"ปกติออกไปเที่ยวนอกบ้านบ่อยมั้ยคะ"
ทอฝันเป็ฝ่ายชวนคุยก่อนเมื่อรถออกมาจากบ้านได้สักระยะ เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายนั่งเงียบมาตลอดทาง
"เพียงแทบจะไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลยค่ะ เพราะคุณพ่อมักจะหงุดหงิดหากเพียงออกไปข้างนอก"
น้ำเสียงของเพียงดาวฟังดูเศร้าอย่างรู้สึกได้ จนทอฝันเหลือบหันมามองคนข้าง ๆ
"ถึงว่าละพอพี่ชวนออกมาข้างนอกเลยดูตื่นเต้นมาก"
"ใช่ค่ะ บางครั้งเพียงแค่อยากออกมาผ่อนคลายบ้าง เพียงไม่ได้จะไปเกเรที่ไหนเลยค่ะ"
"งั้นวันนี้อยากไปไหนละ ไหน ๆ ก็ได้ออกมาทั้งที"
คนที่อยู่หลังพวงมาลัยดูจะเอ็นดูทอฝันมากขึ้นไปอีก เมื่อได้รู้เื่ราวของอีกฝ่ายเพิ่มมากขึ้น
"แต่วันนี้เราจะมาซื้ออุปกรณ์วาดรูปกันไงคะ"
"ใช่ค่ะ แต่ไม่จำเป็ว่าเราจะไปที่อื่นกันไม่ได้นี่คะ ยังไงพี่ก็ไม่พาเพียงกลับบ้านดึกหรอกค่ะ"
คำพูดพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากของทอฝันที่เพียงดาวเหลือบไปเห็นนั้น ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
"เพียงอยากทานเค้กค่ะ อยากกินขนมหลาย ๆ อย่างเลยค่ะ เคยเห็นแต่ในโซเชียล ปักหมุดไว้ตั้งหลายร้าน แต่ไม่เคยได้ไปสักที"
"งั้นวันนี้เลือกมาเลยค่ะ อยากไปร้านไหน"
ทอฝันพูดจบพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดวิทยุในรถ และฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ส่วนเพียงดาวเองก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายของเธอขึ้นมาเลื่อนดูร้านคาเฟ่ที่เธออยากไป
ราวสี่สิบนาทีของการเดินทาง รถของทอฝันก็มาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าทั้งคู่มุ่งตรงไปยังร้านขายเครื่องเขียนร้านใหญ่ที่อยู่ในห้าง เป็อันดับแรก เพื่อซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างสำหรับวาดรูป
"เดี๋ยวพี่แนะนำอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราต้องใช้ในการวาดรูปไปด้วยเลยนะคะ"
ทอฝันพูดพร้อมกับกุมมือคนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้าง ๆ ไปยังมุมหนึ่งของร้านที่มีสมุดวาดภาพหลากหลายขนาดวางอยู่บนชั้น
ความรู้สึกของเพียงดาวเมื่อมีมือของอีกฝ่ายกุมมือเธอไว้นั้น รู้สึกอบอุ่นใจอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เป็ความรู้สึกคุ้นเคย คุ้นชิน รู้สึกปลอดภัย ซึ่งความรู้สึกแบบนี้เธอไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว จนกระทั่งมาเจอกับทอฝัน
"อันดับแรก เราต้องมีสมุดวาดรูป หรือกระดาษวาดรูปก่อนนะคะ ซึ่งมีหลายยี่ห้อและหลายขนาดให้เราเลือกค่ะ สำหรับคนที่เพิ่งเรียนวาดรูป พี่อยากให้ใช้กระดาษที่ไม่ต้องแพงมากนะคะ ให้มีความหนานิดหน่อย เป็กระดาษสำหรับฝึกมือก่อน พอเริ่มควบคุมน้ำหนักมือ และคุมสีได้ ค่อยเปลี่ยนไปใช้กระดาษแบบอื่นสำหรับลงงานจริง ไว้พี่จะแนะนำอีกครั้งนะคะ"
