เด็กน้อยชูมือขึ้นเหนือหัวด้วยท่าทางตื่นเต้น วันนี้เธอจะได้ไปเจอพี่พี่อีกแล้วจึงอดทนรอแทบไม่ไหวพยายามบอกคุณพ่อให้เดินผ่านทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ร้านอาหารข้างทางหรือคุณหมาที่ต้องแวะเข้าไปทักทายทุกๆครั้งจนกระทั่งมาถึงมหาวิทยาลัย
“ ซาหวัดลีค่า ”
เด็กน้อยทักทายพี่ชายและพี่สาวหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัย จากนั้นเธอก็ลงไปเดินด้วยตนเองก่อนจะเข้าไปเล่นกับผีเสื้อแล้วให้คุณพ่อพาไปรอที่ลานกว้างใจกลางอัฒจันทร์
เฉินห่าวไม่ได้เดินทางเข้าพบผู้อำนวยการเพราะไม่มีเรื่องสำคัญ เขาเปลี่ยนมาสอนทักษะฝ่าเท้าเมฆาแล้วจึงไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับทักษะฝ่าเท้าสายลมอีก มันจะถูกตรวจสอบจนแล้วเสร็จหรือไม่เขาไม่สนใจ ต่อให้จะมีอาจารย์ท่านอื่นหยิบไปสอนเขาก็ไม่สนเพราะตอนนี้ทุกคนในคลาสของเขาเรียนรู้ทักษะเท้าใหม่แล้ว โดยเขาเป็นคนยัดมันให้กับทุกคน
ความยากที่ต้องเจอถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นความง่ายที่ฝึกได้เร็วขึ้น การพบเจอกันระหว่างเขาและนักศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่มหาวิทยาลัย ช่วงบ่ายและช่วงเย็นนักศึกษาทั้ง 65 คนจะคอยแวะเวียนไปหาเขาที่ฟิตเนสตลอด
นอกจากทักษะจะมีความก้าวหน้าขึ้นแล้วเขายังลงคอร์สปลุกพลังและคอร์สปรับแก้ทักษะให้อีกด้วย
คอร์สทั้ง 2 ไม่ได้เป็นของมหาวิทยาลัยจึงไม่มีใครเข้าไปตรวจสอบ ต่อให้เขาจะสอนสิ่งผิดให้ก็ไม่มีใครว่าดังนั้นเขาจึงลากนักศึกษาเข้าไปฟิตเนสของตนเอง
การที่เขาทุ่มหลายอย่างให้นักศึกษากลุ่มนี้ก็เพราะต้องการดึงนักศึกษาอีกจำนวนมากมาที่ฟิตเนส แม้จะไม่ได้สอนใครอื่นนอกจาก 65 คนนี้ก็ตาม กลุ่มคนที่ตามเขาไปยังฟิตเนสจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นผู้เสพติดค่าสถานะ 0.1 หน่วย หลังจากนั้นเขาจะค่อยๆเปลี่ยนทุกคนให้อยู่ฝ่ายเดียวกัน
“ สวัสดีครับอาจารย์ สวัสดีกวางน้อย ”
ไม่มีใครรู้ชื่อของเป่าเป้ยเลย เฉินห่าวให้เรียกลูกสาวเขาจากชุดที่สวมใส่เพราะอยู่ในการปลอมตัว ต่อให้จะพานักศึกษาไปที่โรงแรมหรูอี้เขาก็ยังปลอมตัวเช่นเดิมเพราะยังไม่ถึงเวลาเปิดเผย
“ ซาหวัดลีค่าพี่ชายสุดหย่อ ”
เด็กชายกล้ามโตยิ้มด้วยท่าทางพอใจ เขาเชื่อว่าเด็กน้อยไม่มีทางพูดโกหกจึงยิ้มรับแล้วเดินขึ้นไปนั่งรอบนอัฒจันทร์
เฉินห่าวที่รอจนถึงเวลาสอนเขาจึงชวนทุกคนพูดคุยเกี่ยวกับพัฒนาการของทักษะฝ่าเท้าเมฆา
“ มีใครติดปัญหาอะไรไหม ”
เด็กๆยกมือพร้อมเพรียงกันยกเว้นฉู่เฉียว เหยลี่และหลี่อิงที่นั่งนิ่งเนื่องจากทั้งสามฝึกทักษะนี้จนถึงขั้นเชี่ยวชาญแล้ว
สำหรับฉู่เฉียวเธอใช้เงินอัดฉีดตัวเองเช่นเดียวกับหลี่อิง สำหรับเหมยลี่ยังคงเป็นกรณีพิเศษเพราะยังอยู่ในเงื่อนไขการใช้งานร้านของเขาฟรี 1 ปี นอกจากนั้นแล้วเธอยังสามารถใช้งานอุปกรณ์เลเวล 3 ของเขาไปแล้วด้วย
การที่เขาให้เธอใช้อุปกรณ์เลเวล 3 ทั้งที่ยังไม่มีใครได้ใช้นอกจากเขา ภรรยาและลูกสาวรวมถึงผู้ช่วยทั้ง 2 ตัวนั่นก็เพราะเขาต้องการให้เธอเป็นจุดเด่นในมหาวิทยาลัย
การที่เด็กสาวบ้านนอกคนหนึ่งกลายเป็นอันดับ 1 จะต้องมีคนมากมายไล่ตาม สิ่งที่พวกเขาพบระหว่างวิ่งตามไอดอลคนนี้คือร้านของเขา เช่นนั้นการเปลี่ยนเหมยลี่ให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดจึงเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวของเขาเช่นกัน
ซึ่งการทำให้เธอแข็งแกร่งเริ่มเห็นผลแล้วเพราะนักเรียน ม.6 และ ม.5 ของเขต X หรือเขตอื่นๆภายในเมืองหวงซีล้วนแล้วมีเธอเป็นไอดอล ยิ่งมีหลี่อิงที่คอยวิ่งขนาบข้างผู้คนก็เริ่มตั้งคำถามถึงความแข็งแกร่งของเหมยลี่ที่สามารถแซงหลี่อิงไปได้
“ โอเค เดินเรียงแถวหน้ากระดาน 5 คนแล้วใช้ทักษะพร้อมๆกันเลยอาจารย์จะได้ดูให้ในครั้งเดียว ”
นักศึกษาเรียงแถวหน้ากระดานอย่างรวดเร็วหลังจากรู้ว่าเวลาเรียนกับอาจารย์เหวินมีค่ามาก ทุกคนจึงไม่อยากทำให้มันสูญเสียแม้แต่ 1 วินาทีเดียว
เฉินห่าวเห็นนักศึกษาต่อแถวใช้ทักษะฝ่าเท้าวายุเขาจึงชมเชยพร้อมกับใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดให้สำหรับคนที่ไม่สามารถผ่านจุดตีบตันที่เขาเคยชี้แนะไปได้
แม้เขาจะทำให้ทุกคนเป็นสุดยอดได้ก็ตาม การทำเช่นนี้จะทำให้นักศึกษาของเขาเสพติดจนไม่พัฒนาตนเอง ดังนั้นแล้วเขาจึงคอยชี้แนะให้ก่อนจะไล่ตามมาปรับแก้ไขในภายหลังหากพบว่ามันนานเกินไป
“ อาจารย์ครับ มีคนมา ”
เฉินห่าวหันมองไปด้านหลังพบว่ามีนักศึกษากลุ่มใหญ่เดินเข้ามาในสนาม ด้านหลังของพวกเขามีอาจารย์สวมสูทสีขาวเดินตาม ใบหน้ายิ้มแย้มราวกับต้องการพาเด็กๆในคลาสมาทักทายกัน
“ อาจารย์เหวิน ผมขอรบกวนเวลาสอนของคุณสักหน่อยนะครับ ”
“ ครับ ”
เฉินห่าวบอกให้นักศึกษาของเขาหยุดก่อนเพราะมีอาจารย์จากคลาสอื่นเข้ามา ซึ่งเขาสังเกตว่านักศึกษาที่มากับอาจารย์แปลกหน้าคนนี้ล้วนแล้วเป็นปี 1 ที่เดินออกไปในวันแรกโดยไม่คิดจะฟังเขาอธิบายสิ่งใดเลย
“ โอ๊ะขอโทษทีครับผมลืมแนะนำตัว ผมอาจารย์จื่อหานยินดีที่ได้รู้จักกันครับ ”
“ สวัสดีครับผมเหวินยินดีที่ได้รู้จักไม่ทราบว่าอาจารย์จื่อหานมีอะไรอย่างนั้นเหรอครับ ”
“ พอดีเด็กๆในคลาสของผมสงสัยว่าทักษะของพวกเขาพัฒนาขึ้นไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว ผมก็ตอบได้แค่ว่าให้ดูที่เครื่องวัดแต่บังเอิญว่าอาจารย์เหวินสอนทักษะเท้าพอดีผมก็เลยคิดว่าจะให้นักศึกษาของผมลองวิ่งแข่งกับนักศึกษาของอาจารย์เหวินดู ”
“ วิ่งแข่งเหรอครับ ”
เฉินห่าวมองดูนักศึกษาของเขา แต่ละคนแสดงใบหน้าโกรธอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่ว่าใบหน้านี้ไม่ได้โกรธที่ถูกท้าทายแต่กำลังโกรธเพราะอีกฝ่ายเข้ามาขวางจนทำให้เวลาในการสอนของอาจารย์เหวินลดน้อยลง
“ เด็กๆวิ่งกันก่อนไหม ”
“ อาจารย์ ผมยังไม่อยากวิ่งแข่ง ”
“ อ้าวทำไมล่ะ ”
“ ยังเรียนไม่เสร็จเลย ให้พวกเขาวิ่งไปกันก่อนเลยทักษะของเราฝึกยากกว่าจะให้วิ่งแข่งกับทักษะที่ฝึกง่ายๆมันเป็นไปไม่ได้หรอก อย่างน้อยก็ให้เราได้ฝึกมากกว่านี้หน่อย ”
เฉินห่าวเลิกคิ้วขึ้นสูงพยายามเก็บความดีใจเอาไว้ลึกๆหลังจากได้ยินประโยคที่เหมือนจะตบหน้าอีกฝ่ายเสียงดังปัง
คำว่าฝึกง่ายและฝึกยากที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่ทำให้อีกฝ่ายเริ่มโกรธเป็นอย่างมากเขาจึงต้องใช้สิทธิอาจารย์เข้าไปห้ามก่อน ยังไม่ถึงเวลาที่นักศึกษาของเขาจะแสดงฝีมือ ต่อให้เขาจะรู้ว่าวันนี้ยังไงลูกศิษย์ของเขาก็ชนะ แต่การเก็บเอาไว้ใช้ในวันสอบดูท่าจะตื่นเต้นกว่า
“ อาจารย์จื่อหาน ผมต้องขอโทษด้วยนะครับพอดีเด็กๆเห็นว่าเรียนยังไม่ถึงไหนเลย อาทิตย์นี้ก็พึ่งเป็นอาทิตย์ที่สองเองจึงยังโคจรมานาไม่ดีพอเดียวจะเกิดอุบัติเหตุเอาไว้ ยังไงช่วยเห็นใจพวกเขาหน่อยนะครับเพราะผมดันเลือกทักษะฝึกยากๆให้พวกเขาฝึกแทนที่จะเลือกทักษะง่ายๆ ”
เฉินห่าวได้ทีนำคำว่าฝึกยากและฝึกง่ายมาพูดซ้ำ แม้เขาไม่อยากจะมีปากเสียงกับเด็กแต่คำพูดเมื่อครู่นี้กระแทกเข้าไปที่อาจารย์จื่อหานอย่างจัง
“ ไว้คราวหน้านะครับ เด็กของผมยังไม่พร้อมเลย ”
“ เช่นนั้นเราคงต้องขอตัวก่อน ขอโทษที่รบกวนนะครับอาจารย์เหวิน ”
เฉินห่าวโบกมือลาอีกฝ่ายพลางมองไปยังเป่าเป้ยน้อยที่โบกมือลาพี่ชายที่เหมือนจะเข้ามาหาเรื่อง
“ อด ”
“ อดอะไรเหรอ ”
“ อดดูพี่พี่ใช้แสงวิบวิบ ”
“ เดี๋ยวก็ได้ดูแล้วครับ ”
เฉินห่าวลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูจากนั้นก็เริ่มชี้แนะทักษะให้นักศึกษาต่อจนกว่าจะหมดคาบ
“ หือ…ยอมเป็นด้วยเหรอ ไม่ธรรมดาแล้วสิ ”
ผู้อำนวยการหวังรุ่ยยิ้มด้วยท่าทางพอใจ วันนี้เขานึกว่าจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นจากการแข่งกันระหว่างนักศึกษาของอาจารย์จื่อหานและอาจารย์เหวิน
ผลที่ออกมากลับเกินคาดไปมากเพราะอาจารย์เหวินเลือกที่จะยอมอีกฝ่ายแทน นับเป็นทางเลือกที่เขาไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น นึกว่าวันนี้จะจบลงตรงที่เด็กของอาจารย์เหวินถูกล้อเลียนหรือไม่ก็เด็กของอาจารย์เหวินเอาชนะอีกฝ่ายอย่างขาดรอย
“ เหลืออีก 10 นาทีคาบเรียนก็จะหมดแล้ว ”
“ อาจารย์ทำไมหมดเร็วนักล่ะ อาจารย์โกงเวลาหรือเปล่าเนี่ย ”
เฉินห่าวยิ้มให้กับเหล่าเด็กๆ นอกจากจะชี้แนะทักษะฝ่าเท้าเมฆาที่เขาสอนแล้วยังชี้แนะเกี่ยวกับทักษะต่อสู้ที่ทุกคนฝึกฝน ดาบ ขวาน หน้าไม้ ธนู ทุกคนได้รับการชี้แนะทั้งหมดจนความสามารถในการต่อสู้เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 อาทิตย์ก่อนที่ได้เจอกัน
“ ไม่ได้โกงเลย ลองถามลูกสาวอาจารย์ดูสิถ้าเข็มสั้นชี้ขึ้นไปด้านบนหมายถึงอะไร ”
ทุกคนหันมองเป่าเป้ยน้อยด้วยความคาดหวัง หากเธอบอกเวลาผิดพวกเขาจะเออออตามไป
เด็กเล็กๆกลับบอกว่าพักเที่ยงทุกคนล้วนถอนหายใจไม่คิดว่าเด็กน้อยจะรู้เวลา
“ เอาล่ะไว้เจอกันอาทิตย์หน้า ส่วนใครที่เร่งรีบกลัวจะไม่ทันวันล่าให้ไปเจอที่ฟิตเนสได้ อาจารย์อยู่ที่นั่นตลอด ส่วนใครที่ปลุกพรสวรรค์ช่วงนี้ให้รีบๆหน่อยล่ะเพราะมันอาจจะไม่ทัน ”
“ ขอบคุณครับอาจารย์ ”
เฉินห่าวยิ้มลานักศึกษา เป่าเป้ยน้อยเห็นว่าได้เวลาพักเที่ยงแล้วจึงโบกมือลาพี่พี่ก่อนที่คุณพ่อจะพาเดินไปยังโรงอาหารเพื่อทานข้าวฟรีก่อนกลับ
ในระหว่างทางเขารู้สึกไม่ต่างจากตนเองเป็นคนแปลกหน้าเลยเพราะคนที่รู้จักเขามีเพียงนักศึกษาปี 1 เท่านั้น นักศึกษาปี 2 และนักศึกษาปีสูงกว่าไม่ได้เรียนกับเขา เฉินห่าวกลับไม่คิดมากเพราะสักวันหนึ่งคนเหล่านี้จะต้องเสพติดฟิตเนสของเขาจนรู้ว่าเขาเป็นใคร
“ นี่เธอ เมื่อเช้าฉันเดินผ่านตลาดเห็นเขาพูดบางอย่างเกี่ยวกับตระกูลเจียงด้วยล่ะ ”
หูของเฉินห่าวกระดิกเล็กน้อยหลังจากเขาได้ยินนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังคุยกันถึงตระกูลเจียง
เป่าเป้ยเห็นท่าทางของคุณพ่อจึงหันมองพี่สาวแล้วยกมือขึ้นครอบหูเพื่อขยายเสียงให้ชัดขึ้น เธออยากรู้ว่าพ่อกำลังแอบฟังอะไร
“ เห็นเขาว่าคุณหนูจินม่ายมีลูกด้วยนะ ”
“ หือ! ไปเอาข่าวมาจากไหน ”
“ ไม่รู้เห็นเขาพูดมาแบบนี้ ”
“ แล้วเธอไปมีลูกตอนไหน ”
“ ฉันก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆเห็นคนเขาเล่าว่าข่าวที่บอกว่าคุณหนูจินม่ายป่วยทางจิตที่แท้ทางตระกูลต้องการปิดข่าวนี้เอาไว้เพราะกลัวจะกระทบงานหมั้นกับทางตระกูลหาน ”
“ เรื่องใหญ่เลยนะหนิ เธอแน่ใจใช่ไหมถ้าหากเรื่องนี้ไม่จริงเธอจะซวยเอาได้นะ ”
“ ก็อย่าพูดดังสิ คืองี้แม่ค้าที่ฉันเดินผ่านแอบกระซิบด้วยว่าคุณหนูจินม่ายแอบไปมีอะไรกันกับคนไม่มีพื้นเพ พูดให้เข้าใจง่ายก็พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้า ทางตระกูลยอมรับไม่ได้ก็เลยคิดจะปิดข่าวนี้ ”
“ แล้วทางตระกูลหานว่ายังไง คุณหนูมีลูกแล้วพวกเขายังจะหมั้นอยู่ไหม ”
“ ฉันไม่รู้ ได้ยินมาเท่านี้จริงๆ ”
เฉินห่าวลูบคางตนเองเบาๆ ดูท่าเมืองลั่วหยางกำลังจะมีข่าวของคุณหนูจินม่ายกระจายออกไปทั่ว
อย่างไรก็ตามข่าวนี้ไม่ได้ต้องการทำลายชื่อเสียงคุณหนูจินม่ายตั้งแต่แรก มันกลับมุ่งเป้ามาที่เขาแทน
เฉินห่าวคิดว่าคนที่ปล่อยข่าวคงไม่ใช่ตระกูลเจียง พวกเขาออกข่าวเกี่ยวกับอาการป่วยจินม่ายแล้วสุดท้ายมีข่าวลือนี้กระจายออกมา เขาคิดว่าจะต้องเป็นคนอื่นที่ปล่อยข่าวนี้อย่างแน่นอนซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตระกูลหาน
เมื่อนึกย้อนไปถึงข้อเสนอทั้ง 4 ข้อที่จินม่ายมอบให้กับเหล่าผู้อาวุโสเขาถึงขั้นฉีกยิ้มกว้างแสดงท่าทางพอใจแทนที่จะแสดงความโกรธออกมาทั้งๆที่รู้ว่าตระกูลหานคิดจะใช้คนอื่นเล่นงานเขาแทน
“ ดีเหมือนกันจะได้คัดคนเข้าฟิตเนสด้วย ”