บทที่ 152
เรื่องราวทะเลาะวิวาท
หลังจากที่ทำการสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเรียบร้อยแล้วจางหยวนและก็หย่งคังเดินทางมุ่งตรงมายังสำนักไท่ซาน
สำนักแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเป็นสำนักขนาดใหญ่ภายในเมืองแห่งนี้
จางหยวนไม่ได้เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรกเขาเคยเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้แล้วหนึ่งครั้ง
ในตอนนี้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิมบริเวณด้านหน้ายังคงมีเวรยามเฝ้าอย่างแน่นหนา
จางหยวนที่ลงมาจากรถม้าพร้อมกับหย่งคังที่เดินทางมาด้วยมองตรงไปด้านหน้า
สำนักแห่งนี้ยังคงเป็นเช่นเดิมแต่ดูเหมือนว่าเวรยามด้านหน้านั้นมันจะมาขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ที่เคยมา
เมื่อเดินทางมาถึงจางหยวนไม่รีรอที่จะรีบเดินเข้าไปหาพวกเวรยามพวกนั้นในทันที
เหล่าลูกศิษย์ของสำนักไท่ซานพวกนี้มันเคยพบเจอเขามาแล้ว
แน่นอนมีบางคนที่ยังคงเฝ้ายามอยู่บริเวณนี้เมื่อเห็นจางหยวนเดินทางมาถึงมันก็จำได้
ครั้งที่แล้วจางหยวนเดินทางมารองเจ้าสำนักเป็นคนอนุญาตให้มันเข้าไปพบบริเวณด้านใน
เหล่าลูกศิษย์ของสำนักไท่ซานรีบเดินตรงเข้ามาด้านหน้าของจางหยวนพวกมันขวางหน้าจางหยวนเอาไว้ก่อนที่หนึ่งในพวกมันนั้นจะก้าวเท้าออกมา
“ ไม่ทราบว่าตัวของท่านเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้มีอันใดอย่างนั้นหรือ?”
จางหยวนที่กำลังยืนอยู่พูดออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้าขอพบท่านรองเจ้าสำนักหน่อยได้หรือไม่”
พวกมันแสดงท่าทางลังเลก่อนที่หนึ่งในพวกมันจะพูดขึ้นมา “การขอพบรองเจ้าสำนักจำเป็นต้องนัดหมายเอาไว้ล่วงหน้า ”
“ ในครั้งที่แล้วลองเจ้าสำนักยอมปล่อยให้เจ้าไปพบเป็นกรณีพิเศษแต่ในครั้งนี้คงจะปล่อยให้ท่านเข้าไปบริเวณด้านในไม่ได้”
“ ภายในสำนักกำลังมีเรื่องวุ่นวายคนด้านนอกไม่อนุญาตให้เข้าไป” มันทำการตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
ในครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งที่แล้วเพราะว่ามันมีเรื่องวุ่นวายบางอย่างเกิดขึ้นภายในสำนักเลยทำให้สำนักไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไป
เพราะแบบนั้นคนที่สามารถเข้าไปได้ก็มีแต่คนที่นัดหมายเอาไว้ล่วงหน้าเท่านั้น
จางหยวนได้ยินมันตอบกลับมาเช่นนั้นเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ ตัวของค่าเมื่อขอพบเพราะว่าจะมาสนทนาเกี่ยวกับเรื่องคนภายในสำนักไท่ซานไปทำลายที่ดินของข้า”
“ แถมยังทำร้ายคนของข้าจนบาดเจ็บนอนอยู่ที่โรงหมออีก”
จางหยวนทำการกล่าวออกมาคนพวกนี้คงจะไม่รู้ว่าที่ดินที่ถูกซื้อมาซื้อมาโดยจางหยวน
เพราะตั้งแต่ทำการซื้อที่ดินมาเขาเองก็แทบจะไม่ได้ดูเลยเพราะว่าส่งคนมาดูแลภายในสถานที่แห่งนี้แทน
แล้วตัวของเขาเองก็ยังไม่ได้เข้ามาแนะนำตัวกับพวกสำนักไท่ซานเพราะแบบนั้นพวกมันเองก็คงจะไม่รู้ว่าเขาเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้น
ในความทรงจำของพวกมันเขาคงจะเป็นเพียงพ่อค้าที่เดินทางมาเหมือนครั้งที่แล้วเพื่อติดต่อทำการซื้อขายบางอย่าง
แต่เมื่อได้ยินว่าจางหยวนเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้นที่เหล่าศิษย์ร่วมสำนักของมันลงมือทำลายจนเสียหายพวกมันก็แสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจออกมาในทันที
แน่นอนว่าเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ภายในเมืองไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น
เรื่องที่ศิษย์ของสำนักไท่ซานทำการอาละวาดจนที่ดินเสียหายเมื่อสองวันก่อนมันเองก็กลายเป็นที่สนทนาของผู้คนภายในเมืองจนถึงวันนี้
แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้สำนักไท่ซานสูญเสียชื่อเสียงไม่น้อยเลยทีเดียว
สำนักไท่ซานถือว่าเป็นสำนักขนาดใหญ่เป็นสำนักที่เป็นสำนักฝึกฝนพลังวิญญาณที่มีคุณธรรม
ในครั้งนี้การที่มีศิษย์ของสำนักไท่ซานอาละวาดจนที่ดินของคนอื่นนั้นเสียหายย่อมเป็นเรื่องที่ไม่สามารถรับได้
ในช่วงประมาณสองวันที่ผ่านมาสำนักไท่ซานเองก็โดนผู้คนภายในเมืองสนทนาอยู่ไม่น้อย
สำหรับสำนักเก่าแก่แล้วพวกเขาเมื่อโดนผู้คนมากมายตราหน้าเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ดี
เมื่อพวกมันได้ยินแบบนั้นเหล่าศิษย์ที่เฝ้ายามบริเวณด้านหน้าหันมองกันไปมาก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับ
หนึ่งในพวกมันพูดขึ้น “ถ้าเช่นนั้นตัวของท่านก็รอตรงนี้ก่อนข้าจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้กับท่านรองเจ้าสำนัก”
มันทำการพูดจบก็รีบวิ่งเข้าไปบริเวณด้านในอย่างรวดเร็ว
ลูกศิษย์ผู้นั้นเข้าไปแจ้งเกี่ยวกับเรื่องการมาถึงของจางหยวนให้กับรองเจ้าสำนักได้ล่วงรู้
มันทำการอธิบายเกี่ยวกับตัวตนของเขาและก็ที่ดินของเขาที่เสียหายจากการอาละวาดของลูกศิษย์จากสำนักไท่ซาน
หลังจากนั้นไม่นานลูกศิษย์ของสำนักไท่ซานวิ่งออกมาบริเวณด้านนอก
มันทำการวิ่งออกมาหยุดลงบริเวณด้านหน้าของจางหยวนและก็ทำการให้คำตอบ“ ท่านสำนักเชิญท่านเข้าไปบริเวณด้านใน ”
จางหยวนพยักหน้าตอบรับกลับไปอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปบริเวณด้านในพร้อมกับหย่งคัง
หลังจากที่เดินทางเข้าไปบริเวณด้านในของสำนักเดินทางไปยังห้องต้อนรับที่ถูกจัดเอาไว้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเดินทางมาถึงเรือนต้อนรับขนาดใหญ่ของสำนักไท่ซาน
ภายในสถานที่แห่งนี้ลองเจ้าสำนักผู้นั้นนั่งรออยู่ก่อนแล้วจางหยวนที่พึ่งเดินเข้ามาถึงเขาในฐานะผู้น้อยเดินมาหยุดลงบริเวณด้านหน้าเเล้วก็ทำการคารวะผู้อาวุโส
“ คารวะท่านรองเจ้าสำนักไม่ได้พบกันเสียนาน ”เข้าทำการคารวะตามมารยาท
คนผู้นั้นพยักหน้าตอบรับการคารวะของเขา ก่อนที่มันจะใช้ดวงตามองตรงไปยังหย่งคังติดตามจางหยวนมาด้วย
ที่มันใช้ดวงตาของตนเองมองตรงมาที่ยงข้างเป็นเพราะว่าหย่งคังเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ
ในช่วงหลังจากที่ได้รับยาโอสถของจางหยวนส่งเสริมระดับพลังวิญญาณของเขาเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่าง
จนตอนนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในยอดฝีมือคนหนึ่งแล้วก็ได้หย่งคังเป็นคนที่มีพรสวรรค์เขามีพรสวรรค์ทางด้านร่างกายที่ยอดเยี่ยม
เพราะแบบนั้นพรสวรรค์ในด้านร่างกายที่ยอดเยี่ยมจึงส่งเสริมวิธีการฝึกฝนพลังวิญญาณให้เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ที่รองเจ้าสำนักทำการมองอยู่มันเองก็เป็นเพราะว่าเขามีพลังวิญญาณในร่างกายที่สะดุดตา
รองเจ้าสำนักผู้นั้นทำการพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ เชิญนั่ง ”
จางหยวนค่อยๆนั่งลงตรงตำแหน่งแขกหย่งคังเองก็เช่นเดียวกัน
เมื่อนั่งลงจางหยวนก็พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “หวังว่าท่านคงจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ”
รองเจ้าสำนักไท่ซานสงบนิ่งพยักหน้าแล้วก็พูดขึ้นมา “เป็นเรื่องที่ตัวของข้าเองก็ไม่คาดคิดเช่นเดียวกันว่าจะเกิดเรื่องราวเช่นนี้ขึ้นได้”
รองเจ้าสำนักไท่ซานแน่นอนว่าตัวของมันนั้นจำเป็นจะต้องทำการสนทนาดีๆ
จริงอยู่ที่ว่ามันเป็นสำนักใหญ่ที่มีอำนาจมากภายในมือแต่ว่าหลังจากการติดต่อและการเจรจาซื้อขายโอสถครั้งก่อนมันก็ทำให้ตัวของมันรู้ว่าคนหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าเองก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน
เพราะว่าถ้ามองถึงตามความเป็นจริงแล้วผู้ใดจะมีโอสถขนาดนั้นอยู่ภายในมือ
แถมโอสถแต่ละชนิดที่มันได้มาในครั้งก่อนล้วนแล้วเป็นโอสถฝึกฝนที่มีคุณภาพสูง
มันทำให้คนผู้นี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนของจางหยวนได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นผู้ใดกันแน่เพราะแบบนั้นทั้งการสนทนาและการวางตัวมันจึงระวังเป็นอย่างมาก
อย่างไรเสียรองเจ้าสำนักไท่ซานก็มองว่าการเป็นมิตรกับจางหยวนนั้นย่อมดีกว่าการเป็นศัตรู
“ ข้าเองก็เพิ่งรู้ว่าที่ดินผืนนั้นเป็นของเจ้า”
จางหยวนพยายามยกยิ้มขึ้นที่มุมปากแล้วก็พูดขึ้น “ข้าเพิ่งซื้อมาในการประมูลขอรับ ”
“ แน่นอนว่าที่ดินผืนนั้นเพียงแค่อยากจะทำเป็นสวนผักของตนเองขึ้นมาเท่านั้นไม่คิดเลยว่าคนจากสำนักไท่ซานจะอาละวาดเสียที่ดินของข้าพังทลายเช่นนั้น”
รองเจ้าสำนักไท่ซานที่กำลังนั่งอยู่ถึงกับหยุดนิ่งจางหยวนเปิดประเด็นด้วยการใช้คำพูดตรงๆอีกฝ่ายย่อมลำบากใจ
เพราะว่าในเรื่องครั้งนี้ทางด้านคนของสำนักไท่ซานเป็นคนที่ผิดเต็มๆ
รองเจ้าสำนักไท่ซานสูดหายใจเข้าไปภายในปอดก่อนที่มันจะพูดออกมา“ ในครั้งนี้คนของพวกข้าเป็นฝ่ายที่ผิดจริงๆ ”
“ ตัวของเจ้าอยากให้พวกข้าชดใช้ด้วยอะไร ”
จางหยวนที่กำลังนั่งอยู่มองไปทางด้านซ้ายและขวาก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมา“ขอถามหน่อยได้หรือไม่ขอรับว่าลูกศิษย์ของสำนักท่านที่เป็นคนลงมืออยู่ที่ใดอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ เจ้าถามหาเขาไปเพื่ออะไร? ”
“ เรื่องนี้ถ้าอยากจะจัดการก็จำเป็นต้องจัดการที่ตัวของคนที่กระทำผิดไม่ใช่อย่างนั้นหรือขอรับ?”
จางหยวนถามออกมาด้วยรอยยิ้ม
จบบท