ระหว่างที่ทอฝันพูด เพียงดาวก็ตั้งใจฟังมาก บวกกับดูคนข้าง ๆ ที่ตั้งใจเลือกกระดาษวาดรูปให้เธอ
"ต่อไปก็จะเป็การเลือกสีที่เราจะใช้ มีหลายแบบเลยค่ะทั้งสีไม้ สีน้ำ สีชอล์ค หากเลือกสีน้ำก็จะต้องมีพู่กัน และจานสีด้วย และอุปกรณ์อื่น ๆ เช่นกระดานสำหรับขึงกระดาษ เทปสำหรับยึดกระดาษ เอาเป็ว่าเดี๋ยวพี่จะพาเพียงเดินดูหลาย ๆ อย่างนะคะ"
พูดจบคนตัวสูงก็หันมามองเพียงดาวที่เผลอจ้องมองอีกฝ่ายอย่างลืมตัว หากจะหลบตาก็ไม่ทันซะแล้ว
ทุกครั้งที่ดวงตาของทั้งสองประสานกัน ราวกับมีภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว เป็ภาพของคนสองคนที่ผูกพันกันลึกซึ้ง แต่จะด้วยเหตุอะไรไม่อาจรู้ได้ที่ทำให้ทั้งสองคนไม่สามารถที่จะสานต่อความสัมพันธ์นั้นได้อย่างที่ใจ้า ความรักกับความเ็ปมากพอกันจนทำให้เพียงดาวน้ำตารื้นขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
"เพียง เพียงคะ เพียงดาว"
ทอฝันเอ่ยเรียกคนข้าง ๆ ด้วยความใเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคล้ายกำลังจะร้องไห้ เพียงดาวที่ได้สติก็รีบเบือนหน้าหนีและเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลจากดวงตาในทันที และหันกลับมามองหน้าทอฝันด้วยสีหน้าปกติ
"พี่เห็นเพียงร้องไห้ เป็อะไรรึเปล่าคะ"
"เอ่อ เพียงไม่ได้เป็อะไรคะ เราไปเลือกของกันต่อดีกว่าค่ะ"
"แต่พี่เห็นเพียงน้ำตาไหล"
คำพูดของทอฝันที่ฟังดูจริงจังทำให้เพียงดาวรู้สึกอบอุ่นใจ จนน้ำตารื้นอีกครั้ง
"เพียงก็ไม่แน่ใจว่าเพียงเป็อะไรค่ะ ั้แ่เพียงเจอพี่ เพียงก็รู้สึกแปลก ๆ หลายอย่าง"
"ยังไงเหรอคะ บอกพี่ได้มั้ย"
"เอิ่ม เพียงอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ค่ะ"
"แต่พี่ก็ยังอยากให้เพียงเล่าให้พี่ฟังอยู่ดี"
ดวงตาที่บ่งบอกถึงความห่วงใยของอีกฝ่ายทำให้เพียงดาวตัดสินใจพูดความรู้สึกของตัวเองออกไป
"เพียงรู้สึกเหมือนเราผูกพันธ์กัน สนิทกัน และเอ่อ เพียงก็รู้สึกว่า"
น้ำเสียงอีกฝ่ายเงียบลงราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
"เพียงไว้ใจพี่ได้นะคะ ถึงเราจะเพิ่งรู้จักกัน แต่พี่ไม่ทำร้ายเพียงแน่นอนค่ะ"
"มันอาจจะฟังดูไม่น่าจะเป็ไปไดเมิ้งคะ แต่เพียงรู้สึกจริง ๆ คือเพียง เอ่อ รู้สึกว่า เราเคยรักกันค่ะ"
หลังจากพูดจบเพียงดาวก็เบนหน้าไปอีกทาง เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังหน้าแดง และทำตัวไม่ถูก อีกฝ่ายก็คงดูออก เลยกุมมือเพียงดาวแน่นขึ้น
"ไม่ใช่แค่เพียงหรอกค่ะที่รู้สึกแบบนั้น"
เพียงดาวที่ได้ยินทอฝันพูดแบบนั้นจึงหันกลับมายังต้นเสียงอย่างรวดเร็ว
"พี่ฝันว่ายังไงนะคะ"
"พี่บอกว่า ไม่ใช่แค่เพียงที่รู้สึกแบบนั้นค่ะ พี่ก็รู้สึกไม่ต่างกัน"
"เอ่อ หมายความว่า .."
"ใช่ค่ะ พี่ก็รู้สึกว่าเราผูกพันธ์กัน เราเคยรักกัน"
คำพูดของทอฝันบ่งบอกถึงความจริงใจและหนักแน่น จนเพียงดาวมั่นใจว่าอีกฝ่ายรู้สึกไม่ต่างจากเธอ บวกกับแววตาของคนตรงหน้าที่ส่งมา มีทั้งความอบอุ่น ความห่วงใย จนเธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
"เราไปซื้อของกันต่อดีกว่าค่ะ จะได้ไปคาเฟ่กันต่อ"
ทอฝันพูดพร้อมกับกระชับมือเล็กในมือของเธอให้แน่นขึ้น และเดินไปเลือกซื้ออุปกรณ์วาดภาพต่อ โดยที่เพียงดาวก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรืออยากปล่อยมือนั้น เธอกลับมีความสุขและอยากให้อีกฝ่ายกุมมือเธอไว้แบบนี้นาน ๆ
หลังจากเลือกซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทอฝันพร้อมกับถุงหิ้วอีกหลายใบก็เดินออกมาจากร้าน โดยมีเพียงดาวเดินอยู่ข้าง ๆ
"ให้เพียงช่วยถือดีกว่าค่ะพี่ฝัน"
อีกฝ่ายคงเห็นว่าทอฝันดูพะรุงพะรังกับถุงหิ้วหลายใบที่อยู่ในมือ เลยอยากช่วยถือ
"แค่นี้สบายมากค่ะ เพียงอยากไปคาเฟ่ร้านไหนคะ"
ทอฝันดูจะไม่สนใจกับคำขอของเพียงดาวมากนัก เลยแกล้งเปลี่ยนเื่คุย
"เป็ร้านชาเขียวที่อยู่ในห้างนี่แหละค่ะพี่ฝัน เพียงเห็นร้านเค้ามีขนมและเครื่องดื่มที่เป็ชาเขียวหลายอย่างเลยค่ะ เพียงชอบชาเขียวเลยอยากไปชิมค่ะ"
อีกฝ่ายพูดด้วยสายตาเป็ประกาย เมื่อพูดถึงของโปรดของเธอ
"งั้นเราไปกันค่ะ"
ทั้งคู่เดินถัดจากร้านขายอุปกรณ์วาดรูปมาไม่นานนักก็เจอร้านชาเขียวที่เพียงดาวบอก เป็คาเฟ่เล็ก ๆ แต่ดูอบอุ่น ซึ่งทางร้านจะเน้นขายขนมและเครื่องดื่มที่เป็ชาเขียว เอาใจคนรักชาเขียวโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเปิดประตูร้านเข้าไป กลิ่นชาเขียวก็หอมฟุ้งไปทั้งร้าน ทำเอาเพียงดาวยิ้มแก้มปริ
"ร้านน่ารักมากเลยค่ะพี่ฝัน เพียงอยากมาตั้งนานแล้ว วันนี้ได้มาสักที"
"อยากทานอะไรสั่งเลยนะคะ"
ทั้งคู่เดินเข้ามาในร้านและเลือกโต๊ะมุมในสุด เมื่อสั่งขนมและเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว เพียงดาวจึงหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายของเธอ
"ถ่ายรูปให้เพียงหน่อยได้มั้ยคะพี่ฝัน"
คนตรงหน้ายื่นมือถือให้ทอฝัน พร้อมกับสายตาอ้อนวอน
"ได้สิคะ รู้รึเปล่าว่านอกจากพี่จะชอบวาดรูป พี่ยังชอบถ่ายรูปอีกด้วยนะ"
"จริงเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นเพียงคงต้องรบกวนพี่ฝันบ่อย ๆ แล้วละค่ะ เพียงชอบถ่ายรูปมากค่ะ แต่ส่วนมากก็ได้ถ่ายแค่สวนดอกไม้หน้าบ้าน"
"งั้นไว้พี่จะพาออกมาข้างนอกบ่อย ๆ นะคะ"
"คงไม่ได้หรอกค่ะ คุณพ่อคงดุแย่"
เมื่อพูดถึงพ่อ เสียงของเพียงดาวก็ดูอ่อนลงทันที รอยยิ้มบนหน้าก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
"เื่นั้นไว้พี่คุยให้ค่ะ ตอนนี้เพียงมีพี่แล้วนะ ไม่ว่าเื่อะไร เพียงไม่ต้องกังวลนะคะ"
เพียงดาวมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกอุ่นหัวใจ ทำไมกับคนที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้งทำให้อบอุ่นใจได้มากขนาดนี้กันนะ รู้สึกโชคดีจังที่เราได้เจอกัน เหมือนการรอคอยใครสักคน ความรู้สึกนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว
"ขอบคุณนะคะพี่ฝัน"
"เปลี่ยนจากขอบคุณเป็ยิ้มสวย ๆ ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพี่ถ่ายรูปให้นะคะ"
หลังจากนั้นเสียงหัวเราะและรอยยิ้มก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาที่ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน
แต่ความสุขก็อยู่ไม่นาน
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังถ่ายรูปเล่นกันอย่างมีความสุข เสียงโทรศัพท์มือถือของเพียงดาวก็ดังขึ้น และเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา สีหน้าเปื้อนรอยยิ้มก็จางหายไปในทันที
เพียงดาวกดรับโทรศัพท์โดยที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกไป ก็ดูเหมือนปลายสายจะชิงพูดมาซะก่อน
"ค่ะพ่อ เพียงจะกลับเดี๋ยวนี้ค่ะ"
น้ำเสียงของปลายสายเป็อย่างไรไม่อาจรู้ได้ รู้แต่เพียงสีหน้าของเพียงดาวเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด และรีบบอกพนักงานในร้านให้นำขนมที่สั่งไปใส่กล่องกลับบ้าน ทอฝันอาสาเป็เ้ามือมื้อนี้ เธอรีบจ่ายเงินและพาเพียงดาวออกจากร้านไปในทันที
------------------------------------------------