นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 80 เริ่มงานประมูล

            ตอนที่ 80 เริ่มงานประมูล

             

             

            บริเวณส่วนทิศตะวันออกของนครรัตนะ ตึกสูงใหญ่มากมายที่บรรจงสร้างอย่างงดงามและพิถีพิถันมากมายต่างตั้งตระหง่านวางเรียงรายอย่างสวยงาม ตึกสูงหลายตึกถูกสร้างสรรค์ด้วยไม้อย่างดีและพื้นยกสูง บนหลังคาปะด้วยกระเบื้องเคลือบทอง ให้ความรู้สึกร่มเย็นเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

             

            หลายหมู่ตึกประกอบขึ้นด้วยหินอ่อนตัดลายแทรกด้วยอัญมณีมากมายที่แทรกอยู่ตามตัวตึกเพื่อตกแต่ง บริเวณโดยรอบนั้นตกแต่งอย่างหรูหรา ราวกับเป็นเมืองเล็กอีกเมืองหนึ่งที่ดูโดดเด่นสะดุดตา แม้แต่ทางเดินและต้นไม้บริเวณนี้ยังมีการจัดวางอย่างพิถีพิถัน นิทานบางทียังเผลอลืมไปว่านี่ไม่ใช่เมืองอีกเมืองหนึ่ง แต่เป็นเพียงเขตเดียวของนครรัตนะ

             

            พื้นที่ส่วนนี้คือย่านการค้าขนาดใหญ่ประจำนครรัตนะ เป็นสถานที่รวมความบันเทิงและการค้าขายของนครรัตนะ สิ่งของสูงค่าหายากต่าง ๆ มากมายสามารถพบได้ที่นี่ ผู้คนสัญจรกันอย่างหนาแน่น ผู้คนโดยรอบล้วนแต่งกายกันด้วยชุดที่ดูหรูหรามากกว่าบริเวณอื่นในเมืองอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเป็นแหล่งรวมของเหล่าผู้มีทรัพย์

             

            นิทานเห็นพื้นที่เหล่านี้แล้วก็ต้องถอนหายใจ บรรยากาศที่กลิ่นเงินอบอวลไปทั่วเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกทั้งอิจฉาและอึดอัด ใจหนึ่งก็อยากร่ำรวยกับเขาบ้าง หากอีกใจหนึ่งก็รู้สึกสบายใจกับบรรยากาศอบอุ่นของตลาดกลางที่เขาไปเดินเป็นประจำมากกว่าบรรยากาศหรูหราชวนอึดอัดของที่แห่งนี้

             

            หากที่แน่ ๆ คือเขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างชัดเจน

             

            “พี่นิทานไม่เคยมาบริเวณนี้ใช่มั้ยครับ พื้นที่ส่วนนี้เกิน 70เปอร์เซ็นต์ถูกกว้านซื้อโดยกลุ่มการค้าเชียนเป่าและกลุ่มการค้าอิสึกะ เรียกได้ว่าพี่นิทานสามารถหาได้แทบทุกอย่างบนมหาทวีปแห่งนี้ได้ที่นี่ครับ” อินจันทร์ยิ้มบาง

             

            อินจันทร์และนิทานขณะนี้กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่สถานที่จัดงานประมูลของกลุ่มการค้าอิสึกะ พวกเขาปรับรูปลักษณ์เล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับสถานที่ อินจันทร์เวลานี้ติดตราประจำตระกูลอุทุมพรเต็มยศ ตามท้ายด้วยข้ารับใช้มากมายที่เดินกันเป็นขบวน นำมาด้วยตาไกรที่เดินติดตามอยู่ด้านหลังอินจันทร์

             

            ส่วนนิทานและคีตาก็ควักเอาชุดราชปะแตนที่เขาใส่ในงานเลี้ยงออกมาสวมใส่อีกครั้ง คีตาคราวนี้สวมหมวกปีกเล็กใบหนึ่งบนหัวขนาดใหญ่อย่างน่ารัก รองเท้าหนังที่ถูกขัดอย่างสะอาดถูกสวมแทนรองเท้าคู่โปรดของมัน

             

            “ไม่เคยเลยครับ อย่างกับมีอีกเมืองหนึ่งอยู่ในนครรัตนะเลย” นิทานตอบอย่างสัตย์จริง

             

            “สาขาใหญ่ของกลุ่มการค้าเชียนเป่าและอิสึกะก็ตั้งอยู่บริเวณนี้ครับ สถาปัตยกรรมเลยจะอ้างอิงตามแบบวัฒนธรรมของทั้งคู่ในระดับหนึ่ง” อินจันทร์อธิบาย

             

            ระหว่างที่ทั้งคู่เดินคุยกัน พวกเขาก็เดินมาถึงตึกขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้สีชมพู ตึกทั้งหลังสร้างขึ้นจากไม้ที่ปักลายอาคมมากมายอย่างแข็งแกร่ง สวนด้านข้างมีต้นไม้พุ่มเตี้ยมากมายที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดีและทรายขาวที่ได้รับการเกลี่ยอย่าประณีตจนเป็นรูปปลาคาร์ป ลานกว้างด้านหน้ามีต้นบอนไซขนาดใหญ่โตตั้งตระหง่าน และภายใต้ต้นบอนไซนั้น ฝูงชนมากมายต่างทยอยเข้าสู่ตัวตึกอย่างเป็นระเบียบ

             

            นิทานสังเกตฝูงชนกลุ่มนั้นแล้วก็อดกลั้นหายใจไม่ได้ กลุ่มคนเหล่านั้นล้วนแต่งกายกันด้วยเครื่องประดับหรูหราราคาแพงที่ส่องประกายพลังออกมาจาง ๆ แทบทุกคนประดับด้วยตราของตระกูลใหญ่หรือขุมอำนาจชื่อดังมากมายที่นิทานเคยได้ยินชื่อ

             

            เขาเห็นคนมากมายที่เขาพบในงานเลี้ยงราชวังครั้งนั้น หากคนเหล่านี้กลับเดินติดตามหลังเหล่าคนชรามากมายที่เดินนำอยู่ข้างหน้า ร่างของคนชราเหล่านั้นแผ่กลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งออกมาอย่างเนืองแน่น

             

            อริยะเต็มไปหมดเลย! นิทานกลั้นหายใจ

             

            กลุ่มคนมากมายในที่นี้ระดับความสูงส่งและพลังถึงกับเหนือยิ่งกว่างานเลี้ยงราชวงศ์ในครั้งนั้น นิทานที่เคยคิดว่าในงานเลี้ยงครั้งนั้นคือศูนย์รวมเหล่าผู้กุมอำนาจในมือพลันพบว่าตนก็ไม่ต่างไปจากกบในกะลาโดยแท้จริง

             

            คนเหล่านั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าอริยะประจำขุมกำลังของตัวเอง พวกเขาก็เป็นได้เพียงผู้ติดตามเท่านั้น อริยะผู้สูงส่งเหล่านี้ต่างหากคือผู้ที่กุมอนาคตของขุมกำลังเอาไว้

             

            “ผมมีบัตรพิเศษครับ เราต้องเดินอ้อมไปอีกฝั่ง บัตรของพี่นิทานก็เป็นนะครับ องค์หญิงไพลินดูแลพี่นิทานดีเหมือนกันนะครับเนี่ย” อินจันทร์หัวเราะเบา ๆ

             

            นิทานพลันรู้สึกฮึกเหิมในใจเล็ก ๆ เหล่าอริยะมากมายเหล่านั้นต้องต่อแถวเข้างาน แต่เขากลับสามารถอ้อมเข้างานได้ด้วยบัตรพิเศษ

             

            องค์หญิงไพลินจงเจริญ! นิทานลิงโลด

             

            พวกเขาอ้อมเข้าสู่ด้านข้างของตัวตึก พื้นที่บริเวณนี้คนบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด เหล่าคนในบริเวณนี้กลับไม่ได้แผ่พลังสูงส่งอย่างอริยะออกมา แต่กับไร้ระลอกพลังใดราวกับเป็นเพียงแรกเกิดเท่านั้น

             

            นิทานคงจะเชื่อไปแล้วว่าคนเหล่านี้คือพวกแรกเกิดถ้าหนึ่งในนั้นไม่ใช่อริยะแปลงเพลิง อริยะแปลงเพลิงเวลานี้เดินตามหลังสตรีร่างเล็กผู้หนึ่ง พวกเธอทั้งสองล้วนมีผมสีแดงสดและนัยน์ตาสีชมพู

             

            อริยะแปลงเพลิงมิได้เปล่งพลังกดดันออกมารอบตัวตลอดเวลาเฉกเช่นยามที่นิทานพบ แต่เธอกลับปล่อยบรรยากาศสูงส่งและแตกต่างออกมา ราวกับป่าวประกาศให้ทุกคนได้ทราบถึงฐานะอันสูงส่งของเธอ

             

            สตรีร่างเล็กตรงหน้ากลับไม่เป็นเช่นนั้น ร่างเธอไม่แผ่พลังใด ๆ ออกมาโดยแท้จริง ใบหน้ายิ้มอ่อน ๆ นั้นแม้จะให้ความรู้สึกสูงส่งเช่นกันหากกลับรู้สึกว่าสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย

             

            เมื่อนิทานสังเกตเห็นเธอ องค์หญิงไพลินก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน เธอหันหน้ามามองพร้อมกับโบกมือน้อย ๆ เป็นการทักทาย

             

            เพียงการคงอยู่ของอริยะแปลงเพลิงก็ทำให้นิทานทราบแล้วว่าคนเหล่านี้นั้นล้วนเป็นอริยะระดับสูง พวกเขาต่างเก็บงำพลังกันจนดูคล้ายกับแรกเกิด ยังไม่รวมแผ่นหลังขององค์ชายจันทรกานต์ที่นิทานเห็นลิบ ๆ อีก

             

            “แถวนี้นี่แหละครับ รวมตัวคนที่มีพลังซื้อจริง ๆ พี่นิทานจำใบหน้าแต่ละคนไว้ดีกว่านะครับ สินค้าประมูลชิ้นหลัก ๆ จะตกอยู่ในมือหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านี้แน่นอน” อินจันทร์อธิบาย

             

            นิทานพยักหน้าเบา ๆ พลางลอบมองอินจันทร์

             

            หมายความว่านายก็เล็งสินค้าชิ้นหลักไว้เหมือนกันล่ะสิ? นิทานคิดในใจ

             

            เงินกว่า 2ล้านห้าแสนไกอาของเขาจะว่ามากก็ไม่มาก หากจะว่าน้อยก็ไม่น้อย เขาสามารถซื้อวัตถุสลักคำระดับนักสลักโทดี ๆ ได้สักชิ้นหรือสองชิ้น หากโชคดีก็สามารถซื้อวัตถุเสริมอาคมระดับอริยะได้

             

            จากที่นิทานศึกษามา สินค้าชิ้นหลักของงานประมูลในแต่ละครั้งมักเป็นสมบัติระดับอริยะขั้นปลายเป็นอย่างน้อย หลายครั้งที่มีสมบัติระดับผู้แสวงวิถีเข้ามาเช่นกัน ในประวัติศาสตร์หลายร้อยปีมีไม่ถึงสิบครั้งที่จะมีสมบัติที่ระดับสูงเช่นนั้นเล็ดลอดเข้ามา

             

            ราคาของสมบัติเหล่านั้นเรียกได้ว่าอยู่คนละมิติกับที่นิทานจินตนาการ เขามาครั้งนี้เพื่อเล็งสมบัติระดับกลางเท่านั้น สมบัติระดับสูงเหล่านั้นปล่อยให้เหล่าปีศาจเขาแก่งแย่งกันไปเถอะ เขาขอมองดูเอาประสบการณ์ก็เกินพอแล้ว

             

            นิทานเดินตามอินจันทร์เข้าสู่ห้องขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ในห้องนี้ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา โต๊ะขนาดเล็กและเก้าอี้สองตัวถูกวางหันหน้าไปทางม่าน ขนมนมเนยและเครื่องดื่มถูกเตรียมไว้พรักพร้อม คนรับใช้จำนวนมากของอินจันทร์นั้นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาแต่อย่างใด เพียงยืนเป็นระเบียบที่ด้านนอกห้อง

             

            ชายรับใช้ในห้องคุกเข่าคำนับศีรษะแนบพื้นตามฉบับวัฒนธรรมของกลุ่มการค้าอิสึกะ เขาลุกขึ้นแล้วจึงบรรจงเลิกม่านขนาดใหญ่ด้านหน้าขึ้น แล้วจึงปรากฏเวทีขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป บนเวทีนั้นยังคงถูกบดบังไว้ด้วยม่าน นิทานก้มมองข้างล่างแล้วจึงเห็นกลุ่มคนนั่งกันอย่างหนาแน่น นิทานพบคนคุ้นหน้าคุ้นตาบางคนในนั้นเช่นกัน

             

            รอบด้านของห้องเล็กแห่งนี้คือห้องเล็กแบบเดียวกันอีกหลายห้อง ทั้งหมดต่างหันหน้าเข้าหาเวทีอย่างเด่นชัด

             

            เหนือหัวของเขากลับเป็นห้องขนาดใหญ่หลักสิบห้องที่ดูหรูหราไปอีกระดับ นิทานเห็นองค์หญิงไพลินนั่งอยู่ในห้องหนึ่งในนั้น อีกห้องหนึ่งคือองค์ชายจันทรกานต์ อีกห้องหนึ่งนั้นปรากฏร่างที่นั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ คนด้านหลังสลักตรารูปดาบและสิงโต

             

            ร่างที่นั่งไขว่ห้างนั้นเป็นชายหนุ่มรูปงาม นัยน์ตาเหลืองทองเปล่งประกาย เรือนผมสีเขียวเข้ม ร่างกายสมส่วนได้รูปราวกับนักรบ รูปหน้าและสีผมนั้นทำให้นิทานคาดเดาได้ว่าเขาสมควรเป็นผู้ยิ่งใหญ่จากจักรวรรดิมาลาไค

             

            อีกห้องหนึ่งมีกลุ่มคนเครายาวแต่งชุดสีดำ ด้านหลังมีตรารูปเรือและครีบปลาขนาดใหญ่ การแต่งกายของพวกเขานั้นปิดร่างกายมิดชิดยกเว้นส่วนหัว ใบหน้าและหนวดเคราครึ้มให้ความรู้สึกของการผ่านแดดผ่านฝน จากตราสัญลักษณ์ คนเหล่านี้สมควรเป็นโจรสลัดที่แข็งแกร่งจากน่านน้ำ

             

            หลากหลายห้องบนนั้นถูกจับจองด้วยเผ่าพันธุ์อื่นมากมายอย่างเผ่าซือบาสและเผ่ารูเบียส ปีกสีขาวสวยและนัยน์ตาสีแดงบ่งบอกตัวตนของพวกเขาอย่างชัดเจน

             

            บางห้องก็ปรากฏกลุ่มคนที่สวมชุดคลุมและแว่นตาดูคงแก่เรียน พวกเขาล้วนพกพาหนังสือเล่มโตและตราสัญลักษณ์รูปหนังสือซ้อนกันทำให้นิทานรู้ว่าพวกเขาย่อมเป็นคนจากหอสมุด

             

            ห้องที่ไม่ไกลออกไปมีชายชราและหญิงชราที่สวมชุดนักบวช พวกเขาล้วนสงบและแผ่รังสีอ่อนโยนออกมาจากร่าง ร่างของพวกเขาเปล่งแสงจาง ๆ ที่ราวกับจะชำระทุกสิ่ง เครื่องแต่งกายและตรารูปปากกาจุ่มหยดหมึกทำให้นิทานทราบว่าพวกเขาคือตัวแทนจากศาสนาปฐมมันตรา

             

            ส่วนห้องอื่นนั้นปิดม่านอย่างแนบสนิท ไม่สามารถมองเห็นเข้าไปได้ แต่เพียงแค่นี้นิทานก็รับทราบถึงความแตกต่างของงานเลี้ยงเมื่อครั้งนั้นกับงานประมูลนี้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกหลายขั้น

             

            งานเลี้ยงครั้งนั้นเพียงมีตัวแทนส่วนใหญ่จากสาขาอาณาจักรไฟกัลป์เท่านั้น หากงานประมูลครั้งนี้ ขุมอำนาจใหญ่มากมายต่างเดินทางมาเข้าร่วมกันอย่างเนืองแน่น

             

            จากที่นั่งทำให้นิทานพอเข้าใจได้คร่าว ๆ ว่าขุมกำลังไหนบ้างคือขุมกำลังใหญ่แห่งทวีป ที่นั่งชั้นบนสุดย่อมหมายถึงผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุด

             

            ระหว่างที่นิทานกำลังตรวจสอบโดยรอบ แสงของห้องโถงนี้ก็ดับลง แล้วจึงมีไฟหลากสีติดขึ้นบริเวณเวที เรียกสายตาของทุกคนให้หันไปรวมกัน

             

            พิธีกรชายรูปร่างสมส่วนหน้าตาดีและสตรีหน้าตาน่ารักเดินก้าวออกมาจากหลังเวที พวกเขาทั้งคู่แต่งกายด้วยชุดคลุมที่ทับปิดกัน พันด้วยผ้าหรูหราบริเวณเอวอย่างเรียบร้อย

             

            พวกเขาทั้งคู่คุกเข่าคำนับหน้าผากแนบพื้น แล้วจึงลุกขึ้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม

             

            “สุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และผู้มีเกียรติทุกท่าน พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พวกท่านได้ให้ความสนใจและเข้าร่วมงานประมูลประจำปี ของกลุ่มการค้าอิสึกะเรา” เสียงปรบมือกึกก้องดังไปทั่วบริเวณหลังจากที่พิธีกรทั้งสองกล่าวทักทาย

             

            “เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราขอเริ่มงานประมูลประจำปี ณ บัดนี้!”


    คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน