ตอนที่ 34
เยี่ยมหลวงพี่(2)
วันต่อมา
บอสตื่นขึ้นเวลาตี5เขาเดินไปเครื่องสั่งอาหารแล้วนำคีย์การ์ดเสียบเข้าไปแล้วสั่งอาหารเช้ามาแล้วไปอาบน้ำรออาหารมาถึงตอนที่เขาอาบน้ำเสร็จพอดี บอสยอมรับว่าที่นี่สะดวกสบายสมกับค่าบริการมาก!
เมื่อเขาทานอาหารเสร็จเขาก็เดินลงไปข้างล่างแล้วเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมทันทีเพราะหลังจากที่เขาพูดคุยกับหลวงพี่เสร็จเขาก็จะกลับก่อนที่เขาจะไปวัดบอสได้แวะหาซื้อของฝากให้กับหลวงพี่เขาคิดว่าสังฆทานน่าจะเป็นของฝากที่ดีที่สุดแล้วเพราะเขาไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี
ขณะที่เขากำลังซื้อสังฆทานอยู่มือถือของเขาก็สั่นบอสหยิบขึ้นมาก็พบว่าเป็นบลูที่โทรมาบอสยืนพูดกับเธอนานหลายสิบนาทีแล้วตัดสายไป หลังจากวางสายปากของเขาก็ยิ้มไม่หยุดเมื่อเขาได้ของแล้วก็เดินทางไปยังวัดนาวา
ในระหว่างการเดินทางเขาก็นำมือถือออกมาแล้วโทรหาหลวงพี่ปุ๋ย
“สวัสดีนั่นใครหรือ?”
“นมัสการหลวงพี่ปุ๋ยผมบอสเองครับ!”
“โอ้? โยมบอสผู้เจริญ ตกลงวันนี้จะได้มางานวัดหรือไม่?”
“ตอนนี้ผมกำลังเดินไปที่วัดนาวาครับหลวงพี่อีกไม่นานก็จะถึงแล้ว”
“ดีดี ดี! เดี๋ยวอาตมาจะรอโยมอยู่ที่ศาลาเพราะวันนี้มีคนมาขอให้อาตมาช่วยบางอย่างโยมบอสลองถามคนแถวนั้นดูว่าศาลาไปทางไหนแล้วมาหาอาตมาที่นี่นะ”
“ครับหลวงพี่”
แล้วหลวงพี่ก็วางสายไปไม่นานบอสก็มองเห็นประตูทางเข้าวัดที่ใหม่มากเหมือนกับว่าพึ่งถูกสร้างเสร็จไปเมื่อไม่นานนี้เท่านั้นเองเขามองเห็นหญิงชรา ชายชราและคนวัยกลางคนที่มาพร้อมกับลูกหลานของตนเองถือตะกร้าและขับรถยนต์เข้าไปในวัด
ภาพเหตุการณ์เหล่านี้มันทำให้บอสนึกถึงตอนที่พ่อของเขาหายไปแล้วครอบครัวต้องอยู่อย่างลำบากจนเขาต้องไปขออาหารที่วัดให้แม่กินเพื่อบำรุงบีนในบางวันที่เขาไม่สามารถหาขวดขายได้เลยชีวิตในตอนนั้นลำบากอย่างแท้จริงโชคดีที่เขามีความคิดอยู่บ้างที่ไม่เล่นสนุกเหมือนกับเด็กคนอื่นไม่อย่างงั้นแม่ของเขาจะต้องลำบากมากกว่านี้แน่ๆ
เมื่อเดินเข้าไปได้สักพักเขาก็พบว่ามีการตั้งเวทีน่าจะเป็นหมอลำหรืออะไรสักอย่างเขาก็ไม่มั่นใจมีพ่อค้าและแม่ค้าเริ่มตั้งที่ขายอาหารและเครื่องดื่มบอสคิดว่าจะมาซื้อกินหลังจากไปเยี่ยมหลวงพี่เสร็จแล้ว
“เอ่อ...ขอโทษนะครับไม่ทราบว่าศาลาของวัดไปทางไหนเหรอครับ?”บอสถามชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
“อ้อ! เดินไปทางนั้นเลี้ยวนู้นแล้วก็เลี้ยวนี่ประมาณนี้แหละ”ชายวัยกลางคนชี้ไปมา
บอสพยักหน้าแล้วกล่าวขอบคุณพร้อมกับเดินไปตามทางที่ชายวัยกลางคนกล่าวไม่นานเขาก็พบกับศาลาบอสถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปโดยไม่ได้คิดอะไรมากพอเดินเข้าไปภายในเขาก็พบกับชายหญิงคู่หนึ่งที่ดูคุ้นเคยเป็นอย่างมากกำลังนั่งคุยกับหลวงพี่
‘ที่แท้ก็ผู้หญิงที่โดนคนที่ชื่อว่า ริวอะไรนั่นจับมือถือแขนนี่เอง!’บอสกล่าวในใจ
บอสเดินเข้าไปภายในแล้วเปลี่ยนท่าทางการเดินเป็นคลานเข้าไปแทนแล้วนั่งอยู่ข้างๆกับชายที่อยู่ต่อหน้าของหลวงพี่
“นมัสการหลวงพี่ปุ๋ยไม่ได้เจอกันหลายวันสบายดีไหมขอรับ?”บอสทักทาย
“อาตมาสบายดีโยมบอสอุส่าเดินทางมาที่นี่คงจะลำบากไม่น้อยทีเดียวอาตมาขอบใจมากที่โยมมาที่นี่”หลวงพี่ยิ้มพลางกล่าว
บอสเอาสังฆทานถวายให้กับหลวงพี่จากนั้นก็กล่าว
“หลวงพี่พัฒนาไปเร็วมากเลยทีเดียวไม่นานก็อยู่ในระดับ9 แล้วเป็นอัจฉริยะโดยแท้”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกโยมอาตมาแค่ต้องการขจัดมารร้ายเพียงเท่านั้น ว่าแต่โยมบอสจะค้างคืนที่นี่หรือไม่?”หลวงพี่ถาม
“คงจะไม่ได้ขอรับหลวงพี่ผมจะต้องกลับตอนค่ำวันนี้”บอสส่ายหัว
หลวงพี่พยักหน้าจากนั้นก็มองไปยังชายที่อยู่ด้านหน้าของตนเองแล้วกล่าว
“โยมลิชโรคของโยมมันเหนือความคาดหมายของอาตมามากอาตมาคิดว่ามันไม่น่าจะใช้โรคร้ายแต่เป็นคำสาปเสียมากกว่า”
“นี่เรื่องจริงหรือขอรับหลวงพี่!?”ลิชถามด้วยความตะลึง
หลวงพี่พยักหน้าแล้วกล่าว
“ตอนที่อาตมาบำเพ็ญที่ทิเบตก็มีคนมีอาการเหมือนโยมมาหาหลายคนมากแต่ทางนั้นก็ไม่สามารถรักษาได้เช่นกันเนื่องจากเรื่องคำสาปนี้มันเป็นสิ่งที่ยังใหม่และไม่มีใครเข้าใจมากนักต่อให้หมอผีที่อาจจะมีอาคมจริงๆก็มิอาจรักษาได้เป็นแน่เพราะมันมิใช่คุณไสย”
สีหน้าของลิชและจูนกลายเป็นดำมืดบอสมองไปยังชายที่ชื่อลิช เขาก็พบว่าเขากำลังติดสถานะด้านลบที่มีชื่อว่า ‘คำสาปแห่งความตาย’ บอสพบว่าหลอดพลังชีวิตของลิชนั้นมีสีดำประมาณ2 ใน 3 ของหลอดพลังชีวิตหากหลอดสีดำถูกเติมจนเต็มมันอาจจะเป็นไปได้ว่าลิชจะตายเพราะคำสาป
[คำสาปแห่งความตายนั้นมาจากมอนสเตอร์ที่มีชื่อว่าหมอผีแห่งความตาย มันจะอยู่ในดาวเคราะห์ระดับ 2 เป็นมอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิเหล็ก3 ดาวฉันคิดว่าชายคนนี้น่าจะไปทำอะไรสักอย่างกับหมอผีก่อนที่มันจะตายเลยได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายในการสาปเขาค่ะ]
‘แล้วมันสามารถรักษาได้ไหม?’บอสถาม
[ได้สบายมากค่ะแค่ซื้อโพชั่นล้างสถานะด้านลบราคา 5,000ทองในระบบก็รักษาได้แล้ว!]
‘เธอคิดว่าฉันควรจะรักษาเขาหรือเปล่า?’บอสถามด้วยความไม่มั่นใจ
[อันนี้แล้วแต่คุณค่ะหากให้ฉันแนะนำคุณควรจะสร้างพันธมิตรเอาไว้เวลาลำบากจะได้มีคนช่วยเหลืออย่างเช่นในกรณีชายที่ชื่อว่าหลุยที่ช่วยตอนที่คุณบอสกำลังลำบากเพื่อความมั่นใจฉันแนะนำให้คุณใส่นาโนเทคฯเอาไว้ในยาด้วยฉันจะได้ตรวจสอบว่าเขาดีจริงหรือดีหลอก]
บอสพยักหน้าจากนั้นเขาก็ซื้อยามาจากร้านค้าแล้วนำมันออกมาเขาหันหน้าไปทางอื่นแล้วทำเป็นว่ามองไปรอบๆจากนั้นเขาก็เอานิ้วจุ่มเข้าไปในขวดยาตามที่หนอนน้อยแนะนำ
“ขอบคุณท่านที่ให้คำแนะนำประสพขอลาขอรับ”ลิชกล่าวด้วยความผิดหวัง
หลวงพี่ปุ๋ยส่ายหัวอย่างจนใจเขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้จริงๆในปัจจุบันการแพทย์ช่วยได้เพียงโรคทางกายภาพแต่คำสาปมันยังอยู่ห่างไกลยิ่งนักถึงแม้ว่ามอนสเตอร์จะปรากฏตัวมานานแล้วแต่น้อยคนนักที่จะโดนคำสาปเหล่านี้มาตั้งแต่อดีตคนที่โดนคำสาปไม่มีใครเลยที่สามารถรอดชีวิตจากมันได้ต่อให้เหล่าตำนานที่มีฉายาว่าจักรพรรดิก็ตาม
ก่อนที่พี่น้องจะเดินออกจากศาลาบอสก็กล่าวขึ้นมาว่า
“พี่ชายอย่าพึ่งไปหากผมเดาไม่ผิดพี่ชายเคยต่อสู้กับหมอผีแห่งความตายมาใช่รึเปล่า?”
ลิชหยุดชะงักไปชั่วคราวเรื่องนี้เขาไม่เคยบอกเล่าให้ใครฟังมาก่อนแต่ทำไมชายคนนี้ถึงรู้ได้? ลิชหันหน้ามองไปยังบอสที่กำลังมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าแล้วกล่าว
“ใช่ฉันเคยสู้กับมันมาก่อน!”
เมื่อจูนได้ยินแบบนั้นหน้าของเธอพลันซีดขาวไร้เลือดแล้วกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นตระหนกว่า
“มะไม่จริงใช่ไหมทำไมพี่ถึงได้ไปยุ่งกับมอนสเตอร์ต้องห้ามแบบนั้น!”
ลิชกัดฟันแล้วกล่าวออกมาว่า
“ในตอนนั้นพี่โง่ไปหลงคำหลอกหลวงของผู้หญิงคนหนึ่งเข้าพี่ได้ช่วยผู้หญิงคนนั้นฆ่าหมอผีแห่งความตายเพื่อแย่งชิงสิ่งของบางอย่างจากมันก่อนที่มันจะตายมันได้ตะโกนสาปแช่งพี่ในตอนนั้นพี่ไม่ได้สนใจเพราะมันก็แค่คำพูดปากเปล่า.....แต่ตอนนี้อาการของพี่เริ่มเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ”
จูนเข่าอ่อนลงไปร้องไห้อยู่ที่พื้นบอสได้แต่ส่ายหัวชายคนนี้มัวเมาในผู้หญิงมากไปจนทำอะไรไม่คิด
“เอาละๆเลิกดราม่าหากผมบอกว่าผมมีวิธีรักษาคุณจะเชื่อหรือเปล่า?”บอสกล่าว
หลวงพี่มองไปที่บอสอย่างรวดเร็วแล้วกล่าว
“จริงหรือโยมบอส?”
“ผมจะไม่ตอบจนกว่าทุกคนที่นี่จะสัญญากับผมเรื่องหนึ่งก่อน..”บอสกล่าว
ลิชมองไปยังหน้าของบอสด้วยความลังเลเขาไม่รู้ว่าชายคนนี้ต้องการอะไรเขามองไปยังน้องสาวของตนเองจู่ๆก็มีความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัวของเขา
‘หรือว่าเขาต้องการน้องสาวของเรา?’
จูนนั้นถือว่าเป็นสาวสวยมากๆคนหนึ่งในเมืองนี้เธอคืออันดับ 1ผู้ชายทุกคนในเมืองต่างพากันหมายตาเธอกันหมดทุกคนมันมีความเป็นไปได้สูงว่าชายคนนี้อาจจะต้องการน้องสาวของเขาเช่นกัน
“พวกคุณจะต้องห้ามบอกใครเด็ดขาดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้!”บอสกล่าว
ลิชพลันได้สติทันทีที่เขาได้ยินเสียงของบอส
“อาตมาสัญญาว่าจะไม่บอกกล่าวเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด!”หลวงพี่กล่าว
‘โยมบอสรีบแสดงให้อาตมาเห็นเถิด!! อาตมาใคร่รู้จะตายแล้ว!!’หลวงพี่กล่าวในใจ
ลิชส่ายหัวให้กับตนเองเขาคิดมากไปเอง
“ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกกล่าวเรื่องนี้กับใครเหมือนกัน! น้องสาวรีบรับปากเร็วเข้า!”ลิชกล่าว
“โอ๊ะ! ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกกล่าวเรื่องนี้กับใครแน่นอน!”จูนกล่าว
“รับปากแล้วทำให้ได้ด้วยอย่าให้มอดเจาะปากอีกละ”บอสกล่าวแล้วเอาขวดยาสีฟ้าเรืองแสงออกมาจากเสื้อคลุม
ดวงตาของทั้ง3 เบิกกว่าพวกเขาไม่เคยเห็นโพชั่นที่เรืองแสงสว่างไสวจนสามารถสะกดสายตาของพวกเขาแบบนี้มาก่อน
“นี่คือยารักษาคำสาปแห่งความตายแน่นอนว่าอาจารย์ของผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาทุกคนในที่แห่งนี้ไม่มีสิทธิ์ถามว่าอาจารย์ของผมคือใครและอยู่ที่ไหนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ทุกคนเพราะต่อคุณตายผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร!”บอสกล่าว
“มันคงจะไม่ฟรีใช่ไหม?”ลิชถามอย่างระมัดระวัง
บอสยิ้มแล้วกล่าว
“ใช่แล้วของฟรีไม่มีในโลกผมเองก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำสิ่งที่ผมต้องการก็คือความช่วยเหลือเวลาที่ผมลำบากก็เท่านั้นเอง!”
“สิ่งที่นายหมายถึงคือ...อยากให้ฉันช่วยเหลือในอนาคตอย่างงั้นเหรอ?”ลิชมึนงง
บอสพยักหน้า
‘ชายคนนี้อาจจะกำลังหาเพื่อนพ้องที่ไว้ใจได้อยู่ก็ได้จะอย่างไรก็ตามอาจารย์ของเขาสามารถสร้างโพชั่นที่สามารถรักษาคำสาปที่ไม่มีใครทำได้ขึ้นมาหมายความว่าอนาคตเขาจะต้องเป็นอีกคนที่สามารถทำมันได้เช่นเดียวกันการสร้างความสัมพันธ์กับเขาเอาไว้มันจะส่งผลดีต่อเราและตระกูลของเราในอนาคต!’ลิชพิจารณาในใจ
“ฉันตกลง! หากฉันหายดีฉันจะเป็นกำลังให้กับนายในอนาคต!”ลิชกล่าวด้วยหน้าที่จริงจัง
บอสยิ้มแล้วยื่นขวดโพชั่นให้กับลิชลิชรับมันไปแต่โดยดีแล้วทำการเปิดขวดดื่มมันจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวแสงสีฟ้าจากตัวยาได้ส่องประกายออกมาจากหน้าอกแล้วแพร่กระจายไปทั่วร่างกายไอสีดำได้ระเหยออกมาจากร่างกายของลิชอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานแสงสีฟ้าก็หายไปไอสีดำเองก็หมดไปเช่นเดียวกันลิชรู้สึกได้ถึงความปลอดโปร่งที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
“ฉันหายแล้ว!! ตอนนี้คำสาปมันหายไปแล้วจริงๆด้วย!!”ลิชร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
“จริงเหรอคะพี่!?”จูนถาม
“ใช่!! พี่ไม่ได้โกหก!”ลิชกล่าว
จากนั้นลิชก็เดินมาต่อหน้าบอสจากนั้นก็คุกเข่าแล้วกล่าว
“ฉันขอบคุณนายมากที่ช่วยชีวิตของฉันเอาไว้หากนายเดือดร้อนไม่ว่าจะเรื่องเงินหรืออะไรฉัน ลิช จากตระกูลฟิสท์ยินดีช่วยเหลือนายในทุกเรื่อง เอ่อ..นี่คือเบอร์โทรของฉัน”
บอสรับเบอร์มือถือมายิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าว
“ขอบใจมาก! แค่ฉันได้ยินแบบนั้นก็ดีใจแล้ว”
จูนมองบอสที่กำลังยิ้มให้พี่ชายของเธอมันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงไปชั่วครู่ชายคนนี้ไม่เพียงแต่จะหล่อเท่านั้นแถมเขายังจิตใจดีอีกด้วยผู้หญิงคนไหนบ้างที่จะไม่สนใจผู้ชายที่ช่วยเหลือครอบครัวของพวกเธอได้
จากนั้นบอสหลวงพี่ ลิช และจูนก็พูดคุยกันนานหลายชม.พอพูดคุยกันเสร็จบอสก็บอกลาทุกคนแล้วไปหาของกินแล้วกลับเมืองหลวงวิหารฟ้าด้วยบริการเรือเหาะเหมือนเดิม
.......................................................................................................................