จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

ตอนที่ 169 ชนะการประมูลในครั้งเดียว

                     ภายในสถานที่แห่งนี้ผู้คนเป็นจำนวนมากพวกมันต่างก็ให้ความสนใจว่าใครกันแน่ที่จะสามารถได้เจ้าทาสตนนี้ไว้อยู่ในความดูแลราคาของมันนั้นสูงส่งจนหน้ากลัวใช่ว่าผู้ใดคิดจะประมูลก็มาประมูลได้เพียงแค่ราคาเริ่มต้นของมันนั้นอยู่ที่100 ล้านเหรียญทองเงินจำนวนนี้นั้นสำหรับพวกมันถือว่าเป็นจำนวนที่มากมายมหาศาลเป็นอย่างมากต่อให้พวกมันหาด้วยความยากลำบากมาทั้งชีวิตก็ไม่มีทางที่จะหาได้อย่างเด็ดขาดมีเพียงแต่มีกลุ่มที่ทรงพลังภายในเมืองนี้อย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะมีคุณสมบัติคู่ควร


พวกมันทุกคนต่างทำหน้าที่เป็นผู้ชมที่ดีไม่แน่ว่าหากกลุ่มอำนาจอื่นนอกจากกลุ่มคนของ กลุ่มบุปผาเร้นลับได้ตัวมันไปล่ะก็เห็นที อำนาจการปกครองสูงสุดอาจจะต้องถึงคราวที่จะเปลี่ยนมือแล้วราคาของมันนั้นพุ้งขึ้นอย่างดุเดือด เพียงแค่เริ่มต้นการเปิดการประมูลราคาของมันนั้นถึงกับขึ้นทีล่ะ50 ล้านเหรียญทอง ผู้ที่กล้าประมูลแข่งกับ กลุ่มบุปผาเร้นลับ นั้นมีอยู่เพียงแค่ไม่กี่ตระกูลเท่านั้นเพราะด้วยพลังความเข้มแข็งของพวกมันนั้นไม่ได้ห่างชั้นกันมากนักนี่ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะสามารถให้พวกมันมีชัยเหนือกว่ากลุ่มบุปผาเร้นลับได้


“250 ล้านเหรียญทอง! ฮ่า ฮ่าภายในวันนี้ข้าจะต้องนำมันมาเป็นของข้า”เจ้าของเสียงนี้เป็นชายผู้มีร่างอ้วนท้วมผู้หนึ่งนอกจากรูปร่างที่โดดเด่นของมันแล้ว มันยังไว้เคราแพะรากยาว ท่าทางของมันนั้นดูอัปลักษณ์เป็นอย่างมาก ถึงจะเป็นอย่างนั้นเครื่องแต่งกลายของมันนั้นทุกชิ้นล้วนแล้วแต่มีราคาโดดเด่นแสงสีทองเหลืองอร่ามสว่างบาทตาเจิดจ้าไปหมดมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกไม่ชอบขี้หน้ามันถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นพวกมันก็เพียงได้แต่เก็บความรู้สึกนี้ไว้อยู่เพียงในใจเท่านั้น


“ไอ้เจ้าบ้านั่นมันบังอาจกล้ามาท้าทายข้าอย่างงั้นหรือชิ!!” ลูเซียถึงกับไม่ซบอารมณ์มากนักเมื่อได้พบกับเจ้าอ้วนผู้นี้ ถึงแม้ตัวมันนั้นจะเป็นถึงนายน้อยแห่งกลุ่มบุปผาเร้นลับที่เป็นตัวตนที่สูงส่งของเมืองนี้ มันสามารถจัดการคนที่ไม่ชอบหน้า ไม่ว่าใครหน้าไหนแต่กับเจ้าอ้วนผู้นี้นั้นตัวมันเองก็ไม่สามารถที่จะแตกหักกับมันได้เพราะเบื้องหลังของมันนั้นไม่ธรรมดาตระกูลของมันนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นรองเพียงแค่กลุ่มบุปผาเร้นลับเท่านั้นถึงแม้พวกมันจะเป็นรองแต่กำลังความสามารถโดยรวมไม่ได้ห่างไกลกันมากนักหากเกิดการปะทะแตกหักขึ้นมาจริงๆแน่นอนว่ากลุ่มปุบผาเร้นลับย่อมมีชัยเหนือกว่าแต่ผลกระทบที่จะตามมานั้นได้ไม่คุ้มเสียเพราะพวกมันเองก็อาจจะเจ็บหนักเหลือสูญเสียกำลังเป็นจำนวนมหาศาล


“นายน้อยพวกเราจะทำอย่างไรดีนั่นมันนายน้อยแห่งกลุ่ม พิษสังหาร ทรัพยากรของพวกมันนั้นก็มีไม่ต่างจากพวกเรามากเห็นทีการประมูลของพวกในครั้งนี้คงจะพบกับปัญหาแล้ว”ลูกน้องของลูเซียเกิดความกังวลใจขึ้นมาหลายส่วนเมื่อพบว่าเจ้าอ้วนผู้นี้นั้นมันก็เข้าร่วมการประมูลนี้ด้วย

“ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็จะต้องชนะการประมูลในครั้งนี้ให้ได้ข้าจะไม่ยอมแพ้เจ้าอ้วนนั้นอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม เพราะนอกจากจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพวกเราแล้วแต่ในการประมูลในครั้งนี้มันคือหน้าตาของพวกเราทั้งหมดข้าจะไม่ยอมเสียหน้าอย่างเด็ดขาด”


                  ในยามนี้มีคนเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมีคุณสมบัติพอจะประมูลได้ส่วนทางด้านของเซย์รินเองก็รอคอยอย่างใจเย็นระหว่างที่เฝ้าชมเกี่ยวกับการประมูลนั้นทางด้านของตัว กุสทาฟ ก็ได้แนะนำบุคคลสำคัญเป็นจำนวนมากให้กับเด็กหนุ่มพร้อมทั้งได้แนะนำบุคคลที่คาดว่าจะเป็นตัวปัญหาให้กับเซย์รินนั้นก็คือนายน้อยแหล่งกลุ่มบุปผาเร้นลับและนายน้อยแห่งกลุ่มพิษสังหาร ด้วยนิสัยที่เลวทรามของพวกมันทั้งสองแน่นอนว่าเจ้าคนทั้งสองนี้มีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะมาสร้างความลำคานให้แก่เซย์รินแต่ผลที่จะตามมาภายในอนาคตนั้นยากเกินที่จะคาดเดาเพราะตั้งแต่มันได้ทำความรู้จักกับเด็กหนุ่มผู้นี้นั้น มันก็เพียงแค่ถามคำตอบคำเท่านั้นและนั้นก็ทำให้มันไม่สามารถที่จะรู้จักกับลักษณะนิสัยที่แท้จริงของเด็กหนุ่มมันไม่ได้เป็นห่วงความปลอดภัยของเซย์รินแต่ มันเป็นห่วงเจ้าพวกโง่ที่คอยแต่จะหาเรื่องใส่ตัวเสียมากกว่าและจะดีมากเลยถ้าหากไม่เกิดปัญหาอะไรที่เลวร้ายมากขึ้นเพราะตัวมันนั้นยังต้องหากินที่เมืองนี้ไปอีกนาน หากเกิดปัญหาขึ้นจริงนั้นตัวมันคงทำได้แต่ทำใจเท่านั้น


“นายท่าน หลังจากที่ข้าได้มอบห้องพักรับรองที่ดีที่สุดให้กับท่านไปแน่นอนว่าจะต้องมีเจ้าโง่ไม่กี่คนที่รู้สึกจะไม่พอใจกับเรื่องนี้ท่านจะให้ข้าไปเตือนพวกมันล่วงหน้าหรือไม่ เพื่อที่จะให้พวกมันไม่มาลบกวนท่านภายในอนาคต”กุสตาฟรู้สึกอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาเพราะตัวมันเองก็ไม่อยากที่จะให้เกิดปัญหาอะไรกับโรงประมูลแห่งนี้ขึ้นมาในภายหลังและมันคงจะดีไม่น้อยที่ตัวมันเองจะไปเตือนเหล่าเด็กน้อยผู้โง่เขราที่อาจจะหาเรื่องใส่ตัวเองภายในอนาคตหากเกิดเหตุเช่นนั้นจริงต่อให้เป็นผู้นำของมันก็ไม่มีปัญญามากพอที่จะจัดการกับเรื่องพวกนี้ได้ไม่ว่าจะด้วยความพอใจหรือความไม่พอใจพวกมันก็จะต้องยอมรับผลที่จะตามมา


“ไม่จำเป็นหรอกกุฟทาฟคนอย่างข้านั้นเป็นคนที่ใจกว้างพอ เรื่องเล็กๆน้อยข้าๆย่อมไม่ถือสา แต่ถ้าหากพวกมันยังคงหาเรื่องข้าไม่จบไม่สิ้นข้าเองก็ยังไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่า ณ เวลานั้นข้าจะตัดสินใจเช่นใดกัน แต่วางใจเถอะถ้าหากพวกมันไม่ล้ำเส้นกันมากจนเกินไปนั้นตัวข้าย่อมปล่อยผ่าน”

เมื่อกุสทาฟได้ยินดังนั้นจิตใจของมันนั้นก็ดีขึ้นไปหลายส่วนมันไม่เคยคิดเลยว่าตัวตนเช่นนี้นั้นจิตใจของมันจะกว้างขวางยิ่งนักไม่เหมือนเจ้าโง่ทั้งสอง ที่ความคิดของมันนั้นยังไม่รู้จักต่อเสียทีแต่ตัวมันเองก็รู้สึกแปลกๆกับคำพูดของเซย์ริน ว่าหากพวกมันล้ำเส้นมากจนเกินไปแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะจัดการเช่นไรคำพูดแบบนี้มันเป็นรางดีหรือเป็นรางร้ายกันนะ แต่ตัวมันก็ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะการประมูลภายหลังจากนี้จะยิ่งเริ่มที่จะเข้มข้นขึ้นเสียแล้ว


“ข้าให้ราคาอยู่ที่700 ล้านเหรียญทอง”เจ้าอ้วนนายน้อยแห่งกลุ่มพิษสังหารพูดด้วยสีหน้าที่หมองคล้ำเพราะเงินจำนวนนี้ถือว่าเป็นจำนวนที่มหาศาลมันคือรายได้หลายๆปีของตระกูลของมันและไม่มีครั้งไหนเลยที่จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากมายเป็นจำนวนมหาศาลขนาดนี้นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี

“ข้าขอประมูลที่750 ล้านเหรียญทอง”ทางด้านของลูเซียเองก็มีสีหน้าที่ไม่ต่างกันเพราะราคาประมูลขนาดนี้นั้นแพงกว่าที่ตัวมันคาดคิดไปไกลแสนไกลหลังจากที่มันคิดไว้ในตอนแรกเต็มที่ก็คงจะไม่เกินที่500 ล้านเหรียญทองแต่ตอนนี้ราคาของมันได้มาถีงขนาดนี้แล้วแต่มันเองก็ไม่สามารถที่จะยอมแพ้ได้อย่างเด็ดขาดเพราะเจ้าทาสตนนี้นั้นมันแข็งแกร่งเกินไปทรงพลังจนเกินไปหากใครได้มันไปครอบครองละก็ผลที่จะตามมาภายในอนาคตนั้นยากเกินที่จะคาดเดาทางด้านของเซย์รินเองก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวแล้วหลังจากที่เฝ้ามองการประมูลมานาน


“กุสตาฟในยามนี้นั้นตัวข้าเองมีเงินสดไม่มากพอ แต่ตัวข้าเองก็มีทรัพย์สมบัติที่จะพอมีติดตัวอยู่บ้างข้าขอใช้มันแทนเงินสดได้หรือไม่”หลังจากที่เซย์รินพูดจบได้มีทรัพย์สมบัติเป็นจำนวนมากมายมหาศาลที่มองดูแล้วเก่าแก่โบราณราคาของมันในแต่ระชิ้นช่างมากมายมหาศาลนัก แม้แต่ตัวมันเองเมื่อได้มองแห่งภูเขาสมบัติอยู่ตรงหน้ามันถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง

“ย่อมได้ขอรับ”มันถึงกับผู้น้ำเสียงสั่นๆออกไปด้วยความหวาดกลัวเพราะสมบัติตรงหน้าของมันนั้นช่างทำร้ายจิตใจของมันจนเกินไปภาพที่มันเห็นอยู่ตรงหน้านั้นมันสามารถนำไปซื้ออาณาจักได้ทั้งอาณาจักรสบายๆแล้วจะไม่ทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวได้อย่างไรเมื่อมันได้ยินคำของเจ้าของโรงประมูลเซย์รินก็เริ่มเข้าร่วมการประมูลในทันทีไม่รอช้าให้เสียเวลาอีก


“ข้าให้ 1,000ล้านเหรียญทอง”เพียงแค่ประโยคแรกของเด็กหนุ่มภายในสถานที่แห่งนี้กับกลายเงียบเป็นป่าช้ามันต้องรวยถึงขนาดไหนกัน ที่กล้าประมูลในระดับนี้ในครั้งเดียวแม้แต่ตัวของลูเซียและนายน้อยแห่งพิษเองพวกมันถึงกับหายใจกันไม่ทั่วท้อง

“นายน้อยเสียงนั่นมันมาจากห้องประมูล วีไอพี ที่ดีที่สุดของโรงประมูลแห่งนี้นิ และมันคือคนที่แย่งห้องของพวกเราไปมันเป็นคนเช่นใดกันแน่ ที่มีทรัพย์ยากรมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้”ลูกน้องของลูเซียบอกกล่าวด้วยความตื่นตกใจต่อให้เป็นนายน้อยของมันหรือเจ้าอ้วนมันหมั่นใจเสียเหลือเกินเลยว่าไม่มีปัญญาที่จะแข่งกับบุคคลเช่นนี้ได้อย่างเด็ดคาดด้วยท่าทางและน้ำเสียงของมันเงินจำนวนมากมายมหาศาล 1000 ล้านเหรียญทองมันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สบายๆเช่นนี้แล้วพวกตนจะเอาปัญญาอะไรไปสู้ท่าทางของมันนั้นทำอย่างกับเงินจำนวนมากมายมหาศาลเช่นนี้นั้นเป็นแค่เศษเงินสำหรับมัน


“ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันเป็นใครกันแน่”

                 ในยามนี้นั้นทั้งลูเซียและนายน้อยแห่งกลุ่มพิษสังหารต่างก็จ้องมองไปที่ห้องรับลองของเซย์รินด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจนถึงจะเป็นอย่างนั้นพวกมันก็ไม่ได้แข็งประมูลต่ออีกเพราะพวกมันมั่นใจเสียเหลือเกินว่าไม่ช้าก็เร็วมันก็ต้องประมูลแพ้ให้แก่ชายลึกลับคนนี้อยู่ดีและนี่ก็เป็นผลให้เซย์รินประมูลชนะไปในครั้งนี้แต่ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าภายในอนาคตจะเกิดเรื่องราวดีหรือเลวร้ายด้วยการกระทำที่โง่เขราของมัน