ความมืดมิดที่เหน็บหนาวและไร้ที่สิ้นสุดค่อยๆ จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแสงสีทองอ่อนๆ ที่ส่องลอดผ่านเปลือกตาเข้ามาอย่างนุ่มนวล สติของเยว่ซินค่อยๆ ถูกดึงกลับมาจากห้วงลึกแห่งความว่างเปล่า สิ่งแรกที่เธอรับรู้คือความรู้สึก เบาสบาย เบาอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับว่าร่างกายของเธอไม่ได้ทำมาจากเืเนื้อและกระดูกอีกต่อไป แต่เป็ขนนกที่พร้อมจะลอยล่องไปตามสายลม
เธอลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ และภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความสับสนระคนตื่นตะลึง โลกที่เธอเคยเห็นมาตลอดสิบสี่ปี บัดนี้กลับดูแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
ทุกสิ่งทุกอย่างคมชัดขึ้นจนน่าเหลือเชื่อ
เธอมองเห็นเส้นใบเล็กๆ บนใบหญ้าแต่ละใบที่อยู่ห่างออกไปหลายวาได้อย่างชัดเจน มองเห็นหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนใยแมงมุมซึ่งสะท้อนแสงแดดยามเช้าจนเป็ประกายรุ้งเจ็ดสี เธอมองเห็นลวดลายอันซับซ้อนบนปีกของผีเสื้อตัวจิ๋วที่กำลังกระพือปีกอยู่บนดอกไม้ป่าที่ไกลออกไป
หูของเธอได้ยินเสียง ได้ยินเสียงทุกสรรพสิ่ง
เสียงลมหายใจของตัวเองที่สม่ำเสมอและทรงพลัง เสียงหัวใจที่เต้นเป็จังหวะมั่นคงราวกับกลองศึก เสียงมดตัวเล็กๆ ที่กำลังเดินขบวนอยู่ใต้ดิน เสียงน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยๆ อยู่ห่างไปหลายร้อยจั้ง เสียงทั้งหมดนี้ผสมผสานกันกลายเป็บทเพลงแห่งชีวิตที่เธอไม่เคยมีโอกาสได้ยินมาก่อน
เยว่ซินค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างงุนงง เธอสำรวจร่างกายของตัวเองแล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เสื้อผ้าฝ้ายหยาบๆ ของเธอขาดวิ่นและเต็มไปด้วยคราบสิ่งสกปรกสีดำขุ่นที่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง มันคือมลทินที่ถูกขับออกมาจากร่างกายของเธอ แต่ิัที่อยู่นอกร่มผ้ากลับขาวเนียนละเอียดและเปล่งปลั่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน รอยแผลขีดข่วนที่ได้มาจากการวิ่งหนีเมื่อวานหายไปจนหมดสิ้น แม้แต่รอยแผลเป็เล็กๆ ที่นิ้วซึ่งเกิดจากมีดบาดเมื่อหลายเดือนก่อนก็เลือนหายไปจนไร้ร่องรอย ฝ่ามือที่เคยหยาบกร้านและเต็มไปด้วยหนังด้านๆ จากการทำงานหนัก บัดนี้กลับนุ่มนิ่มราวกับมือของคุณหนูในตระกูลใหญ่
นี่คือ ร่างกายของเธอจริงๆ หรือ?
เด็กสาวลองกำหมัดดู เธอรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่เปี่ยมล้นอยู่ภายใน กล้ามเนื้อทุกมัดดูเหมือนจะประสานงานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ความเหนื่อยล้าที่เคยเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอได้หายไปเป็ปลิดทิ้ง
แต่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ภายใน
เธอลองหลับตาลงแล้วโคจรพลังิญญาดูอีกครั้ง และครั้งนี้ มันแตกต่างจากเดิมราวฟ้ากับเหว!
พลังิญญาที่เคยเป็เพียงสายน้ำรินๆ ที่ไหลติดขัดในลำธารที่แห้งเหือด บัดนี้กลับกลายเป็แม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกราก เยว่ซินลองเพ่งสมาธิส่งจิตเข้าไปสำรวจภายในร่างกายตามวิธี "การหยั่งรู้ภายใน" ที่พ่อเคยสอนพื้นฐานไว้ให้เมื่อนานมาแล้ว
ภาพที่เห็นทำให้เธอตกตะลึง! ทะเลิญญา (ตันเถียน) ที่เคยมีเพียงไอหมอกบางเบาและกระจัดกระจาย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยกลุ่มหมอกสีเขียวมรกตที่หนาแน่นและกำลังหมุนวนอย่างทรงพลัง และที่ใจกลางของวงหมุนนั้น มีหยดของเหลวใสๆ ที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่หนึ่งหยด!
"หยาดแก้วิญญา!" เยว่ซินอุทานออกมาด้วยความใและยินดีจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง "นี่มัน สัญลักษณ์ของระดับต้น ขั้นที่สาม!"
การปรากฏขึ้นของหยดพลังงานที่ควบแน่นเป็ของเหลวหยดแรก คือเครื่องยืนยันที่ไม่อาจผิดพลาดได้! ผลไม้เพียงผลเดียวทำให้เธอทะลวงพลังขึ้นมาถึงสองขั้นรวด! ไม่ใช่แค่ทะลวงระดับ แต่เป็การ "หล่อหลอมกายา" ใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ! วาสนาครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ ความรู้สึกตื้นตันใจอย่างรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาจนน้ำตาเอ่อคลอหน่วยตา จากเด็กสาวไร้ค่าที่ถูกดูแคลน บัดนี้เธอมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตแล้ว!
หลังจากดื่มด่ำกับความยินดีอยู่ครู่ใหญ่ สายตาของเธอก็จับจ้องไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใจกลางลานกว้าง บนกิ่งของมันยังมีผลไม้สีทองอร่ามเหลืออยู่อีกสองผล
หัวใจของเยว่ซินเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง ความโลภและความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีกปรากฏขึ้นในใจอย่างไม่อาจห้ามได้ หากผลเดียวสามารถทำให้เธอเปลี่ยนแปลงได้ถึงเพียงนี้ แล้วถ้ากินอีกผลล่ะ? หรือถ้ากินทั้งหมดเลย เธอจะไปถึงระดับไหน? ระดับต้นขั้นที่เจ็ด? ขั้นที่แปด? หรืออาจจะทะลวงสู่ระดับกลางได้ในคราวเดียวเลยก็เป็ได้!
ความคิดนั้นช่างหอมหวานและยั่วยวนเสียเหลือเกิน
แต่ครั้งนี้เยว่ซินมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ เธอไม่ได้ถูกครอบงำด้วยความหิวโหยอีกต่อไปแล้ว เด็กสาวเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจัง การทะลวงระดับพลังอย่างรวดเร็วเกินไปนั้นมีอันตรายอย่างใหญ่หลวงที่ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนต่างรู้ดี มันอาจทำให้รากฐานพลังไม่มั่นคง ส่งผลให้การบำเพ็ญเพียรในระดับสูงๆ เป็ไปได้ยาก หรือเลวร้ายที่สุด ร่างกายอาจทนรับพลังงานมหาศาลไม่ไหวจนเส้นลมปราณแหลกสลายกลายเป็คนพิการได้
เธอเพิ่งจะทะลวงมาถึงระดับต้นขั้นที่สาม รากฐานพลังของเธอยังไม่มั่นคงดีพอด้วยซ้ำ การกินผลไม้ที่อัดแน่นไปด้วยพลังิญญาขนาดนั้นเข้าไปอีกอาจเป็การฆ่าตัวตายชัดๆ
ควรจะพอแค่นี้ เสียงแห่งเหตุผลดังขึ้นในหัว วาสนาที่ได้รับมาในครั้งนี้ก็มากมายเกินพอแล้ว เธอควรจะเก็บผลไม้ที่เหลือกลับไปขาย หรือเก็บไว้ใช้ในอนาคต แล้วกลับบ้านไปหาแม่กับน้องชาย
แต่แล้ว ภาพใบหน้าของหวังหู่ที่กำลังเยาะเย้ยเธอก็แวบเข้ามาในความคิด ภาพสายตาดูถูกของป้าหวัง ภาพความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ระดับต้นขั้นที่สาม มันเพียงพอแล้วจริงๆ หรือ? เสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมาท้าทาย
ในหมู่บ้านเมฆาขจี คนที่มีพลังระดับต้นขั้นที่สามก็มีอยู่หลายคน มันทำให้เธอไม่ถูกดูแคลนเท่าเดิม แต่ก็ยังไม่ใช่ระดับที่จะทำให้ใครมาเกรงใจได้ เธออาจจะหาเงินได้มากขึ้นเล็กน้อย แต่จะมากพอที่จะซื้อยาระดับสูงให้ท่านแม่ได้หรือไม่? จะมากพอที่จะปกป้องครอบครัวจากอันตรายได้จริงๆ หรือ?
คำตอบคือ ไม่ มันยังไม่พอ!
โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างแท้จริง หากพลาดครั้งนี้ไป ตลอดชีวิตของเธออาจจะไม่มีโอกาสเช่นนี้อีกเลยก็ได้
เยว่ซินกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เธอตัดสินใจที่จะ "พนัน" อีกครั้ง! พนันกับร่างกายที่เพิ่งถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่ พนันกับโชคชะตาที่เพิ่งจะเริ่มเข้าข้างเธอ!
"ข้าจะกินอีกแค่ผลเดียวเท่านั้น" เธอบอกกับตัวเอง "ส่วนผลสุดท้าย จะเก็บไว้สำหรับอนาคต"
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้มาจากความหิวโหย แต่มาจากความทะเยอทะยานและความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องคนที่เธอรัก เธอยันตัวลุกขึ้น เดินตรงไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง คราวนี้ฝีเท้าของเธอมั่นคงและแน่วแน่
เธอเด็ดผลไม้ผลที่สองลงมา ถือมันไว้ในมือแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ข้าต้องทนให้ได้!"
แล้วเธอก็กินมันเข้าไป!
ตูม!
พลังิญญาที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรกซัดกระหน่ำเข้าใส่ร่างของเธอ! แต่ครั้งนี้ เยว่ซินเตรียมใจพร้อมรับมือแล้ว ความเ็ปที่แทบจะฉีกร่างยังคงมีอยู่ แต่สติของเธอยังคงแจ่มชัด เธอไม่ได้ปล่อยให้พลังงานไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งเหมือนครั้งก่อน แต่พยายามใช้สติทั้งหมดที่มีเพื่อควบคุมและชี้นำกระแสพลังงานนั้น
"โคจร ต้องโคจรพลัง!" เธอจำคำสอนพื้นฐานที่พ่อเคยบอกได้
เด็กสาวนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นหญ้าอย่างทุลักทุเล กัดฟันแน่นจนเืซิบ ชี้นำกระแสพลังิญญาอันเชี่ยวกรากให้ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณตามตำราพื้นฐานที่เคยท่องจำจนขึ้นใจ มันเป็ไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งยวด ราวกับพยายามใช้เชือกเส้นเล็กๆ ไปลากจูงวัวกระทิงที่กำลังคลุ้มคลั่ง แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้
เธอโคจรพลังงานไปเสริมสร้างรากฐานของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า อัดแน่นพลังลงไปในทะเลิญญาที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความเ็ปค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกอุ่นซ่านที่แผ่ไปทั่วร่างกาย
และแล้ว ประตูแห่งระดับพลังก็ถูกกระแทกให้เปิดออกอีกครั้ง!
ตูม! คอขวดของระดับต้นขั้นที่สามถูกทำลาย! เธอทะลวงเข้าสู่ระดับต้น ขั้นที่สี่!
พลังงานจากผลไม้ยังคงเหลือเฟือ มันส่งเสริมให้เธอทะยานต่อไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
ตูม! ระดับต้น ขั้นที่ห้า!
ในที่สุด กระแสพลังงานอันบ้าคลั่งก็เริ่มสงบลง มันค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับทะเลิญญาของเธอจนสมบูรณ์ เยว่ซินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีเขียวมรกตวูบผ่านดวงตาของเธอไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็ปกติ
"ระดับต้น ขั้นที่ห้า!"
เธอััได้ถึงพลังที่เปี่ยมล้นอยู่ในร่างกาย มันแตกต่างจากระดับสามอย่างเทียบกันไม่ติด พลังิญญาของเธอเข้มข้นและหนาแน่นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ประสาทััก็เฉียบคมขึ้นไปอีกระดับ ตอนนี้เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองสามารถหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับป่ารอบๆ กายได้
เยว่ซินมองไปยังผลไม้สีทองผลสุดท้ายที่ยังคงห้อยอยู่บนกิ่งไม้ คราวนี้ความโลภในใจของเธอได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว เธอรู้ดีว่าขีดจำกัดของเธอในตอนนี้คือระดับห้า หากฝืนกินเข้าไปอีกผล ร่างกายของเธอจะต้องะเิออกอย่างแน่นอน
"ผลนี้ ต้องเก็บไว้ให้ดีที่สุด"
เธอหยิบ "การ์ดไอเทม" ใบเก่าของเธอออกมา มันเป็การ์ดสีเขียวสดระดับต่ำที่สุดที่พ่อทิ้งไว้ให้ ซึ่งปกติแล้วใช้เก็บสมุนไพรได้อย่างจำกัดจำเขี่ย เธอไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถเก็บสมบัติแห่งฟ้าดินเช่นนี้ได้หรือไม่ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
เยว่ซินวางผลไม้ลงบนการ์ดอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเริ่มโคจรพลังิญญาระดับต้นขั้นที่ห้าที่เพิ่งได้รับมาใหม่ทั้งหมดอัดฉีดเข้าไปในการ์ด
วูบ!
การ์ดในมือสั่นะเือย่างรุนแรงและส่องแสงสีเขียวสว่างจ้าจนเธอต้องหรี่ตาลง พลังิญญาของเธอถูกสูบเข้าไปในการ์ดอย่างรวดเร็วจนน่าใ แต่เธอก็ยังคงอัดฉีดพลังต่อไปอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งผลไม้สีทองค่อยๆ จมหายเข้าไปในการ์ดราวกับจมลงไปในบ่อน้ำ บนผิวของการ์ดปรากฏรูปผลไม้สีทองขึ้นมาอย่างชัดเจน พร้อมกับตัวอักษรโบราณที่ส่องแสงเรืองรองว่า "ผลไม้จิติญญาร้อยปี" และตัวเลข "x1"
"สำเร็จแล้ว!"
เยว่ซินถอนหายใจอย่างโล่งอก เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก การเก็บของในครั้งนี้ใช้พลังิญญาของเธอไปเกือบครึ่ง แต่ก็นับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง เธอมองการ์ดในมืออย่างยินดี ก่อนจะรู้สึกถึงความรู้สึกประหลาดนั้นอีกครั้ง ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเธอสามารถ "เชื่อมต่อ" กับมิติเล็กๆ ที่อยู่ภายในการ์ดได้ มันชัดเจนกว่าครั้งก่อนมาก ราวกับว่ามีเส้นใยที่มองไม่เห็นเชื่อมต่อระหว่างจิตใจของเธอกับพื้นที่ว่างภายในนั้น แต่ความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไป ทิ้งไว้เพียงความสงสัยระคนตื่นเต้นในใจของเด็กสาว
ตอนนี้ถึงเวลากลับบ้านแล้ว!
เยว่ซินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดตามองไปรอบๆ ครั้งหนึ่งเพื่อจดจำสถานที่แห่งนี้ไว้ ก่อนจะหันกลับไปโค้งคำนับให้กับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นนั้นอย่างนอบน้อม "ขอบคุณสำหรับวาสนาในครั้งนี้ หากมีโอกาส ข้าจะกลับมาตอบแทนบุญคุณ"
เธอกล่าวจบก็หมุนตัวจากไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าใบไม้ของต้นไม้โบราณนั้นสั่นไหวเบาๆ ราวกับกำลังตอบรับคำของเธอ
การเดินทางกลับนั้นง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ ประสาทััที่เฉียบคมขึ้นทำให้ป่าที่เคยน่ากลัวและเต็มไปด้วยอันตรายกลายเป็เหมือนสวนหลังบ้านของเธอ เธอสามารถได้ยินเสียงฝีเท้าของหมาป่าเงาฝูงหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปและเลือกที่จะเดินอ้อมไปอีกทางได้อย่างง่ายดาย เธอสามารถได้กลิ่นอับชื้นของถ้ำงูพิษและหลีกเลี่ยงมันได้ั้แ่เนิ่นๆ เธอสามารถ "รู้สึก" ถึงทิศทางการไหลของน้ำใต้ดินและพลังชีวิตของพืชพันธุ์ต่างๆ เพื่อนำทางตัวเองกลับไปยังทิศทางที่ถูกต้อง
ไม่นานนักเธอก็กลับมาถึงบริเวณที่ซ่อนตะกร้าสมุนไพรเอาไว้ เมื่อเห็นว่ามันยังอยู่ดี เธอก็โล่งใจ
เธอมองหญ้าจันทราในตะกร้า สมุนไพรระดับต่ำที่เคยเป็ทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ บัดนี้มันดูธรรมดาเสียเหลือเกิน แล้วความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัว
ถ้าลองใช้พลังใหม่ของเธอกับพวกมันล่ะ?
เยว่ซินวางตะกร้าลงแล้วลองทำในสิ่งที่เธอไม่เคยทำได้มาก่อน เธอรวบรวมพลังิญญาธาตุไม้ที่บริสุทธิ์และเข้มข้นของระดับต้นขั้นที่ห้าเอาไว้ที่ฝ่ามือ ก่อนจะค่อยๆ ส่งผ่านมันเข้าไปในตะกร้าสมุนไพรอย่างนุ่มนวล
ปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น!
หญ้าจันทราทุกต้นในตะกร้าพลันส่องประกายแสงสีเขียวอ่อนออกมาจางๆ ประกายสีเงินยวงบนเส้นใบของพวกมันที่เคยดูหม่นหมอง บัดนี้กลับสว่างและชัดเจนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ของสมุนไพรก็เข้มข้นขึ้นจนอบอวลไปทั่วบริเวณ หญ้าจันทราคุณภาพต่ำที่เธอเก็บมา บัดนี้ได้ถูกยกระดับขึ้นจนกลายเป็หญ้าจันทราคุณภาพสูงในพริบตา!
เยว่ซินมองผลงานของตัวเองด้วยความตื่นตะลึงระคนยินดี "สุดยอด!"
นี่คือทางออกของเธอ! คือวิธีที่จะทำให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องเปิดเผยระดับพลังที่แท้จริงของตัวเอง! เธอสามารถอ้างได้ว่าบังเอิญไปเจอแหล่งสมุนไพรชั้นดี หรือโชคดีเป็พิเศษเท่านั้น
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เยว่ซินก็ปรับลมหายใจและสีหน้าให้กลับมาดูอ่อนล้าและซอมซ่อเหมือนเดิม เธอจงใจเอาดินโคลนมาป้ายหน้าและแขนขาเล็กน้อยเพื่อให้ดูสมจริง ก่อนจะยกตะกร้าสมุนไพรที่ตอนนี้หนักอึ้งขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยขึ้นสะพายหลัง แล้วมุ่งหน้ากลับสู่หมู่บ้าน
เมื่อเงาของหมู่บ้านเมฆาขจีปรากฏขึ้นในสายตาตอนที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ความรู้สึกหลากหลายก็ประเดประดังเข้ามาในใจ ทั้งความโล่งใจที่จะได้กลับบ้าน ความตื่นเต้นกับพลังใหม่ และความกังวลที่จะต้องเริ่มต้นชีวิตแห่งการปิดบังซ่อนเร้น
ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้สิ้นสุดลงแล้ว และก้าวต่อไป คือการเผชิญหน้ากับโลกใบเดิม ในฐานะคนใหม่
เยว่ซินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินตรงไปยังกระท่อมซอมซ่อที่ท้ายหมู่บ้าน บ้านของเธอ