เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 81 พนัน

     ตอนนี้ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ทุกคนไม่คิดว่าเทียนอี้จะกล้าลงมือเด็ดขาดถึงเพียงนี้ มีเพียงซุยหงที่ไม่แปลกใจกับการกระทำของเทียนอี้ และแล้วไป๋เจี้ยนเหรินก็เป็นคนทำลายความเงียบนั้นลงไปเจี้ยนเหรินพูดขึ้นมาด้วยท่าทางตกตลึงว่า
    “จิตกระบี่ราชันย์! เป็นไปได้อย่างไรกัน”
    ไม่แปลกที่ไป๋เจี้ยนเหรินจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าจิตกระบี่นั้นเป็นสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นก็คือการทำให้จิตกระบี่เติบโตและพัฒนาขึ้น โดยปกติจิตกระบี่ราชันย์จะพบได้บ้างเป็นบางครั้งในผู้ที่เดินบนวิถีแห่งกระบี่ที่อยู่ในขอบเขตราชันย์จักรพรรดิ์ซึ่งไป๋เจี้ยนเหรินก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน
    แต่ตอนนี้เทียนอี้ที่พึ่งอยู่เพียงขอบเขตนภากลับมีจิตกระบี่ราชันย์ นี่เป็นพรสวรรค์ที่ฝืนกฏสวรรค์แบบใดกัน หลานปิงปิงเองก็แปลกใจเช่นกันกับความสามารถที่ผิดแปลกของเทียนอี้ ซึ่งตัวนางที่ถูกเรียกว่าเป็นยอดอัฉริยะของทวีปเหนือเองก็เป็นผู้หนึ่งที่สามารถก่อกำเนิดจิตกระบี่ได้สำเร็จแล้วเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นระดับของจิตกระบี่ของนางก็ยังห่างชั้นจากจิตกระบี่ของเทียนอี้อยู่มาก
    ทางด้านตงเว้ยยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมตอนนี้โทสะของมันทะลุชั้นฟ้าไปแล้วมันไม่อยากเชื่อเลยว่าศิษย์ของมันจะถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตามันเช่นนี้ มันอยากจะกระโจนเข้าไปสับเทียนอี้เป็นหมื่นๆชิ้นตอนนี้เลยแต่มันก็ทำได้เพียงกับฟันอดกลั่นเอาไว้ เพราะสถานการณ์ในตอนนี้มันกำลังตกอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่าคือช่วงวิกฤต
    ทางด้านไป๋เจี้ยนเหรินตงเว้ยไม่ได้กังวลมากนักเพราะถึงแม้ทั้งสองตำหนักจะมีปัญหากันมาตลอดแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นแตกหักจนต้องเข่นฆ่ากันอย่างเปิดเผย ถึงยังไงพวกมันก็ยังเป็นเสาหลังในการปกป้องทวีปเหนือ แต่กับซุยหงที่เป็นคนนอกนั้นต่างออกไปมันดูออกว่าซุยหงพร้อมลงมือตลอดเวลาจึงทำให้มันไม่กล้าขยับไปไหนในใจมันคิดเพียงว่า (ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ข้าต้องกลายเป็นผู้ถูกกดดันเช่นนี้)
    “ศิษย์พี่ใหญ่!..” ศิษย์น้องทั้งสองคนที่ติดตามตงฉางมาด้วยพึ่งได้สติเมื่อร่างของตงเว้ยล้มลงไปกองกับพื้นพวกมันยังไม่รู้ว่าตงฉางได้สิ้นลมไปตลอดกาลแล้ว มันจึงวิ่งโผเข้ากอดร่างอันไร้วิณญานของตงฉางทันที
    แต่หลังจากที่กอดร่างของตงฉางเอาไว้ได้ไม่นานพวกมันสองคนก็ได้รู้ว่าตงฉางสิ้นใจไปแล้ว ทำให้พวกมันโยนร่างของตงฉางทิ้งไปทันทีแล้วกระเสือกกระสนกลับมาหาตงเว้ยก่อนที่จะกล่าวอย่างตะกุกตะกักออกมาว่า “ท่านผู้อาวุโสใหญ่ศิษย์พี่ใหญ่ตายแล้ว...ตายแล้วจริงๆ”
    “ข้ารู้แล้ว” ตงเว้ยตอบกลับไปก่อนพูดกับที่ไป๋เจี้ยนเหรินอีกครั้ง “ท่านเจ้าตำหนักไป๋คงไม่ได้คิดจะร่วมมือกับคนนอกล้อมสังหารข้าหรอกใช่หรือไม่”
    “ร่วมมือ?..เพียงจะสังหารสุนัขเช่นเจ้าเพียงข้าคนเดียวก็พอแล้ว” เทียนอี้เป็นผู้ตอบเว้ยแทนที่จะเป็นไป๋เจี้ยนเหริน
    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า อาศัยเพียงเจ้าคิดจะฆ่าข้าเรื่องตลกอันไดกัน ถ้าหากไม่มีผู้ติดตามของเจ้าคอยปกป้องป่านนี้ข้าจับเจ้ามาสับเป็นชิ้นๆแล้ว” ตงเว้ยหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
    “ถ้าเช่นนั้นเอาอย่างนี้เป็นเช่นไร เรามาพนันกันถ้าหากเจ้าสามารถสังหารข้าได้ข้าให้สัญญาว่าพี่ซุยหงและเจ้าตำหนักไป๋จะไม่ทำการแก้แค้นให้ข้าถือว่าข้าอ่อนแอเองสมควรตาย แต่ถ้าเจ้าไม่สามารถสังหารข้าได้ตามที่เจ้าพูดข้าจะขอแค่แขนข้างหนึ่งของเจ้าเป็นแทนเจ้าว่าเป็นเช่นไร” พูดเสร็จเทียนอี้ก็กระตุกมุมปากยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่รอยยิ้มนี้กลับดูน่ากลัวชอบกล
    ขอเสนอของเทียนอี้นั้นนับว่าน่ายั่วยวลเป็นอย่างมากสำหรับตงเว้ย เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าเทียนอี้เอาคอขึ้นมาพาดไว้บนเขียงให้มันสับตามใจชอบแล้วหรอกหรือ แต่มันกลัวแค่ว่าเทียนอี้จะเปลี่ยนใจกลับคำในตอนท้ายเท่านั้น มันจึงหันไปมองซุยหงสลับกับไปเจียนเหรินไปมา
    มีหรือที่เทียนอี้จะไม่รู้ความคิดของตงเว้ยเขาจึงพยักหน้าให้กับซุยหงและไป๋เจี้ยนเหรินครั้งหนึ่ง จากนั้นซุยหงก็ทำการสาบานด้วยโลหิตว่าจะไม่สอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้และจะไม่ทำการแก้แค้นหากเทียนอี้พลาดท่าทันที ซุยหงไม่มีท่าทีกังวลใจเลยแต่น้อยเพราะมันรู้ซึงถึงพลังฝีมือในการต่ิสู้ของเทียนอี้เป็นอย่างดี
    แต่ในทางกลับกันเจ้าตำหนักไป๋เจี้ยนเหรินกลับเป็นกังวลเป็นอย่างมาก เพราะเทียนอี้เป็นตัวแปลสำคัญในการรักษาหลานปิงปิงนางจึงพูดเตือนขึ้นด้วยความเป็นห่วงว่า “นายน้อยเทียนอี้เรื่องนี้ไม่ควรเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง”
    “ข้าทราบดีข้าไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วต้องขอรบกวนท่านเจ้าตำหนักด้วย” เทียนอี้เข้าใจไป๋เจี้ยนเหรินดีแต่เขาเองก็มั่นใจไม่แพ้กัน เมื่อเห็นว่าเทียนอี้ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วไป๋เจี้ยนเหรินก็ไม่สามารถทำอันไดได้อีกสุดท้ายนางจึงยอมทำการสาบานด้วยโลหิตเช่นเดียวกับซุยหงไป
    เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนได้ทำการสาบานแล้วตงเว้ยก็หัวเราะออกมาด้วยความบ้าคลั่ง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีเช่นนั้นข้าจะรับคำท้าของเจ้าวันนี้ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตายอย่างทรมานเพื่อเป็นการล้างแค้นให้ศิษย์รักของข้า”
    “พวกเจ้าสองคนไปนำศพของตงฉางมาแล้วเตรียมนำกลับไปที่ตำหนักของเราหลังจากที่ข้าสังหารไอ้เด็กสารเลวคนนี้เสร็จแล้ว” สิ้นคำสั่งของตงเว้ยทั้งสองคนนั้นก็วิ่งกุลีกุจอไปหามศพของตงฉางกลับมา
    “ท่านเจ้าตำหนักไป๋ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีสถานที่สำหรับการต่อสู้ของขอบเขตราชันย์จักรพรรดิ์ให้ข้ายืมหรือไม่” เทียนอี้พูดออกไปด้วยท่าทางสบายๆเช่นเดิม
    “ตามข้ามา” พูดเสร็จไป๋เจี้ยนเหรินก็ทะยานร่างนำออกไปโดยมีหลานปิงปิงที่กำลังทำคิ้วชนกันประกบอยู่ด้านข้างตามไปด้วย ก่อนที่ทุกคนที่เหลือจะทะยานร่างตามออกไปอย่างรวดเร็ว
    ใช่เวลาเพียงไม่นานไป๋เจียนเหรินก็นำทางมาถึงด้านหลังภูเขาที่ห่างออกมาจากตำหนักกระบี่เหมันต์ค่อนข้างไกล บริเวณนี้เป็นทะเลสาบน้ำแข็งขนาดใหญ่นับร้อยลี้ รอบๆทะเลสาบเป็นป่าสนล้อมรอบ เป็นสถานที่โล่งกว้างที่เหมาะสำหรับการต่อสู้ของยอดฝีมืออย่างแท้จริง
    ระหว่างการเดินทางก็มีผู้อาวุโสของตำหนักกระบี่เหมันต์หลายคนที่สังเกตุเห็นกลุ่มของไป๋เจี้ยนเหรินได้ตามมาด้วยเช่น หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของของไป๋เจี้ยนเหรินทุกคนก็มีความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป บางคนรู้สึกว่าตงเว้ยเป็นพวกหน้าไม่อายรังแกแม้กระทั้งชนรุ่นหลัง หลายคนก็รู้สึกว่าเทียนอี้ทนงตนเกินไป
    ตอนนี้พวกของเทียนอี้และตำหนักกระบี่เหมันต์ยืนอยู่ด้วยกัน ส่วนตงเว้ยและศิษย์ของตำหนักจักรเหมันต์อยู่ฝั่งตรงข้ามห่างออกไปไม่ไกลทั้งสองต่างยืนประจันหน้ากันด้วยอารมที่แตกต่างกัน
    “เจ้าเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมวันนี้และข้าจะฆ่าเจ้าแก้แค้นให้ตงฉางศิษย์ของข้า แต่ก่อนเจ้าจะตายข้าจะทรมานเจ้าจนเจ้าต้องร้องขอความตายจากข้า” ตงเว้ยกัดฟันกรอดพูดออกมาตอนนี้มันอยากจะทะยานร่างเข้าไปจัดการกับเทียนอี้เต็มแก่แล้ว
    ส่วนเทียนอี้ยังคงยืนยิ้มอยู่เช่นเดิม ทำราวกับเรื่องนี้ไม่ใช้เรื่องใหญ่อันไดก่อนที่จะก้าวขาออกไปหาตงเว้ย แต่ตอนนั้นเองก็มีมืออันบอบบางสีขาวดุจปุยเมฆของดารุนีนางหนึ่งจับชายเสื้อของมันเอาไว้
    ไม่ผิดมืออันสวยงามข้างนั้นไม่ใช่ของใครอื่นอีกแล้วนอกจากเทพธิดาหลานปิงปิง เทียนอี้หันกลับมามองตาคู่นั้นของนางถึงแม้จะมีผ้าฝืนบางบดบังใบหน้าของนางเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถปกปิดความงดงามของดวงหน้านั้นเอาไว้ได้หมดเทียนอี้เพียงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับนางทีหนึ่ง
    “ทำไมท่านต้องทำเช่นนี้” หลานปิงปิงถามขึ้นด้วยเสียงอันไพเราะ แต่น้ำเสียงของนางกลับเต็มไปด้วยความสับสนที่กำลังประเดประดังเข้ามา
    เทียนอียิ้มให้นางอีกครั้งก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าเพียงไม่ชอบที่พวกมันบังอาจใช้แผนการอันต่ำช้ากับคนของข้า ข้าจะปกป้องเจ้าเองไม่ต้องเป็นห่วง” ตั้งแต่หลานปิงปิงยอมให้เทียนอี้เป็นคู่ประสานหยินหยางกับนางเทียนอี้ก็วางให้นางกลายเป็นคนของตัวเองแล้วดังนั้นไม่แปลกที่เทียนอี้จะทำเช่นนี้
    เพียงคำพูดสั้นๆของเทียนอี้กลับทำให้หลานปิงปิงรู้สึกราวกับว่าหัวใจของนางกำลังถูกแช่อยู่ในน้ำผึ้งอันหวานเชื่อม ใบหน้าของนางร้อนผ่าวอีกครั้งก่อนที่นางจะปล่อยชายเสื้อของเทียนอี้ไปแล้วพูดออกมาสั้นๆว่า “ระวังตัวด้วยข้าจะรอท่านกลับมาอยู่ตรงนี้”
    “ข้าขอยืมกระบี่ของเจ้าสักครู่ได้หรือไม่” ตังแต่ที่กระบี่ไร้นามของเทียนอี้พังทะลายตอนที่ต่อสู้กับมังกรเจียว เขาก็ยังไม่ได้หากระบี่เล่มใหม่การต่อสู้กับตงเว้ยเทียนอี้ต้องการแสดงพลังของตนให้เป็นที่ประจักรเพื่อให้ทุกคนที่นี้เชื่อมั่นในพลังของเขามากยิ่งขึ้น
    หลานปิงปิงส่งกระบี่คู่กายในมือของนางให้กับเทียนอี้ไปโดยง่ายแล้วพูดขึ้นเพียงสั้นๆว่า “มันมีชื่อว่ากระบี่เกล็ดหิมะ”
    เทียนอี้ชักกระบี่ออกมาจากฝักแล้วมองสำรวจที่ตัวกระบี่ครั้งหนึ่ง ตัวกระบี่เป็นกระบี่อ่อนเล่มหนึ่งใบกระบี่โปร่งแสงบางเบาราวกับปีกจักจั่น แต่คมกริบจนสามารถรู้สึกได้เพียงแค่มอง น้ำหนักพอเหมาะรู้ร่างเรียบง่ายสวยงาม เป็นศาสตราวุธระดับทองขั้นสูงสุดเล่มหนึ่ง “
    กระบี่ดี” เทียนอี้กล่าวชมออกมาคำหนึ่งแล้วทะยานร่างออกไปพร้อมกระบี่ในมือ
    วันนี้หัวใจน้ำแข็งของหลานปิงปิงถูกเทียนอี้ทำลายลงแล้ว นางก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมตัวนางถึงเปลี่ยนไปมากเช่นนี้ ตั้งแต่เทียนอี้ปรากฏตัวออกมานางก็ได้เปลี่ยนไปเป็นสาวน้อยธรรมดาคนหนึ่ง ในช่วงระยะเวลาสั้นๆเพียงไม่กี่ชั่วยามที่ได้พบหน้ากันก็สามารถฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความรักไว้ในใจของทั้งสองคนได้แล้ว
    เหล่าผู้อาวุโสและเจ้าตำหนักไป๋ที่มองดูหลานปิงปิงมาตั้งแต่เด็กต่างก็ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้า ทุกคนต่างคิดเหมือนกันว่า (ฤดูใบไม้ผลิของนางคงมาเยือนแล้วสินะ)
    “หรือว่านี้จะเป็นรักแรกพบที่เคยได้ยินมา” ไป๋เจี้ยนเหรินพูดออกมาเสียงเบา เหล่าผู้อาวุโสเองก็คิดไม่ต่างไปจากนี้ไม่เช่นนั้นแล้วมีหรือที่เพียงช่วงเวลาสั้นๆหลานปิงปิงจะกลายเปลี่ยนไปถึงเช่านี้ แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าความสัมพันของทั้งสองคนนั้นลึกซึ่งกว่าที่พวกเขาคิดมาโข
    ตอนนี้เทียนอี้ทะยานร่างมายืนอยู่กลางทะเลสาปน้ำแข็งแล้ว เมื่อเห็นว่าเทียนอี้ทะยานร่างออกมาแล้วมุมปากของตงเว้ยก็เชิดขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตาของมันกลับเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอันพรุ่งพร่าน แล้วทะยานร่างออกไปหาเทียนอี้ที่ยืนอยู่กลางทะเลสาปทันที


    error loaded

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน