บทที่ 5
เกิดเื่
ฉือเยียนรู้ว่าไป๋ซือเหนียงแม้ว่าจะเหมือนเด็กสาวที่อ่อนแอ แต่ที่จริงแล้วจิตใจของนางนั้นต้องเด็ดเดียวเป็อย่างมาก
มองดูจากเหตุการณ์ในตอนแรกกับการพบเจอของทั้งสองในตอนนั้นเด็กหญิงผู้นี้อายุเพียงแค่สิบปีเท่านั้น
แต่ว่าตัวของนางกลับเด็ดเดี่ยวไม่ได้หวาดกลัวในขณะที่เผชิญหน้ากับนาง
เพียงแค่เื่นี้ก็ทำให้ฉือเยียนรู้แล้วว่าไป๋ซือเหนียงมีจิตใจที่เข้มแข็งเป็อย่างมาก
และสถานการณ์ในตอนนี้ แม้ว่านางนั้นจะดูเสียใจ
แต่ว่าเมื่อเห็นสภาพของพี่สาวนางก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดโดยที่ไม่มีความลังเล
รีบพาเด็กน้อยไป๋เสี่ยวเถงหลบหนีไปอีกทางนึงทันที
ฉือเยียนขมวดคิ้วใน่เวลานี้ตอนนี้มันทำให้นางไม่สบายใจแล้วต้องเลือก
นางยังจำค่ำคืนนั้นได้ดีตอนที่นางบอกให้เด็กหญิงวัยสิบปีเลือกว่าจะให้นางตอบแทนอย่างไร
ในตอนนั้นเด็กหญิงวัยสิบปีตอบกลับนางนางบอกว่าอยากจะให้ช่วยปกป้องพี่สาวของนาง
เื่นั้นเกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน จนถึงตอนนี้ผ่านมาห้าปีแล้ว
ไป๋ซือเหนียงอาจจะลืมเื่ราวในค่ำคืนนั้นไปแล้วด้วยซ้ำนางอาจจะจำไม่ได้แล้วว่านางเคยพบเจอกับฉือเยียน
ทว่าถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะจำไม่ได้ แต่ว่าฉือเยียนไม่มีทางลืม
ในค่ำคืนนั้นถ้าเกิดว่านางไม่ได้เจอกับเด็กหญิงอย่างไป๋ซือเหนียงนางคงจะไม่มีชีวิตมาจนถึงตอนนี้
ตามความเป็จริงในตอนนี้ฉือเยียนควรจะปกป้องพี่สาวของนาง
แน่นอนว่าฉือเยียนในตอนนี้สามารถทำได้
เพียงแต่ว่านั่นก็ต้องแลกมากับชีวิตของไป๋ซือเหนียง
ฉือเยียนในตอนนี้เผาผลาญแก่นชีวิตหลอมจิติญญา ทำให้ตนเองนั้นรักษาเอาไว้เพียงแค่ร่างจิติญญาเท่านั้น
แถมจิติญญาของนางในตอนนี้ยังไม่แข็งแรงพอ
ใน่ตลอดห้าปีที่หลับใหลอยู่ในจิติญญาของไป๋ซือเหนียงฉือเยียนพยายามฟื้นฟูจิติญญาของตนเองมาตลอด
เพราะว่าถ้าเกิดว่าจิติญญาของนางแข็งแกร่ง นางจะสามารถใช้จิติญญาไปสิงสู่ศพหนึ่งแล้วก็กลับมามีชีวิตได้
แต่ว่าในตอนนี้จิติญญาของนางไม่แข็งแกร่งพอนางไม่สามารถทำแบบนั้นได้
ถ้าเกิดว่านางอยากจะช่วยไป๋เสวี่ย ก็มีวิธีเดียว…
นั่นคือการยึดครองร่างของไป๋ซือเหนียง ยึดครองล่างไม่ใช่เป็เพียงแค่การยึดครองร่างชั่วคราว
แต่ว่าเป็การนำเอาจิติญญาของนาง ทดแทนจิติญญาของไป๋ซือเหนียงนั่นแสดงว่าไป๋ซือเหนียง จะหายไป
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ฉือเยียนจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องขบคิดอย่างยากลำบาก
หนึ่งเป็คำขอของเด็กหญิงผู้ช่วยชีวิตนางเอาไว้แต่ถ้าเกิดว่านางคิดจะรักษาสัญญานั้นนางกลับต้องสังหารเด็กหญิงผู้ที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้
นี่คือความสับสนในใจของฉือเยียน สัญญาหรือผู้มีพระคุณ
ฉือเยียนในตอนนั้นลังเลเป็อย่างมาก ลังเลที่สุดในชีวิตลังเลมากกว่าตอนที่นางสังหารยอดฝีมือระดับ์
แต่สุดท้ายแล้วนางก็ตัดสินใจได้นางไม่มีทางทำร้ายผู้มีพระคุณเพราะสัญญา
และในคืนนั้นไป๋ซือเหนียงก็หนีออกจากเมืองเฟิงอวิ๋น
ค่ำคืนในฤดูเหมันต์ หิมะตกหนักจนพื้นดินทั้งผืนถูกกลบจนขาวโพลน
ลมหนาวพัดแรงจนกิ่งไม้โค้งงอลงต่ำเสียงหิมะร่วงหล่นจากปลายกิ่งไม้ดังกระทบพื้นเบา ๆคล้ายเสียงใบไม้แห้งร่วงในฤดูใบไม้ร่วง
ท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงจันทร์มีเพียงม่านหิมะที่โปรยปรายหนาแน่นจนมองแทบไม่เห็นสิ่งใดในระยะไกล
แต่ในความเงียบงันนั้น
เงาร่างหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากสายหมอกหิมะ
หญิงสาววัยสิบห้าในชุดขาวบางเบา ก้าวเท้าอย่างมั่นคงบนเส้นทางที่ปกคลุมด้วยหิมะสูงถึงข้อเท้า
อ้อมแขนเรียวของนางโอบอุ้มทารกน้อยไว้แนบอก ห่มคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนาเสียงลมหายใจแ่เบาของทารกแทบไม่ได้ยินท่ามกลางเสียงพายุหิมะ
หิมะตกหนักจนเกาะตามเส้นผมของนางเป็เกล็ดขาวแต่หญิงสาวยังคงเดินต่อไป
ไม่มีคำพูด ไม่มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบ
มีเพียงสายตานิ่งสงบที่ทอดมองไปเบื้องหน้าและอ้อมแขนที่ยังกระชับแน่นไม่ปล่อยให้สิ่งใดพรากเด็กน้อยในอ้อมกอดของนางไปได้
สุดท้ายแล้วไป๋ซือเหนียงก็หนีไปได้ นางไปยังเมืองชั่งหลิน
เงินที่นางได้จากพี่สาวไปด้วย มันเป็จำนวนเงินไม่น้อย
ทว่าไป๋ซือเหนียงเป็คนฉลาด นางจำคำพี่สาวได้ว่ามีคนอยากได้ตัวเถาเถา
เพราะแบบนั้นนางจึงเลือกซื้อบ้านเล็กๆหลังหนึ่งโดยที่เป็บ้านเก่าหน้าบ้านมีต้นท้ออยู่หนึ่งต้น
นางเลือกซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ เลี้ยงเด็กน้อยเถาเถาให้เติบโต
ไป๋ซือเหนียงตัดสินใจให้เถาเถาเรียกนางว่าแม่เมื่อจำความได้นางเลี้ยงเถาเถามอบทั้งความรักและความผูกพันให้
เหมือนกับที่พี่สาวของนาง ค่อยมอบให้กับนางตอนนางยังเด็ก
เพราะแบบนั้นจึงเกิดกลายเป็ สองแม่ลูกมีชีวิตพึ่งพากันใน ตรอกเหม่ยฮวาแห่งเมืองชั่งหลิน
ไป๋ซือเหนียงเลี้ยงดูเด็กน้อยเถาเถานางมีความผูกพันไม่แตกต่างจากมารดาแทนๆแน่นอนว่าฉือเยียนเองก็เช่นกัน
นางมองดูเถาเถาเติบโตขึ้นทุกๆวัน นางก็ไม่แตกต่างจากไป๋ซือเหนียงมองนางเหมือนลูกสาวแท้ๆของตนเอง
สองแม่ลูกใช้ชีวิตในเมืองชั่งหลินอย่างเงียบสงบเด็กน้อยเถาเถาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากค่อยๆเดินได้แล้วก็เริ่่มพูดได้แล้วก็เริ่มฉลาดเฉลียว
เถาเถาเด็กหญิงผู้นี้ นางฉลาดเฉลียวั้แ่ยังเด็กแถมยังขี้ขลาดมีเื่อันใดจะวิ่งหนีก่อนเพื่อน
ทว่า..ไป๋ซือเหนียงดูไม่ออก
แต่ฉือเยียนมองออก แม้ว่าเถาเถาน้อยจะขี้ขลาดแต่จริงๆนางมีรากฐานกระดูกที่หายยากมาก
นางทรงพลังแต่กำเนิด เรียกแบบนั้นก็ได้
คนพวกนี้คือลูกรักของฟ้าดินในเส้นทางการฝึกยุทธ์กระดูกเืเนื้อร่างกาย ทั่วส่วนจากมีปราณฟ้าดินเข้าไปหล่อเลี้ยงเอง
ทำให้ขอบเขตของพวกเขาจะพัฒนาไปเรื่อยๆแม้จะนั่งอยู่เฉยๆไม่ฝึกปราณก็ตาม
คนที่มีร่างกายเช่นนี้ ฉือเยียนเคยเห็นมาเพียงคนเดียวในชีวิต
อีกฝ่ายคือหนึ่งในสี่ปราชญ์์เหมือนนาง
ในโลกใบนี้ผู้ฝึกฝนปราณฟ้าดิน พวกเขาจะถูกเรียกว่าจอมยุทธ์
โดยขอบเขตของจอมยุทธ์ในโลกนี้จะแบ่งออกไป
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้น 1 - ขั้น 9
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตตะวัน
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตจันทรา
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปฐี
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขต์
เหนือเขต์ คือขอบเขตเทวะ
ขอบเขตเทวะเป็เพียงตำนาน พวกเขาจะถูกมองว่าเหมือนกับเทพเซียนก็ได้
ฉือเยียนเองก็เป็จอมยุทธ์ระดับ์
อีกสามปราชญ์์เองก็เป็เช่นนั้นทว่าสิ่งที่ทำให้คนทั้งสี่ถูกเรียกว่าปราชญ์์เป็ฉายาที่ขอบเขต์คนอื่นๆไม่ได้รับ
มันก็เป็เพราะว่าคนทั้งสี่เท้าหนึ่งข้างก้าวเข้าไปในขอบเขตเทวะไปแล้ว
สำหรับฉือเยียนคนที่นางคิดว่าเข้าใกล้ขอบเขตเทวะมากที่สุดในปราชญ์์ คือคนที่มีร่างกายเหมือนกับเถาเถาน้อย
แต่อีกฝ่ายเข้าใกล้ขอบเขตนั้นมากที่สุดไม่ใช่ว่าฉือเยียนจะกลัวอีกฝ่ายหรืออีกฝ่ายเก่งกว่านางเพราะการที่อีกฝ่ายเข้าใกล้ขอบเขตเทวะมากกว่านาง ก็ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะต่อสู้สังหารเป็ตายแข็งแกร่งกว่าฉือเยียน