เจมส์ถึงกับผงะไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าทุกอย่างจะลงเอยแบบนี้
คราวแรกมองว่าต้องมีปากเสียง อธิบายให้เธอเข้าใจเล็กน้อย
ในกรณีเลวร้ายอาจถึงขั้นบอกเลิกบอกลา แยกทางกันไปเพราะความเจ้าชู้ของผู้ชาย
แต่อย่างใดก็ดี เมื่อเธอเป็นฝ่ายเข้าใจและยอมรับ เรื่องมันก็ดูเหมือนจะง่ายขึ้น
ซึ่งนั่นคือมุมมองของเจมส์ แล้วถ้าหากเป็นเบียร์ละ
จากที่รู้ เขาเป็นชายหนุ่มเพียบพร้อมด้วยฐานะ เงิน ทอง ชาติตระกูลอันสูงส่ง ผู้หญิงที่ไหนก็อยากได้มาเป็นแฟน โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากพวกเธอก็จะแก้ผ้าถวายร่างกายให้ถึงเตียงนอน
ดังนั้นสำหรับเบียร์ เจมส์ไม่ใช่คนผิดหรือมักมากในกามตัณหา แต่เป็นผู้หญิงพวกนั้นต่างหากที่เข้ามาล่อลวง ในฐานะคนที่มาก่อน การจะถอยไปแบบนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด
เบียร์จะถูกคนที่มาทีหลังหัวเราะเยาะ สุดท้ายจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แล้วที่ตรงนั้นก็จะไม่ใช่ของเธออีกต่อไป ดังนั้นเวลานี้แค่แสดงให้เห็นว่าตัวเองรับได้ก็พอ ส่วนหลังจากนี้ค่อยว่ากันก็ไม่สาย
“ขอบใจนะที่พี่เข้าใจ” เจมส์ลูบศีรษะแฟนสาว ส่วนเธอก็ยิ้มมุมปาก
........
เรือยอร์ชลำสีขาวแล่นมาถึงหมู่บ้านจันทร์อับแสง
มองหมู่บ้านไม่ต่างจากสลัม สร้างติดกันจนแทบไม่มีที่หายใจ กลิ่นน้ำทะเล กลิ่นปลา เรือประมงไฟเบอร์หลายลำจอดเทียบท่า ทำเอาเบียร์งุนงัน
นี่เหรอคือบ้านของแฟนหนุ่ม?
เจ้าของเรือหมื่นล้านบาท ประหลาดชะมัด
ไอ้พวกคนรวยนี่ก็แปลกชอบอยู่แบบคนธรรมดา
ดูบ้านสิเป็นบ้านหลังเก่า เสายกสูง ห้องน้ำมุงสังกะสีขึ้นสนิมเขรอะ วันดีคืนดีไม่รู้ว่าจะบาดนิ้วมือจนติดเชื้อบาดทะยักหรือเปล่า
ที่นั่นเบียร์ได้พบกับจูเนียร์ เด็กชายตัวเล็กผอมบาง ที่อยู่เล่นบนเรือ'เมจิกเชี่ยน'ก่อนหน้านี้
เด็กชายมีการถามถึงสุนัขตัวสีขาว พันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้อย่างเจ้าลัคกี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
เบียร์ยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ เป็นแฟนหนุ่มรุ่นน้องที่ชิงตอบไปก่อน
“ยิ่งกว่าสบายเลยละ เจ้าหมาโง่นั่นโดยเฉพาะเวลาอยู่กับทอย นึกว่ามันแยกร่างได้เป็นสองตัว”
“โธ่พี่เจมส์ละก็ พูดซะเสียหมด ลัคกี้ซนก็จริงแต่น่ารักนะ พี่นี่ไม่รู้อะไรเลย!” เด็กชายเบ้ปาก ท่าทางแง่งอนเสียเต็มประดา
ทุกคนหัวเราะ และสนุกสนานไปกับค่ำคืนที่ใต้ถุนบ้านหลังเก่า
ดวงแก้วอธิบายกับเต๋าว่าตอนนี้เจมส์มีฐานะที่ต่างไปจากเดิม เป็นคนรวย ประสบความสำเร็จในชีวิต
นั่นจึงเป็นเหตุให้ผู้ให้กำเนิดอย่างเต๋าน้ำตาปริ่ม ตบบ่าลูกชายไปหลายครา
“ดีๆ งั้นวันนี้พ่อจะย่างกุ้งย่างหมึก เลี้ยงฉลองให้กับเจมส์ แล้วก็จูเน่ที่ได้งานใหม่”
“เดี๋ยวสิคะคุณ ดูเหมือนว่าคุณจะลืมอีกคนนะคะ” ดวงแก้วสะกิดแขนสามี
“อีกคน...ใครเหรอ”
“ก็หนึ่งในว่าที่ลูกสะใภ้ไงคะ”
เมื่อเรื่องของตังเองถูกหยิบยกขึ้นมาพูด เป็นธรรมดาที่เบียร์จะหน้าขึ้นสี เขินอายจนหน้าแดงเป็นลูกท้อ
วันนั้นพวกเขาจัดปาร์ตี้เรียบง่ายขึ้นที่ใต้ถุนบ้าน เป็นบรรยากาศบ้านๆ ธรรมชาติตามหมู่บ้านติดชายทะเล
ระหว่างนั่งแกะกุ้ง เบียร์เหลือบมองชายหนุ่มคนรักเป็นระยะ
นี่คืออีกด้านที่เขาไม่เคยให้ใครได้เห็น และไม่มีใครรู้นอกจากเธอ ดังนั้นกล่าวสำหรับเบียร์ เธอจึงรู้สึกราวกับว่าตัวเองคือคนพิเศษ
...........
ห้าทุ่มเจมส์กลับมานอนบนเรือ'เมจิกเชี่ยน'
ส่วนจูเน่นอนอยู่บ้านหลังเก่ากับพ่อแม่
พอขึ้นมาบนเรือไม่กี่ก้าวก็ถูกต้อนรับด้วยสมาชิกขนฟูตัวสีขาว พร้อมกับเสียงเห่าที่แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน
เบียร์เข้าไปสวมกอด แล้วบอกว่าคืนนี้นอนกับแกไม่ได้นะเพราะมีธุระอื่นสำคัญต้องไปทำ ก่อนจะหันมาฉีกยิ้มให้เจ้าของเรือในวัยยี่สิบต้น
เช้าวันใหม่ เจมส์ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยกาย ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ มีคราบสีขาวเหนอะบางอย่างเปรอะเปื้อน
เมื่อคืนนี้คงรุกและรับหนัก ที่นอนถึงได้มีสภาพไม่ต่างจากสนามรบ
อาบน้ำแต่งตัวในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยกุหลาบขาว เดินออกมาจากห้องไม่ทันไรก็ได้กลิ่นของอาหารหอมๆ ที่ถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะ
ข้างโต๊ะตัวยาวมีเบียร์ยืนอยู่
เธอสวมผ้ากันเปื้อนด้านในเป็นชุดนักศึกษาสีขาวรัดติ้ว กระโปรงสั้นกุด ดูน่ารักเซ็กซี่ไปอีกแบบ
“ตื่นแล้วเหรอ กินข้าวก่อนสิ แล้วจะได้ไปวิทยาลัยกัน”
เจมส์ค่อนข้างประหลาดใจ ร้อยวันพันปีเธอไม่ค่อยออกมาจัดโต๊ะทานข้าว อีกอย่างคือนอกจากไข่ทอดเบียร์ก็ทำอาหารอย่างอื่นไม่เป็น
“พี่ทำเองหมดเลยเหรอ?” เพราะประหลาดใจจึงลองถามหยั่งเชิง
เบียร์นั่งฝั่งตรงข้าม เผยรอยยิ้มจนเห็นฟันซี่ขาวเรียงราย
“ไม่ทั้งหมดหรอก ความจริงต้องให้เดย์ช่วยด้วย ไม่งั้นมันคงไหม้หมดกระทะ”
เดย์...นั่นสินะหุ่นแองเจิ้ล 21 มีความสามารถในการทำอาหารเป็นเลิศ ไม่แปลกใจเลยหากอาหารบนโต๊ะจะดูน่ากิน
“แปลกนะเนี่ย ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากทำอาหารล่ะ บนเรือก็มีกะลาสีเรือทำให้”
“ก็อยากเอาใจบ้าง ทำไม...ไม่ชอบเหรอ คราวหลังจะได้ไม่ต้องทำ”
“ชอบสิครับ”
“คิคิ งั้นก็กินให้เยอะๆ เลยนะ”
“ผมจะกินให้หมดเลย”
ระหว่างทานอาหาร เจมส์เรียกทอยที่กำลังเล่นกับสุนัขจอมซนมาที่นี่
“ทอย ผมมีเรื่องวานหน่อย ยังจำนายหน้าค้าที่ดินชื่อปุ้ยได้หรือเปล่า”
ทอยในสภาพอุ้มสุนัขด้วยมือเพียงข้างเดียว ตอบโดยไม่ต้องคิด “จำได้สิครับ คืนนั้นผมกับเธอเราสนุกกันมาก แถมเธอยังชอบโทรหาผมบ่อยๆ บอกว่าติดใจรสชาติไส้กรอกอเมริกา...”
“เอิ่ม...นอกเรื่องแล้ว ผมไม่ได้อยากรู้เรื่องบนเตียงของนายกับเธอหรอกนะ”
เห็นแฟนสาวมองแปลกๆ เจมส์จึงรีบตัดบทสนทนาไร้สาระของอีกฝ่าย
“อ้าว แล้วถ้างั้นเจ้านายถามถึงเธอทำไมครับ หรือว่าอยากจะซื้อที่ดิน มาสร้างเป็นสำนักงาน?”
“ก็ไม่เชิง ผมอยากได้บ้านจัดสรรทำเลดี ราคาไม่เกินสิบห้าล้านบาท ตรงนั้นต้องน้ำไม่ท่วม ไม่เป็นมลพิษ ไม่แออัดจนเกินไป และสอง ผมอยากได้พื้นที่ว่างเปล่าใกล้ชายหาด”
“พื้นที่ว่างเปล่า...จะเอาไปทำอะไรเหรอครับ”
“ลานจอดรถน่ะสิ ตอนนี้นายก็รู้นี่นาว่าผมมีรถไว้ใช้งานเยอะจนเกินไป ไม่มีที่จอด หากจอดเทียบฟุตบาทแบบนั้นทุกวันมันก็ดูไม่ดีใช่ไหมละ”
“เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้ทันที”
.......
จัดการเรื่องบ้านให้พ่อแม่เสร็จ เจมส์เดินทางไปวิทยาลัยกุหลาบขาวด้วยรถ R35 คันสีดำ
ทันทีที่รถคันดังกล่าวขับเข้ามาในรั้ววิทยาลัย มันได้ดึงดูดสายตานักศึกษาจำนวนมาก
เวลานี้มีใครบ้างไม่รู้จักเจ้าของรถสปอร์ตคันนี้
เป็นคนรวยตัวจริง
เป็นผู้ทรงอิทธิพล
รายล้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่
นอกจากนั้นตัวเขาเองยังเก่งมากสุดๆ ด้วย
การแข่งครั้งนั้นเจมส์เอาชนะโด้ขาดรอย
หมอนั่นเทีบบไม่ได้แม้แต่ขี้เล็บของเจมส์ ขับรถห่วย จนเกิดเหตุพลิกคว่ำเข้าโรงพยาบาล กระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาเรียน
เมื่อก่อนคงมีนักศึกษาหญิงหลายคนเป็นห่วงโด้ ว่าจะปลอดภัยไหม เป็นอย่างไรบ้าง เมื่อไหร่จะแข็งแรงจนกลับมาเรียนได้
ทว่านั่นมันเรื่องเมื่อก่อน
ตอนนี้ทุกคนมุ่งเป้าไปที่เจมส์ ด้วยสิ่งที่เขาได้แสดงมันออกมาบนสนามแข่ง M&M ได้พิสูจน์ตัวตน อิทธิพลที่ไม่สามารถไปแตะต้อง
เหตุนั้นภายหลังจึงได้มีฉายาให้เขาภายในวิทยาลัยกุหลาบขาว 'ผู้มีอิทธิพลอันดับหนึ่ง'
นี่ไม่ใช่การกล่าวเกินจริง และหลังจากที่มีการตั้งฉายาให้ ก็ไม่มีใครกล้าคัดค้าน เพราะเขาคู่ควรกับฉายานี้จริงๆ
....
ทั้งคู่ลงจากรถ ไม่รู้ว่ามีสายตากี่คู่ที่มองมา โดยเฉพาะนักศึกษาหญิง ต่างจ้องเบียร์ตาเป็นมันส์
คราวแรกเบียร์รู้สึกไม่โอเคกับสายตาแบบนี้
แต่คราวนี้หล่อนรู้สึกว่า ต้องเข้มแข็งไม่อ่อนแอ ไม่งั้นพวกปรสิตอาจเข้ามาก่อกวน เป็นเหตุให้ต้องวุ่นวายจัดการปัญหาภายหลัง
“เจอกันตอนบ่ายนะพี่”
“จ้ะ แล้วเจอกันนะ”
เบียร์โบกมือ เดินแยกจากอีกฝ่ายแล้วไปอีกอาคารที่ตนเรียนอยู่
เรียนทั้งวันเรียกได้ว่าไม่เข้าหัว ออกจะเหม่อด้วยซ้ำ กระทั่งถึงตอนเที่ยง ทานอาหารกลางวันกับรุ่นน้องอย่างมิวสิค ฝ่ายนั้นจึงได้ถาม
“พี่เบียร์ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย บอกฉันมาได้เลยนะถ้ามีใครทำให้พี่ไม่พอใจ จากนั้นฉันจะไปบอกเจ้านาย ให้เขาจัดการคนพวกนั้นให้ ด้วยบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างกายเจ้านายเยอะแยะมากมายซะขนาดนั้น ใครละจะกล้ามาทำวุ่นวายกับพี่ ฮุฮุ”
คนที่มิวสิคหมายถึงคือ'เจมส์'และเธอเองก็เป็นหนึ่งในพนักงานร้านนี้มีหอย
เบียร์ในสภาพเหม่อลอย คีบตะเกียบเขี่ยเส้นก๋วยเตี๋ยวเล่น เนิ่นนานจึงได้ถอนหายใจ กล่าวลอยๆ
“ก็เจมส์น่ะสิ เขามีผู้หญิงอื่น...”
“เอ๋...นั่นมัน...ดูยุ่งยากจังเลยนะคะ บอดี้การ์ดพวกนั้นคงใช้งานไม่ได้แล้ว”
“ตามนั้น”
“แล้วพี่ทำไง ตบฝ่ายนั้นจนคอหมุนหรือเปล่า”
“จะบ้าเหรอ พี่จะไปตบเขาได้ยังไง อีกอย่างคือพี่เองก็ยังไม่เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเป็นใคร เรียนอยู่ที่นี่หรือเปล่า”
“อ๋อ...แบบนี้พี่เลยกังวล”
“ใช่ และด้วยฐานะของเจมส์ ไม่แน่ในอนาคตเขาอาจมีมากกว่าสอง ถึงตอนนั้นพี่เองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ถ้าหากคนที่มาทีหลังเข้ามาหาเรื่อง กดดันให้พี่ออกไป มันคงเป็นเรื่องที่แย่”
“นั่นสิคะ ด้วยฐานะของเจ้านายมีใครบ้างไม่อยากเป็นแฟน”
“ใช่ไหมละ”
เห็นหน้าทุกข์ใจของรุ่นพี่ดาวคณะ ในฐานะรุ่นน้องที่หวังดี มิวสิคจึงเปรยเล่นๆ ว่า “งั้นเอางี้ไหมคะ ถ้าหากพี่กลัวว่าคนมาทีหลังจะรังแก พี่ก็ควรเสนอใครสักคนที่ไว้ใจได้ให้เจ้านาย โดยผู้หญิงคนนั้นจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของพี่ทุกอย่าง เท่านี้ก็มีสี่มือสี่เท้า คนมาใหม่มีหรือจะไม่ฟัง!”
เบียร์ถึงกับมองหน้ารุ่นน้องนานหลายวินาที ทำเอาเจ้าตัวคิดไปเองว่า อาจมีอะไรบางอย่างติดอยู่บนหน้าหรือเปล่า
แต่พอส่องกระจกดูก็ไม่มีอะไรแปลกไปนี่นา จึงได้ถามว่ามองหน้าตนทำไม
เบียร์ที่ได้สติ กุมมือรุ่นน้องแน่น
“ขอบใจนะมิวสิค เธอนี่เป็นเด็กดีจริงๆ”