเ้าจำอะไรไม่ได้ เราก็จะเรียกเ้าว่า 'โนวา' ไปก่อนแล้วกัน หมายถึง 'ดาวดวงใหม่' เพราะเ้าเหมือนเพิ่งเกิดมาเมื่อวานนี้จริงๆ"
เธอหันหลังให้เขา "พักผ่อนซะ เมื่อร่างกายพร้อมแล้ว การ 'ทดสอบ' ของเ้าจะเริ่มต้นขึ้น เราต้องรู้ให้ได้ว่าเ้าเป็ใคร และเป็ภัยคุกคามต่อพวกเราหรือไม่"
ลี ชุน เดินจากไป ทิ้งอู่จิน หรือ "โนวา" ไว้กับความสับสนและคำถามมากมาย เขามองไปรอบๆ ห้องสีขาวสะอาดแห่งนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนกรงที่สวยงาม... กรงที่เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะหนีออกไปได้หรือไม่
หลายวันต่อมา...
โนวายังคงอยู่ในห้องพยาบาลที่เหมือนกรงสีขาวแห่งนั้น แผ่นนาโนเจลถูกเอาออกไปแล้ว เผยให้เห็นิัที่เรียบเนียนไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีาแฉกรรจ์เกิดขึ้นมาก่อน ความสามารถในการฟื้นตัวของร่างกายนี้เป็สิ่งแรกที่ทำให้เขารู้สึกแปลกแยกอย่างแท้จริง เขาลองกำหมัดแล้วคลายออก ััถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายใต้ิั... พลังที่เขาไม่เข้าใจและควบคุมไม่ได้
ใน่เวลานี้ แพทย์และนักวิจัยแวะเวียนเข้ามาตรวจร่างกายเขาอยู่เสมอ พวกเขาพูดคุยกันด้วยศัพท์เทคนิคที่เขาไม่เข้าใจ ("...ค่าพลังิญญาแฝงสูงผิดปกติ...", "...การตอบสนองของระบบประสาทส่วนกลางเร็วกว่าค่าเฉลี่ย...") แต่สิ่งที่เขาเรียนรู้ได้เร็วที่สุดคือ "ภาษา" เขาเหมือนฟองน้ำที่ดูดซับทุกคำพูด ทุกบทสนทนาที่ได้ยิน และในเวลาไม่กี่วัน เขาก็สามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว สร้างความประหลาดใจให้กับทีมแพทย์เป็อย่างมาก
เมื่อร่างกายของเขาได้รับการยืนยันว่าฟื้นตัวเต็มที่แล้ว เขาก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากห้องพยาบาลเป็ครั้งแรก เขาได้รับเสื้อผ้าฝึกซ้อมสีเทาเรียบๆ ที่ทำจากผ้าอัจฉริยะซึ่งสามารถปรับอุณหภูมิได้เอง และบัตรประจำตัวโลหะบางเฉียบที่ระบุชื่อ "โนวา" และสถานะ "ผู้ถูกสังเกตการณ์"
ก้าวแรกที่เหยียบย่างออกไปนอกห้องพยาบาล โลกใบใหม่ก็ได้เปิดออกต่อหน้าเขา
เขาเดินไปตามทางเดินที่สว่างไสวของฐานทัพ ผนังทำจากโลหะผสมที่สามารถเปลี่ยนความโปร่งใสได้ตามเวลาของวัน เผยให้เห็นทิวทัศน์ของหุบเขาเบื้องนอกหรือภาพโฮโลแกรมของท้องฟ้าจำลอง ทางเดินบาง่มีอักขระเวทมนตร์เรืองแสงฝังอยู่บนพื้นเพื่อนำทางและสร้างสนามพลังป้องกันบางๆ ขึ้นมา
เขาเดินผ่านห้องฝึกซ้อมห้องหนึ่ง ผนังโปร่งใสทำให้เขามองเห็นภาพข้างใน ทหารหลายคนกำลังฝึกต่อสู้มือเปล่าบนพื้นพลังงานที่สามารถจำลองสภาพแรงโน้มถ่วงที่แตกต่างกันได้ ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขารวดเร็วและรุนแรง แต่ในสายตาของโนวา... เขากลับมองเห็นช่องโหว่มากมาย สัญชาตญาณของเขากระซิบถึงวิธีการตอบโต้, การสวนกลับ, และการเผด็จศึกได้อย่างง่ายดาย
เขาเดินต่อไปยังลานฝึกซ้อมกลางแจ้งขนาดมหึมา ที่นี่เขาได้เห็นการผสมผสานของเวทมนตร์และเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ นักเวทในชุดคลุมที่สลักลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์กำลังร่ายคาถาสร้างเป้าหมายพลังงานสามมิติรูปอสูรกลายพันธุ์ให้ทหารคนอื่นๆ ที่สวมชุดเกราะไฮเทคยิงทดสอบปืนพลาสม่า เสียงะเิของพลังงานิญญาและเสียงแหลมสูงของลำแสงเลเซอร์ดังประสานกันไปทั่วบริเวณ นี่คือโลกที่เขาไม่เคยรู้จัก... แต่ร่างกายของเขากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
แต่สิ่งที่เขาััได้ชัดเจนที่สุดคือสายตาของคนอื่นๆ... สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย, ความไม่ไว้วางใจ, และบางครั้งก็มีความเกลียดชังเจือปนอยู่
"นั่นไง... เด็กที่หัวหน้าเก็บมา" เสียงกระซิบดังขึ้นจากกลุ่มทหารฝึกหัดที่อยู่ไม่ไกล
"ข้าได้ยินว่ามันสู้กับครอว์เลอร์สามตัวด้วยเหล็กแท่งเดียว... ไม่น่าเชื่อ"
"อาจจะเป็สายลับของ Exa-Cell ก็ได้ ใครจะไปรู้"
โนวาทำเป็ไม่ได้ยิน เขาเรียนรู้ที่จะปิดกั้นเสียงเ่าั้และจดจ่ออยู่กับการสังเกตการณ์ เขาเดินต่อไปยังโรงอาหาร
โรงอาหารของฐานทัพเป็สถานที่ที่สะท้อนถึงลำดับชั้นทางสังคมได้อย่างชัดเจนที่สุด เหล่าทหารผ่านศึกและสมาชิกรุ่นพี่จะจับกลุ่มกันอยู่ที่โต๊ะกลาง ในขณะที่ทหารฝึกหัดและสมาชิกรุ่นใหม่จะนั่งอยู่รอบนอก
สำหรับโนวา... เขาไม่มีที่นั่ง
ตอนที่เขาเดินเข้าไปในโรงอาหาร ทุกบทสนทนาค่อยๆเงียบลง ทุกสายตาจะจับจ้องมาที่เขา เขาได้รับอาหารสังเคราะห์รสชาติจืดชืดมาหนึ่งถาด และต้องเดินหาโต๊ะว่างที่มุมห้องเสมอ ไม่มีใครอยากนั่งร่วมโต๊ะกับ "ตัวประหลาด" ที่หัวหน้าเก็บมา
ใน่แรก มันเป็เพียงแค่การเพิกเฉย แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็เริ่มกลายเป็การกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆ... การแกล้งเดินชนจนอาหารหก, การซุบซิบนินทาในระยะที่ได้ยิน, และการส่งสายตาดูถูกมาให้ตลอดเวลา
คนที่แสดงออกอย่างชัดเจนที่สุดคือชายร่างใหญ่สองคน... ไรเกอร์ และ โบลต์ พวกเขาเป็ทหารรุ่นพี่ที่อยู่ในหน่วยรบแนวหน้า และมองว่าโนวาเป็เพียงเด็กอ่อนแอที่ได้รับความสนใจจากหัวหน้าเป็พิเศษ
วันหนึ่ง โนวากำลังจะเดินไปเติมน้ำ แต่ไรเกอร์กลับแกล้งยื่นขาออกมาขวางทางเขา
โนวาหยุดกึก สัญชาตญาณของเขาเตือนถึงเจตนาที่ไม่เป็มิตร แต่เขาเลือกที่จะเดินอ้อมไปเงียบๆ
"อะไรวะ?" โบลต์หัวเราะเยาะ "นึกว่าจะแน่ซะอีก ที่แท้ก็แค่หมาขี้ขลาด"
โนวายังคงนิ่งเงียบ เขาเติมน้ำเสร็จและกำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะ
"ข้าพูดกับเ้าอยู่นะ!" ไรเกอร์ตะคอกพลางลุกขึ้นยืนขวางทางเขาไว้ "ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนขี้ขลาดอย่างเ้า"
โนวาเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาเป็ครั้งแรก ดวงตาของเขานิ่งสงบจนน่าขนลุก "หลีกทาง"
ความนิ่งสงบนั้นกลับยิ่งทำให้ไรเกอร์โมโห "แกกล้าสั่งข้ารึ!"
"เฮ้ เ้าหนู" ไรเกอร์พูดขึ้น น้ำเสียงหาเื่ "ได้ยินว่าเ้าเก่งนักหนา... สนใจจะมา 'ซ้อม' กับพวกข้าหน่อยมั้ย?"
โนวาเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา นิ่งเงียบ
"อะไรวะ? เป็ใบ้รึไง?" โบลต์พูดพลางยื่นมือมาหมายจะผลักหัวของเขา
และนั่นคือฟางเส้นสุดท้าย...
ก่อนที่มือของชายคนนั้นจะมาถึงตัว... ร่างกายของโนวาก็ขยับไปเอง
มันคือการะเิของการเคลื่อนไหวที่ฉับพลันและรุนแรง เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วราวกับสปริงที่ถูกปล่อย มือซ้ายปัดมือของโบลต์ออกไปด้านข้างด้วยความแรงที่ทำให้อีกฝ่ายร้องออกมาด้วยความเ็ป ในขณะที่มือขวาคว้าถาดอาหารโลหะแล้วฟาดเข้าไปที่หน้าของไรเกอร์เต็มแรง!
เพล้ง!
เสียงถาดกระทบหน้าดังสนั่น อาหารกระเด็นไปทั่ว ไรเกอร์ร้องลั่นและเซถอยหลังไป โนวาไม่หยุดแค่นั้น เขาใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง ก้าวเข้าไปประชิดแล้วใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของโบลต์จนตัวงอและทรุดลงไปกับพื้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา!
ไรเกอร์ที่ตั้งสติได้คำรามลั่นเหมือนสัตว์ป่าาเ็ เขาชักมีดคอมแบทออกมาจากปลอกที่เอวแล้วพุ่งเข้าใส่โนวา หมายจะเอาคืน
แต่สัญชาตญาณของโนวาก็ทำงานอีกครั้ง เขาก้มตัวหลบคมมีดที่พุ่งเข้ามา ในขณะเดียวกันก็ใช้เท้าเตะเข้าไปที่ข้อมือของไรเกอร์จนมีดหลุดกระเด็น ก่อนจะหมุนตัวแล้วใช้สันเท้าเตะเข้าไปที่ขมับของไรเกอร์อย่างแม่นยำ
ตุ้บ!
ร่างของไรเกอร์ร่วงลงไปกองกับพื้น หมดสติไปทันที
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งโรงอาหาร ทุกคนมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เด็กใหม่ที่ดูบอบบางกลับล้มทหารรุ่นพี่สองคนลงได้ในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
เสียงของลี ชุน ดังขึ้นจากทางเข้าโรงอาหาร ทหารทุกคนรีบยืนตรงทำความเคารพทันที
ลี ชุน เดินเข้ามามองสถานการณ์ด้วยสายตาที่เ็า "เกิดอะไรขึ้น?"
"มันเริ่มก่อนครับหัวหน้า!" ชายที่ถูกถาดฟาดหน้ารีบฟ้อง
โนวายังคงยืนนิ่งในท่าเตรียมพร้อม ไม่พูดอะไร
ลี ชุน มองไปที่โนวา "ข้าบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าสร้างปัญหา"
"พวกเขาหาเื่ข้าก่อน" โนวาตอบสั้นๆ
"ที่นี่มีกฎ" ลี ชุน กล่าว "และการต่อสู้นอกสนามฝึกถือเป็การละเมิดกฎอย่างร้ายแรง... แต่ในเมื่อพวกเ้าดูเหมือนจะอยาก 'ซ้อม' กันนัก... ก็ได้"
เธอหันไปมองชายร่างใหญ่ทั้งสองคนที่กำลังพยุงกันลุกขึ้น "พรุ่งนี้เช้า... พวกเ้าสองคน... กับโนวา... เจอกันที่สังเวียนฝึกซ้อมหมายเลข 3 ข้าจะเป็กรรมการให้เอง"
แววตาของชายทั้งสองเปลี่ยนเป็ความยินดีอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาคิดว่าจะได้มีโอกาสสั่งสอนเด็กใหม่ในที่ที่พวกเขาสามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ แต่ในแววตาของลี ชุน กลับมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่... เธอไม่ได้้าจะลงโทษโนวา... แต่เธอ้าจะ "ทดสอบ" เขาอีกครั้ง