ตอนที่ 138 พลังอักขระสีฟ้า
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
นิตยสารวิชาการแม้จะไม่ใช่นิตยสารที่ผู้คนทั่วไปให้ความสนใจ
ซึ่งจะมีแต่เพียงเหล่านักวิชาการเท่านั้นที่อ่านนิตยสารพวกนี้ ซึ่งจำนวนของนักวิชาการเมื่อเทียบกับจำนวนของประชาชนทั่วไปนั้นแทบจะนับได้ว่ามีหนึ่งในพันคนเท่านั้น
ต่อให้ยุคสมัยนี้จะถูกเรียกว่ายุคแห่งเวทยาศาสตร์ แต่ผู้ที่อยู่ในสายงานเวทยาศาสตร์จริงๆ กลับมีน้อยมาก และคนทั่วไปก็มีความรู้เกี่ยวเวทยาศาสตร์ทั่วไปเท่านั้น
ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนิตยสารวิชาการทุกฉบับจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อมาอ่าน ไม่ได้แจกให้อ่านฟรีเหมือนนิตยสารบางฉบับหรือพวกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
แต่ว่า ...
นิตยสารเวทมนตร์ออโรร่ากลับสร้างคลื่นความสนใจลูกใหญ่กับวงการอุตสาหกรรม ด้วยการตีพิมพ์หน้าปกเรื่องการย่อสูตรมนตร์ห้าธาตุ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีธาตุแสง
เหล่านักวิชาการมากมายต่างให้ความสนใจกับเรื่องนี้
ภายในห้องทำงานของศาสตราจารย์อูเธอร์ที่มหาวิทยาลัยออโรร่า
วันนี้ห้องทำงานของเขามีแขกมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย
“อูเธอร์นายเป็นคนทำพิชญพิจารณ์รายงานฉบับนี้ใช่ไหม? เขาสามารถย่อสูตรเวทแสงให้เล็กกว่าสูตรเดิมจริงๆ หรอ?”
ชายชรานั่งสูบไปป์ พ่นควันออกมา
“ใช่ เขาสามารถทำได้จริงๆ ก่อนหน้านี้การย่อสูตรเวทลมทำให้ฉันสามารถประดิษฐ์อาร์ติแฟคชิ้นใหม่ของฉันได้สำเร็จ ครั้งนี้การย่อเวทแสงก็ทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าเขาได้ศึกษางานวิจัยการย่อเวทแสงก่อนหน้านี้มาแล้ว ครั้งนี้จึงทำให้การย่อสูตรเวทแสงให้เล็กยิ่งกว่าเดิม”
ชายชราผู้สวมหมวกทรงสุภาพพยักหน้าและเอ่ย “ใช่แล้ว สูตรเวทที่เขาย่อมานั้นยอดเยี่ยมมาก เห็นได้ชัดว่าสูตรเวทแสงที่ย่อมานั้นเล็กกว่าสูตรเวทธาตุอื่นๆ ที่เขาทำ มันเหมือนกับว่าเขาทำรายงานพวกนี้เพื่อทำลายสถิติเท่านั้น”
อูเธอร์เคาะไปป์สีดำของเขาบนโต๊ะ ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาและเอ่ย “นายก็มองออกเหมือนกันหรอ?”
“ใช่ เด็กนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยของพวกเรา แต่กลับเลือกเจเฮรีสไปเสียได้”
“ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าออสตินคิดอะไรอยู่ ทำไมเขาถึงส่งลูกชายของเขาไปที่นั่น หากเป็นที่วินเซนหรือพริสตันก็ว่าไปอย่าง ทำไมเขาถึงเลือกเจเฮรีสกัน?”
“เหอะๆ อย่าคาดเดาความคิดของตาเฒ่าคนนั้นเลย การที่เขาหายตัวไปเกือบสองร้อยปีแล้วกลับมาอีกทีก็พกลูกชายกลับมาก็ทำให้ผู้คนคาดเดาไม่ได้แล้ว นับประสาอะไรกับการเลือกมหาวิทยาลัยให้ลูกชายเข้าเรียน”
“นั่นสิ เขาเองก็แปลกอยู่แล้ว ทั้งๆ ที่เป็นคนของพริสตันแต่กลับมาเลือกที่ตั้งหอคอยเวทมนตร์ที่วินเซน ไม่มีใครเข้าใจความคิดของเขาเลย”
อูเธอร์ส่ายศีรษะไปมาแล้วพ่นควันรูปวงกลมออกมาสามวง
“เอาเถอะอย่าไปคาดเดาความคิดของพ่อลูกคู่นี้เลย พวกอัจฉริยะนั้นชอบทำในสิ่งที่ผู้คนไม่เข้าใจนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันจะเป็นไปได้ไหมว่าพวกเราจะเชิญเด็กคนนั้นมาที่มหาวิทยาลัยของพวกเรา” ชายชราในชุดสูทสีดำเผยรอยยิ้มออกมา
“คณบดีฮาร์ลอร์ คุณต้องการจะแย่งชิงคนจากเจเฮริสอย่างนั้นหรอ?” อูเธอร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ได้ไหมล่ะ?” ฮาร์ลอร์ยักคิ้วขึ้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ถึงยังไงออโรร่าของพวกเราก็เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศเชียวนะ ต่อให้ไม่ติดทำเนียบของฮันเดดลีก แต่เกียรติยศของพวกเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอยู่ในแนวหน้าของโลกอย่างแน่นอน อีกอย่างแม้เด็กน้อยพึ่งจะเข้าเรียนปีหนึ่งปริญญาทอง แต่ด้วยชื่อเสียงของเขาที่ตีพิมพ์ผลงานติดๆ กัน คาดว่าเขาคงจะจบการศึกษาในเร็วๆ นี้แน่” อูเธอร์กล่าว
ซึ่งคำพูดนี้ทำให้ดวงตาของฮาร์ลอร์เป็นประกายขึ้นมา
“ใช่แล้ว ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงกัน บางทีแค่งานชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวก็อาจทำให้เขาสำเร็จเป็นนักวิชาการชั้นกลางในรวดเดียวเลยก็ได้”
ฮาร์ลอร์คิดถึงค่าแต้มคะแนนวิชาการอ้างอิงที่เมอร์ลินจะได้รับ
ครั้งนี้อูเธอร์ประเมินผลงานของเมอร์ลินโดยให้คะแนนมากกว่าปกติ โดยการย่อสูตรเวทดิน น้ำ และไฟนั้นให้ไปสามคะแนน ส่วนสูตรเวทแสงนั้นให้ไปถึงสิบคะแนน เพราะสามารถทำลายสถิติการย่อสูตรเวทแสงได้
วัตถุเวทที่ให้แสงสว่างถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมากและหลากหลาย
พวกมันได้รับความนิยมในอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงมีความต้องการมากกว่าเวทธาตุอื่นๆ
เหล่านายทุนจึงต้องการพัฒนาสูตรเวทแสงที่ใช้พลังงานน้อยๆ เพื่อประหยัดพลังงานเวท ทั้งนี้เพื่อประหยัดพื้นที่ในการสร้างวัตถุเวทและประหยัดหินเวทในการสร้างด้วย
ดังนั้นสูตรเวทแสงจึงถูกนักวิชาการมากมายท้าทายพวกมันให้เล็กลงกว่าเดิม
ครั้งนี้เมอร์ลินเป็นผู้ทำลายสถิตินั้น แม้เขาจะทำลายสถิติของสูตรเวททั้งห้าธาตุ แต่สูตรเวทธาตุแสงกลับได้รับความนิยมมากที่สุด
ทั้งเหล่านายทุนและนักวิชาการย่อมเห็นความสำคัญในตัวเขา
ตอนนี้ออสตินผู้เป็นบิดาจึงได้รับการติดต่อจากผู้คนมากมาย
หอคอยเวทของออสตินมีวิหคสายฟ้ามาส่งจดหมายไม่หยุดหย่อน ทั้งนี้ยังมีอธิการบดีของมหาวิทยาลัยวินเซนมาเยี่ยมเขาถึงที่นี่
“ออสติน มันจะเป็นไปได้ไหมที่จะให้ลูกชายของคุณมาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของพวกเรา?”
ชายชราผมเปียแทบทำหน้าไม่ถูก
ออสตินไม่คิดว่าลูกชายของเขาจะสร้างเรื่องได้มากขนาดนี้
วันนี้ทั้งวันเขาเลยได้แต่บ่นเรื่องนี้ให้กับนักวิจัยของเขา
ทั้งๆ ที่หลังจากกลับมาอยู่ในห้องส่วนตัวของตนเอง ชายชรากลับยิ้มไม่หุบ แล้วเปิดอ่านนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เด็กนั่นพึ่งจะเข้าเรียนได้ไม่กี่เดือนแท้ๆ ก็คิดสูตรเวทเหล่านี้ออกมาได้ หรือว่ามันเป็นเพราะอิทธิพลที่ได้จากฉันไป” ออสตินกล่าวกับตัวเองด้วยรอยยิ้ม
ตัวเขานั้นศึกษาเกี่ยวกับเรื่องวัสดุเวทซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการใช้พลังเวทมาตลอด
หลายครั้งที่เขาได้สนทนาเรื่องนี้กับเมอร์ลิน ซึ่งมันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กคนนั้นย่อมได้รับอิทธิพลไปจากเขา
แต่ออสตินหารู้ไม่ว่าเมอร์ลินไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย วิทยานิพนธ์ที่เขาส่งออกไปก็แค่ส่งไปเพื่อรับแต้มวิชาการเท่านั้น ไม่ได้มีความคิดลึกซึ้งกับเรื่องพวกนี้เลย
ขณะเดียวกันเมอร์ลินที่ประทับอักขระรูนตัวที่สิบลงบนดวงวิญญาณของเขา พลังอักขระที่แผ่ออกมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
บนร่างของเขาพลันปลดปล่อยคลื่นพลังสีฟ้าออกมา!
ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่คลื่นพลังอักขระได้ปลดปล่อยออกมาข้างนอก
พลังอักขระสีฟ้า!