ทั้งสองเดินไปยังตรอกถนนของมณฑลเพื่อข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่งเข้าพักที่โรงแรมขนาดกลางไม่ใหญ่มากแต่สะอาดมากทีเดียวเล่อเยียนนั่งรอสามีที่เก้าอี้สำหรับลูกค้า หยางหมิงเข้าไปจัดการเรื่องห้องพักเมื่อได้ห้องพักแล้วเขาก็รับกุญแจจากพนักงานดูแลพร้อมทั้งมีคนพาไปยังห้องพักอีกด้วย
เขาเลือกพักชั้นสองเพื่อที่เล่อเยียนจะได้ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดเหนื่อยจนเกินไปอีกอย่างพักแค่คืนเดียวพรุ่งนี้เช้าต้องออกเดินทางให้ทันรถไฟเที่ยวแรกเพื่อที่จะไปยังอีกมณฑลได้ทันละไม่ค่ำมืดจนเกินไป
" ทำไมไม่พักชั้นสูงกว่านี้หน่อยละคะ ชั้นนี้มองไม่เห็นบรรยากาศของเมืองเลย" เมื่อไปถึงยังห้องพักยังไม่ทันที่จะเปิดเข้าไปในห้องเธอก็บ่นเขาซะแล้ว
" ชั้นนี้พอแล้วครับนั่งรถไฟมาทั้งวันคุณไม่ควรเดินเยอะจนเกินไป "เขายังจำข้อห้ามที่หมอบอกได้ดีเพราะตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องอ่อนๆอยู่ไม่ควรมีอะไรมากระทบกระเทือนมากจนเกินไป
" ฉันนอนมาทั้งวันแล้วค่ะ อยากเดินบ้างเดี๋ยวจะเป็นง่อยไปซะก่อน "เธออดที่จะแซะเขาไม่ได้ทำยังกะว่าเธออ่อนแอขนาดนั้น
" คุณอยากแช่เท้ามั้ยครับ " หยางหมิงเปลี่ยนเรื่องคุย
" ไม่ดีกว่าค่ะมันไม่มีน้ำอุ่นฉันไม่ชอบแช่น้ำเย็น"เธอชอบแช่เท้าในน้ำอุ่นมากกว่าสบายกว่าเยอะ
" ผมจะจำไว้ครับ " หยางหมิงพยักหน้า เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลยจริงๆนั่นแหละนอกจากรู้ว่าเธอค่อนข้างเรื่องมาก แค่ก ... เอาใจยากอะไรที่เธอไม่ชอบเขาจะจำไว้แล้วกัน
" แล้วคุณชอบทานอะไรครับผมจะได้ลงไปซื้อมาให้"เธอยังไม่ได้ทานมื้อเย็นเลยนี่ก็ถึงเวลาพอดี
" ไปด้วยได้มั้ยคะฉันอยากจะไปเดินดูเมืองนี้สักหน่อย "ถึงแม้ว่าเธอจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่ก็เพียงแค่รู้สึกปวดคอที่เอนซบเขาเท่านั้นไหนๆ ก็หลุดมาอยู่ในยุคสมัยนี้แล้วขอดูความเป็นมาของคนสมัยนี้หน่อยเถอะเพื่อจะเจออะไรดีๆ
" แน่ใจนะครับว่าไหว จะงอแงขอกลับกลางทางไม่ได้นะ "หยางหมิงรู้สึกว่าจะตามใจเธอมากเกินไปหรือเปล่าเป็นผู้หญิงไม่ควรเดินมืดค่ำขนาดนี้นะแต่ชั่งเถอะยังไงก็มีเขาอยู่
" ไหวค่ะ ไปเถอะค่ะฉันเริ่มหิวแล้ว" ตอนแรกเธอกะว่าจะอาบน้ำล้างตัวสักหน่อยแต่ถ้าจะลงไปเดินหาอะไรกินแล้วก็ค่อยกลับมาอาบทีเดียวเลยละกัน
" นี่ให้คุณเก็บไว้"เขาลืมไปว่าเธอให้เงินกับพี่ชายไปแล้วเธอน่าจะไม่มีเงินเหลือติดตัวเดิมทีตั้งใจว่าถึงปักกิ่งค่อยให้เธอเป็นคนเก็บเงินเพราะเดินทางไกลให้เธอพกเงินเยอะๆคงจะไม่ปลอดภัยเท่าไหร่
