ก่อนกลับจวนในวันนั้น เหลียงซูถิงยังมีแก่ใจแจกเงินให้ปิ่งจีและอาฮ่าวคนละ 5 ตำลึงเป็นค่าขนมด้วย
“เอ้า เด็ก ๆ มารับอั่งเปากันคนละก้อนเร้ววววว”
อาฮ่าวมองก้อนเงิน 5 ตำลึงในมือด้วยสีหน้างุนงง
“ข้าได้เบี้ยหวัดรายเดือนเดือนละ 15 ตำลึงอยู่แล้วนี่ขอรับ” 15 ตำลึงเป็นเงินจำนวนที่ยิ่งกว่าคำว่า ‘มาก’ สำหรับบ่าวที่ทำงานในแต่ละจวนด้วยซ้ำ หลายคนต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเก็บสะสมได้จนครบ
“วันนี้เป็นวันพิเศษ ถือว่าเป็นวันเอาฤกษ์เอาชัยที่พวกเราขายของได้จริง ๆ เป็นวันแรก ต่อไปถ้าสินค้าขายดี พวกเจ้าก็จะได้อั่งเปากันอีกเรื่อย ๆ จะได้มีแรงทำงานกันเยอะ ๆ ไง”
“ขอบคุณนายหญิงขอรับ”
ส่วนปิ่งจีแม้จะเกรงใจอยู่บ้างแต่ความดีใจจนเนื้อเต้นมีมากกว่า จึงรับก้อนเงินมาด้วยความยินดี นับเป็นก้อนเงินก้อนใหญ่ในชีวิตที่นางได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ได้แต่ภาวนาให้การค้าของอี๋เหนียงรุ่งโรจน์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะนางจะได้อานิสงส์ไปด้วยอย่างไรล่ะ!
“จวนอิงฮวาคงต้องฝากเจ้าดูแลแล้วล่ะ ข้าบอกเถ้าแก่หลิวไปว่า ถ้ามีเรื่องอะไรก็ให้ฝากจดหมายไว้กับเจ้า เจ้าก็หาทางเอาไปส่งให้ปิ่งจีที่ตระกูลเซี่ยงก็แล้วกัน”
“ขอรับนายหญิง”
เหลียงซูถิงพอใจกับเงินที่ได้จากทำธุรกิจครั้งแรกในโลกใบนี้ แถมยังได้ Work Home ด้วย ที่เหลือก็แค่มาดูกันว่า เหล่าชาวเมืองจะชอบสินค้าที่เธออุตส่าห์คัดสรรมาอย่างดีจากห้างแต้มบุญหรือเปล่า!
ที่ตรอกเล็ก ๆ ห่างจากจวนตระกูลเซี่ยงไปไม่เท่าไหร่ อิ๋นซวงที่ออกมาซื้อของนัดพบกับ อิ๋นจู้ พี่ชายซึ่งออกจากจวนตระกูลเซี่ยงไปใช้ชีวิตอิสระตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน คนในเมืองหลวงบางคนอาจรู้จักเขาในฐานะคนของโรงพนันและหอคณิกามีชื่อ หน้าที่ของเขาคือดูแลโรงพนัน ทวงหนี้ และงานจิปาถะอีกหลายอย่างที่สุจริตชนคนปกติไม่คิดอยากทำ
“ก็นางไม่ยอมตายเอง จะให้ข้าทำอย่างไรได้ ที่หน้าอารามมีผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ ขืนข้าให้คนไปตีหัวนางแล้วถีบนางตกลงมาจากบันได มันจะดูเหมือนอุบัติเหตุอย่างที่เจ้าต้องการหรือ เจ้าสิอยู่จวนเดียวกับนางเสียเปล่า มีโอกาสลงมือมากมาย ผลักให้ตกน้ำ ตกบ่อ วางยา เหตุใดไม่เลือกเอาสักวิธีเล่า?” อิ๋นจู้หงุดหงิดที่น้องสาวเอาอารมณ์โกรธมาลงใส่เขาเพราะอนุภรรยาของเซี่ยงมู่หยางยังมีชีวิตอยู่ ทั้งยังได้รับความโปรดปรานมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเสียอีก
“จวนตระกูลเซี่ยงมีองครักษ์ดูแลอยู่ตามจุดต่าง ๆ ข้าไม่อยากเสี่ยงให้ถูกจับได้ และยิ่งไม่อยากลงมือในจวนด้วย หากมีการสืบหาตัวคนร้ายขึ้นมา มันจะเป็นเรื่องใหญ่ และคนในจวนก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น” ตราบใดที่นางยังไม่ได้มีสถานะเป็นภรรยาของเซี่ยงมู่หยาง งานสกปรกที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำให้ภาพลักษณ์ของนางแปดเปื้อน นางไม่คิดจะทำเอง ยิ่งในจวนตระกูลเซี่ยงด้วยแล้วยิ่งไม่มีทาง
อิ๋นจู้ยิ้มเยาะ หากไม่เป็นเพราะน้องสาวของเขามีแผนอยากจะเป็นเมียของเซี่ยงมู่หยางให้ได้และหวังจะยึดจวนให้อยู่ในกำมือแล้วล่ะก็ เขาคงไม่เสียเวลาลักลอบทำเรื่องจุกจิกน่ารำคาญเหล่านี้หรอก นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่เอา ขนาดลงมือนอกจวนยังต้องพยายามทำให้เป็นอุบัติเหตุอีก หากเป็นวิธีของเขาก็เพียงทำทีเป็นโจรไปปล้นแล้วฆ่าเสียก็จบแล้ว
“เอาไว้รอให้นางได้ออกจากจวนอีกครั้ง ข้าจะติดต่อให้ท่านลงมือ อย่าลืมว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ดูเป็นอุบัติเหตุ เรื่องจะได้จบลงที่นั่น ข้าไม่อยากให้ทางการยื่นมือเข้ามาสืบสาวราวเรื่องจนเจอตัวท่านด้วย” หากมีคนสาวไปถึงตัวพี่ชาย ก็จะสามารถเชื่อมโยงมาถึงนางได้ในที่สุด คนฉลาดอย่างเซี่ยงมู่หยางไม่มีทางคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
“แล้วทางเซี่ยงมู่หยางนั่นเล่า ไปถึงไหนแล้ว คิดหาทางทำให้เขายอมรับเจ้าเป็นเมียได้หรือยัง”
“หากได้แล้วข้าจะร้อนใจเพียงนี้หรือ”
“หึหึ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเจ้าชอบทำเรื่องให้มันยุ่งยาก ดูอย่างอนุแซ่จางนั่นสิ วางยาครั้งเดียวก็ได้ฐานะอนุไปแล้ว”
อิ๋นซวงได้แต่ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขนาดจางซูถิงเป็นบุตรสาวขุนนาง ใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้เป็นอนุยังถูกดูแคลนถึงเพียงนั้น ฐานะและรูปโฉมของนางด้อยกว่าจางซูถิงมากนัก หากยังใช้วิธีเดียวกับสตรีผู้นั้นอีก ฐานะของนางไม่รู้จะถูกกดให้ต่ำกว่าจางซูถิงอีกเท่าไหร่ พวกบ่าวไพร่ในจวนก็ไม่มีทางมองนางเช่นเดิมได้ นางต้องการเป็นภรรยาของเขาก็จริง แต่ไม่อยากมีฐานะต่ำต้อยจนไม่สามารถกุมอำนาจในจวนได้ และนางก็ไม่อยากให้เซี่ยงมู่หยางมองนางด้วยสายตาดูถูกเช่นกัน
เรื่องของนางจำเป็นต้องใช้เวลา แม้รู้ว่าตนเองจะไม่มีสิทธิ์เป็นฮูหยินเอกก็ตาม แต่หากเซี่ยงมู่หยางไม่แต่งสตรีอื่นใดเข้ามาอีก ฐานะของนางก็จะไม่ต่างจากนายหญิงของจวนอยู่ดี ยังดีที่กัวเชี่ยนเหลียนหันไปสนใจบุรุษอื่นแล้ว นางจึงไม่ต้องเสียเวลาวางแผนกำจัดอีก ดังนั้น อุปสรรคใหญ่ในเวลานี้จึงเหลือเพียงฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้น หากหมดอำนาจฮูหยินผู้เฒ่าไปแล้ว นางถึงจะสามารถขึ้นเป็นใหญ่ในจวนได้อย่างแท้จริง ส่วนจางซูถิงผู้นั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องถูกกำจัดออกไป
