บทที่ 187 ช่วยคน
- ตรวจพบอุปกรณ์ที่มีสารพิษจำนวนมาก ต้องการชำระล้างหรือไม่ –
เสียงแจ้งเตือนของฟาร์มทำให้ซูหยวนเลิกคิ้วขึ้น เธอไม่คิดว่าระบบจะมีตัวเลือกในการชำระล้างเช่นนี้ด้วย แต่เมื่อนึกถึงบ่อน้ำบริสุทธิ์ที่ทำให้เธอสามารถจัดการสารพิษในร่างกายได้ เช่นนั้นการจะมีตัวเลือกเช่นนี้ก็ไม่ได้ผิดแปลกนัก
“จี๊ด! นายท่านมาแล้วหรือ? มีบางอย่างที่วิเศษสุดๆมาที่ฟาร์มของนายท่านด้วย พวกเราสัมผัสได้ว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยดึงดูดพลังงานมหาศาลเข้ามา แถมยังมีแกนพลังงานจำนวนมากด้านในอีกด้วย ถ้านายท่านอนุญาต...ข้าขอเอาไปใช้ได้หรือไม่ เพื่อยกระดับตนเองและพวกพ้อง”
“หืม? พวกแกก็ใช้ได้หรอ”
“ใช้ได้ขอรับ จี๊ด! เจ้าสุนัขทมิฬก็ใช้ได้เช่นกัน มันไม่กล้ามาขอนายท่านด้วยตนเอง เพราะกลัวว่านายท่านจะมองว่ามันโลภมาก แต่จริงๆแล้ว พวกเราทุกตัวได้ประโยชน์จากอุปกรณ์นี้กันทั้งนั้น ไม่นับรวมว่าพื้นที่ของนายท่านเต็มไปด้วยพลังงานอยู่แล้ว แค่เปิดใช้ไม่ถึง 10 ส่วนจาก 100 ส่วน ก็คงจะทำให้พวกเรามีคลื่นพลังงานไว้ยกระดับกันแล้ว”
“โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็ใช้งานมันเถอะ” ซูหยวนไม่ได้คาดคิดว่าจะมีเรื่องดีๆแบบนั้นด้วย
ปรากฏว่าแท่นอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมานั้น เป็นแท่นอุปกรณ์ที่ช่วยในการรวบรวมพลังงานอย่างนั้นหรือ? นับว่าคนที่คิดค้นมันขึ้นมามีความสามารถไม่น้อย
หากแต่ถ้าแท่นรวบรวมพลังงานนี้ใช้ในโลกภายนอก พวกมันไม่ใช่แค่รวบรวมพลังงานเท่านั้น แต่ยังดึงดูดเอาสารพิษจำนวนมากมาด้วย
กับพวกกลายพันธุ์นั้นไม่เป็นอะไร พวกมันกลายพันธุ์จนสามารถใช้สารพิษมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเองได้แล้ว ทว่า...กับพวกมนุษย์ไม่เหมือนกัน
สาเหตุที่ทำให้ซูหยวนเข้าใกล้แท่นพลังงานนี้ไม่ได้เป็นเพราะสารพิษพวกนั้นนี่แหละ หากแค่พลังงานอย่างเดียว แล้วเป็นพลังงานบริสุทธิ์ ก็เหมือนกับการที่เธอสามารถดื่มกินไปเท่าไรก็ได้ พวกมันไม่มีผลเสียต่อร่างกายเลยสักนิด
“จี๊ด จี๊ด นายท่านจะลองไปดูด้วยหรือไม่ขอรับ” เจ้าราชาหนูขาวลายทองเสนอความคิดเห็นของตัวเอง ซูหยวนคิดเล็กน้อยแล้วก็ส่ายหน้า
เธอไม่ลืมว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในสถานการณ์ไหน แค่ใช้เวลาเข้ามาสัมผัสแท่นรวบรวมพลังงานก็กินเวลาไปหลายนาทีแล้ว หากยังไม่รีบออกมา...ตำแหน่งของเธอคงจะกลายเป็นใต้ซากอาคารแล้ว
“เอาไว้ครั้งหน้าก็แล้วกัน” ซูหยวนพูดอย่างนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพาตัวเองออกมาจากฟาร์ม
มองดูระเบิดเวลาที่นับถอยหลังอีก 3 นาที ซูหยวนไม่สามารถรอช้าได้อีกแล้ว เธอทำได้แค่รีบออกมานอกโพรงถ้ำใต้ซากอาคารขนาดใหญ่ก็เท่านั้น
ตู้ม!!
แรงระเบิดปะทะกับเกราะป้องกันจนมันสั่นไหวเล็กน้อย ซูหยวนไม่สามารถยืนอยู่ในตำแหน่งนั้นได้ หากมีคนอื่นมาเห็นจะต้องสงสัยการกระทำของเธอแน่ ดังนั้นจึงได้เคลื่อนไหวไปตามตำแหน่งที่เล็งเอาไว้ตั้งแต่แรก
เสียงระเบิดเรียกความสนใจของผู้คนมากมาย แรงระเบิดนี้ไม่ได้น้อยๆเลย ไม่น่าแปลกใจที่จะทำให้พวกกลายพันธุ์และทหารมุ่งหน้ามาทางเดียวกัน
ซูหยวนรีบกลับไปรวมตัวกับสมาชิกในหน่วย โชคดีที่พวกเขาเชื่อฟังคำสั่งของเธอ หลังจากที่จัดการจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์แล้วก็ได้ยินเสียงระเบิด เดิมทีพวกเขาก็อยากจะไปตรวจสอบด้วยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทว่า...หัวหน้าหน่วยย่อยตัวเล็กของพวกเขาบอกให้รอที่นี่ ย่อมไม่สามารถไปไหนได้
“หัวหน้าหน่วยมาแล้วหรอครับ”
“หัวหน้า! เมื่อครู่มีเสียงระเบิดด้วย พวกเราควรจะไปดูหน่อยไหมครับ อาจจะมีใครกำลังต่อสู้กันอยู่ก็ได้”
“ใช่ๆ อาจจะเป็นกลุ่มนักล่าที่รอความช่วยเหลืออยู่ ถ้าพวกเราไปถึงเร็ว พวกเขาก็อาจจะรอดตายก็ได้” เห็นซูหยวนเข้ามา พวกทหารก็รีบเสนอความคิดของตนเองด้วยความตื่นเต้น
“ฉันเองก็พบกับกลุ่มนักล่าที่รอความช่วยเหลืออยู่เหมือนกัน ที่แยกตัวออกไปก็เพื่อติดตามรอยเท้าของพวกเขานี่แหละ” ได้ยินพวกเขาพูดอย่างนั้น ซูหยวนก็โบกมือให้ซึ่งคำพูดของซูหยวนทำให้ทหารทั้ง 6 คนได้แต่อ้าปากค้าง
ปรากฏว่าหัวหน้าของพวกเขาไม่ได้แอบอู้งานอย่างที่คิด แต่ไปตรวจสอบตำแหน่งของนักล่ามาอย่างนั้นหรือ? ทหารที่มีความสามารถในการตรวจสอบเกาหัวแกรกๆ ตัวเองไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่ามีร่องรอยของพวกนักล่าที่นี่ สุดท้าย...ระดับในการตรวจสอบของหัวหน้าสูงขนาดไหนกันเนี่ย
เธอไม่ใช่แค่เป็นนักธนูชั้นยอด สั่งสอนพวกเขาใช้หอกเท่านั้น แต่ตอนนี้ก็ยังมีทักษะในการตรวจสอบที่เหนือชั้นอีกหรือ?
ก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่ยอมรับที่เธอเป็นจ่าสิบตรี ทว่าเวลานี้...พวกเขาก็ยังไม่ยอมรับอันซูหยวนในตำแหน่งจ่าสิบตรีอีกเหมือนเดิม แต่เหตุผลเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ว่าคิดว่าเธอไม่คู่ควร กลับกัน...พวกเขาคิดว่าเธอควรจะอยู่ในตำแหน่งจ่าสิบเอกไปเลยมากกว่า!
“เสียงดังขนาดนั้น ถ้ามีผู้ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ทหารกลุ่มอื่นก็น่าจะไปดูแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็ไปช่วยคนที่รออยู่เถอะ” ซูหยวนโบกมือเป็นสัญญาณให้พวกเขาค่อยๆติดตามไป
เสียงระเบิดก่อนหน้านี้ทำให้พวกกลายพันธุ์วุ่นวายมากขึ้น ไม่ใช่แค่พวกทหารที่ตามเสียงไป แต่ยังมีพวกกลายพันธุ์อีกมากที่ทยอยมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งนั้นด้วย สิ่งนี้ทำให้ซูหยวนทำงานยากขึ้นมาก เธอต้องจับจังหวะให้ดี เพื่อไม่ให้บังเอิญเดินไปเจอกันข้างหน้า
“ข้างในนั้น” ซูหยวนชี้นิ้วไปยังตำแหน่งหนึ่ง ข้างหน้าเป็นโพรงใหญ่ แต่พื้นที่รอบๆมีร่องรอยของการขุดด้วย ถ้าไม่สังเกตให้ดีย่อมไม่พบตำแหน่งที่ซ่อนนี้แน่นอน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“พวกเราทหารหน่วยย่อยมาทำภารกิจเก็บกู้ พวกคุณข้างล่างยังมีคนต้องการความช่วยเหลือไหม”
เพื่อส่งสัญญาณให้มนุษย์ด้วยกันเอง พวกเขาจึงเคาะเป็นสัญญาณสามครั้งเหมือนเคาะประตู จากนั้นก็ส่งเสียงบอกตัวตนออกไป ซึ่งเมื่อข้างในได้ยินเสียงนี้...พวกเขาก็โห่ร้องออกมา
“ทหาร!! พวกเขาบอกว่าเป็นทหารที่มาช่วยพวกเรา!”
“เฮ้! ในที่สุดก็มีคนมาช่วยแล้ว เร็วเข้า! รีบเอากระดานพวกนี้ออกไป”
“มาๆ ช่วยกันผลักและโกยดินออกไปได้แล้ว!” ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่พากันดีใจ ซูหยวนตรวจสอบดูว่ามีจุดสีฟ้าอยู่ 8 จุด และไม่มีจุดสีเขียว แสดงว่ายังไม่มีคนตายในหลุมหลบภัยนี้
“ทหารๆ พวกเรามีคนเจ็บครับ มีคนเจ็บหนักครับ ขอยาได้ไหม” หนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม หลังจากที่ผลักกระดานดินออกไปได้ก็ยื่นหัวขึ้นมา ร้องขอยารักษาทันที
“เอ้านี่ รับไป” เนื่องจากพวกเขาเป็นหน่วยเก็บกู้ฉุกเฉิน ดังนั้นตอนที่ออกมาทำภารกิจ ย่อมต้องเอายารักษาติดตัวมาด้วย
ในขณะที่คนเจ็บก็กำลังดื่มยารักษา คนอื่นๆก็ได้รับความช่วยเหลือให้พาขึ้นมาจากหลุมหลบภัยแล้ว จำนวนสมาชิก 8 คนของพวกเขาถือว่าไม่น้อยเลย นับว่าโชคดีจริงๆที่พวกเขามาช่วยเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงจะเป็นการสูญเสียใหญ่
อย่าลืมว่านักล่าในเขต F นั้นไม่ใช่นักล่าระดับต่ำแล้ว ถ้ามนุษย์ชาติต้องสูญเสียนักล่าระดับนี้ไป เช่นนั้นก็เรียกว่าเป็นความเสียหายหนัก พูดอีกอย่างก็คือ...การที่พวกเขาช่วยเหลือได้ 8 คนนี้ แต้มภารกิจย่อมต้องได้ไม่น้อยไปด้วยเช่นกัน
“หัวหน้าหน่วย พวกเราควรจะไปต่อหรือพาคนพวกนี้ไปส่งก่อนดีครับ” สิบเอกเข้ามาสอบถามความคิดเห็น ซูหยวนมีแผนอยู่แล้ว เธอจึงให้คำตอบได้เลยโดยไม่ต้องคิดใหม่
“พาพวกเขากลับไปที่ฐานก่อน” เธอตรวจสอบดูแล้วว่าที่ฐานนั้นมีทหารค่อนข้างมาก หมายความว่าคนส่วนใหญ่ก็ถอยกลับไปกันหมดแล้ว ดังนั้นอันดับแรก...การกลับไปรวมตัวกับพวกเขาจึงจะเป็นเรื่องดี อีกอย่าง...เธอก็ได้รับทรัพยากรที่ล้ำค่ามาแล้ว ที่เขต F นี้ไม่มีอะไรให้เธอต้องกระตือรือร้นอีก
“เข้าใจแล้วครับ ทุกคน! เตรียมตัวกลับไปที่ฐาน!” สิบเอกเหมือนลูกน้องที่ซื่อสัตย์ รับคำจากซูหยวนแล้วก็ออกคำสั่งกับทหารอีก 5 คนที่เหลือทันที
เหล่านักล่าอิสระที่ได้รับความช่วยเหลือไม่เข้าใจสถานการณ์มากนัก เดิมทีพวกเขาคิดว่าสิบเอกคนนี้ก็คือหัวหน้าหน่วย แต่พอฟังบทสนทนาของพวกเขา กลับพบว่าเด็กสาวตัวน้อยที่ดูอ่อนแอคนนี้ต่างหากที่เป็นหัวหน้า
ตอนที่ไม่รู้ก็ยังไม่กังวล แต่พอรู้...พวกเขากลับไม่สบายใจเอาเสียเลย
“ทหาร! ขอถามหน่อย หัวหน้าหน่วยของพวกคุณก็คือเด็กคนนั้นหรือ?”
“ใช่ มีปัญหาอะไร” ทหารที่ใช้แส้ขมวดคิ้ว รับรู้ถึงทัศนคติที่ไม่ดีของอีกฝ่าย
“เอ่อ พวกคุณ...ก่อนหน้านี้ก็ฟังคำสั่งของเด็กคนนั้นมาตลอด?”
“ใช่ ทำไม...”
“อย่างนั้น...พวกเรากลับไปซ่อนตัวในหลุมหลบภัยเดิมดีไหม? แทนที่จะไปเสี่ยงตายกับ...อะไรไม่รู้ สู้พวกเรารอความช่วยเหลือใหม่ดีกว่า” เมื่อพวกนักล่าได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็หันไปปรึกษากันเอง ทว่า..คำพูดของเขานั้น พวกทหารก็ได้ยินเช่นกัน
“หมายความว่ายังไง? เสี่ยงตายกับอะไร?” พวกเขาเริ่มไม่พอใจ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนดูถูก ทั้งๆที่อุตส่าห์มาช่วยเหลือแท้ๆ
“พวกคุณทหาร อย่าโกรธพวกเราเลย พวกเราอุตส่าห์อดทนมาขนาดนี้ก็เพื่อรอความช่วยเหลือ แต่เมื่อพวกเราได้เจอพวกคุณ...พวกคุณกลับปล่อยให้เด็กคนหนึ่งมาเล่นสนุกกับชีวิต พวกคุณทหารอาจจะยังไม่รู้ ทว่าพื้นที่ล่านี้ไม่ใช่พื้นที่ที่จะให้พวกคุณมาเล่นได้หรอก ต่อให้เด็กคนนั้นจะมีเส้นสายใหญ่โตอะไร หลังจากนี้ก็ช่วยพวกคุณไม่ได้หรอก”
“ใช่ๆ พวกกลายพันธุ์ที่เขตนี้มันยกระดับไปกันหมดแล้ว จาก F กลายเป็น G เลยด้วยซ้ำ ขนาดพวกเราที่มีประสบการณ์ก็ยังรับมือไม่ไหว เช่นนั้นเด็กอายุเท่านี้....ถ้าปล่อยให้เธอออกคำสั่ง เช่นนั้นชีวิตของพวกเราก็คงไม่รอดแล้ว”
นักล่าสองสามคนรีบพูดความคิดเห็นของตนเองทันที ในเมื่อพวกเขาได้รับการรักษาและฟื้นฟูบ้างแล้ว ด้วยหลุมหลบภัยนี้ ก็เพียงพอที่จะให้รอความช่วยเหลือไปได้อีก 4-5 วัน
“นี่พวกแก!!”
ไม่ปล่อยให้คนของตนเองต้องเสียเวลาอธิบาย ซูหยวนยกธนูในมือขึ้นก่อนจะเล็งไปที่หัวของนักล่าคนหนึ่ง
“นะ นี่ นี่แกจะทำอะไร!” นักล่าคนนั้นไม่คิดมาก่อนว่าคำพูดของเขาไม่กี่คำ จะทำให้เด็กเอาแต่ใจคนนี้หันอาวุธเข้าใส่ตนเอง ต่อให้ไม่เชื่อว่าทางนั้นจะมีฝีมือดี แต่ก็ไม่สามารถประมาทได้
ฟิ้ว!!
ซูหยวนไม่อธิบายอะไรทั้งนั้น เธอหรี่ตาลงก่อนจะปล่อยลูกศรออกจากมือ ดวงตาของนักล่าคนนั้นหดวูบ เขาก้มตัวลงต่ำโดยสัญชาตญาณ แล้วตั้งใจจะพุ่งเข้ามาโจมตีกับเด็กเอาแต่ใจคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าในตอนนั้นเอง...
ฉึก!!
“เคี๊ยก!!!!” เสียงร้องจากการบาดเจ็บของ “วานรลมกลายพันธุ์” ก็ดังขึ้นไม่ไกลออกไป
ปรากฏว่าลูกศรนั้นไม่ได้มีเป้าหมายมาที่พวกเขาตั้งแต่แรก การเป็นทหารไม่สามารถโจมตีผู้บริสุทธิ์ได้แล้ว ถึงอีกฝ่ายจะทำผิด หากไม่ใช่การป้องกันตัว ก็ทำได้แค่จับตัวไปแจ้งความเท่านั้น ไหนเลยจะสามารถโจมตีอีกฝ่ายได้
ซูหยวนไม่คิดทำผิดกฎอยู่แล้ว เธอก็แค่ต้องการโจมตีสัตว์กลายพันธุ์ที่ซุ่มรอโอกาสจัดการพวกเขาก็เท่านั้น
“เตรียมรับมือ ข้างหลังมีฝูงวานรลมกลายพันธุ์มากกว่า 10 ตัวกำลังเตรียมพร้อมจู่โจม”
ท่าทางสุขุมใจเย็นของอีกฝ่ายทำให้พวกทหารได้สติกลับมา พวกเขาจะมาต่อปากต่อคำกับพวกนักล่าไร้สาระพวกนี้อยู่ได้อย่างไร นี่มันสถานการณ์ไหนแล้ว...
ในเมื่อพวกเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือ เช่นนั้นก็ไม่ต้องช่วยเหลือก็ได้แล้ว ไม่ใช่ว่ายังมีคนอีกมากมายที่รอพวกเขาอยู่หรอกหรือ? อีกอย่าง...แค่จะต้องเอาตัวรอดกลับไปที่ฐานเองก็ยังยากแล้วเลย จะต้องสิ้นเปลืองพลังงานไปกับความคิดโง่เง่าของคนอื่นทำไม
ถ้าพวกเขาไม่เชื่อใจหัวหน้าอัน ก็ปล่อยให้พวกเขานอนตายอยู่ในหลุมที่ขุดเตรียมพร้อมเอาไว้นี่แหละ...
ความคิดของทหารทั้ง 6 คนไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่พวกเขาเองก็ลืมคิดไปว่าก่อนหน้านี้ พวกเขาก็มีความคิดเช่นเดียวกันไม่ใช่หรือ?....
………………………