" ขอบคุณค่ะ"เล่อเยียนไม่ปฏิเสธในเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วจะเล่นตัวไปทำไมมีคนมาประเคนเงินให้ถึงมือใครบ้างจะไม่ชอบว่าแต่เท่าไหร่ละเนี่ยนับตอนนี้จะน่าเกลียดไปมั้ยนะ
" เอาไว้ถึงปักกิ่งผมจะให้คุณเป็นคนจัดการทุกอย่างตอนนี้ผมไม่ได้พกเงินมามากเท่าไหร่น่ะ"เขาสังเกตเห็นว่าเธอขมวดคิ้วสงสัยคิดว่าคงน่าจะไม่พอใจที่เงินมีเพียง 60 หยวนเท่านั้น
" เอาตามที่คุณว่าละกันค่ะ จะไปกันได้รึยังคะ"เล่อเยียนยักไหล่ไม่คิดมากค่อยกลับไปสะสางที่นู่นทีเดียวเลยละกัน
เมื่อลงมาถึงชั้นล่างของโรงแรมพนักงานแนะนำร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของมณฑลนี้ให้ทั้งสองไปลองชิมแต่เดินมาได้สักพักเธอสังเกตเห็นยายแก่คนหนึ่งทำลับๆ ล่อๆคล้ายจะทักก็ไม่ทักพอเธอเห็นหยางหมิงก็รีบหันหลังเดินหลบมุมทันทีเล่อเยียนชะงักหยุดดูท่าทีของยาย
" มีอะไรหรือเปล่าครับ " หยางหมิงที่ไม่ได้ยินเสียงเท้าของภรรยาเขาก็หยุดเดินพร้อมกับหันหน้าไปถาม
" เปล่าค่ะเดินต่อเถอะ" อะไรของเขานะเมื่อกี้เห็นชัดๆเลยว่ายายคนนั้นกำลังจะเดินมาทางเธอนี่นาเป็นเพราะหน้าตานิ่งนี่แหละที่แผ่รังสีความเป็นทหารออกมาจนเด่นชัดขนาดนี้เดินหลังตรงหน้านิ่งอกผายไหล่ผึ่งซะขนาดนั้นคนธรรมดาที่ไหนเขาจะเดินกัน
เมื่อถึงร้านอาหารเจ้าของร้านรับรู้ได้ถึงความไม่ธรรมดาของสองสามีภรรยาเพราะดูจากกิริยาท่าทางการเดินที่ไม่ได้สนใจมองรอบตัวเท่าไหร่แต่เดินตรงมายังโต๊ะที่พนักงานจัดหาไว้ให้สายตาไม่ล่อกแล่กดูมีภูมิฐาน เขาจึงเข้าไปต้อนรับด้วยตัวเอง
" สวัสดีครับคุณผู้ชาย คุณนายไม่ทราบว่าเคยมาทานเราหรือครับผมขออนุญาตแนะนำเมนูเด่นของร้านให้นะครับ "หยางหมิงพยักหน้าเพราะเขาก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าควรจะสั่งอะไรดีเขาเป็นคนไม่เรื่องมากมีอะไรก็กินลำบากจนชินแล้วติดก็ตรงที่แม่ของลูกเขาเนี่ยแหละหล่อนจะกินอะไรได้บ้างหรือเปล่า
" งั้นรบกวนเถ้าแก่จัดอาหารมาให้สัก 2-3 อย่างเถอะค่ะฉันกับเอ่อ..สามีเพิ่งเคยมาครั้งแรกนะคะ"เล่อเยียนกระดากปากที่จะพูดว่าเขาเป็นสามีแต่ถ้าไม่แนะนำแบบนั้นเธอก็จะดูเป็นผู้หญิงเจนจัดขึ้นมาทีเดียวเชียวล่ะที่ออกมาทานข้าวกับผู้ชายค่ำมืดเพราะไม่ค่อยมีใครเขาทำกัน
" อ้อยินดีครับถ้างั้นรบกวนลูกค้ารอสักครู่ "เถ้าแก่ยิ้มดีใจจัดอาหารขึ้นชื่อของร้านมาให้ทั้งสองคน 3 อย่างตามด้วยของหวานล้างปากแต่เล่อเยียนสั่งเป็นถั่วเขียวต้มน้ำตาลเหมือนเดิมวันนี้เธอยังไม่ได้กินมันเลยนี่นา
เมื่อทานอาหารเสร็จเล่อเยียนแทบจะกระอักเลือดกับค่าอาหารที่แสนแพงนี้กับข้าว 3 อย่าง ถั่วเขียวต้มน้ำตาล 1 ถ้วยราคา 5 หยวนเชียวหรือขายอย่างนี้ไม่รวยให้มันรู้ไปสิ เล่อเยียนหมดอารมณ์ที่จะเดินชมเมืองจึงชวนหยางหมิงกลับที่พัก
" คุณจะอาบน้ำก่อนไหมครับ "หยางหมิงเอ่ยถามเมื่อพวกเขากลับเข้ามาถึงห้องพักก่อนออกจากห้องยังดีๆอยู่เลยกลับเข้าห้องหน้าบูดอีกแล้ว
" คุณอาบก่อนเถอะค่ะฉันอาบน้ำนาน"เล่อเยียนไม่ชอบให้ใครมารอเธอเพื่อกดดันเพราะฉะนั้นแล้วที่ค่ายเธอจึงเป็นคนอาบน้ำคนสุดท้ายเสมอ
" ก็ได้ครับ" หยางหมิงคว้ากระเป๋าของเขาแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ
" รอเดี๋ยวค่ะ " เล่อเยียนรีบทำทีเป็นเปิดกระเป๋าแต่จริงๆแล้วเธอแอบหยิบสบู่ ยาสีฟัน กับแปรงสีฟันออกมาจากในมิติให้กับเขาแทน
" นี่ค่ะ" เล่อเยียนยื่นของพวกนั้นให้กับเขา
" ผมไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอกครับคุณเก็บไว้ใช้เองเถอะ"หยางหมิงส่ายหน้าปฏิเสธ
" ฉันมีของฉันอยู่แล้ว ส่วนพวกนี้ให้คุณแล้วก็ต่อไปนี้คุณต้องใช้มันทุกวันเพราะฉันไม่ชอบคนสกปรก"เล่อเยียนร่ายยาวออกไป
" อืม"หยางหมิงพยักหน้าเข้าใจพร้อมทั้งหยิบของใช้ในมือออกมาแม้เขาจะสงสัยว่าเราได้ของพวกนี้มาจากไหนแต่คิดว่าถามไปก็คงไม่ได้คำตอบอยู่ดีเลยนิ่งไว้ดีกว่า
รอสักพักหยางหมิงก็ออกมาในชุดที่พันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวไว้ที่เอวโชว์ซิกแพคชวนให้เลือดกำเดาไหล หยาดน้ำเกาะตามตัว ตามไลน์หน้าท้องทำไมถึงยั่วกันได้ขนาดนี้ เดิมทีเขาคงเป็นคนที่ขาวมากแน่ๆเพราะผิวข้างในนอกจากแขนแล้วทุกส่วนในร่างกายเขานั้นขาวมากโอ๊ยไม่ไหวแล้วเธอแพ้อะไรแบบนี้มาก
" ทำไมคุณไม่ใส่เสื้อผ้าละคะ " เล่อเยียนถามออกไปแต่ตาเธอกลับมองทางอื่น หน้าเธอคงแดงเป็นมะเขือเทศแน่ๆ
" ผมลืมหยิบเข้าไปด้วยน่ะ"ทันทีที่เขาหยิบของใช้จากเธอเขาก็ลืมหยิบกระเป๋าเข้าไปด้วยโชคดีที่ในห้องน้ำมีผ้าเช็ดตัวของทางโรงแรมเตรียมไว้ให้
" ดึกป่านนี้ยังจะสระผมอีกหรือคะ"เชื่อเขาเลยแต่จะว่าไปเขาก็ไม่มีผมนี่นา
"คุณบอกไม่ชอบคนสกปรก"ผู้หญิงเป็นเพศที่เข้าใจยากที่สุดแล้วในโลกนี้โดยเฉพาะผู้หญิงตรงหน้าเขาเวลาเธอเขินก็น่ารักดีเหมือนกันนะ ดูไม่มีพิษภัยดี
" ใช่ค่ะ ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ"ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นจากเตียงไมาลืมหยิบกระเป๋าของตัวเองแล้วเข้าห้องน้ำไปให้ตายเถอะนี่เขาจงใจอ่อยเธอชัดๆ ไม่นะไม่ ต้องไม่หวั่นไหวกะอีแค่ซิกแพคแน่นๆกล้ามโตๆ หน้าอกแน่นๆ หัวชมพู งือออออ หยุด หยุดเล่อเยียนส่ายหัวให้กับความคิดลามกนี้
เธอใช้เวลาในห้องน้ำนานพอสมควรเพราะกว่าที่เธอจะทาครีมบำรุงผิวหน้า ผิวตัวยิ่งตรงหน้าท้องยิ่งต้องบำรุงนานเป็นพิเศษเธอไม่มีทางทำร้ายตัวเองเด็ดขาดจะต้องคงสภาพผิวพรรณลูกรักของสวรรค์นี้ให้ได้นานที่สุด
เมื่อออกจากห้องน้ำก็พบว่าหยางหมิงนั้นนั่งหลับพิงพนักของเตียงนอนรอเธอเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วเธอลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยว่าจะต้องนอนเตียงเดียวกับเขาทำยังไงแต่มาคิดดูอีกทีเขาคงไม่ข่มขืนคนท้องหรอกมั้งจะว่าไปการที่เธอท้องก็มีข้อดีเหมือนกันนะเพราะเธอจะได้เลิกกังวลเรื่องนั่นไปอีก 9 เดือนหลังจากนั้นค่อยคิดหาวิธีอีกทีละกัน
" ทำไมยังไม่นอนละคะ" เธอรู้อยู่แล้วล่ะว่าเขารอเธอนานจนเผลอหลับไปแต่ใครจะยอมรับความผิดนี้กันล่ะ
" ผมรอคุณน่ะ " จากนั้นเขาก็เดินไปดับตะเกียงเหลือเพียงไฟตรงหัวเตียงเท่านั้นเขากังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับชุดนอนที่เธอใส่เพราะคิดว่าเธอจะใส่ชุดนอนบางๆที่เขาเคยเห็นครั้งก่อนจะทำตัวยังไงดีไม่ให้เธอตื่นตัวแต่แล้วก็แอบเสียดายที่เธอใส่ชุดธรรมดาไม่ใช่ชุดนอนชุดนั้น
" นอนเถอะค่ะ คุณช่วยนอนห่างๆ ฉันหน่อยนะคะพอดีฉันขี้ร้อนน่ะ"เล่อเยียนนอนตัวเกร็งออกตัวแรงไว้ก่อนแล้วจะปลอดภัยแต่หยางหมิงถือว่ามีความเป็นสุภาพบุรุษมากเขาไม่ทำตัวรุ่มร่ามกับเธอเลยนอนนิ่งชิดขอบเตียงอย่างว่าง่ายมีแต่เธอซะอีกที่ตอนนี้นอนไม่หลับพลิกไปพลิกมา หรือจริงๆแล้วเขาจะเป็นพวกตายด้านทางความรู้สึกไปแล้วจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น
หลังจากที่นับแกะตัวที่หนึ่งพันเล่อเยียนก็หลับไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่าสามีที่เธอคิดว่าเขาตายด้านทางความรู้สึกแอบหอมไปที่หน้าผากกับท้องของเธออย่างแผ่วเบาเล่อเยียนไม่เคยนอนกับใครมาก่อนจึงลืมไปว่ามีคนนอนข้างๆเธอทึกทักเอาเองว่าหมอนข้างวันนี้ทำไมมันถึงแข็งจังแต่รู้สึกอบอุ่นมากจนแทบไม่อยากจะคลายจากอ้อมกอดไปไหนสบายจริงๆ
" ตื่นได้แล้วครับเราต้องไปให้ทันรถไฟเที่ยวแรกนะ"หยางหมิงที่นอนนิ่งเป็นหมอนข้างให้เธอกอดสะกิดบอกเธอเบาๆเขาตื่นนานแล้วแต่ไม่อยากปลุกคุณแม่หมาดๆ ให้ตื่นอยากให้เธอได้พักผ่อนเยอะๆ
" อืออุ่นจัง"เล่อเยียนพอได้นอนที่นอนที่ค่อนข้างนุ่มจึงเผลอคิดว่าตัวเองอยู่โลกเดิมของเธอ
" อือ งั้นนอนต่ออีกหน่อยก็ได้ครับ "เลื่อนไปเที่ยวถัดไปคงไม่ช้ามากไปหรอกมั้ง
" เฮ้ย ... " เล่อเยียนคุ้นเสียงของเขาพอตั้งสติฟังดีๆจึงรู้ว่าเป็นหยางหมิงแย่จริงๆเลยนี่เธอเบลออะไรขนาดนี้เนี่ยคิดว่าตัวเองอยู่ในห้องพักของตัวเองไปแล้วซะอีก
" ขอโทษนะคะ คือฉันไม่ชินนะคะ"เธอรีบลุกออกจากตัวเขาพร้อมทั้งเกาแก้มแก้เก้ออายก็อายตื่นมานอนกอดผู้ชายแน่นเชียว
" ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเถอะครับเดี๋ยวผมจะออกไปหาอะไรมาให้ทาน"หยางหมิงลุกขึ้นตามเธอมาติดๆ
" กี่โมงแล้วคะ "เล่อเยียนนอนตื่นสายในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาการเดินทางครั้งนี้เธอเหนื่อยล้ามากจริงๆ
" น่าจะหกโมงเช้าแล้วล่ะครับ " หยางหมิงมองออกไปยังนอกห้อง
" ตายจริงงั้นเราก็ไม่ทันรถไฟเที่ยวแรกน่ะสิคะ "เธอหงุดหงิดกับความไม่เอาไหนของตัวเองแทนที่จะรีบตื่น
" ค่อยไปรอบ 08.30 ก็ได้ครับคุณอาบน้ำเถอะเดี๋ยวผมมา" หยางหมิงบอกให้เธอออกไป
" เดี๋ยวค่ะนี่เงิน คุณเก็บไว้ก่อนเถอะค่ะ"เธอยื่นถุงเงินที่เขาให้เธอมากลับคืนไป
" อืม "เขารับมันมาแล้วออกจากห้องไปถึงบ้านที่ปักกิ่งค่อยให้เธอจัดการแล้วกัน
เขาออกไปซื้อโจ๊กข้าวพร้อมทั้งน้ำเต้าหู้ ซาลาเปา อาหารง่ายๆที่มีขายในตอนเช้าเขาไม่ลืมบอกคนขายให้ใส่น้ำตาลลงไปในน้ำเต้าหู้แทนถั่วเขียวต้มน้ำตาลเพราะเขาไม่รู้จะไปหาซื้อมันได้จากที่ไหนหวังว่าจะแทนกันได้บ้าง
เล่อเยียนรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างไม่อิดออดเธอช้าเพราะตื่นสายแล้วจะมาช้าเพราะแต่งตัวไม่ได้โชคดีที่ร่างนี้เกิดมาสวยมากจริงๆเธอไม่ต้องแต่งอะไรมากมายเพียงเขียนคิ้วตามโครงเดิมทาแป้งแล้วก็ทาลิปกลอสเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับปากเพียงเท่านี้ก็ดูดีขึ้นมากแล้วและหยางหมิงก็เข้ามาในห้องพอดี
" คุณทานได้เลยนะครับขอผมอาบน้ำก่อน "เขาคิดว่าเธอจะแค่ล้างหน้าล้างตาแต่พอสังเกตดีๆ ตัวเธออาบน้ำด้วยเขาเลยต้องอาบน้ำตามเธอไปด้วยเพราะเธอชอบคนสะอาด
"ค่ะ" เล่อเยียนรีบกินอาหารที่เขาซื้อมาเพราะตัวเองกินช้าต้องรีบกินแต่ก็ต้องแปลกใจกับน้ำเต้าหู้ที่มันมีรสหวานต่างจากร้านก่อนๆที่เธอเคยกินเพราะน้ำตาลราคาแพงเขาจึงไม่ค่อยใส่กัน
เมื่อหยางหมิงอาบน้ำเสร็จวันนี้เขาออกมาในสภาพที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วไม่ได้โชว์หน้าท้องเหมือนเมื่อคืน
" น้ำเต้าหู้ที่นี่อร่อยดีนะคะหวานมากเลย" เล่อเยียนเอ่ยชมอาหารที่เขาซื้อมา
" ผมบอกให้เขาใส่น้ำตาลให้คุณแทนถั่วเขียวต้มน้ำตาลน่ะ"ผ่างงงง...นี่เขาใส่ใจเธอขนาดนี้เลยหรือ
" ยังพอมีเวลาก่อนที่จะขึ้นรถไฟคุณอยากเดินเล่นที่ไหนก่อนไหมครับ "หยางหมิงที่กินอาหารต่อจากเธอถามขึ้นเมื่อกินเสร็จแล้ว
"เดินย่อยหน่อยก็ดีค่ะ"เธออยากจะหาของสะสมเพื่ออนาคตสำหรับลูกหลานของมีค่าสีทองสีเขียวสำหรับยุคนี้น้ำตาลยังมีราคาแพงกว่าเป็นไหนๆ
" ถ้างั้นก็ไปกันเถอะครับเช้าๆ อากาศดีทีเดียว "ยุคนี้ตัดปัญหาเรื่องมลภาวะหรือแม้กระทั่งฝุ่น pm ไปได้เลยเรียกได้ว่าสดชื่นมาก
เมื่อคืนกุญแจให้กับพนักงานหยางหมิงเดินนำเธอไปยังถนมที่มีของขายประปรายแต่ถือว่าเยอะพอสมควรถ้าเทียบกับเมืองที่เธอเพิ่งจะจากมาเล่อเยียนเดินดูชีวิตของประชาชนไปเรื่อยๆเธอไม่ได้มีของที่อยากจะได้เป็นพิเศษเพราะของส่วนใหญ่ต้องใช้คูปองซึ่งเธอไม่มี
" จริงซิคะ คุณพอจะหาคูปองอุตสาหกรรมให้ฉันได้มั้ยคะ"เล่อเยียนชวนเขาคุยระหว่างทางจะได้ไม่เงียบจนเกินไป
"คุณจะเอาไปทำอะไรครับ " เขาสงสัยที่ทำไมจู่ๆ เธอก็ถามถึงคูปอง
" ฉันอยากได้จักรยานนะคะ" เล่อเยียนตอบเขาแบบไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่
" มันราคาแพงมากเลยนะครับ " ถึงแม้ว่าเขาจะมีเงินเดือนและเงินพิเศษสำหรับออกรอบภารกิจต่างๆเงินเดือนเขาตอนนี้เดือนละ 80 หยวนซึ่งมันเพิ่งจะถูกปรับเมื่อตอนเขาได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อไม่นานนี้เองแต่ถ้าจะซื้อจักรยานที่มีราคาสูงถึง300 หยวนเขาคิดว่ามันสิ้นเปลืองเกินไป
เขาพอมีเงินเก็บจากการเป็นทหารอยู่บ้างเพราะไม่ได้ส่งให้กับบ้านของน้าชายที่เลี้ยงเขามาจนหมดเขาส่งเงินให้กับทางบ้านเดือนละ 20 หยวนส่งให้มากหน่อยเพราะยังมีน้องๆเขาอาศัยอยู่ด้วย ส่วนบ้านน้าชายในปักกิ่งเขาให้เดือนละ 10 หยวนเขาเข้าร่วมกองทัพตั้งแต่อายุ17 ปีในตอนนั้นเบี้ยเลี้ยงได้เดือนละ 35 หยวนจนตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 6 ปีแล้วถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะมีเก็บประมาณเกือบๆพันหยวนการออกปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้งได้ค่าตอบแทนเยอะพอสมควรยิ่งตำแหน่งสูงขึ้นค่าตอบแทนก็สูงตามไปด้วยเพราะแต่ละครั้งที่ไปหมายถึงชีวิตเขาที่จะต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ด้วย
" มันราคาเท่าไหร่หรือคะ " เธอได้ยินแต่คนอื่นพูดว่าราคาแพงแต่ไม่รู้ราคาจริงๆสักทีเพราะถ้าใครอยากได้จะต้องสั่งจองกับทางการเท่านั้น
" น่าจะ 300 หยวนครับผมไม่แน่ใจ" อือ ก็แพงจริงๆนั่นแหละถ้าอยู่ชนบทยังไงเธอก็ยืนยันที่จะซื้อมันแน่นอนแต่ตอนนี้ไปปักกิ่งคงต้องดูอีกทีว่ายังจำเป็นต้องใช้มันอยู่มั้ย
" ก็จริงๆ ด้วยค่ะ" เล่อเยียนหันมาพูดกับเขายิ้มๆ
"คุณอยากได้อะไรไหมครับ"หยางหมิงถามออกไปเพราะเดินมาสักพักแล้วแต่ไม่เห็นว่าเธอจะสนใจอะไรเลย
" ไม่ค่ะ แค่อยากเดินดูของบางอย่าง "ของบางอย่างที่เธอหมายถึงใช่ว่าจะวางขายได้ง่ายๆถ้าโดนจับได้อาจจะถูกไปนอนสำนึกผิดในคุกอีกหลายคืน
" เรากลับไปที่สถานีกันเถอะค่ะเดี๋ยวจะตกเที่ยวอีก"เล่อเยียนคิดว่าคงหาไม่เจอหรอกถ้าผู้ชายคนนี้ยังเดินตามหลังเธออยู่แบบนี้เอาไว้ค่อยหาโอกาสออกไปสำรวจคนเดียวดีกว่า
เค้าก็มีมุมสามีภรรยากันอยู่นะเออไปแบบเนียนๆ ไม่ต้องพูดเยอะของมันเคยๆ แล้วอ่ะเนอะ ฮิๆ