เมื่อเฉินจิ้งเสียนพบเป่าหลิง เขาก็เอ่ยถามท่าทางเป็ห่วงเป็ใยเฉกเช่นสหายคนหนึ่ง“แม่นางเป่าข้อเท้าเป็อย่างไรบ้างหรือ?”
“ดีอาการบวมลดลงมากแล้ว เพียงแต่ข้าเบื่อเหลือเกินอยู่แต่ในห้องทั้งวันข้าเบื่อจะตายแล้ว”เป่าหลิงตอบทำท่าทางเบื่อหน่ายจนตัวนางเฉาตายออกมา เฉินจิ้งเสียนได้ทีจึงเอ่ยว่า“เช่นนั้นข้ามาเยี่ยมเ้าบ่อยๆ ดีหรือไม่?”
“ดีๆ”เป่าหลิงพยักหน้า เพราะความเอาแต่ใจของนางทำให้ไม่ค่อยมีสหายที่สนิทสนมกันจริงๆมากนัก นางมีสหายแค่ไม่กี่คน แต่พวกนางเ่าั้ล้วนยังไม่รู้ว่านางได้รับาเ็จึงไม่ได้มาเยี่ยมเยือนนางอีกทั้งนางยังเป็ฝ่ายปกปิดอาการาเ็ของตัวเองเอาไว้ไม่แพร่งพรายให้คนอื่นรู้แม้แต่น้อยจะให้สหายเ่าั้มาจับผิดคำโกหกของนางได้อย่างไร ลื่นล้มกับถูกคนอื่นตีจนช้ำาแย่อมแตกต่างกันาแและรอยช้ำบนตัวนางล้วนบอกอาการแก่ผู้อื่นได้เป็อย่างดี
แม้แต่ฮูหยินก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสียเพราะบุตรสาวของตัวเองปิดบังสาเหตุอาการาเ็ที่แท้จริงเอาไว้เกรงว่านางคงไปล่วงเกินผู้สูงส่งท่านใดเข้ากระมังจึงถูกคนสั่งสอนมายกหนึ่งเพียงาเ็เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น นางจึงไม่คิดสืบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกทั้งไม่กล้าไปเอาเื่เอาราวอะไรด้วยบุคคลที่แม้แต่บุตรสาวยังปิดบังเกรงว่าสถานะของคนผู้นั้นคงสูงส่งไม่น้อยกระมัง
เมื่อคิดดังนั้นแล้วฮูหยินจึงได้แต่ปล่อยผ่านไปไม่คิดสืบสาวเื่ราวให้กระจ่างแจ้งนิสัยของบุตรสาวของตัวเองนั้นหากว่าเป็คนที่นางสามารถข่มเหงได้ไยนางจะทนเก็บความคับแค้นใจไว้เล่า ไม่มีทาง!
เฉินจิ้งเสียนอยู่พูดคุยกับเป่าหลิงครู่ใหญ่แล้วจึงขอตัวกลับไป เขาไม่อยู่นานเกินไปไม่งั้นจะทำให้เป่าหลิงรู้สึกว่าเขามาเยี่ยมเยือนนางเพราะมีจุดประสงค์คิดจะตีสนิทด้วยหากว่าเขาเข้าเยี่ยมเพียงชั่วครู่ชั่วยามอย่างเหมาะสมนางย่อมไม่เกิดความรู้สึกต่อต้านใดๆ กับเขา
นับจากวันนั้นเป็ต้นมา เฉินจิ้งเสียนก็จะแวะไปเยี่ยมเยียนเป่าหลิงบ่อยๆใช้เวลาแต่ละครั้งในการเข้าเยี่ยมไม่นานเกินไป เป่าหลิงค่อยๆ คุ้นเคยกับการที่เฉินจิ้งเสียนมาเยี่ยมเยียนจึงค่อยๆมองเขาเป็สหายของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัวฮูหยินของผู้าุโรองเห็นว่าบุตรสาวมีสหายเพิ่มขึ้นก็ยินดี อีกทั้งทั้ง 2คนก็คบหาอยู่ในสายตาของนาง ไม่เคยพบปะกันตามลำพังแต่อย่างใดทุกครั้งที่พบกันล้วนมีสาวใช้หลายคนอยู่ด้วยเสมอดังนั้นฮูหยินจึงวางใจว่าจะไม่เกิดเื่ไม่ดีไม่งามขึ้นมา
เฉินจิ้งเสียนรู้ว่าตัวเองหน้าตาหล่อเหลาสู้บุรุษอื่นไม่ได้เขาจึงพยายามสรรหาวิธีดูแลผิวพรรณเฉกเช่นสตรีมาดูแลผิวพรรณตัวเองทำให้ผิวของเขาขาวนุ่มคล้ายผิวสตรี อีกทั้งรูปร่างเขาก็ไม่อ้วนทำให้มองโดยรวมแล้วนับว่าเป็บุรุษที่ดูดีคนหนึ่ง และสหายที่เขาคบหาเขาย่อมเลือกคบหากับคนที่หน้าตารูปร่างด้อยกว่าตัวเองเพื่อที่ตัวเขาจะได้ดูดีในหมู่คนอื่น เปรียบเหมือนเดือนถูกล้อมด้วยดาวอย่างไรอย่างนั้นแต่หากนำเขาไปเทียบกับบุรุษหน้าตาหล่อเหลา เขาก็กลายเป็หน้าตาสามัญขึ้นมาทันทีต่อให้มีรูปร่างผอมเพรียวก็ไม่อาจช่วยยกระดับให้สามารถไปแข่งขันกับบุรุษหน้าตาหล่อเหลาได้เลย
วันเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ของเฉินจิ้งเสียนกับเป่าหลิงก็สนิทสนมกันจนถึงขั้นที่ทั้งสองออกไปเดินเที่ยวด้วยกันแล้วเฉินจิ้งเสียนพาเป่าหลิงไปกินอาหารดื่มน้ำชาที่ร้านอาหาร มีสาวใช้ติดตามไปจำนวนหนึ่งเฉินจิ้งเสียนก็ใช้วิธีเดียวกันกับที่เคยใช้หลอกล่ออาจารย์ตัวเอง ค่อยๆมองเป่าหลิงด้วยสายตาสเน่หา ทั้งยังหาโอกาสจับไม้จับมือนางบ่อยๆ คล้ายไม่ได้ตั้งใจเป่าหลิงเป็สตรีเอาแต่ใจ ถูกบุรุษคอยเอาอกเอาใจย่อมชมชอบไม่น้อย
ระหว่างที่เฉินจิ้งเสียนตามเกี้ยวพาเป่าหลิงเขาก็ยังคงเริงรมย์กับอาจารย์ตัวเองทุกวัน ทั้งยังแอบเอาโอสถไร้บุตรให้นางกินป้องกันนางไม่ให้ตั้งครรภ์มีบุตรได้ หากอาจารย์ตั้งครรภ์ขึ้นมาเขาต้องเร่งรีบแต่งงานกับนางน่ะซิ!
ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเขากับเป่าหลิงพัฒนาไปไม่น้อยแล้วจะให้อาจารย์มาขวางทางรักของเขาไม่ได้!
เฉินรุ่ยฟางกินโอสถไร้บุตรเข้าไปโดยไม่รู้ตัวนางยังคงใช้ชีวิตไปตามปกติเรื่อยมาอีกทั้งนางยังมุ่งเน้นไปที่การฝึกหลอมโอสถเพื่อยกระดับฐานะของตัวเองข่าวคราวภายนอกนางล้วนไม่รับรู้ วันๆ นางใช้ชีวิตอยู่ที่เรือน ไปซื้อสมุนไพรมาฝึกหลอมโอสถและถูกลูกศิษย์ร่วมอภิรมย์เสพสมทุกวัน นางใช้ชีวิตเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
ครั้นนางถามเฉินจิ้งเสียนเื่แต่งงานเฉินจิ้งเสียนก็บ่ายเบี่ยงว่าตัวเขาฐานะยังต่ำต้อยเป็เพียงศิษย์ขั้นต้นของสำนักเท่านั้นเขาอยากยกระดับฐานะตัวเองก่อนให้เท่าเทียมกับนาง และเมื่อไหร่ที่ฐานะของเขาเท่าเทียมกับนางแล้วเขาจะแต่งนางเข้าบ้านแน่นอน!
เฉินรุ่ยฟางได้ฟังเช่นนั้นก็ไม่ได้คิดเลยว่านั่นเป็แค่ข้ออ้างหาทางบ่ายเบี่ยงคิดว่าเขาคงอับอายที่จะแต่งงานกับนางในตอนที่ฐานะของเขาต่ำต้อยกว่านางนางพอจะเข้าใจศักดิ์ศรีของบุรุษ นางจึงไม่ได้เร่งรัดเขาอีก
เฉินจิ้งเสียนคิดหาวิธีรวบหัวรวบหางเป่าหลิงเขาจึงวางแผนพาเป่าหลิงไปกินอาหารที่ร้านอาหาร เขาจองห้องส่วนตัวเอาไว้แล้วชักชวนให้นางดื่มเหล้า เป่าหลิงก็ดื่มกับเขาอย่างวางใจ เพราะคิดว่าสาวใช้ของตัวเองก็อยู่ข้างนอกย่อมไม่เกิดเื่อะไรขึ้นแน่นอนแต่นางไม่รู้เลยว่าเฉินจิ้งเสียนจะวางเล่ห์กลไว้ที่เหล้าซึ่งเหล้าที่นางดื่มเป็เหล้าที่หมักจากผลไม้ รสชาติหอมหวานดื่มง่ายสตรีล้วนนิยมดื่ม แต่ว่าเหล้านี้กลับมีฤทธิ์แรงไม่น้อยเลย นางเพิ่งดื่มไปเพียง 1จอก ก็ถูกเฉินจิ้งเสียนห้ามไว้ “เ้าดื่มจอกเดียวก็พอแล้ว เหล้านี้ฤทธิ์แรงไม่น้อยหากดื่มมากกว่านี้เ้าจะเมาได้นะ”
เป่าหลิงติดใจรสชาติหอมหวานจึงแย่งกาเหล้ามารินใส่จอกเอง“ข้าดื่มอีกจอกน่าจะไม่เมาหรอก”
“ได้ๆแค่อีกจอกเดียวเท่านั้นนะ ห้ามดื่มมากกว่านี้” เฉินจิ้งเสียนแกล้งห้ามปราม เป่าหลิงพยักหน้า“อื้ม”
นางยกจอกเหล้าขึ้นดื่มรสหวานและหอมอวลอยู่ในปาก นางจึงดื่มเหล้าจอกนั้นจนหมด ใบหน้านางแดงเรื่อ“อร่อยนัก”
นางหยิบกาเหล้าจะรินเฉินจิ้งเสียนก็แตะมือนางห้ามไว้ “พอแล้วๆ เ้าดื่มมากกว่านี้คงเมาแน่นอน”
“เมาก็เมาซิอย่างมากข้าเมา สาวใช้ของข้าก็แบกข้ากลับบ้าน เ้าไม่ต้องห่วงข้าไม่ให้เ้าแบกหรอก” เป่าหลิงบอกอย่างเอาแต่ใจเฉินจิ้งเสียนจึงได้แต่แกล้งเตือนอย่างจนใจ “พอเถอะ เ้าดื่มอีกก็จะเมาแล้วนะ”
“เถอะน่าข้าอยากดื่ม เ้าอย่าห้ามข้าเลย” เป่าหลิงผลักมือเขาออก แล้วรินเหล้าใส่จอกนางยกเหล้าขึ้นดื่มอย่างถูกอกถูกใจ เฉินจิ้งเสียนแกล้งมองอย่างเป็ห่วงเป็ใย“เ้าดื่มมากไปแล้ว”
จวบจนเป่าหลิงดื่มเหล้าหมดจอกที่3 นางก็วางจอกลง เอ่ยว่า “เ้านั่งนิ่งๆ ซิ เ้าจะโยกตัวไปมาทำไมข้าเห็นแล้วตาลาย”
“เ้าเมาแล้ว”เฉินจิ้งเสียนแกล้งบอกอย่างจนใจ “มาๆ ข้าส่งเ้ากลับบ้าน”
“อือ”เป่าหลิงพยักหน้ารับ เฉินจิ้งเสียนลุกไปประคองนาง เป่าหลิงลุกขึ้น นางยืนโซเซตัวโอนไปเอนมา“หึๆ ข้าเห็นพื้นหมุนได้ด้วย”
“เ้าเมาแล้วน่ะซิ”เฉินจิ้งเสียนบอกพลางยกยิ้มตรงมุมปาก หึ! 3 จอกก็เมาเสียแล้วช่างง่ายเหลือเกิน!
เป่าหลิงยืนโซเซพิงเขาแล้วฟุบหลับไปเฉินจิ้งเสียนจึงประคองนางไปนอนบนตั่งยาวเขาวางนางลงนอนแล้วถอดกระโปรงกับกางเกงของนางออกไปสายตามองดูเนินโหนกนูนอวบอิ่มนั้นอย่างมาดหมายเขาจัดแจงฉีกทึ้งกางเกงตัวเองออกจนขาดแคว๊กๆ โยนกางเกงทิ้งไปทางหนึ่งแล้วจับขานางแยกออกเขาขยับเข้าประชิด กดองคชาติเข้ารูอ่อนนุ่ม เป่าหลิงแม้จะหลับแต่ก็รู้สึกเจ็บนางจึงดิ้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวส่งเสียงร้อง “อื้อ!”
เฉินจิ้งเสียนรีบใช้มือปิดปากนางเอาไว้พลางใช้ลำตัวกดทับนางไม่ให้ดิ้นหนี อีกมือก็จับองคชาติดันทะลวงรูเล็กคับแน่นเข้าไปเป่าหลิงดิ้นๆ พลางส่งเสียงร้องทั้งๆ ที่กำลังเมาหลับแต่เสียงของนางไม่อาจเล็ดลอดออกมาได้ มีเพียงเสียงอือๆ ดังออกมาแ่เบายิ่ง
เฉินจิ้งเสียนดันองคชาติทะลวงรูจนเยื่อพรหมจรรย์ของนางฉีกขาดปึด!
เขาดันองคชาติเข้าไปจนสุดลำแล้วขยับเอวกระทุ้งกระแทกเร็วๆอย่างเร่งรีบ เพราะหากเขามัวชักช้าสาวใช้ที่เฝ้าอยู่ข้างนอกอาจจะเข้ามาตอนไหนก็ได้เขาต้องรีบทำเวลา เขากระทุ้งกระแทกอยู่สักพักก็สุขสมจนหลั่งธารน้ำออกมา “โอ...”
จากนั้นเขาก็พลิกตัวลงไปพลางพลิกร่างนางขึ้นบนสลับที่กัน โดยที่เขาไม่ได้ถอนองคชาติออกจากรูอ่อนนุ่มเลย
เมื่อสลับที่กันแล้วเขาจึงเอาเชือกออกมา 3 เส้น จัดแจงมัดขาตัวเองทั้งสองข้างขึงพืดกับตั่งยาว แล้วนอนลงไปพลางจัดท่าทางนางให้นอนซบอยู่บนอกตัวเองเขาเอาผ้าเช็ดหน้าของนางยัดใส่ปากตัวเองแล้วเอาเชือกอีกเส้นมัดกับตั่งอีกด้านแล้วมัดมือตัวเองทั้งสองข้างเอาไว้เหลือแค่รอให้สาวใช้เข้ามาเห็นเท่านั้น หึๆๆๆ...
เขาดิ้นรนให้เชือกบาดข้อมือข้อเท้าจนเืไหลอาบออกมาอย่างใจเหี้ยมยิ่งนัก
สาวใช้รออยู่ด้านนอกพวกนางไม่ได้ยินเสียงพูดคุยอะไรดังออกมาจากข้างในนานแล้ว พวกนางจึงสงสัยใคร่รู้“หือ?”
“ไยในห้องจึงเงียบนักเล่า?”สาวใช้คนหนึ่งสงสัย สาวใช้อีกคนจึงเอ่ยสนับสนุนว่า “นั่นซิ”
พวกนางจึงขยับไปแนบหูฟังเสียงที่ประตูแต่ฟังอยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงพูดคุยอะไรเลย นอกจากเสียงอือๆ ที่ดังออกมาแ่เบาทำให้พวกนางสงสัยยิ่งนัก “หือ? เสียงอะไร?”
“นั่นซิ”อีกคนก็พยักหน้าสนับสนุน พวกนางมองตากัน เ้ามองข้า ข้ามองเ้ามองกันไปมองกันมาไม่เกิดประโยชน์อะไร พวกนางจึงตัดสินใจ “เข้าไปดูกันเถอะ”
“อืมๆ”อีกคนพยักหน้าสนับสนุน สาวใช้คนหนึ่งจึงร้องเรียก “คุณหนูเ้าคะ”
ภายในห้องไม่มีเสียงตอบกลับมานอกจากเสียงอือๆ แ่เบานั่น พวกนางจึงส่งเสียงเรียกอีกครั้ง “คุณหนูเ้าคะ”
ภายในห้องก็ยังไม่มีเสียงตอบออกมามีเพียงเสียงอือๆ พวกนางมองตากันแล้วพยักหน้าสนับสนุนซึ่งกันและกันจากนั้นก็เปิดประตูเดินเข้าไป หน้าประตูมีฉากบังลมวางอยู่ทำให้พวกนางยังมองไม่เห็นสิ่งใดภายในห้อง พวกนางจึงเดินอ้อมฉากบังลมเข้าไปครั้นมองไปเห็นคุณหนูนอนซบอยู่บนตัวเฉินจิ้งเสียนทั้งยังเปลือยท่อนล่างคร่อมทับกันอยู่ พวกนางจึงใจนหวีดร้อง “อ้า! คุณหนู!”
เฉินจิ้งเสียนทำหน้าตาตื่นตระหนกราวกับตัวเองเป็ผู้ถูกข่มเหงย่ำยี แขนขาดิ้นรนยึกยักๆราวกับจะให้หลุดพ้นจากพันธนาการ เขาดิ้นจนเชือกยิ่งบาดข้อมือข้อเท้า ส่งเสียงอื้อๆสีหน้าอับอายจนไม่อาจจะสู้หน้าผู้ใดได้อีก “อื้อ! อื้อ!...”
สาวใช้ใอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้ พวกนางจึงพุ่งเข้าไปดึงคุณหนูของตัวเองออกมา “คุณหนูเ้าขา!”
แต่เป่าหลิงเมาหลับอีกทั้งยังรู้สึกร้อนยิ่งนักนางจึงกอดรัดสิ่งที่เย็นๆ เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือทั้งยังส่งเสียงอืออาอย่างขัดอกขัดใจ “ฮื้อ!”
“คุณหนูเ้าขาปล่อยมือซิเ้าคะ” สาวใช้ออกแรงแกะคุณหนูอยู่นานก็ยังแกะไม่ออกพวกนางจึงมองหน้ากันเอง ปรึกษาหารือกันอย่างร้อนรน “จะทำอย่างไรดี?”
พวกนางดูแลคุณหนูไม่ดีหากฮูหยินรู้เื่ พวกนางคงถูกโบยจนตายแน่แท้!
ขณะที่พวกนางยังไม่ทันแยกคุณหนูออกมาพลัน! ก็มีคนเปิดประตูห้องเดินเข้ามา “หลิงเอ๋อร์”
สาวใช้หันไปมองแล้วใจนหัวใจกระดอนออกมานอกอกแล้ว“นายท่าน!”
ผู้าุโรองมองไปเห็นสาวใช้ใก็เลิกคิ้วขึ้น เขามองเลยพวกนางไปเห็นบุตรสาวตัวเองนอนคร่อมอยู่บนตัวบุรุษผู้หนึ่งอีกทั้งท่อนล่างของทั้งสองคนยังเปลือยเปล่าท่าทางแบบนั้นทำเขารู้สึกเืพุ่งกระฉูดขึ้นศีรษะอย่างรุนแรงยิ่ง!
“จะ...จะ...เ้า...!!!” เขาเอ่ยตะกุกตะกัก ใเสียยิ่งกว่าถูกฟ้าผ่าเสียอีก
“อื้อ! อื้อ!...”เฉินจิ้งเสียนยิ่งดิ้นจนเชือกบาดข้อมือข้อเท้า สีหน้าอับอายปนคับแค้นใจที่ถูกข่มเหงย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดี!
ผู้าุโรองพยายามตั้งสติสตังกลับมาเขาก้าวไปดึงตัวบุตรสาวออกมา “หลิงเอ๋อร์!”
“ฮื้อ!” เป่าหลิงส่งเสียงขัดอกขัดใจ กอดรัดคนที่อยู่ใต้ร่างตัวเองแน่นยิ่งขึ้นผู้าุโรองพยายามดึงบุตรสาวตัวเองออกมา เขาออกแรงจนกระทั่งดึงนางออกมาได้เป่าหลิงส่งเสียงคำหนึ่ง “อื้อ!”
ตอนที่ดึงบุตรสาวหลุดออกมาผู้าุโรองย่อมเห็นว่าของสงวนของบุตรสาวตัวเองอมองคชาติของบุรุษผู้นั้นเอาไว้เมื่อหลุดออกจากกันแล้วคราบเืปนคราบคาวโลกีย์ก็ไหลลงมาตามง่ามขาองคชาติของบุรุษผู้นั้นก็เปื้อนคราบเืคราบคาวโลกีย์ คอพับคออ่อนอยู่กลางกาย
เป็ภาพที่ทำให้ผู้าุโรองหน้าแดงเหมือนสีตับหมูแล้วหากว่าบุตรสาวของเขาถูกข่มเหงย่ำยี เขาย่อมอยากฆ่าบุรุษผู้นี้ให้ตกตายเสียเลย!
แต่ว่าบุรุษผู้นี้กลับถูกมัดขึงพืดเอาไว้ถูกบุตรสาวของเขาขึ้นคร่อม นี่! ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่งเลยทีเดียว!
เขาส่งบุตรสาวตัวเองให้สาวใช้ทั้งสองคนที่พากันทรุดลงไปหมอบอยู่กับพื้นตั้งนานแล้ว“พวกเ้ายังไม่รีบรับตัวคุณหนูไปอีก!”
“อ่า...”สาวใช้สะดุ้งโหยง รีบขยับมารับตัวคุณหนูของพวกนางไปทั้งยังหยิบกางเกงกับกระโปรงมาสวมให้คุณหนูตัวเองอย่างเงอะงะทำอะไรไม่ถูก
ผู้าุโรองหันไปมองบุรุษผู้นั้นเขาก้าวไปชิดตั่ง ยื่นมือไปดึงผ้าที่อุดปากออก
“ผู้าุโท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับข้าน้อยนะขอรับ ฮือๆๆๆ...”เฉินจิ้งเสียนร้องไห้น้ำตาไหลริน ท่าทางเหมือนอัปยศอดสูจนอยากตายเลยทีเดียว“ฮือๆๆ...ผู้าุโ แม่นาง...แม่นาง...ฮือๆๆๆ...”
เขาแกล้งร้องไห้ฟ้องอย่างพูดไม่ออกผู้าุโรองกำลังจะเอ่ยก็ได้ยินเสียงพูดคุยว่า “โอ...นี่มัน...”
“ไอหยา!”
เขาหันไปมองจึงเห็นผู้คนกลุ่มหนึ่งชะเง้อมองข้ามฉากบังลมเข้ามาบางคนก็เกาะฉากบังลมมองดูอย่างอยากรู้อยากเห็น ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกแล้วเื่ฉาวโฉ่ของบุตรสาวตัวเองถูกคนอื่นรู้เห็นหมดสิ้นแล้ว!บัดซบ!
ครั้นคนเ่าั้เห็นผู้าุโรองหันไปมองพวกเขาก็รีบหดหัวเผ่นหนีไปทันที พวกเขาหนีไปไวยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีกเพราะกลัวว่าหากหนีช้าเกินไปอาจถูกฆ่าปิดปากก็ได้!
ผู้าุโรองจึงได้แต่แก้มัดบุรุษผู้นั้นพลางสั่งน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า“ตามข้าไปคุยกันที่บ้าน”
“ฮือๆขอรับ ฮือๆๆ...” เฉินจิ้งเสียนรับคำพลางร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่เขาทำท่าทางเหมือนคนที่ถูกข่มเหงย่ำยีจนอยากตาย ไม่อยากสู้หน้าผู้คนอีกแล้วออกมา“ฮือๆๆ...”
ผู้าุโรองกำลังจะก้าวเดินไปเขาพลันชะงักกึก!
มองดูอาหารบนโต๊ะแล้วจึงเดินเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งยังตรวจดูข้าวของในห้องอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม เขาไม่พบกำยานปลุกกำหนัดหรือโอสถอะไรที่จะกระตุ้นให้คนเสียสติได้เลยเขาเจอแต่เหล้ากับอาหารที่ปกติธรรมดายิ่งนัก เขาคิดๆ แล้วจึงก้าวไปตรวจชีพจรบุตรสาวเขาตรวจอยู่ครู่หนึ่งก็ดึงมือกลับ เขาไม่พบสิ่งผิดปกติเลยบุตรสาวของเขาเมาเหล้าอย่างแท้จริง!
เฉินจิ้งเสียนสวมอาภรณ์แล้วยิ้มกริ่มอยู่ในใจแผนการของเขาสำเร็จอย่างงดงามเขาเลือกจองห้องในร้านอาหารเดียวกันกับที่ผู้าุโรองกับสหายชอบนัดมาดื่มกินกันเมื่อผู้าุโรองรู้ว่าบุตรสาวของตัวเองมาดื่มกินอยู่ร้านเดียวกันกับเขาเขาย่อมมาพาลูกสาวกลับบ้านไปพร้อมกันแน่นอนดังนั้นเฉินจิ้งเสียนจึงพาเป่าหลิงมาในเวลาที่ผู้าุโรองใกล้จะกลับบ้านให้เป่าหลิงดื่มเหล้าจนเมาแล้วทุกอย่างก็เป็ไปตามแผนการที่เขาวางไว้อย่างไม่มีข้อผิดพลาดใดๆเลย สำเร็จอย่างงดงามยิ่งนัก! ฮ่าๆๆ...
ผู้าุโรองมองดูข้อมือข้อเท้าของเฉินจิ้งเสียนเห็นรอยบาดลึกจนเืไหลอาบข้อมือข้อเท้า เขาจึงรู้ว่านั่นเป็ร่องรอยที่คนๆนั้นดิ้นรนอย่างไม่ยินยอมสุดชีวิตอย่างแท้จริงเขาจึงเชื่อว่าบุรุษผู้นั้นถูกบุตรสาวของเขาข่มเหงย่ำยีจริงๆสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายก็ดูแล้วเหมือนถูกกระทำย่ำยีจนไม่เหมือนว่าเสแสร้งแกล้งทำเลยเื่นี้เป็บุตรสาวของเขาที่เป็ฝ่ายผิดดังนั้นเขาจึงไม่อาจฆ่าแกงบุรุษผู้นั้นได้ เช่นนั้นจะจัดการอย่างไรดี? อืม?
เขาคิดๆพลางเดินนำออกไป สาวใช้ก็ช่วยกันแบกคุณหนูตามไปเฉินจิ้งเสียนเดินกะโผกกะเผลกกุมข้อมือเดินตามหลังผู้าุโรองไปเขาทำสีหน้ากล้ำกลืนฝืนทน ดูน่าอดสูยิ่งนัก
ผู้คนมองดูแล้วแอบซุบซิบคุยกันเสียงเบา“นั่นๆ เ้าดูชายผู้นั้นซิ”
“ไอหยาๆเกิดเื่อะไรขึ้นน่ะ?”
ผู้าุโรองเร่งฝีเท้าเดินไปราวกับกำลังหนีผีร้ายอย่างไรอย่างนั้นเขาอับอายขายหน้าจนแทบอยากจะมุดรูหนีแล้วหากว่าบุตรสาวของตัวเองถูกคนข่มเหงย่ำยียังทำให้เขารู้สึกอับอายขายหน้าน้อยกว่านี้มากนักแต่นี่...บุตรสาวของเขากลับกลายเป็ฝ่ายผูกมัดบุรุษผู้หนึ่งแล้วข่มเหงย่ำยีบุรุษผู้นั้นเสียเองทำให้เขารู้สึกอับอายขายหน้าเสียเหลือเกินที่สั่งสอนบุตรสาวไม่ดีจนนางกลายเป็สตรีก๋ากั่นใจกล้าไร้ยางอายเช่นนี้ไปได้!
เมื่อกลับถึงเรือน พ่อบ้านก็รีบออกไปต้อนรับ “นายท่าน”
ผู้าุโรองรองยืนอยู่ตรงทางเดินพลางสั่งว่า“ให้คนมาทำแผลให้เขาที”
“ขอรับ”พ่อบ้านรับคำสั่งแล้วมองดูเฉินจิ้งเสียน เขาไม่ได้คิดอะไรมากคิดว่านายท่านคงไปพบบุรุษผู้นี้าเ็จึงพากลับมารักษากระมังอีกทั้งเฉินจิ้งเสียนผู้นี้ก็เป็สหายของคุณหนู ดังนั้นเขาจึงรีบให้บ่าวรับใช้ไปทำแผลตามคำสั่งเ้านาย
ผู้าุโรองมองไปข้างหลังสั่งสาวใช้ว่า “ส่งคุณหนูกลับเรือนไป แล้วพวกเ้ารีบกลับมาข้าจะไต่สวนทวนความพวกเ้า”
“เ้าค่ะ”สาวใช้รับคำสั่งอย่างอกสั่นขวัญแขวนแล้วพวกนางรีบส่งคุณหนูกลับเรือนไปแล้วรีบกลับไปที่ห้องโถงทันทีไม่กล้าชักช้าแม้แต่อึดใจเดียว
ผู้าุโรองเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประธานในห้องโถงมองดูบ่าวรับใช้ทำแผลให้เฉินจิ้งเสียน เฉินจิ้งเสียนในยามนี้ไม่ร้องไห้แล้วเขาทำสีหน้ากล้ำกลืนเอาไว้ ทำเหมือนว่าตัวเองได้รับความอัปยศอดสูออกมา
ฮูหยินได้ยินว่าสามีกลับมาพร้อมเฉินจิ้งเสียนที่ได้รับาเ็จึงออกมาดูนางยังไม่ทันอ้าปากถามก็ถูกสามีขัดขึ้นเสียก่อนว่า “เ้าตามข้ามา”
“เอ่อ...เ้าค่ะ”ฮูหยินรับคำแล้วเดินตามสามีเข้าไปด้านใน
เมื่ออยู่ตามลำพังสองคน ผู้าุโรองจึงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ภรรยาฟัง“คือว่า..........”
ฮูหยินรองฟังแล้วตกอกในักนางเชื่อไม่ลงเลยว่าบุตรสาวของนางจะทำตัวไร้ยางอายถึงเพียงนั้น!
แต่เมื่อมองใบหน้าของสามีที่จริงจังจนไม่รู้จะจริงจังไปมากกว่านี้ได้อย่างไรแล้วนางจึงจำใจต้องเชื่อว่าบุตรสาวตัวเองทำเช่นนั้นจริงๆอีกทั้งคนที่ไปเห็นเหตุการณ์ยังเป็สามีของนาง เป็บิดาของบุตรสาวเขาย่อมไม่นำเื่อย่างนี้มาใส่ร้ายบุตรสาวตัวเองแน่ๆ
นางฟังแล้วแทบจะเป็ลมล้มพับไปคลื่นลมในอกตีขึ้นมาจนนางวิงเวียนนั่งตัวตรงไม่อยู่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้สีหน้าอีหลักอีเหลื่อ นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆหลายทีแล้วเอ่ยถามสามีเสียงเบาหวิวว่า “ท่านพี่จะทำอย่างไรดีเ้าคะ?”
“จะทำอย่างไร! ข้าจะทำอะไรได้อีก ลูกสาวตัวดีนั่นก่อเื่ถึงขนาดนี้ คนเห็นกันทั่ว ข้าอายเสียจนไม่มีหน้าไปสู้หน้าใครแล้วทั้งข้าทั้งเ้าล้วนสั่งสอนนางจนนางกลายเป็ตัวอะไรไปแล้ว! หน้าด้าน! คำนี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ นางช่างไร้ยางอายนัก!ข้าไม่มีหน้าไปพบบรรพชนแล้วจริงๆ” ผู้าุโรองด่าอย่างเหลืออดเขาไม่โทษภรรยาเพียงคนเดียว ตัวเขายังรับผิดร่วมกับนางข้อนี้ทำให้ฮูหยินรู้สึกซาบซึ้งใจที่สามีไม่ได้โทษนางคนเดียวหากเป็บุรุษคนอื่นเกรงว่าคงโทษนางฝ่ายเดียวแน่แท้!
แต่เื่นี้ช่างมันก่อนเถอะเื่ของหลิงเอ๋อร์ต้องจัดการก่อน!
“ท่านพี่เ้าคะแล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีเ้าคะ?จะปล่อยให้หลิงเอ๋อร์ชื่อเสียงเสื่อมเสียแบบนี้ไม่ได้นะเ้าคะ?” นางถามอย่างร้อนใจผู้าุโรองจึงบอกว่า “เื่นี้มีทางแก้ไขทางเดียวแล้ว”
“ทางไหนเ้าคะ?”ฮูหยินถามอย่างร้อนใจ ผู้าุโรองจึงตอบ“เกลี้ยกล่อมให้เ้าหนุ่มนั่นแต่งงานกับหลิงเอ๋อร์เสีย ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีจะได้ใช้เื่มงคลปิดปากคนพวกนั้นซะ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet : 098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readfree.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