กำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 58 คืนไหว้พระจันทร์

            ในดินแดนเหยียนหวง ทุกวันขึ้นสิบห้าค่ำ เดือนแปดของทุกปี จะมีการจัดพิธีไหว้พระจันทร์ขึ้น

            วันนี้เป็นวันแห่งชาติที่ไม่ว่าอาณาจักรหรือแคว้นใดล้วนต้องมีการจัดพิธีไหว้พระจันทร์ขึ้น และมีการจัดงานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่

            หลัวเลี่ยมองบัตรเชิญโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นคำว่า ‘วันขึ้นสิบห้าค่ำ เดือนแปด‘ และ ‘ไหว้พระจันทร์’ เขาก็รู้สึกอึดอัดใจ

            เขาคิดถึงบ้าน

            ถึงช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์อีกแล้วพ่อแม่ต้องคิดถึงเขาอย่างแน่นอนไม่รู้ว่าพวกท่านจะเป็นกังวลเรื่องของเขาจนมีผมหงอกเยอะขึ้นหรือเปล่า

            เมื่อเขามองไปที่บัตรเชิญนั้นหลัวเลี่ยก็ตกอยู่ในภวังค์ เขาไม่อาจบอกกล่าวเรื่องนี้กับใครได้ ยิ่งเป็นเสวี่ยปิงหนิงเขาก็ยิ่งไม่สามารถบอกนางได้

            “ท่านอ๋องน้อย นี่เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับองค์ชายเก้า”ซาเฉียนหลี่คิดว่าหลัวเลี่ยกำลังลังเลว่าจะเข้าร่วมงานเลี้ยงไหว้พระจันทร์ขององค์ชายเก้าหรือไม่

            “ได้สิ”

            หลัวเลี่ยไม่มีกะจิตกะใจจะไปคิดเรื่องเหล่านั้น

            สุดท้ายซาเฉียนหลี่ก็สั่งให้คนไปตอบกลับว่าหลัวเลี่ยจะไปตามนัดอย่างแน่นอน

            แต่เสวี่ยปิงหนิงคิดว่าหลัวเลี่ยกำลังคิดถึงอ๋องหนานหลี่และฮูหยินของเขาดังนั้นนางจึงพูดปลอบเขาอย่างนุ่มนวล

            สองวันต่อมาก็ถึงวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปด ที่เป็นวันไหว้พระจันทร์

            วันนี้ในแคว้นจินหลานดูคึกคักเป็นพิเศษบ้านทุกหลังประดับประดาด้วยโคมไฟและพู่ห้อยอย่างตระการตา นอกจากนี้กษัตริย์แห่งแคว้นจินหลานยังมีการปราศรัยบางอย่างเพื่อกระตุ้นบรรยากาศของช่วงเทศกาล

            โดยตลอดทั้งวันกษัตริย์แห่งแคว้นจินหลานจะเป็นผู้นำคณะขุนนางจัดพิธีไหว้พระจันทร์อีกด้วย

            น่าแปลกที่ในตอนกลางวันนั้นท้องฟ้าค่อนข้างขมุกขมัวแต่ในตอนกลางคืนกลับโปร่งโล่งเป็นพิเศษ จนเห็นพระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่เหนือกิ่งก้านสาขาของต้นไม้และลอยอยู่เหนือเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความคึกคัก

            หลัวเลี่ยเดินทางมาพร้อมกับเสวี่ยปิงหนิงโดยมีซูชิวเชิงเป็นผู้บังคับรถม้าไล่ตามพระจันทร์ไปยังเขาอวิ๋นเยว่

            เขาอวิ๋นเยว่เป็นที่รู้จักกันในนามภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นจินหลานซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดพิธีไหว้พระจันทร์และพิธีบวงสรวงสำคัญต่างๆ และทุกๆปีหลังจากเสร็จสิ้นพิธีไหว้พระจันทร์ก็จะมีงานเลี้ยงในตอนกลางคืน ซึ่งจัดขึ้นโดยเหล่าองค์ชาย

            และปีนี้เจ้าภาพคือองค์ชายเก้า

            เมื่อมองจากไกลๆเขาอวิ๋นเยว่ดูเหมือนเป็นแม่ทัพคนหนึ่งที่คอยปกป้องเมืองหลวงของแคว้นจินหลานจากอันตรายภายนอก

            มีหินขรุขระและต้นไม้โบราณยืนต้นสูงตระหง่านอยู่บนเขาอวิ๋นเยว่โดยที่มีต้นหอมหมื่นลี้เพียงต้นเดียวเท่านั้นที่เก่าแก่ที่สุดลือกันว่าต้นหอมหมื่นลี้ต้นนี้มีอายุหลายหมื่นปีมาแล้ว และงานเลี้ยงในวันนี้ก็จัดขึ้นใต้ต้นหอมหมื่นลี้โบราณต้นนี้

            เมื่อหลัวเลี่ยมาถึงที่แห่งนี้ก็คึกคักมากแล้ว

            บุรุษและสตรีสูงศักดิ์หลายคนของแคว้นจินหลานที่ได้รับเชิญมาร่วมงานต่างจับกลุ่มพูดคุยกันกลุ่มละสามถึงสี่คนนอกจากนี้ยังมีสตรีสูงศักดิ์จำนวนไม่น้อยที่แวะเวียนมาหยอกล้อกับบุรุษ พากันส่งเสียงหัวเราะออกมาเป็นระยะๆ

            พวกเขาไม่รู้จักหลัวเลี่ยดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามาทักทาย

            หลัวเลี่ยและเสวี่ยปิงหนิงเดินมายังใต้ต้นหอมหมื่นลี้โบราณพวกเขาเพลิดเพลินกับสายลมเย็นๆ ยามค่ำคืนอย่างเงียบๆ

            อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว

            กลิ่นหอมจางๆลอยออกมาจากต้นและดอกหอมหมื่นลี้ที่มีลักษณะคล้ายมังกรห้อยอยู่หากตั้งใจฟังจะพบว่าเมื่อสายลมกระทบกับดอกหอมหมื่นลี้เหล่านี้จะมีเสียงคล้ายมังกรร้องแผ่วเบาบรรยากาศบนท้องฟ้ามีเมฆและหมอกปกคลุม มีพระจันทร์ส่องสว่างอยู่เบื้องบน

            หลัวเลี่ยจ้องมองแสงของพระจันทร์เต็มดวงจนลืมทุกสิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง

            เสวี่ยปิงหนิงเดินมาอยู่ข้างๆเขา

            พวกเขาเป็นเหมือนเทพเซียนที่ไม่มีตัวตนและเป็นอมตะ

            “นี่ไม่ใช่คนที่เพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงเมื่อสองสามเดือนนี้หรอกหรือท่านคือท่านอ๋องน้อยหลัวเลี่ยที่มาถึงแคว้นจินหลานของข้า แต่กลับไม่รู้จักแม้กระทั่งองค์ชายเก้าสินะ”

            น้ำเสียงหาเรื่องดังขึ้นมาทำลายความสงบใต้ต้นหอมหมื่นลี้โบราณ

            บริเวณโดยรอบเงียบสงัดไปชั่วขณะหนึ่ง

            เป็นเพราะรูปลักษณ์ที่เหมือนเทพเซียนของหลัวเลี่ยและเสวี่ยปิงหนิงได้ดึงดูดความสนใจของพวกเขาจนลืมเรื่องการหยอกล้อและพูดคุยกัน

            หลัวเลี่ยหลุดออกจากความทรงจำครั้งเก่าและหันกลับไปมอง

            ผู้พูดคือชายหนุ่มผมสั้นคิ้วยาว ตาเรียว จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง ประกอบกับสีหน้าอันโอหังของเขาทำให้คนที่มองอยู่นั้นอึดอัด

            ก่อนหน้านี้ซาเฉียนหลี่ได้ให้ข้อมูลแก่หลัวเลี่ยเกี่ยวกับยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของสิบแคว้นรวมถึงผู้ที่มาจากแคว้นจินหลานด้วย

            ในจำนวนนี้มีสี่คนที่โดนเด่นที่สุดที่มาจากแคว้นจินหลาน

            คนคนนี้เป็นหนึ่งในนั้น

            คิ้วที่ยาวและดวงตาที่เรียวรีเป็นจุดเด่นของเขา

            ชายหนุ่มคนนี้มีนามว่าซือสิ่งหลง

            กล่าวกันว่าดวงตาของเขามีลักษณะพิเศษเหมือนมังกรที่เพิ่งตื่นขึ้นจากการหลับใหลนอกจากนี้พรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ของเขาก็ไม่เลว เป็นความหวังของตระกูลซือแห่งแคว้นจินหลานดังนั้นเขาจึงได้รับการขนานนามว่า ซือสิ่งหลง ที่แปลว่า มังกรที่ตื่นขึ้นของตระกูลซือ

            ตระกูลซือเป็นผู้สนับสนุนที่ซื่อสัตย์ขององค์ชายเก้า

            “ซือสิ่งหลง? มีเรื่องอะไรหรือไม่?” หลัวเลี่ยเอ่ยถามอย่างเฉยเมย

            “ข้าจะบอกอะไรเจ้าอย่างหนึ่ง อย่าคิดว่าเจ้าเก่งในแคว้นเล็กๆที่แสนอ่อนแออย่างแคว้นเป่ยสุ่ย แล้วเจ้าจะมาทำตัวโอหังที่นี่ได้เจ้าควรเจียมเนื้อเจียมตัวรอให้องค์ชายเก้ามาเป็นตัวแทนของแคว้นจินหลานเข้าร่วมการประลองยุวราชันสิบแคว้นก่อนเถอะ”น้ำเสียงของซือสิ่งหลงคล้ายกับกำลังสั่งการเขาอยู่

            ในการประลองยุวราชันสิบแคว้นแต่ละแคว้นจะส่งผู้เข้าร่วมห้าคน

            ผู้เข้าร่วมทั้งห้าคนจะรวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆและจัดตั้งผู้นำที่สามารถออกคำสั่งในการประลองศึกได้ นั่นก็คือยุวราชันในแต่ละแคว้น

            “น่าเบื่อ” หลัวเลี่ยหันกลับไปมองที่พระจันทร์ต่อ

            “เจ้าว่าอะไรนะ” ซือสิ่งหลงพูดด้วยความโกรธ

            หลัวเลี่ยตอบอย่างเย็นชา“ข้าบอกว่าเจ้าน่าเบื่อ!”

            คนอื่นจะรู้ได้อย่างไรว่าหลัวเลี่ยไม่มีความสนใจในการเป็นยุวราชันของแคว้นจินหลานเลย

            สิ่งที่เขาต้องทำคือทำตามสัญญาและคว้าชัยชนะมาให้ได้ไม่ว่าเขาจะต้องเอาชนะยุวราชันทั้งสิบแคว้นได้ด้วยตัวเองหรือไม่

            การที่เขามาที่แคว้นจินหลานก็เพราะหลิวจื่ออั๋งขอให้มา หลิวจื่ออั๋งคือใครเขาคือผู้อาวุโสลำดับที่เจ็ดของหอเซียวเหยา ซึ่งเป็นกองกำลังหลักที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังแคว้นจินหลานการที่ผู้อาวุโสเจ็ดแนะนำหลัวเลี่ยให้แก่แคว้นจินหลาน หากกษัตริย์แห่งแคว้นจินหลานไม่มอบตำแหน่งยุวราชันให้แก่หลัวเลี่ยเช่นนี้จะไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่เคารพหลิวจื่ออั๋งหรือ ดังนั้นกษัตริย์แห่งแคว้นจินหลานจะกล้าผิดใจกับหลิวจื่ออั๋งได้อย่างไร

            หลัวเลี่ยจึงถูกกำหนดให้เป็นยุวราชันแห่งแคว้นจินหลาน

            แล้วเช่นนี้ยังจะมีคนมาขัดการชมจันทร์อีกทั้งกล้าข่มตำแหน่งยุวราชันที่เขาได้มาอีกหรือ ช่างน่าเบื่อเสียจริง

            “หลัวเลี่ย เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร” ซือสิ่งหลงจ้องมองอย่างเย็นชา

            หลัวเลี่ยที่กำลังชื่นชมพระจันทร์อยู่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

            ซือสิ่งหลงคนนี้ช่างเป็นคนที่จริงจังเสียจริง

            หลัวเลี่ยจำได้อย่างชัดเจนว่าซือสิ่งหลงเป็นเพศชายอายุสิบเจ็ดปี ฝึกร่างกายอยู่ที่ระดับฝึกตนระดับที่เจ็ดและเคล็ดวิชาที่ใช้ฝึกคือเคล็ดวิชาอัสดงจำแลง

            ตามหลักการแล้วความแข็งแกร่งของซือสิ่งหลงไม่เลวเลย เขาฝึกร่างกายได้ที่ระดับเจ็ดและเคล็ดวิชาอัสดงจำแลงก็เป็นเคล็ดวิชาที่ดีมากเช่นกัน แต่สำหรับหลัวเลี่ยแล้ว ความสามารถเล็กน้อยเช่นนี้ไม่คู่ควรให้เขาต่อสู้ด้วย

            จริงอยู่ที่ระดับพลังนั้นสูงกว่าเขาหนึ่งระดับแต่วิชาที่เขาฝึกฝนคือเคล็ดวิชามังกรสวรรค์ ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาอันดับหนึ่งของการฝึกฝนร่างกาย

            แต่เคล็ดวิชาอัสดงจำแลงของซือสิ่งหลงนั้นเป็นเพียงเคล็ดวิชาหนึ่งในร้อยลำดับแรกที่ถัดไปจากเคล็ดวิชามังกรสวรรค์เท่านั้น

            เพียงแค่อาศัยพลังที่มาจากเคล็ดวิชามังกรสวรรค์เขาก็มั่นใจว่าจะฆ่าซือสิ่งหลงคนนี้ได้ในทันที 

            “เจ้ากล้าดีอย่างไรมาหัวเราะเยาะข้า”ใบหน้าของซือสิ่งหลงเริ่มถมึงทึง

            “เจ้าคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมากสินะ?”หลัวเลี่ยถามกลับ

            ซือสิ่งหลงพูดด้วยน้ำเสียงตะคอกว่า“ข้าสามารถทำลายเจ้าได้ภายในชั่วพริบตาเจ้าอย่าคิดว่าการที่เจ้าเข้าใจเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินแล้วจะทำให้เจ้ายิ่งใหญ่ก็แค่เคล็ดวิชาระดับล่างเคล็ดวิชาหนึ่ง ระดับพลังของข้าก็สูงกว่าเจ้าเคล็ดวิชาอัสดงจำแลงที่ข้าฝึกฝนก็เลื่องชื่อเมื่อทั้งพลังของข้าและเคล็ดวิชาอัสดงจำแลงมารวมกัน ข้าไม่มีวันแพ้เจ้าแน่”

            หลัวเลี่ยกล่าวว่า “ข้าคิดว่าเจ้าควรเปลี่ยนชื่อจากซือสิ่งหลงเป็นซือโง่เขลาเป็นอย่างไร”

            “ถ้าอย่างนั้นให้หมัดของข้าเป็นสิ่งที่บอกเจ้าแล้วกันว่าใครโง่เขลากว่ากัน”ซือสิ่งหลงยกกำปั้นขึ้น

            ในตอนนั้นเองก็มีเสียงคนตะโกนดังขึ้นมา

            “องค์ชายเก้าเสด็จแล้ว!”

            คนทั้งภูเขาอวิ๋นเยว่เงียบเสียงลง

            ชายหนุ่มรูปงามสวมกวานสีม่วงทองกับเสื้อคลุมผ้าทอกำลังก้าวเดินมาตรงหน้าโดยมีชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมของนักเวทเดินตามหลังมาด้วยท่าทางที่ไม่ธรรมดา

            ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาคือองค์ชายเก้าแห่งแคว้นจินหลานซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แข่งขันที่แข็งแกร่งที่สุดในการประลองยุวราชันคนต่อไปของแคว้นจินหลาน

            ส่วนข้างๆ องค์ชายเก้าคือเฉิงปู้กุยนักเวทหนุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นจินหลาน

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810