ความจริงแล้วไม่ใช่แค่เหล่าผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษาในที่แห่งนี้เท่านั้นแม้แต่สวี่ว่านเฉิงเองก็ยังรู้สึกว่าลู่เซิ่งนั้นทำผลงานได้เกินมาตรฐานไปมาก...
ทว่ายิ่งผลคะแนนของลู่เซิ่งออกมาดีเท่าไรก็ยิ่งมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสียต่อตัวเขาเอง ดังนั้นจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อแต่โบกมือพลางกล่าวว่า “เอาละ ใกล้ได้เวลาแล้วรอบชิงชนะเลิศกำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้าแกไปรอที่ห้องพักรอสำหรับผู้เข้าแข่งขันด้านหน้าก่อนเถอะ ฉันจะคอยดูจากตรงนี้เอง”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง พร้อมเอ่ยเตือนลู่เซิ่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“รอบชิงชนะเลิศที่กำลังจะถึงนี้เกี่ยวพันถึงอนาคตและโชคชะตาตลอดชีวิตของแก เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจรับมือให้ดีห้ามประมาทเลินเล่อเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“รับทราบครับ”
ลู่เซิ่งตอบกลับสั้นๆ
“อืม รีบไปเถอะ”
สวี่ว่านเฉิงเห็นดังนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจแล้วโบกมือไล่อีกครั้ง
เขายืนส่งลู่เซิ่งจนลับสายตาจากนั้นจึงหาที่นั่งว่างๆ นั่งลงแล้วลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ในขณะที่สวี่ว่านเฉิงกำลังนั่งรอการเริ่มต้นของรอบชิงชนะเลิศอย่างใจจดใจจ่อนั้นเอง
“เปิดรับแทงแล้วครับ เปิดรับแทงแล้ว ทุกท่านรีบมาลงเดิมพันกันเร็ว!”
“สินค้าจากเทียนสิง การันตีคุณภาพ พนันนิดหน่อยพอเป็นพิธีไม่มีการโกงเด็กและคนชรา!”
“ไม่ว่าท่านจะเดิมพันตัวผู้เข้าสอบ เดิมพันผลแพ้ชนะหรือแม้แต่เดิมพันความเป็นความตาย เรารับหมดทุกอย่าง มีแบบที่เหมาะกับท่านแน่นอน”
“โอกาสทองไม่ได้มีบ่อยๆ ทุกท่านรีบตัดสินใจวางเดิมพันกันเถอะครับ”
ทันใดนั้นเสียงตะโกนโฆษณาที่ฟังดูพิลึกพิลั่นชุดหนึ่งก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆดึงดูดความสนใจของสวี่ว่านเฉิงไปในทันที
สวี่ว่านเฉิงมองตามเสียงไปเห็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดเครื่องแบบของสมาคมการค้าเทียนสิงถือกระเป๋าเอกสารเดินไปมาตามที่นั่งผู้ชมพร้อมกับตะโกนป่าวประกาศเสียงดัง
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนนั้นผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษาบางคนที่มานั่งดูการแข่งขันแล้วไม่มีอะไรทำก็เริ่มเกิดความสนใจขึ้นมาทันที
“เถ้าแก่ ฉันอยากลงข้าง 'เซียนกระบี่พเนจร' อวิ๋นเทียนหลัน ไม่ทราบว่าสมาคมการค้าเทียนสิงของพวกคุณรับแทงไหม?”
“ฉันด้วย ฉันขอลงข้าง 'นักรบคลั่งอมตะ' ฉู่เอ้า เดิมพัน 100,000 เหรียญมังกร”
“ฉันขอแทงข้าง 'จอมเวทมิติ' หวังเทียนอี”
ผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษาหลายคนทยอยลุกขึ้นถามเสียงดังซึ่งเป้าหมายที่พวกเขาเลือกวางเดิมพันนั้นเหมือนกันอย่างน่าประหลาดนั่นคือเลือกแต่เหล่าสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุด
ทว่าน่าเสียดายในฐานะสมาคมการค้าชั้นนำของประเทศ คนของสมาคมการค้าเทียนสิงไม่ใช่พวกโง่เขลา
“ต้องขออภัยด้วยครับเนื่องจากสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดมีพลังแข็งแกร่งเกินไปผลแพ้ชนะแทบจะไม่มีความพลิกโผดังนั้นทางสมาคมจึงขอระงับการรับเดิมพันที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาทั้งสี่คนเป็นการชั่วคราวขอให้ทุกท่านโปรดเลือกผู้ใช้อาชีพคนอื่นในการวางเดิมพันแทนนะครับ”
ชายร่างท้วมกล่าวด้วยรอยยิ้มละไม
“อ้าว... ไม่มีสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดงั้นเหรอ?”
“เหอะ กะว่าจะฟันกำไรสักหน่อย หมดสนุกเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษาที่ตะโกนเรียกเมื่อครู่ต่างพากันส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง
จะมีก็แต่สวี่ว่านเฉิง
“หืม? มีเปิดโต๊ะพนันรอบนอกด้วยเหรอเนี่ย น่าสนใจแฮะ”
สวี่ว่านเฉิงไม่ลังเลเขาโบกมือเรียกชายร่างท้วมจากสมาคมการค้าเทียนสิงทันที
“เถ้าแก่ มานี่หน่อย”
เมื่อชายร่างท้วมเห็นว่ามีลูกค้ามาหาก็รีบกุลีกุจอวิ่งเข้ามาหาพร้อมเอ่ยถามสวี่ว่านเฉิงว่า“คุณท่านสนใจจะวางเดิมพันเหรอครับ?”
“ใช่แล้ว” สวี่ว่านเฉิงพยักหน้า
“ไม่ทราบว่าท่านอยากเดิมพันในรายการไหนครับ เดิมพันตัวผู้เข้าสอบเดิมพันผลแพ้ชนะ หรือเดิมพันความเป็นความตายดี?” ชายร่างท้วมถามด้วยความตื่นเต้น
“เดิมพันตัวผู้เข้าสอบแล้วกัน” สวี่ว่านเฉิงกล่าว
“ได้เลยครับท่าน ไม่ทราบว่าท่านต้องการเดิมพันผู้เข้าสอบคนไหนเดี๋ยวผมจะลงทะเบียนให้เพียงแค่ผู้เข้าสอบที่ท่านเดิมพันได้รับชัยชนะในการประลองบนเวทีหลังจากนี้ท่านก็จะได้รับรางวัลเพิ่มเติมอีกหนึ่งในสามส่วนของจำนวนเงินเดิมพันทันที”
ชายร่างท้วมอธิบายอย่างอดทน“แน่นอนครับว่าถ้าผู้เข้าสอบที่ท่านเดิมพันแพ้เงินเดิมพันของท่านก็จะถูกสมาคมการค้าเทียนสิงยึดไปทั้งหมดไม่ทราบว่าท่านเข้าใจกฎชัดเจนไหมครับ?”
“เข้าใจแล้ว”
สวี่ว่านเฉิงพยักหน้าพลางคิดในใจว่าสมาคมการค้าเทียนสิงนี่หน้าเลือดชะมัด ชนะได้แค่หนึ่งในสามแต่แพ้เสียหมดตัว
อย่างไรก็ตามสมาคมการค้าก็เน้นผลกำไรเป็นหลักอยู่แล้ว ธุรกิจที่ไม่ได้กำไรพวกเขาคงไม่ทำแน่นอน
อีกอย่างสวี่ว่านเฉิงก็แค่หาอะไรทำแก้เซ็ง อยากลองพนันเล่นๆ นิดหน่อย จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
ว่าแล้วเขาก็เอ่ยขึ้นว่า
“ฉันขอลงข้างลู่เซิ่ง ประเดิมก่อนสัก 10,000 เหรียญมังกรแล้วกัน”
สวี่ว่านเฉิงพูดพลางทำท่าจะหยิบเงินออกมาจากช่องเก็บของติดตัว
แต่เขายังไม่ทันจะพูดจบคำพูดนั้นก็ทำให้เหล่าผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษารอบข้างไม่ไกลนักถึงกับระเบิดเสียงฮือฮาออกมาทันที
“อะไรนะ? ลู่เซิ่ง?”
“เฮ้ย นี่ไอ้โง่จากไหนเนี่ย ถึงอยากจะเดิมพันข้างลู่เซิ่ง”
“อื้อหือ ฮ่าฮ่าฮ่า ขำตายละ เดิมพันลู่เซิ่งเนี่ยนะมันต่างอะไรกับการเอาเงินไปเผาทิ้งในเตาไฟล่ะนั่น?”
“ได้ยินมาว่าไอ้ลู่เซิ่งที่เป็นแค่พาลาดินนั่นอาศัยแค่ดวงดีเลยแย่งอันดับของหวังเทียนอีไปได้สองครั้งติดสถาบันจิงหลงเลยตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะส่งมันไปให้หวังเทียนอีใช้ซ้อมมือตั้งแต่นัดแรกเลย...”
“ชู่ว เบาๆ หน่อยสิโว้ย เรื่องแบบนี้รู้กันแค่ภายในก็พอแล้วยังจะตะโกนออกมาอีก ไม่กลัวสถาบันจิงหลงมาเช็กบิลทีหลังหรือไง?”
“เอ่อ... ความผิดฉันเอง ความผิดฉันเอง เผลอปากพล่อยไปหน่อย...”
“หุบปากไปเลย”
ผู้คนรอบข้างต่างพากันแสดงความเห็นกันบ้างก็หลุดปากพูดความลับภายในออกมาโดยไม่ตั้งใจ
“ว่าไงนะ? สถาบันจิงหลงนั่นถึงขนาดจะจัดฉากให้ลู่เซิ่งไปเจอกับหวังเทียนอีเลยเหรอ?”
เมื่อได้ยินบทสนทนาของคนรอบข้างสวี่ว่านเฉิงถึงกับหน้าถอดสีจนแทบจะฉี่ราดกางเกง
จังหวะนั้นชายร่างท้วมรีบส่งสายตาตำหนิไปยังคนที่พูดเมื่อครู่ดูเหมือนเขาจะกลัวว่าสวี่ว่านเฉิงคิดจะเปลี่ยนใจไม่เดิมพัน จึงรีบเอ่ยกล่อมต่อว่า“คุณท่านตาถึงจริงๆ ครับได้ยินมาว่าพาลาดินลู่เซิ่งนี่เป็นถึงอันดับหนึ่งของการทดสอบสองรอบแรกเชี่ยวชาญการต่อสู้มาก โอกาสชนะสูงถึง 99% เชียวครับ”
“ถ้าท่านยืนยันจะเดิมพันลู่เซิ่งล่ะก็ ผมตัดสินใจให้เองเลย จะเพิ่มอัตราต่อรองให้เป็น 100 เท่า หมายความว่าขอแค่ลู่เซิ่งชนะในการประลองบนเวที เงิน 10,000 เหรียญมังกรของท่านก็จะกลายเป็นหนึ่งล้านเหรียญมังกรทันทีเลยนะครับ... คุณท่าน? คุณท่านครับ?”
ชายร่างท้วมยังคงพล่ามไม่หยุด
แต่สวี่ว่านเฉิงจะมีกะจิตกะใจมาฟังเขาที่ไหนล่ะ?
“ลู่เซิ่ง เจอเรื่องใหญ่แล้ว”
...
อีกด้านหนึ่งลู่เซิ่งเพิ่งจะมาถึงห้องพักรอสำหรับผู้เข้าแข่งขันและหาที่นั่งลงยังไม่ทันจะได้นั่งให้มั่นคงดี เขาก็เห็นข้อความแชตส่วนตัวที่ส่งมาจากเหล่าสวี่จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“หือ? เหล่าสวี่ เกิดอะไรขึ้น?” ลู่เซิ่งพิมพ์ตอบกลับไป
“ฉันเพิ่งได้ยินมาว่าสถาบันจิงหลงวางแผนจะจัดการแกในรอบชิงชนะเลิศนี้รอบแรกพวกเขาจะส่งแกไปเจอกับหนึ่งในสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดอย่าง 'จอมเวทมิติ' หวังเทียนอี”
สวี่ว่านเฉิงไม่ได้อ้อมค้อมเขาพูดเข้าประเด็นทันทีด้วยความรีบร้อนถึงขนาดลืมส่งสติกเกอร์ที่ชอบใช้เป็นประจำด้วยซ้ำ
“ไม่ได้การแล้ว แกต้องไปถอนตัวเดี๋ยวนี้รอบชิงชนะเลิศนี่จะเข้าร่วมไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตเร็วเข้า” สวี่ว่านเฉิงคะยั้นคะยอซ้ำ
ทว่าเขายิ่งพูดยิ่งรีบร้อนแต่คำพูดนั้นกลับทำให้ลู่เซิ่งหลุดขำออกมาแทน...
“เอ่อ... คุณแน่ใจนะ ว่าเขาจะส่งผมไปเจอกับหวังเทียนอี?” ลู่เซิ่งส่งข้อความกลับไป
“ตอนนี้ฉันยังไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่เรื่องแบบนี้กันไว้ดีกว่าแก้เชื่อไว้ก่อนไม่เสียหายนะ”
สวี่ว่านเฉิงตอบกลับมาอย่างร้อนรน“นั่นมันหวังเทียนอีเชียวนะ เป็นถึงผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดแถมพรสวรรค์การต่อสู้ยังสูงถึงระดับ S ถ้าแกต้องเผชิญหน้ากับเขาตรงๆแทบจะไม่มีโอกาสชนะเลย สู้ฉวยโอกาสตอนนี้ที่ยังมีเวลา...”