ตอนที่ 42 ขยายสาขา
อันที่จริงแล้วการเบิกจ่ายเงินพวกนี้ ยิ่งเป็นบริษัทต่างประเทศด้วยแล้ว ต้องใช้เวลาในการดำเนินการที่ค่อนข้างนาน อย่างเร็วที่สุดก็คือ 3-5 วัน แต่ทว่าทางด้านของพีท เมื่อยื่นขอทำเรื่องเบิกจ่ายไปกับทั้งสองบริษัท เพียงแค่ชั่วข้ามคืนเงินทั้งหมดที่เขาได้หลังจากหักภาษีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้ถูกโอนเข้ามายังบัญชีทางการเงินที่ได้ตกลงกันไว้ในทันที
พีทไม่ได้ใช้บัญชีทางการที่เป็นของธนาคารในประเทศไทย แต่กลับใช้บัญชีทางการเงินแบบดิจิตอลแทน ซึ่งบัญชีแบบดิจิตอลนี้ก็เป็นเหมือนธนาคารกลางของทั่วโลกและสามารถปิดบังตัวตนได้ส่วนหนึ่ง
แต่กระนั้นข้อเสียของมันก็ยังมีอยู่คือพีทต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกทอดหนึ่ง เพื่อที่จะโอนเงินจากบัญชีทางการเงินกลับเข้ามายังบัญชีทางการของเขาที่อยู่ในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมหลายต่อ พีทก็เลือกที่จะทำตามคำแนะนำของน้าผีและสตีเฟ่น จ๊อบส์ที่ให้เลือกปิดบังตัวตน RayZen เอาไว้ก่อน
และทันทีที่ได้เงินมา พีทก็ได้ทำการจัดซื้อเซอร์เวอร์จำนวน 5 เครื่องให้กับน้าผีตามความต้องการในทันที อีกทั้งยังได้นำเครื่องเซอร์เวอร์ที่ซื้อมานี้ ไปติดตั้งที่ Data Center ของบริษัทในประเทศไทยที่ให้บริการเพื่อที่กระจายข้อมูลให้กับผู้ใช้งาน
โดยเครื่องเซอร์เวอร์ทั้งหมด เป็นน้าผีและสตีเฟ่น จ๊อบส์ที่เป็นคนวางระบบทั้งหมด รวมไปถึงติดตั้งการรักษาความปลอดภัยให้กับเซอร์เวอร์ทั้งหมดนี้อีกด้วย
ทั้งนี้พีทเองก็ได้เฝ้าดูวิธีการทำงานของน้าผีและสตีเฟ่น จ๊อบส์อยู่ตลอด เขาได้เรียนรู้วิธีการติดตั้งระบบต่างๆ ของเครื่องเซอร์เวอร์ โดยมีน้าผีคอยช่วยสอนอย่างละเอียด จนพีทสามารถที่จะทำมันเองได้และมีประสบการณ์มากพอที่จะทำด้วยตัวเอง
ในช่วง 1-2 วันนี้ พีทนั้นยุ่งกับการติดตั้งเครื่องเซอร์เวอร์เป็นอย่างมาก จนแทบไม่ได้ทำอะไรเลย ก่อนที่ในวันต่อมา เขาจะได้นัด ฝ้ายและแชมป์ ไปยังห้างสรรพสินค้าในตัวจังหวัดธาราบุรี เพื่อที่จะเซอร์ไพรส์ทั้งสองคน
“พีท มีอะไรหรือเปล่า ถึงได้ให้พวกเรามาเจอกันที่นี่?” ฝ้ายถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“พีทคงอยากให้พวกเรามาดูความสำเร็จที่ร้านของพวกเราทำไว้ล่ะมั้ง ฝ้ายดูร้าน QFC สิ…มันแทบไม่มีลูกค้าเลย ฮ่าฮ่า สะใจชะมัด” แชมป์ยังคงมีความแค้นกับดิวตี้ ที่เป็นรองผู้จัดการร้าน QFC อยู่มาก ในทันทีที่แชมป์มาเดินห้างทีไร ก็มักจะแวะมาดูสภาพของร้าน QFC อยู่เสมอๆ
และพอได้มาเห็นว่า ตอนนี้ร้าน QFC ดูเหมือนจะขายได้ไม่ดี แชมป์ก็คิดเข้าข้างตัวเองเอาไว้ก่อน ว่าทั้งหมดเป็นเพราะร้านไก่ทอดของพวกเขา ที่มาแย่งลูกค้าจากอีกฝ่ายไป
ซึ่งทั้งหมดที่แชมป์คิดเข้าข้างตัวเอง มันก็ถูกต้อง…ร้านไก่ทอด Chicky CPF ของพวกเขาทั้งสามคน ได้เข้ามาแย่งส่วนแบ่งลูกค้าไปจากร้าน QFC จริงๆ โดยมีพีทจับตาดูอยู่ไม่ห่างจากภารกิจของเขาที่ในตอนนี้มันได้สำเร็จไปเกือบครึ่งทางแล้ว
“เพ้อเจ้อจริงๆ ร้านของเรานะเหรอจะเป็นคู่แข่งกับร้าน QFC ไปบอกใครเอาตอนนี้ คงได้หัวเราะเยาะพวกเรานะสิ” ฝ้ายยังคงถ่อมตัว เธอเชื่อว่าร้านของเธอเป็นแค่ร้านเล็กๆ เท่านั้น กล้าไปเทียบกับร้าน QFC ที่มีสาขาไปทั่วทั้งโลก ถือเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม
“แล้วทำไมพวกเราจะแข่งกับพวกเขาไม่ได้ล่ะ? ไก่ของเราก็มีรสชาติที่สู้กับพวกเขาได้ เรื่องนี้พวกนายก็เป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอ เอาแบบนี้ไหม วันนี้พวกเรามาแข่งกับพวกเขากัน เป้าหมายแรกของพวกเราคือเอาชนะพวกเขาในจังหวัดธาราบุรีนี้ให้ได้เสียก่อน ส่วนเป้าหมายต่อไป ร้านของเราจะรุกคืบเข้ากรุงเทพและพิชิตพวกเขาในประเทศไทยให้ได้ทั้งหมด” เป้าหมายที่พีทตั้งใจเอาไว้ ถึงกับทำเอาเพื่อนทั้งสองพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้แชมป์อาจจะพูดไปเล่นๆ เอาสนุก หวังเอาชนะความกลัวที่มีต่อร้าน QFC ในใจเท่านั้น ส่วนฝ้ายเองก็มองในหลักความเป็นจริง…กลับกันพีทดันเอาจริง
น้ำเสียงของเขาดูมุ่งมั่น แววตาของเขาไม่มีสั่นคลอนเลยสักนิดเมื่อมองไปที่ร้าน QFC ที่อยู่ตรงหน้า แชมป์และฝ้ายพอได้เห็นความตั้งใจจริงของพีท จึงอดไม่ได้ที่จะขนลุก ตั้งชัน เมื่อเห็นถึงความเอาจริงของพีท
ซึ่งในจังหวะนั้น มันก็ได้ประจวบเหมาะพอดิบพอดี “สวัสดีค่ะ ใช่คุณพีทที่ได้ติดต่อเข้ามาขอดูพื้นที่ในห้างใช่ไหมคะ?” พนักงานหญิงที่แต่งกายด้วยชุดทางการสีดำ คล้ายชุดสูทของผู้หญิง บริเวณอกของเธอกลัดด้วยป้ายโลโก้ของทางห้างสรรพสินค้าและป้ายชื่อสีทองเพื่อบ่งบอกถึงสถานะของตัวเอง ที่เป็นพนักงานฝ่ายขายของห้าง
เธอเดินเข้ามาหากลุ่มของพีทตามจุดที่ได้นัดแนะกันเอาไว้ทางโทรศัพท์ในก่อนหน้านี้
ท่าทางของเธอดูเป็นมืออาชีพมาก จนแชมป์และฝ้าย ต่างรู้สึกเกร็งไปหมด ที่จู่ๆ พนักงานฝ่ายขายกำลังเข้ามาต้อนรับพวกเขาแบบนี้
“ใช่ครับ ผมพีทครับ” พีทไม่มีท่าทางประหม่าเลย เขาได้ซึมซับบุคลิกภาพนี้มาจาก สตีเฟ่น จ๊อบส์ที่มักจะมีโอกาสได้พบนักธุรกิจชั้นนำมาจนชินแล้วในช่วงชีวิตที่ผ่านมาจากโลกก่อนโดยไม่รู้ตัว
“ผมสนใจที่จะขอเช่าพื้นที่ของทางห้าง เพื่อทำการเปิดร้านขายอาหารครับ ไม่ทราบว่าคุณ นารา มีพื้นที่ไหนจะแนะนำไหมครับ?” พีทได้ยื่นมือออกไปตามมารยาททางธุรกิจ ก่อนที่ตัวของพนักงานฝ่ายขายที่ชื่อว่า ‘นารา’ จะผายมือกลับมาเพื่อเชิญพีท แชมป์และฝ้ายนั่ง
“ถ้าเป็นธุรกิจอาหารทางห้างของเราขอเสนอพื้นที่ ชั้น 1 ค่ะ พื้นที่ชั้นหนึ่งนี้แม้ค่าเช่าจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับชั้นอื่นๆ แต่ทางห้างของเรามั่นใจว่า พื้นที่ตรงชั้น 1 นั้นเหมาะสมที่จะทำเป็นร้านอาหารมากที่สุด เนื่องจากลูกค้ามักจะแวะเวียนและเข้าออกที่ชั้น 1 มากที่สุดในบรรดาทุกชั้น” คุณนาราพูด พลางเปิดแฟ้มที่เธอนำติดตัวมาด้วย เพื่ออธิบายถึงแปลนของห้างที่ว่างอยู่ให้กับทั้งสามคนได้ตัดสินใจ
“ชั้น 1 น่าสนใจมากครับ” พีทเองก็เห็นด้วย เขาเองก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะขอเช่าพื้นที่ชั้น 1 เพื่อที่จะเปิดร้าน หวังที่จะชนกับร้าน QFC โดยตรง
ยิ่งทำเลที่คุณ นาราเสนอมาให้ก็ถือเป็นทำเลที่อยู่ไม่ห่างจากร้าน QFC และ ร้าน Mcburger มากนัก เท่ากับว่าถ้าร้านไก่ทอดของพีทไปอยู่ตรงจุดนั้น มันก็คือการตั้งประจันชนกับร้าน ทั้งสองเลยก็ว่าได้และในกรณีนี้ ถ้าไม่เจ๋งก็เจ๊งไปเลย
“ถ้าคุณพีทสนใจพื้นที่ตรงนี้ ทางห้างของเรามีข้อเสนอพิเศษให้กับคุณพีทค่ะ โดยทางเราจะลดค่าเช่าที่ให้เหลือเพียง 120,000/เดือน จากเดิมจะอยู่ที่ 140,000ค่ะ” คุณนาราเสนอ โดยสีหน้าของเธอแม้จะดูเหมือนเป็นคนที่มีความมั่นใจ แต่ก็แอบหวั่นๆ อยู่ไม่น้อยกับข้อเสนอนี้ที่ยื่นให้กับพีท
แน่นอนเธอที่เป็นพนักงานฝ่ายขายของห้างนี้ย่อมรู้ ถึงความน่ากลัวของพื้นที่ชั้น 1 ตรงนี้เป็นอย่างดี เพราะมันเป็นเหมือนพื้นที่สงครามขนาดย่อมๆ ของห้างเลยก็ว่าได้ มีร้านอาหารจำนวนมากที่เคยมาเช่าพื้นที่ตรงนี้อยู่หลายร้าน แต่จุดจบของทุกร้านล้วนไม่สภาพที่ไม่ต่างกัน คืออยู่ได้ไม่ถึง 1-2 ปี ก็พากันหนีไปหมด และที่น่าเศร้าที่สุดบางร้านขอยกเลิกสัญญาตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่เปิดร้านก็เคยมีมาแล้ว
ร้าน QFC ร้าน McBurger ร้านพิซซ่าและร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมและน้ำดื่ม พื้นที่ชั้น 1 ล้วนเต็มไปด้วยกองทัพอันแข็งแกร่งที่พร้อมจะมาบดขยี้ร้านอาหารอื่นๆ ที่มาเปิดใหม่กันทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่พื้นที่ชั้น 1 ตรงนี้จะได้ชื่อว่ากระทะทองแดง
แต่ถึงอย่างนั้น แม้คุณนาราจะรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เปรียบเสมือนกระทะทองแดง ที่ร้านอื่นๆ พากันหนี แต่เธอที่เป็นเพียงพนักงานฝ่ายขายก็ไม่อาจที่จะขัดคำสั่งของหัวหน้าเธอได้ ที่ได้ออกคำสั่งให้พนักงานฝ่ายขายของห้างทุกคน ช่วยกันขายพื้นที่ตรงนี้ให้กับลูกค้าที่จะมาเปิดร้านอาหารเป็นตัวเลือกแรก
พื้นที่ที่จะได้คือพื้นที่ขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ หากเป็นราคาตามห้างปกติในเขตปริมณฑล พื้นที่ตรงนี้จะปล่อยเช่าไม่ต่ำกว่า 140,000-170,000/ต่อเดือน หากแต่ข้อเสนอที่ทางห้างมอบให้เป็นกรณีพิเศษที่ลดเหลือเพียง 120,000บาท/เดือน
มีหรือที่เหล่าผู้ประกอบการหน้าใหม่จะไม่สนใจ ด้วยจำนวนลูกค้าที่พลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา พวกเขาย่อมคาดหวังว่าร้านของตัวเองจะต้องประสบความสำเร็จ
แต่ความจริงไม่ได้สวยหรูแบบนั้น พื้นที่ตรงนี้มีร้านยักษ์ใหญ่จับจองพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว พอพวกเขาเห็นร้านเปิดใหม่ปรากฏตัวขึ้นและพอจะมีศักยภาพ พวกเขาจะเริ่มรับน้องใหม่ด้วยการอัดโปรโมชั่นลงไป เพื่อที่จะดึงลูกค้า
และถ้าหากว่าโปรโมชั่น ยังฆ่าร้านที่เปิดใหม่นี้ไม่ได้ ร้านยักษ์ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็จะเริ่มแผนการขั้นต่อไป คือการออกเมนูอาหารที่มีความคล้ายคลึงกันออกมาสู้และตบท้ายด้วยราคาที่ถูกกว่าร้านใหม่แบบเท่าตัว เพื่อเป็นการปิดเกม
นี้คือความน่ากลัวของวงการธุรกิจ วงการนี้ไม่มีคำว่าสุภาพบุรุษ…มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่อยู่รอดและผู้ชนะนี้ มีเพียงแค่ฉันหรือคุณเท่านั้น!
“คุณพีทคะ? ขอถามได้ไหมคะ ว่าร้านอาหารของคุณพีทขายอาหารอะไร” นารา พยายามสำรวจลักษณะและสีหน้าของพีทอยู่ตลอด เพื่อที่จะประเมินความต้องการของพีทได้ถูก นี้คือคุณสมบัติเบื้องต้นที่นักขายส่วนใหญ่ต้องมีสิ่งนี้ติดตัว หากอยากจะเป็นนักขายมืออาชีพ
แต่ทว่า เธอนั้นกลับประเมินสีหน้าของพีทไม่ออกเลย บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนพีทจะยอมรับข้อเสนอของเธอ แต่ในบางครั้งเธอก็รู้สึกว่าพีทนั้นไม่สนใจกับข้อเสนอของเธอเลยเหมือนกัน
เธอสับสนมาก เดาใจ ไม่ออกเลย แม้จะยื่นเสนอราคาที่ล่อใจให้กับพีทแล้วก็ตาม
“พวกเราเปิดร้านขายไก่ทอดครับ ชื่อร้านว่า Chicky CPF” พีทตอบพลางก้มลงมองดูแปลนร้านต่อไป
“ร้านไก่ทอด CPF ที่เคยออกรายการ WeAreOne ใช่ไหมคะ? ฉันได้ดูรายการนั้นมาแล้ว ไก่นั้นดูน่ากินมาก ฉันทรมานเกือบตายเลยเมื่อต้องดูรายการตอนกลางคืน” นาราเคยดูรายการ WeAreOne เมื่อไม่นานมานี้และเธอก็จดจำถึงชื่อร้านไก่ทอด CPF ได้
พอได้ยินแบบนั้น เธอก็พลันนึกออกว่าพีทและฝ้าย เคยออกรายการดังกล่าวจริงๆ ด้วยเหตุนี้เธอจึงรู้สึกแปลกๆ ในใจ เมื่อเห็นว่าพีทกำลังจะเดินเข้าสู่กับดักที่อันตราย
“คุณพีทคะ ถ้าไม่ชอบพื้นที่ตรงชั้น 1 ทางเรามีพื้นที่ตรงชั้น 4 ที่น่าสนใจให้กับคุณพีทพิจารณาดีกว่าไหมคะ ชั้น 4 นี้ติดกับฟู้ดคอร์ตของห้างเรา ร้านไก่ทอดที่เป็นของกินเล่นของคุณพีทน่าจะเหมาะกับชั้นนี้เหมือนกันนะคะ” นาราไม่อยากเห็นร้านของพีทต้องมีจุดจบเพราะเธอ ดังนั้นเลยเสนอพื้นที่ชั้น 4 ที่มีการแข่งขันไม่สูงและมีลูกค้าเดินผ่านไปผ่านมาเป็นรองแค่ชั้นแรกให้กับพีทไปพิจารณาแทน
“ใกล้ๆ กับฟู้ดคอร์ต ดีเลยค่ะ” ฝ้ายและแชมป์ก็ต่างพยักหน้าให้กับข้อเสนอนี้และราคาค่าเช่าก็ถือว่าไม่แตกต่างจากพื้นที่ชั้นแรกเท่าไรนักอีกด้วย เพียง 110,000บาท/เดือน เท่านั้น
ฝ้ายและแชมป์ได้ดันแปลนร้านที่อยู่ในชั้น 4 ให้กับพีท หวังให้พีทหันมาสนใจและกลับไปพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อที่จะวางแผนและเก็บเงินให้ได้ตามเป้า
แต่ทว่า “ไม่ครับ ผมสนใจพื้นที่ชั้น 1 นี้มากกว่า…แต่มีบางอย่างที่ต้องต่อรองกับคุณนาราสักเล็กน้อย ไม่ทราบว่าคุณนารา พอจะให้คำตอบผมได้หรือไม่” พีทเงยหน้าขึ้น ด้วยสีหน้าที่หนักแน่น ประหนึ่งเขาได้ตกผลึกกับความตั้งใจของตัวเองแล้ว
“ต่อรอง? หากมีข้อเสนอที่ทางห้างสามารถมอบให้ได้ ทางเราก็พร้อมพิจารณาค่ะ” นารา เธอทักงานเป็นพนักงานฝ่ายขายให้กับห้างมา 5 ปีแล้ว แม้ตอนนี้เธอจะอายุเพียง 28 ปี แต่ก็พอที่จะลูกล่อลูกชนอยู่พอตัว
เธอไม่พูดหรือตอบตกลงในทันทีว่าเธอสามารถให้ได้ เธอจะแบ่งรับแบ่งสู้ให้มีช่องในการเจรจา แม้จะเห็นใจกับร้านของพีท จนเธอเลือกเสนอพื้นที่ในชั้นที่ 4 ให้แทน แต่ในเมื่อพีทยังคงยืนกรานว่าจะเอาชั้นที่ 1 เธอก็ได้แต่ทำตามหน้าที่ของเธอต่อไป
“พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ดีมากอย่างที่คุณนาราบอกไว้จริงๆ แต่น่าแปลกนะครับเท่าที่ผมรู้มา ไม่เคยมีร้านไหนเลยที่อยู่ได้นานเกิน 1-2 ปี ผมคงไม่จำเป็นต้องพูดสาเหตุใช่ไหมครับว่าเพราะอะไร เพราะคุณนารา น่าจะรู้ดีกว่าผม…ดังนั้นถ้าผมขอลดค่าเช่าที่ 100,000 บาท/เดือน แลกกับเซ็นสัญญาขั้นต่ำ 3 ปี หากมีการยกเลิกสัญญาโดยทางผมเองในระยะสามปี ทางห้างสามารถยึดเงินมัดจำของผมได้เลยครับ” พีทได้ยื่นข้อเสนอที่เขาต้องการกลับไป
ทางด้านของคุณนารา ก็รู้สึกอึ้งไปไม่น้อยเหมือนกันที่พีท ดูจะรับมือได้ยากเกินวัย ที่เธอว่าเขาเป็นเพียงแค่นักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบเท่านั้น
อีกทั้งที่ดูจะเป็นปัญหามากที่สุด คือพีทดันรู้ถึงความเป็นมาของพื้นที่ตรงนี้ที่เธอเสนอให้อีกด้วย ว่าทุกร้านที่เคยมาเปิดยังตำแหน่งนี้ล้วนจบไม่สวยด้วยกันทั้งนั้น
“เรื่องนี้มันเกินกว่าความสามารถที่ฉันจะตัดสินใจได้ ยังไงรบกวนคุณพีทช่วยรอสักครู่ ฉันจะรีบติดต่อกับหัวหน้าที่มีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่าดิฉันนะคะ” นาราได้ลุกออกไปโทรศัพท์กับหัวหน้าของเธอในทันที
เธอหายไปราวๆ 5 นาที ก่อนที่ในที่สุดจะเดินกลับมายังโต๊ะของพีทตามเดิม “หัวหน้าของดิฉันตกลงกับข้อเสนอของทางคุณพีท แต่มีข้อแม้อีกหนึ่งข้อแนบมาด้วย คือทางคุณพีทต้องวางมัดจำกับทางเราอย่างน้อย 1 ปี หากคุณพีทตกลงก็เซ็นสัญญากับทางเราได้เลยค่ะ” นาราได้ยื่นเอกสารออกมา ซึ่งภายในนั้นคือสัญญาเช่าพื้นที่ให้กับพีทได้รับไปพิจารณา ที่มีข้อตกลงเหมือนกับร้านอื่นๆ เขียนเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
พีทไล่อ่านเนื้อหาในสัญญาอย่างละเอียด ก่อนที่เขาจะลงนามในชื่อเขาเป็นอันเสร็จสิ้น โดยที่ฝ้ายกับแชมป์ ได้แต่อึ้ง!
จบแล้วเหรอ? นี้พวกเขาเช่าพื้นที่สำหรับเปิดร้านในห้างสรรพสินค้ากันแล้วเหรอ? เร็วแบบนี้เลย?
แชมป์กับฝ้ายต่างมองหน้ากัน “. . .” ในตอนนี้พวกเขาไม่รู้จะทำตัวยังไงแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วเกินไป เร็วเสียจนพวกเขาตั้งตัวกันไม่ทัน…ว่าพวกเขาควรจะดีใจกันเช่นไรดี!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
รู้ว่าแอบรอกันอยู่...วันนี้ยังมีอีกตอน แถมให้นะครับ ลงตอน 2 ทุ่มครับ
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy