ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 6 บทที่ 159 กลลวงรอบชิงชนะเลิศ ความลับถูกเปิดโปงก่อนกำหนด

            ความจริงแล้วไม่ใช่แค่เหล่าผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษาในที่แห่งนี้เท่านั้นแม้แต่สวี่ว่านเฉิงเองก็ยังรู้สึกว่าลู่เซิ่งนั้นทำผลงานได้เกินมาตรฐานไปมาก...

            ทว่ายิ่งผลคะแนนของลู่เซิ่งออกมาดีเท่าไรก็ยิ่งมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสียต่อตัวเขาเอง ดังนั้นจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อแต่โบกมือพลางกล่าวว่า “เอาละ ใกล้ได้เวลาแล้วรอบชิงชนะเลิศกำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้าแกไปรอที่ห้องพักรอสำหรับผู้เข้าแข่งขันด้านหน้าก่อนเถอะ ฉันจะคอยดูจากตรงนี้เอง”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง พร้อมเอ่ยเตือนลู่เซิ่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“รอบชิงชนะเลิศที่กำลังจะถึงนี้เกี่ยวพันถึงอนาคตและโชคชะตาตลอดชีวิตของแก เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจรับมือให้ดีห้ามประมาทเลินเล่อเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

            “รับทราบครับ”

            ลู่เซิ่งตอบกลับสั้นๆ

            “อืม รีบไปเถอะ”

            สวี่ว่านเฉิงเห็นดังนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจแล้วโบกมือไล่อีกครั้ง

            เขายืนส่งลู่เซิ่งจนลับสายตาจากนั้นจึงหาที่นั่งว่างๆ นั่งลงแล้วลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

            ในขณะที่สวี่ว่านเฉิงกำลังนั่งรอการเริ่มต้นของรอบชิงชนะเลิศอย่างใจจดใจจ่อนั้นเอง

            “เปิดรับแทงแล้วครับ เปิดรับแทงแล้ว ทุกท่านรีบมาลงเดิมพันกันเร็ว!”

            “สินค้าจากเทียนสิง การันตีคุณภาพ พนันนิดหน่อยพอเป็นพิธีไม่มีการโกงเด็กและคนชรา!”

            “ไม่ว่าท่านจะเดิมพันตัวผู้เข้าสอบ เดิมพันผลแพ้ชนะหรือแม้แต่เดิมพันความเป็นความตาย เรารับหมดทุกอย่าง มีแบบที่เหมาะกับท่านแน่นอน”

            “โอกาสทองไม่ได้มีบ่อยๆ ทุกท่านรีบตัดสินใจวางเดิมพันกันเถอะครับ”

            ทันใดนั้นเสียงตะโกนโฆษณาที่ฟังดูพิลึกพิลั่นชุดหนึ่งก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆดึงดูดความสนใจของสวี่ว่านเฉิงไปในทันที

            สวี่ว่านเฉิงมองตามเสียงไปเห็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดเครื่องแบบของสมาคมการค้าเทียนสิงถือกระเป๋าเอกสารเดินไปมาตามที่นั่งผู้ชมพร้อมกับตะโกนป่าวประกาศเสียงดัง

            เมื่อได้ยินเสียงตะโกนนั้นผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษาบางคนที่มานั่งดูการแข่งขันแล้วไม่มีอะไรทำก็เริ่มเกิดความสนใจขึ้นมาทันที

            “เถ้าแก่ ฉันอยากลงข้าง 'เซียนกระบี่พเนจร' อวิ๋นเทียนหลัน ไม่ทราบว่าสมาคมการค้าเทียนสิงของพวกคุณรับแทงไหม?”

            “ฉันด้วย ฉันขอลงข้าง 'นักรบคลั่งอมตะ' ฉู่เอ้า เดิมพัน 100,000 เหรียญมังกร”

            “ฉันขอแทงข้าง 'จอมเวทมิติ' หวังเทียนอี”

            ผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษาหลายคนทยอยลุกขึ้นถามเสียงดังซึ่งเป้าหมายที่พวกเขาเลือกวางเดิมพันนั้นเหมือนกันอย่างน่าประหลาดนั่นคือเลือกแต่เหล่าสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุด

            ทว่าน่าเสียดายในฐานะสมาคมการค้าชั้นนำของประเทศ คนของสมาคมการค้าเทียนสิงไม่ใช่พวกโง่เขลา

            “ต้องขออภัยด้วยครับเนื่องจากสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดมีพลังแข็งแกร่งเกินไปผลแพ้ชนะแทบจะไม่มีความพลิกโผดังนั้นทางสมาคมจึงขอระงับการรับเดิมพันที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาทั้งสี่คนเป็นการชั่วคราวขอให้ทุกท่านโปรดเลือกผู้ใช้อาชีพคนอื่นในการวางเดิมพันแทนนะครับ”

            ชายร่างท้วมกล่าวด้วยรอยยิ้มละไม

            “อ้าว... ไม่มีสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดงั้นเหรอ?”

            “เหอะ กะว่าจะฟันกำไรสักหน่อย หมดสนุกเลย”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษาที่ตะโกนเรียกเมื่อครู่ต่างพากันส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง

            จะมีก็แต่สวี่ว่านเฉิง

            “หืม? มีเปิดโต๊ะพนันรอบนอกด้วยเหรอเนี่ย น่าสนใจแฮะ”

            สวี่ว่านเฉิงไม่ลังเลเขาโบกมือเรียกชายร่างท้วมจากสมาคมการค้าเทียนสิงทันที

            “เถ้าแก่ มานี่หน่อย”

            เมื่อชายร่างท้วมเห็นว่ามีลูกค้ามาหาก็รีบกุลีกุจอวิ่งเข้ามาหาพร้อมเอ่ยถามสวี่ว่านเฉิงว่า“คุณท่านสนใจจะวางเดิมพันเหรอครับ?”

            “ใช่แล้ว” สวี่ว่านเฉิงพยักหน้า

            “ไม่ทราบว่าท่านอยากเดิมพันในรายการไหนครับ เดิมพันตัวผู้เข้าสอบเดิมพันผลแพ้ชนะ หรือเดิมพันความเป็นความตายดี?” ชายร่างท้วมถามด้วยความตื่นเต้น

            “เดิมพันตัวผู้เข้าสอบแล้วกัน” สวี่ว่านเฉิงกล่าว

            “ได้เลยครับท่าน ไม่ทราบว่าท่านต้องการเดิมพันผู้เข้าสอบคนไหนเดี๋ยวผมจะลงทะเบียนให้เพียงแค่ผู้เข้าสอบที่ท่านเดิมพันได้รับชัยชนะในการประลองบนเวทีหลังจากนี้ท่านก็จะได้รับรางวัลเพิ่มเติมอีกหนึ่งในสามส่วนของจำนวนเงินเดิมพันทันที”

            ชายร่างท้วมอธิบายอย่างอดทน“แน่นอนครับว่าถ้าผู้เข้าสอบที่ท่านเดิมพันแพ้เงินเดิมพันของท่านก็จะถูกสมาคมการค้าเทียนสิงยึดไปทั้งหมดไม่ทราบว่าท่านเข้าใจกฎชัดเจนไหมครับ?”

            “เข้าใจแล้ว”

            สวี่ว่านเฉิงพยักหน้าพลางคิดในใจว่าสมาคมการค้าเทียนสิงนี่หน้าเลือดชะมัด ชนะได้แค่หนึ่งในสามแต่แพ้เสียหมดตัว

            อย่างไรก็ตามสมาคมการค้าก็เน้นผลกำไรเป็นหลักอยู่แล้ว ธุรกิจที่ไม่ได้กำไรพวกเขาคงไม่ทำแน่นอน

            อีกอย่างสวี่ว่านเฉิงก็แค่หาอะไรทำแก้เซ็ง อยากลองพนันเล่นๆ นิดหน่อย จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก

            ว่าแล้วเขาก็เอ่ยขึ้นว่า

            “ฉันขอลงข้างลู่เซิ่ง ประเดิมก่อนสัก 10,000 เหรียญมังกรแล้วกัน”

            สวี่ว่านเฉิงพูดพลางทำท่าจะหยิบเงินออกมาจากช่องเก็บของติดตัว

            แต่เขายังไม่ทันจะพูดจบคำพูดนั้นก็ทำให้เหล่าผู้ฝึกสอนที่มาคัดตัวนักศึกษารอบข้างไม่ไกลนักถึงกับระเบิดเสียงฮือฮาออกมาทันที

            “อะไรนะ? ลู่เซิ่ง?”

            “เฮ้ย นี่ไอ้โง่จากไหนเนี่ย ถึงอยากจะเดิมพันข้างลู่เซิ่ง”

            “อื้อหือ ฮ่าฮ่าฮ่า ขำตายละ เดิมพันลู่เซิ่งเนี่ยนะมันต่างอะไรกับการเอาเงินไปเผาทิ้งในเตาไฟล่ะนั่น?”

            “ได้ยินมาว่าไอ้ลู่เซิ่งที่เป็นแค่พาลาดินนั่นอาศัยแค่ดวงดีเลยแย่งอันดับของหวังเทียนอีไปได้สองครั้งติดสถาบันจิงหลงเลยตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะส่งมันไปให้หวังเทียนอีใช้ซ้อมมือตั้งแต่นัดแรกเลย...”

            “ชู่ว เบาๆ หน่อยสิโว้ย เรื่องแบบนี้รู้กันแค่ภายในก็พอแล้วยังจะตะโกนออกมาอีก ไม่กลัวสถาบันจิงหลงมาเช็กบิลทีหลังหรือไง?”

            “เอ่อ... ความผิดฉันเอง ความผิดฉันเอง เผลอปากพล่อยไปหน่อย...”

            “หุบปากไปเลย”

            ผู้คนรอบข้างต่างพากันแสดงความเห็นกันบ้างก็หลุดปากพูดความลับภายในออกมาโดยไม่ตั้งใจ

            “ว่าไงนะ? สถาบันจิงหลงนั่นถึงขนาดจะจัดฉากให้ลู่เซิ่งไปเจอกับหวังเทียนอีเลยเหรอ?”

            เมื่อได้ยินบทสนทนาของคนรอบข้างสวี่ว่านเฉิงถึงกับหน้าถอดสีจนแทบจะฉี่ราดกางเกง

            จังหวะนั้นชายร่างท้วมรีบส่งสายตาตำหนิไปยังคนที่พูดเมื่อครู่ดูเหมือนเขาจะกลัวว่าสวี่ว่านเฉิงคิดจะเปลี่ยนใจไม่เดิมพัน จึงรีบเอ่ยกล่อมต่อว่า“คุณท่านตาถึงจริงๆ ครับได้ยินมาว่าพาลาดินลู่เซิ่งนี่เป็นถึงอันดับหนึ่งของการทดสอบสองรอบแรกเชี่ยวชาญการต่อสู้มาก โอกาสชนะสูงถึง 99% เชียวครับ”

            “ถ้าท่านยืนยันจะเดิมพันลู่เซิ่งล่ะก็ ผมตัดสินใจให้เองเลย จะเพิ่มอัตราต่อรองให้เป็น 100 เท่า หมายความว่าขอแค่ลู่เซิ่งชนะในการประลองบนเวที เงิน 10,000 เหรียญมังกรของท่านก็จะกลายเป็นหนึ่งล้านเหรียญมังกรทันทีเลยนะครับ... คุณท่าน? คุณท่านครับ?”

            ชายร่างท้วมยังคงพล่ามไม่หยุด

            แต่สวี่ว่านเฉิงจะมีกะจิตกะใจมาฟังเขาที่ไหนล่ะ?

            “ลู่เซิ่ง เจอเรื่องใหญ่แล้ว”

            ...

            อีกด้านหนึ่งลู่เซิ่งเพิ่งจะมาถึงห้องพักรอสำหรับผู้เข้าแข่งขันและหาที่นั่งลงยังไม่ทันจะได้นั่งให้มั่นคงดี เขาก็เห็นข้อความแชตส่วนตัวที่ส่งมาจากเหล่าสวี่จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

            “หือ? เหล่าสวี่ เกิดอะไรขึ้น?” ลู่เซิ่งพิมพ์ตอบกลับไป

            “ฉันเพิ่งได้ยินมาว่าสถาบันจิงหลงวางแผนจะจัดการแกในรอบชิงชนะเลิศนี้รอบแรกพวกเขาจะส่งแกไปเจอกับหนึ่งในสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดอย่าง 'จอมเวทมิติ' หวังเทียนอี”

            สวี่ว่านเฉิงไม่ได้อ้อมค้อมเขาพูดเข้าประเด็นทันทีด้วยความรีบร้อนถึงขนาดลืมส่งสติกเกอร์ที่ชอบใช้เป็นประจำด้วยซ้ำ

            “ไม่ได้การแล้ว แกต้องไปถอนตัวเดี๋ยวนี้รอบชิงชนะเลิศนี่จะเข้าร่วมไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตเร็วเข้า” สวี่ว่านเฉิงคะยั้นคะยอซ้ำ

            ทว่าเขายิ่งพูดยิ่งรีบร้อนแต่คำพูดนั้นกลับทำให้ลู่เซิ่งหลุดขำออกมาแทน...

            “เอ่อ... คุณแน่ใจนะ ว่าเขาจะส่งผมไปเจอกับหวังเทียนอี?” ลู่เซิ่งส่งข้อความกลับไป

            “ตอนนี้ฉันยังไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่เรื่องแบบนี้กันไว้ดีกว่าแก้เชื่อไว้ก่อนไม่เสียหายนะ”

            สวี่ว่านเฉิงตอบกลับมาอย่างร้อนรน“นั่นมันหวังเทียนอีเชียวนะ เป็นถึงผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดแถมพรสวรรค์การต่อสู้ยังสูงถึงระดับ S ถ้าแกต้องเผชิญหน้ากับเขาตรงๆแทบจะไม่มีโอกาสชนะเลย สู้ฉวยโอกาสตอนนี้ที่ยังมีเวลา...”

             

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน