ตอนที่11 เหมือนกลิ่นตัวของผู้หญิงคืนนั้นเลย
ณิชาััได้ถึงพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาจากโบราณวัตถุทั้งหลายโดยเธอพบว่าบางชิ้นมีพลังลึกลับอ่อนๆ แผ่ออกมาส่วนหลายชิ้นกลับนิ่งสงบไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น สร้างความสับสนให้กับเธอ จึงทำให้เธอเดินทดสอบไปรอบๆร้าน พร้อมกับแอบแตะเพื่อััโบราณวัตถุเ่าั้ด้วยความสนใจใคร่รู้
พฤติกรรมของณิชาตกอยู่ในสายตาของชายชราเ้าของร้านซึ่งเขานั่งจิบชาอยู่หลังม่านไม้ไผ่เขามองผ่านช่องว่างระหว่างม่านไม้ไผ่และพบท่าทางของณิชาเข้าพอดี จึงนั่งมองด้วยความแปลกใจพลางพึมพำกับตัวเองว่า
“น่าสนใจ! แม่หนูคนนี้เหมือนจะแยกแยะของจริงและของปลอมได้หรือว่าจะเป็พร์ของเธอกันแน่นะ?”
ชายชราพบว่าการกระทำของณิชาสามารถจำแนกโบราณวัตถุว่าชิ้นใดเป็ของจริงหรือของปลอมได้โดยชิ้นใดที่เป็ของจริงนั้นณิชาจะใช้ปลายนิ้วแตะอยู่นานกว่าชิ้นของปลอมสร้างความสงสัยให้กับเขาเป็อย่างยิ่ง
เมื่อณิชาเดินออกจากร้านแห่งนี้ไปทางทิศใต้พลันมีชายหนุ่มหล่อเหลาอีกคนที่สวมแว่นตากันแดดอันใหญ่เข้าประตูมาทางทิศเหนือซึ่งเส้นทางระหว่างคนทั้งสองถูกคั่นด้วยชั้นวางโบราณวัตถุจำนวนมากทำให้ไม่สามารถมองเห็นอีกฝั่งได้ถนัดตา
จ้าวหลงชะงักฝีเท้าครู่หนึ่งเขาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนที่จะหันหลังเดินออกไปดูทางเข้าออกอีกด้านซึ่งเขาไม่พบร่างของคนที่เขาสงสัยแต่อย่างใด
“เอ๊! กลิ่นคุ้นๆเหมือนกลิ่นตัวของผู้หญิงคืนนั้นเลย มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมแน่นอน แต่เป็กลิ่นตัวหอมอ่อนๆเธอคนนั้นจะมาประเทศจีนหรือ?ไม่น่าเป็ไปได้”
จ้าวหลงสะบัดหัวเพื่อปรับความคิดกังวลของตนเองใหม่ก่อนถอนหายใจที่เขาสติสัมปชัญญะหลุดลอยบ่อยครั้ง ซึ่งเขามีอาการนี้ั้แ่คืนที่ได้ร่วมหลับนอนกับหญิงสาวปริศนาโดยเขาพยายามที่จะปฏิเสธตัวเองแล้วว่าเขาไม่ได้โหยหาหรือคิดถึงหญิงคนนั้นอีกเขาแค่้าสอบถามและสอบสวนเธอว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับญาติผู้น้องของตนหรือไม่
ครั้นจ้าวหลงเดินเข้าไปในร้านเขาเดินตรงเข้าไปหลังร้านอย่างคุ้นเคยพลางนั่งลงตรงข้ามกับชายชราและถือวิสาสะรินชาให้ตัวเองอย่างผ่อนคลาย
“มีอะไรให้ปู่ช่วยหรือเสี่ยวหลง?”
ชายชรากู้เลี่ยงหวงเป็ผู้ที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากจ้าวหลงเมื่อห้าปีก่อนเขาทำหน้าที่เป็ผู้จัดการดูแลร้านรับซื้อและจำหน่ายโบราณวัตถุประเภทต่างๆโดยเขาได้รับโจทย์สำคัญจากเ้านายหนุ่มตรงหน้าให้ทำการค้นหาหยกสำคัญชิ้นหนึ่ง
“ไม่มีอะไรเป็พิเศษหรอกครับผมแค่ท่องเที่ยวไปเรื่อย แล้วปู่ได้ข่าวหยกชิ้นนั้นหรือยังครับ?”
จ้าวหลงจิบชาเสร็จแล้วเขาเงยหน้าสบตาชายชราตรงหน้าพลางสอบถามภารกิจที่เขาเคยมอบหมายให้กับกู้เลี่ยงหวง
กู้เลี่ยงหวงถอนหายใจด้วยความกังวลพลางส่ายหน้าตอบกลับเ้านายตามความเป็จริงว่า
“ยังเลยไม่มีลูกค้าคนไหนนำหยกชิ้นที่ว่ามาให้ทางร้านพิสูจน์ หรือเอามาขายเลยดูท่าหยกน่าจะตกไปอยู่ในมือคนต่างถิ่นแล้วกระมัง”
กู้เลี่ยงหวงรู้สึกแปลกใจมานานวันนี้เขาเลยสอบถามเ้านายหนุ่มด้วยความสงสัยเพราะแอบสังเกตแล้วพบว่าวันนี้เ้านายอารมณ์ดีอยู่ไม่น้อยทีเดียว
“เสี่ยวหลงตามหาหยกชิ้นนี้มาหลายปีแล้วมันมีความพิเศษยังไงหรือ?ปู่มีสิทธิ์รู้ได้ไหม?”
จ้าวหลงพยักหน้าพลางตอบกลับชายชราอย่างไม่กังวลใจว่า
“ได้ครับ แต่ผมก็ไม่ค่อยรู้เื่นี้มากนักรู้แต่ว่าปู่ให้ผมช่วยตามหาอย่างลับๆ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันสำคัญยังไง?”
เขาได้รับมอบหมายภารกิจลับจากปู่ตนเองซึ่งปู่กำชับให้เขารีบตามหาก่อนที่ตระกูลหยางจะพบก่อนโดยเขารับรู้แค่ว่าปู่ตนและปู่ตระกูลหยางเป็เพื่อนที่ดีต่อกัน จนมีสัญญาหมั้นหมายระหว่างผู้ใหญ่สองตระกูลทำให้เขามีคู่หมั้นโดยที่ไม่เต็มใจจึงเป็สาเหตุที่ทำให้เขาปลีกตัวออกจากตระกูลจ้าวเพราะไม่ชื่นชอบการคลุมถุงชนเช่นนี้
อย่างไรก็ตามจ้าวหลงไม่รู้เลยว่าหยกชิ้นนั้นจะมีความสำคัญต่อใครหลายคนอย่างที่เขาคาดไม่ถึงเพราะเป็หยกที่ใช้ในการเปิดประตูกลของสุสานลับพันปีซึ่งสุสานแห่งนั้นทางการยังไม่ได้ค้นพบแต่อย่างใดทว่ากลุ่มอินทรีทะเลทรายค้นพบความลับนี้โดยบังเอิญจากบันทึกแผ่นหนังสัตว์โบราณ
ในความเป็จริงแล้วกลุ่มอินทรีทะเลทรายเป็กลุ่มคนรุ่นเก่าที่เก่งกาจหลากหลายทักษะโดยมีอาชีพลับในการปล้นสุสานโบราณ ซึ่งสมาชิกในกลุ่มประกอบด้วยจ้าวเฟยเทียน หานเกอหยางหนิงอัน โจวลู่เหวิน และไช่เจียวชิ่งทว่าไช่เจียวชิ่งตายอย่างมีเงื่อนงำเมื่อยี่สิบสองปีก่อนทำให้ความลับของหยกหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน
จ้าวหลงพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจค้าโบราณวัตถุกับกู้เลี่ยงหวงอย่างออกรสซึ่งเขาเพิ่งจะพบข้อมูลสำคัญจากกู้เลี่ยงหวงเป็ข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเทียนที่ล่มสลายว่า
“เสี่ยวหลงรู้ไหมว่าร้านฝูเหยาที่อยู่ตรงแยกด้านหน้าถูกตระกูลรองยึดครองไปแล้ว และก็ขายทอดตลาดทันที โชคดีที่ได้ตาแก่หานเกอซื้อไว้เห็นว่าพวกเขากำลังตามหาทายาท ที่หายสาบสูญของตระกูลหลักอยู่คาดว่าคงตามหาหยกนี้เหมือนกัน”
จ้าวหลงขมวดคิ้วเกี่ยวกับข้อมูลที่เขารับรู้มาจึงสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากชายชราว่า
“ตระกูลรองมีอิทฺธิพลมากขึ้นใน่สองสามปีนี้พวกเขาทำธุรกิจอะไร? ถึงได้มีเงินมากขนาดนั้นครับ?”
กู้เลี่ยงหวงโน้มตัวเข้ามาใกล้จ้าวหลงพลางกระซิบแ่เบาให้ได้ยินแค่สองคนว่า
“ว่ากันว่าเป็ธุรกิจสีเทาเผลอๆ อาจเกี่ยวกับยาเสพติดและการพนัน พวกเขาใกล้ชิดกับพวกตำรวจและทหารระดับใหญ่โตทีเดียว มีเส้นสายในต่างประเทศหลายที่ เพื่อนำเงินกลุ่มพวกมาเฟียไปฟอกเงินละกว่าปู่จะได้ข่าวนี้มาก็ต้องเสี่ยงพอสมควร”
กู้เลี่ยงหวงเชิดหน้าตนเองขึ้นอย่างภาคภูมิใจในความสามารถเนื่องจากเป็ข่าวลับที่ไม่สามารถสืบค้นด้วยวิธีการธรรมดาได้
จ้าวหลงพยักหน้าเข้าใจพลางกล่าวชื่นชมชายชราอย่างจริงใจว่า
“เยี่ยมไปเลยปู่เก่งมากทีเดียว ไม่นึกว่าปู่จะซ่อนเขี้ยวเล็บไว้มิดชิดเสียด้วย”
“หึๆอย่าลืมสิว่าปู่โตมาได้ยังไง ถ้าไม่เก๋าและเก่งจริง อยู่ในวงการนี้ไม่ได้หรอกไม่อยากจะคุย”
กู้เลี่ยงหวงได้ทีคุยโวโอ้อวดความสามารถของตนให้จ้าวหลงฟังอย่างออกรสซึ่งจ้าวหลงยิ้มน้อยๆ พลางรับฟังอย่างสบายใจ
จ้าวหลงอยู่สนทนากับชายชราอีกสักพักจึงเดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกหลากหลายเขาไม่คาดคิดว่าจะรับรู้ข้อมูลอันเป็ประโยชน์กับทางการโดยเฉพาะกลุ่มมาเฟียจีนเทาและจีนดำ ซึ่งช่วยให้เขาทุ่นแรงสืบค้นข้อมูลทางลับไปได้มาก
จากนั้นจ้าวหลงถือโอกาสเดินทอดน่องแวะชมสินค้ารายทางอย่างใจเย็นเขาไม่รีบร้อนไปที่ไหนแต่อย่างใดเพราะการเดินทางซอกแซกไปของเขาก็เป็การทำงานอย่างหนึ่งเหมือนกัน
..........
ทางด้านตระกูลศรีวรรณรงค์วันนี้ครอบครัวของสุพิชชาและธีรภาพนัดหมายเจรจางานหมั้นของคู่รักหนุ่มสาวอย่างขลุกขลักเล็กน้อยโดยทางฝ่ายสุพิชชา้าจัดการฉลองมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่อลังการในสองสัปดาห์ข้างหน้าเพราะเธอไม่้าให้งานตนเองด้อยกว่างานของพี่สาวทว่ามีเสียงท้วงติงจากฝ่ายครอบครัวของธีรภาพพูดขึ้นว่า
“แหม! คุณน้องคะ จะให้จัดงานใหญ่โตก็พอทำเนาแต่จะเรียกร้องสินสอดแพงเกินไปก็ไม่ไหวนะคะ ตอนแต่งคนพี่ พวกเราก็เสียเงินทองและเสียหน้ากับข่าวฉาวมากเกินพอแล้วนะ”
แม่ของธีรภาพพูดเหน็บแนมสุภัสสรอย่างนิ่มนวลถึงแม้ว่าเธอจะเห็นชอบในการหมั้นหมายและแต่งงานของบุตรชาย ทว่าส่วนลึกในใจนั้นเธอชื่นชอบลูกสะใภ้ที่เป็ช้างเท้าหลังและเป็แม่บ้านแม่เรือนมากกว่าเพราะเธอเชื่อว่าหากได้ภรรยาช่วยเลี้ยงลูกได้ดีย่อมสามารถบ่มเพาะลูกให้เป็คนดีและช่วยเหลือกิจการของตระกูลในอนาคตได้เป็ความเชื่อที่เธอฝังใจมาั้แ่เด็ก
สุภัสสรสะอึกกับคำเหน็บแนมของอีกฝ่ายโดยตรงเธอได้แต่เม้มริมฝีปากอย่างไม่พอใจทว่าไม่กล้าที่จะแสดงออกรุนแรงแล้วทำให้การเจรจางานหมั้นลูกสาวตนมีปัญหาจึงกัดฟันตอบอย่างสะกดกลั้นอารมณ์โมโหว่า
“โถ! คุณพี่ขาก็ลูกเลี้ยงของฉันไม่รักดีนี่ค่ะ แต่มันก็บังคับยากเหลือเกินถึงยังไงก็ไม่ใช่ลูกฉัน จะสู้น้องเมย์ของดิฉันได้ยังไงละคะ?”
“เอาเถอะในเมื่อเด็กทั้งสองรักกันจริง พวกเราก็จัดงานให้สมฐานะแล้วกันอย่าคิดอะไรมากกับเื่ที่ผ่านไปแล้วเลย”
ทินกรพ่อของธีรภาพและสามีของนิตยา เขาเหลือบมองเห็นท่าทางการปะทะคารมกันระหว่างภรรยาทั้งสองฝ่ายจึงห้ามทัพไว้ก่อนที่การเจรจางานหมั้นจะล้มเหลว เขาไม่เกี่ยงว่าลูกสะใภ้จะเป็ใครขอแค่ช่วยให้ธุรกิจครอบครัวเจริญก้าวหน้าและเติบโตมากขึ้นก็พอ
“จริงด้วยเอาตามที่เ้าสัวทินกรว่ามาเถอะคุณ”
ณรงค์ พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดเห็นของอีกฝ่ายเขาสนใจแค่ความร่วมมือทางธุรกิจกับอีกฝ่ายเท่านั้นส่วนเื่อื่นเป็แค่องค์ประกอบเสริมที่จะช่วยให้ธุรกิจของครอบครัวขับเคลื่อนไปได้จึงไม่เป็กังวลมากนักกอปรกับเขาเพิ่งได้รับการติดต่อจากคู่ค้าคนสำคัญจากประเทศจีน ซึ่ง้าร่วมลงทุนในกิจการโรงแรมฉะนั้นจึงไม่อยากเสียเวลากับเื่นี้อีก
ภรรยาของทั้งสองฝ่ายได้รับฟังความคิดเห็นจากสามีตนเองจึงยอมถอยคนละก้าว และเริ่มเจรจาในทิศทางยืดหยุ่นต่อกันมากขึ้นในที่สุดได้ผลสรุปของการจัดงานซึ่งเป็ที่น่าพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย
เมื่อครอบครัวของธีรภาพกลับไปแล้วสุพิชชาปล่อยโฮกับแม่ตนเองในห้องนอนด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจเกี่ยวกับงานแต่งของตนว่า
“ฮือๆ แม่คะขนาดว่านังเหยาไม่อยู่แล้ว หนูควรจะโดดเด่นมากกว่านี้ทำไมหนูต้องทำได้แค่เสมอกับมันละคะ?”
“ใจเย็นๆน่าน้องเมย์ ลูกแม่ออกจะสวยและเก่งมากกว่านังเหยากว่าจะถึงวันงานอีกตั้งสองสัปดาห์แม่จะหาทางทำให้งานแต่งของลูกยิ่งใหญ่กว่าเมื่อครั้งจัดงานนังเหยาแน่นอนลูกเชื่อมือแม่สิ”
สุภัสสรโอบไหล่ลูกสาวพลางปลอบใจด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นลูกเลี้ยงเธอไม่คาดคิดว่าสุดท้ายแล้ว สามีและครอบครัวว่าที่ลูกเขยจะยินยอมให้จัดงานยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับงานแต่งของลูกเลี้ยงตนเองทั้งที่ควรจัดงานให้เหนือกว่า สร้างความไม่พอใจให้กับเธอและลูกสาวยิ่งนัก
ด้านณรงค์ที่กำลังรับฟังรายงานจากลูกน้องซึ่งเขามอบหมายให้ติดตามข่าวของลูกสาวคนโตถึงแม้ว่าต่อหน้าคนอื่นเขาจะทำเหมือนกับไม่ได้รักณิชา ทว่าความเป็พ่อที่ให้กำเนิดลูกคนหนึ่งกับหญิงคนรักทำให้เขาไม่สามารถปล่อยวางได้ จึงจัดการให้มีคนลอบติดตามข่าวลูกสาวเพื่อมารายงานตนเองเป็ระยะด้วยความห่วงใย
“เ้านายครับคุณเหยาเดินทางไปเมืองจีนแล้ว เธอไปเมืองซีอานคนเดียวไม่แน่ใจว่าเธอไปด้วยจุดประสงค์ใดครับ?”
ชายหนุ่มผอมแห้งท่าทางเก้งก้างรายงานเ้านายตามข้อมูลที่เขาได้รับจากนักสืบเอกชนเขาจึงรีบมารายงานอย่างรวดเร็วตามคำสั่งโดยที่เขารู้สึกแปลกใจที่เ้านายให้เขาทำงานอย่างลับๆที่สำคัญคือไม่ให้ภรรยาและลูกสาวอีกคนรับรู้เื่นี้ซึ่งเขายินดีทำตามโดยแลกกับค่าตอบแทนสูงที่น่าพอใจ
“เมืองซีอานไปคนเดียวงั้นหรือ? ไม่เหมือนเหยาคนเดิมที่ฉันรู้จักเลย ลูกเหยาอ่อนแอและกลัวคนขนาดนั้นจะกล้าเดินทางคนเดียวได้ยังไง?”
ณรงค์พึมพำอย่างไม่เข้าใจเขาถามลูกน้องอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
ชายหนุ่มผอมแห้งตอบเ้านายตามจริงว่า
“คุณเหยาไปคนเดียวจริงๆครับ มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งช่วยเหลือ แต่เธอเดินทางไปประเทศจีนและเมืองซีอานคนเดียว ระหว่างทางไม่มีใครคอยช่วยเหลือสักคนครับ”
ณรงค์พยักหน้าเข้าใจพลางโบกมือไล่ชายหนุ่มออกไปจากห้องทำงานเขาครุ่นคิดถึงพฤติกรรมของลูกสาวคนโตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยความสงสัยเพราะเป็พฤติกรรมที่ไม่คุ้นเคยในความรู้สึกของเขาเลยแม้แต่น้อย