หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    ข่าวสาร

    ด้วยความสงสารและรู้สึกผิด ลั่วอู่หลินจึงได้ตัดสินใจเลี้ยงเจ้ากระต่ายตัวน้อยเอาไว้ รักษามันอย่างดี ทั้งยังให้มันกินสมุนไพรห้าพันปีเพื่อบำรุงร่างกายอยู่ทุกคืนวัน เรียกได้ว่าประคบประหงมเอาเสียมากๆ

     

    หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาบนหัวของลั่วอู่หลินก็มีกระต่ายน้อยตัวนี้เกาะอยู่ตลอดเวลา หากไม่ใช่เพราะมีผ้าคลุมๆเอาไว้เมื่อผ่านเมืองที่เต็มไปด้วยปีศาจคงจะต้องโดนหัวเราะเยาะเป็นแน่แท้

     

    "เห้อ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ เจ้ารักษามันแล้วก็น่าจะปล่อยมันไปหรือไม่ก็เก็บมันไว้ในหอคอย ไม่เห็นต้องเอาไว้บนหัวเช่นนี้ตลอดเวลาเลย มันทำให้ความน่าเกรงขามของเจ้าลดลงไปมากเลยทีเดียว"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวอย่างเหนื่อยใจ

     

    "นั่นเพราะเสี่ยวเยว่ชอบอยู่บนหัวข้าอย่างไรล่ะ ข้าจะไปบีบบังคับนางได้อย่างไร"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างขบขัน ทำให้ไฉ่เยว่เอ่อร์ถึงกับหลุดขำออกมา ดูเจ้าตัวร้ายพูดเข้าสิ แค่เจ้ากระต่ายน้อยนี้เป็นตัวเมียก็กล่าวกับมันราวกับว่าเป็นหญิงงามอย่างไรอย่างนั้น

     

    "เอาล่ะ ข้าไม่เถียงกับเจ้าแล้ว ไปดูลูกต่อดีกว่า"กล่าวจบนางก็กลับเขาทะเลแห่งจิตใจไป ซึ่งลั่วปิงปิงตอนนี้กำลังขี่จักรพรรดิมังกรอัสนีบาตทรราชที่หลับไหลอยู่อย่างอารมณ์ดี

     

    ส่วนลั่วอู่หลินเขาเองก็ได้มาถึงยังเมืองเเรกในทวีประดับกลางเสียที เมืองนี้ก็เหมือนเมืองทั่วไปของเผ่าปีศาจที่เขาผ่านมา เมืองที่เต็มไปด้วยปลาใหญ่กินปลาเล็กใครแข็งแกร่งก็อยู่รอดส่วนใครอ่อนแอแน่นอนว่าย่อมตกเป็นเบี้ยล่าง ลั่วอู่หลินเดินเข้าไปยังโรงเตี้ยมที่มีชื่อว่า นภาทมิฬ ซึ่งเขาพบเจอมันในทุกๆที่

     

    หากจะให้เปรียบเทียบมันก็คงเป็นเหมือนดังหอประมูลตระกูลฮั่วที่มีสาขามากมาย ลั่วอู่หลินนั่งลงจากนั้นก็สั่งอาหารมากินมันเข้าไปส่วนหูก็ตั้งใจฟังข่าวสารที่มาจากปีศาจที่พักและดื่มกิน

     

    ข่าวแรกที่เขารู้ย่อมเป็นการบาดเจ็บของผู้นำตระกูลทั้งสิบแห่งแดนนรกที่ไปสู้กับปีศาจวาฬมิติโกลาหล ซึ่งบอกตามตรงลั่วอู่หลินรู้สึกสะใจเอามากๆ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นมนุษย์ การที่ได้รู้ว่าระดับผู้นำของเผ่าปีศาจบาดเจ็บจะไม่ให้อารมณ์ดีได้อย่างไร

     

    "หุหุ ข้าอยากจะเจอเจ้าปีศาจวาฬตัวนั้นเสียแล้วสิ ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะตกลงผลประโยชน์กันได้"ลั่วอู่หลินกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา จากข่าวที่ได้รับมาเจ้าวาฬตัวนั้นมีสายเลือดประเภทมิติที่หายาก หากเขาชี้แนะเสียหน่อยไม่แน่อาจจะมีประโยชน์ในอนาคต

     

    "ได้ข่าวว่าอีกสามเดือนตระกูลเทพมารโลหิตจะจัดการแข่งขันเลือกคู่ให้กับเจ้าหญิงน้อยด้วยล่ะ พวกเราจะไปเข้าร่วมกันดีหรือไม่"ขณะที่ลั่วอู่หลินกำลังครุ่นคิดอะไรเพลินๆเสียงชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา เรื่องนี้ทำให้ลั่วอู่หลินอดหันไปสนใจไม่ได้ เพราะนั่นคือตระกูลของเจ้าหญิงมารอีกทั้งยังเคยมีเรื่องกับเขาด้วย

     

    "เข้าร่วมกับผีสิ งานนี้เหล่าเจ้าชายและนายน้อยแห่งตระกูลทั้งสิบต้องเข้าร่วมเป็นธรรมดา เจ้าคิดว่าจะมีโอกาสหรือไง ข้าไม่รนหาที่ตายขนาดนั้นหรอกนะ"ชายอีกคนที่นั่งดื่มกล่าวตอบทันควันทำให้ชายที่เปิดประเด็นนี้ถึงกับถอนหายใจอย่างเสียดาย

     

    ส่วนตัวของลั่วอู่หลิน เขาหาได้สนใจเรื่องงานประลองแต่งงานไม่ ที่เขาสนใจก็แค่ทักษะวิชาหรือไม่ก็สมบัติประจำตระกูลของพวกตระกูลเทพมารโลหิตต่างหาก

     

    น่าเสียดายที่เขาไม่มีสายเลือดจิ้งจอกทมิฬสามเนตร ไม่เช่นนั้นเขาก็จะแอบเข้าไปฉกชิงวิ่งราวเช่นกันเพื่อแก้แค้นให้กับภรรยาของเขาซีอวิ้นที่ถูกทอดทิ้งตั้งแต่เด็กด้วยก็ได้

     

    'ในวันงานประลองพวกเขาย่อมต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่เพียงจุดเดียว ซึ่งอาจจะทำให้พื้นที่อื่นหละหลวม ข้าจะใช้เวลานั้นในการเข้าไปขโมยของแล้วรีบออกมา ด้วยพลังสายเลือดข้าในตอนนี้คือเทพมารโลหิตการแอบเข้าไปย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย'ลั่วอู่หลินวางแผนในใจ อีกทั้งการหลบหนีสำหรับเขาแล้วก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

     

    การกระทำเช่นนี้หากเป็นลั่วอู่หลินคนเก่าคงไม่กล้าแม้แต่จะคิด ทว่าลั่วอู่หลินที่ผสานเข้ากับความทรงจำและพลังของเทพมังกรนั้นแตกต่างกันออกไป เขามีทักษะและวิธีหลบหนีมากมายในหัวหากเจอกับคนที่ตอนนี้เขาไม่สามารถสู้ได้ ดังนั้นจึงไม่หวั่นเกรงแต่อย่างใดที่จะแอบแฝงตัวเข้าไปในตระกูลเทพมารโลหิต

     

    เมื่อตัดสินใจได้ ลั่วอู่หลินก็ออกจากโรงเตี้ยมในทันทีและเข้าป่าหาที่สงบเพื่อบ่มเพาะพลังเพื่อให้อัตราสำเร็จของแผนการนั้นรวดเร็วยิ่งขึ้น ทว่าขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินออกไปนั้นเองจู่ๆก็มีปีศาจระดับจักรพรรดิขั้นที่ห้าหลายสิบคนมาล้อมเขาเอาไว้ ลั่วอู่หลินที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะสัมผัสได้ว่าตัวเองถูกจับตามองตั้งแต่เข้ามาแล้ว

     

    "จะหลบไปดีๆหรือจะตาย!!"ลั่วอู่หลินกล่าวเสียงเย็นยะเยือกจิตสังหารปะทุออกมาจากร่างกายอย่างไม่หยุดยั้ง เหล่าปีศาจรูปร่างคล้ายกับหมีขนาดใหญ่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แม้จิตสังหารของเหยื่อตรงหน้าจะมากมายก็จริงทว่ากลับมีตบะเพียงจักรพรรดิขั้นที่หนึ่งซึ่งไม่เพียงพอจะทำให้พวกมันหวาดกลัว

     

    "นายน้อย เจ้านี่ดูท่าจะกลัวพวกเราจนบ้าไปแล้วแน่ๆ ฮ่าๆๆ"ชายหนุ่มหนึ่งในกลุ่มกล่าวขึ้นมา ทว่าภายในชั่วพริบตาก็พลันรู้สึกได้ถึงลมที่ผ่านลำคอและความเจ็บที่เกิดขึ้นจากบริเวณนั้น ในเวลาอีกไม่กี่ลมหายใจต่อมามุมมองของมันก็เปลี่ยนไป ดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความหวาดกลัวก่อนที่จะตายไปทั้งอย่างนั้น

     

    ลั่วอู่หลินไร้ปรานี เขาดาบสีแดงฉานระดับปฐพีขั้นสูงฟันคอพวกมันทีละคนๆจนในที่สุดก็พวกก็ตายไปทั้งหมด โดยที่ไม่ได้ตอบโต้ใดๆก่อนที่คนสุดท้ายจะตายลั่วอู่หลินยังได้ดึงความทรงจำมันออกมา ทำให้รู้ว่าชายคนที่ตายไปคนสุดท้ายนี้คือลูกของเจ้าเมืองของเมืองนี้ และแน่นอนว่าทั้งพ่อและลูกคู่นี้ก็ไม่ใช่คนดีเสียเท่าไร

     

    ลั่วอู่หลินที่เห็นแบบนั้นเขาก็ยกยิ้มอย่างโหดเหี้ยม ดังคำกล่าวที่ว่าความผิดลูกก็คือความผิดของพ่อแม่ ดังนั้นในเมื่อลูกทำผิดพ่อของมันก็ต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน

     

    ชายหนุ่มลอยไปบนฟากฟ้าเหนือเมืองสายตาจับจ้องไปที่คฤหาสน์ที่ดูงดงามและมืดครึ่มในเวลาเดียวกัน เขาใช้ทักษะผสานสุริยันจันทราทันที ภายในสิบลมหายใจก็ปล่อยมันออกไปทางคฤหาสน์นั้น

     

    "ลาขาด ไปสั่งสอนลูกของเจ้าในชาติหน้าก็แล้วกัน"ลั่วอู่หลินหันหลังกลับทันทีโดยไม่ดูผลงาน เสียงระเบิดดังสนั่นจากนั้นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ทั้งหลังก็หายไปกลายเป็นแอ่งราวกับทะเลสาบขนาดย่อมก็ไม่ปาน

     

    แน่นอนว่าการทำเช่นนี้ของเขาทำให้ปีศาจในเมืองตื่นตระหนกไปตามๆกัน ก่อนที่จะมีเสียงเฮดังลั่นออกมาไม่ขาดสาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเขานั้นรู้สึกเช่นไร มันราวกับว่าได้รับการปลดปล่อยเลยทีเดียวและคนเหล่านั้นก็พากันออกจากเมืองอย่างต่อเนื่องในเวลาต่อมา

     

    ทางด้านลั่วอู่หลินตอนนี้เขาอยู่ในถ้ำที่อยู่ไม่ไกล เขาใช้หินปิดปากถ้ำเอาไว้จากนั้นก็เริ่มการบ่มเพาะพลังซึ่งครั้งนี้เขาใช้สมบัติของเผ่ามารฟ้าที่ให้เอาไว้

     

    ก่อนจะบ่มเพาะลั่วอู่หลินไม่วายปูผ้าและวางกระต่ายน้อยเอาไว้ไกลตัวหน่วย เพราะเขากังวลว่าแสงอาจจะทำให้เจ้ากระต่ายได้รับบาดเจ็บได้ เมื่อเตรียมการหมดแล้วลั่วอู่หลินก็เข้าสู่กระบวณการบ่มเพาะในทันใด ซึ่งตอนนี้เขาใช้ทักษะบ่มเพาะแล้ว และมันมีชื่อว่า ทักษะบ่มเพาะเทพมังกรนิรันทด์กาล

     

    ใช่! ฟังไม่ผิดทักษะนี้คือทักษะเดียวกับที่เฟยหรงบ่มเพาะ และสาเหตุที่เขาใช้ทักษะนี้มันก็แสนจะง่ายดาย เพราะมันคือทักษะระดับมหาวิถีเทวะที่ตัวเขาในอดีตคิดค้นขึ้นมาเพื่อคนที่จะกลายเป็นเทพมังกรในอนาคต ดังนั้นเขาในตอนนี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างมากที่จะใช้มันเพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นเทพมังกรที่ทรงพลังเช่นเดิม

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน