ปีใหม่ใกล้จะมาถึง สำนักศึกษามีหยุดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว แต่โจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงก็ไม่มีเวลาว่างเลย เพราะร้านค้าของเขาต้องเตรียมของขายสำหรับเทศกาลปีใหม่
“อาเต๋อ ่ก่อนปีใหม่เ้าพอจะมีเวลาว่างหรือไม่” โจวหยวนเฉิงถาม
“ว่างสิ ปกติแล้วข้าก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้ว มีแต่ท่านพ่อกับท่านแม่เท่านั้นที่จะยุ่งสักหน่อย ทุกวันหยุดข้าจึงมีหน้าที่เลี้ยงน้องอยู่ที่บ้าน”
“ถ้าอย่างนั้นวันหยุดนี้เ้าช่วยไปทำงานที่ร้านเครื่องเขียนของข้าได้ไหม ข้าเห็นว่าลายมือของเ้าสวยงามเป็ระเบียบ เ้าน่าจะเขียนป้ายคำมงคลได้ ปกติชาวบ้านก็ต้องจ้างคนเขียนป้ายให้อยู่แล้ว ข้าก็เลยอยากให้เ้าไปนั่งประจำโต๊ะรับเขียนป้ายคำมงคลน่ะ ค่าจ้างที่ได้ เ้าก็เก็บไว้ได้ทั้งหมดไม่ต้องหักส่วนแบ่งมาให้ข้า”
“จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร อีกอย่าง ที่ผ่านมาเ้าก็คอยช่วยเหลือข้าอยู่ตลอด ค่าเรียนพิเศษก็ไม่เคยเก็บเงินจากข้าเลย งานแค่นี้ข้าทำได้ ข้าไม่คิดเงินหรอก” เยี่ยเต๋อรีบปฏิเสธเป็พัลวัน
“อาเต๋อ การที่ข้าให้เ้าไปนั่งเขียนป้ายอยู่หน้าร้านก็เพราะข้า้าเรียกลูกค้าให้เข้ามาซื้อของในร้านข้าให้มากขึ้น หากมีบริการนี้เสริมเข้าไป ข้าก็ต้องขายของได้มากขึ้นอีก แต่ถ้าเ้ายังยืนยันว่าจะไม่รับเงิน ข้าก็จะไปขอร้องให้อาจารย์มู่ช่วยคัดนักเรียนที่ลายมือดีคนอื่นมาแทนเ้าก็แล้วกัน”
“ข้าก็แค่อยากตอบแทนเ้าบ้าง” เยี่ยเต๋อพูดเสียงอ่อย
“มันไม่จำเป็หรอก หากอยากตอบแทน วันหน้ายังมีโอกาส พวกเราไม่ได้จะเป็เพื่อนกันแค่วันนี้นะ ฉะนั้นเ้าไม่ต้องรีบร้อนที่จะตอบแทนบุญคุณหรอก” โจวหลี่เฉียงพูดเสริม
“เ้าไปเริ่มงานได้ั้แ่วันพรุ่งนี้เลย อ้อ...พาน้องชายเ้าไปด้วยก็ได้ หากเ้ากังวลว่าเขาจะรบกวนเวลาทำงาน ข้าจะพาน้องชายเ้าไปฝากไว้ที่สำนักคุ้มภัยเจียว ท่านอาเจียวก็มีลูกชายที่อายุเท่ากับน้องเ้านั่นล่ะ” โจวหยวนเฉิงบอก
การเรียนพิเศษของโจวหยวนเฉิงกับเพื่อนก็หยุดพักเช่นเดียวกัน หลังอาหารมื้อเย็น บ้านโจวก็นั่งปรึกษาถึงแผนการขายสินค้าสำหรับเทศกาลปีใหม่
โจวหยวนเฉิงเอากระดาษที่เขาจดรายละเอียดเกี่ยวกับของใช้ อาหาร ผลไม้ และขนมสำหรับใช้ในวันปีใหม่ให้ทุกคนดู
“รายการพวกนี้คือของที่จะใช้ในเทศกาลปีใหม่นี่” ลุงฝูเจาบอก ในอดีตฝูเจาทำหน้าที่เป็พ่อบ้านด้วย ดังนั้นการชื้อของเข้าบ้าน เขาจึงมีความคุ้นเคยเป็อย่างดี
“ใช่ขอรับท่านลุง รายการทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ข้าจะเตรียมไว้ให้ร้านเราขาย โดยปกติคนส่วนใหญ่จะหาซื้อของเหล่านี้จากหลายๆ ร้าน บ้านไหนที่มีฐานะดีหน่อยก็จะหาซื้อของได้ไม่ยาก แต่บ้านของคนที่มีรายได้น้อยหน่อย พวกเขาก็จะหาซื้อของพวกนี้ได้ยากกว่า ข้าก็เลยอยากจะทำของพวกนี้จัดเป็ชุดขาย ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป ของมากราคาก็สูง ของน้อยราคาก็ถูกลง แต่ทุกชุดจะต้องมีของไหว้ครบตามหลักการไหว้ทุกอย่าง” โจวหยวนเฉิงอธิบาย
“ทำอย่างนี้คนมีรายได้น้อยก็จะได้ไม่ต้องไปหาของไหว้สะสมทีละอย่างเหมือนแต่ก่อนน่ะสิ ถ้าพวกเขาซื้อของตามชุดที่ตัวเองจ่ายไหว พวกเขาก็จะประหยัดเงินกันได้มากทีเดียวล่ะ เมื่อก่อนข้าเห็นคนงานที่ท่าเรือ พอปีใหม่ทีไร พวกเขาต้องเที่ยวออกไปเดินซื้อของแต่ละอย่างจนครบ แต่ กลายเป็ว่าพอได้ของครบ เงินเก็บที่มีก็แทบจะไม่เหลือแล้ว” ลุงฝูเจาเห็นด้วยกับความคิด
“ท่านพ่อกับท่านลุงจะรู้ราคาขายสินค้าในตลาดดีกว่าข้ากับพี่ใหญ่ พวกท่านก็ตั้งราคาขายในแต่ละชุดได้กันเองนะขอรับ แต่ราคาจะต้องไม่แพงเกินไป อ้อ...ครั้งนี้ท่านแจ้งลูกค้าด้วยนะขอรับว่าร้านของเรามีบริการส่งสินค้าให้ด้วย ค่าขนส่งคิดตามระยะทาง”
“เ้าจะให้คนงานเราไปส่งด้วยหรือ อย่างนี้คนงานหน้าร้านก็จะไม่พอน่ะสิ” โจวสือชวินพูดพลางคิด
“ไม่ขอรับ ข้าจะให้บ้านท่านอาเจียวรับหน้าที่นี้ อีกเดี๋ยวข้าจะไปคุยกับท่านอาเจียวเื่นี้”
“ข้าจะไปบ้านท่านอาเจียวกับเ้าด้วยก็แล้วกัน” โจวหลี่เฉียงบอกน้องชาย
“พี่ใหญ่อยู่เขียนป้ายโฆษณาสำหรับเอาไว้ติดหน้าร้านดีกว่าขอรับ เขียนให้ละเอียดไปเลยว่าในแต่ละชุดมีของอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ แล้วก็ราคาเท่าไหร่ ข้าจะรีบไปถามราคาค่าขนส่งกับท่านอาเจียวสักครู่ เราจะได้เอาราคาค่าขนส่งมาบอกกับลูกค้าได้เลย”
เมื่อทุกคนแบ่งหน้าที่กันแล้ว โจวสือชวินและฝูเจาก็แยกตัวไปพักผ่อน เพราะทั้งคู่ต่างก็ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน โจวหลี่เฉียงกลับห้องไปเขียนป้ายโฆษณาสินค้าบนกระดาษขนาดใหญ่ ส่วนโจวหยวนเฉิงเดินไปสำนักคุ้มภัยตระกูลเจียว
“พี่หยวนเฉิง ทำไมพี่มาเสียมืดเลยล่ะ มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าขอรับ” เจียวจิ้นเป็คนมาเปิดประตูบ้าน
“มีสิ ธุระสำคัญและด่วนมาก ท่านอากับท่านอาสะใภ้เข้าไปพักผ่อนหรือยัง” โจวหยวนเฉิงถาม
“ยังขอรับ”
“บ้านเ้ากินข้าวเย็นแล้วหรือยัง” โจวหยวนเฉิงถามอย่างนึกขึ้นได้
“กินแล้วขอรับ ทำไมหรือ ท่านจะมาหาของกินหรือ ท่านลุงโจวสั่งลงโทษท่านด้วยเื่ใด” เจียวจิ้นกระซิบถาม
โจวหยวนเฉิงเขกหัวเจียวจิ้นไปหนึ่งที “ทำโทษอะไรกันเล่า ถ้าพวกเ้ายังไม่กินข้าว ข้าจะกลับบ้านก่อนค่อยมาใหม่ทีหลัง ข้าจะมารบกวนเวลากินข้าวของบ้านเ้าได้ยังไง”
“ใครจะไปรู้ล่ะขอรับ มาขอรับ เข้าบ้านไปพบท่านพ่อกับท่านแม่กัน”
“ข้าก็ว่าแล้วว่าทำไมอาจิ้นถึงไปเปิดประตูเสียนาน ที่แท้ก็เป็หยวนเฉิงนี่เอง เ้ามีธุระอะไรกับอาอย่างนั้นหรือ”
“ข้าจะมาถามความคืบหน้าเื่ที่ข้าเคยให้ท่านอาไปศึกษาเส้นทางทั้งหมดในเมืองของเรามาน่ะขอรับ”
เจียวเป่าได้ฟังก็รีบวิ่งไปเอาแผนที่ที่เขากับคนงานได้วาดเอาไว้เมื่อคราวที่ออกไปสำรวจเมืองมาให้โจวหยวนเฉิงดู
“แผนที่วาดออกมาได้ละเอียดมากเลยขอรับ เดี๋ยวข้าจะเอากลับไปวาดมาให้ใหม่ ดูแล้วยังมีบางอย่างที่ต้องแก้ไขอยู่น่ะขอรับ” โจวหยวนเฉิงมองดูแผนที่อย่างถูกใจ มันละเอียดมาก มีบอกแม้กระทั่งว่าเป็ทางข้ามสะพานหรือเส้นทางขึ้นเนิน เส้นทางขรุขระล้วนบอกเอาไว้ทั้งสิ้น เขาตั้งใจว่าจะเอากลับไปวาดในแท็บเล็ต แผนที่จะได้ออกมาสมจริงมากขึ้น
“อาขอถามเ้าหน่อยนะ หลังจากทำแผนที่แล้วพวกเราต้องทำอะไรต่อหรือ” เจียวตงถามขึ้น
“นี่ล่ะขอรับคือเื่สำคัญ ตอนนี้ร้านค้าของข้ามีบริการส่งของถึงหน้าบ้านด้วย แต่ข้าไม่อยากซื้อรถม้าและจ้างคนงานเพิ่ม ข้าก็เลยจะมาใช้บริการขนส่งของท่านอาแทนน่ะขอรับ”
“แล้วเราจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่” เจียวเป่าถามอย่างตื่นเต้น
“พี่เป่าใจเย็นๆ ก่อนขอรับ เราต้องมาคิดอัตราค่าบริการกันก่อน เราต้องกำหนดราคาตามน้ำหนักของสินค้าและระยะทางที่จะให้เราไปส่ง ท่านต้องดูว่าที่บ้านท่านมีคนงานอยู่กี่คน มีรถม้าอยู่กี่คัน ข้าเสนอว่าควรส่งสินค้าตามรอบเวลา คือออกส่งสินค้า่ก่อนยามอู่ (11.00 – 12.59 น.) และ่ก่อนยามเซิน (15.00 – 16.59 น.) อีกหนึ่งรอบ ทำแบบนี้ทั้งคนทั้งม้าก็จะไม่เหนื่อยเกินไป”
“พวกเราไม่กลัวเหนื่อย แค่มีงาน ถึงแม้จะต้องไปส่งให้บ้านหลังเดียว พวกเราก็จะทำ พวกเรามีรถม้าอยู่ตั้งแปดคัน อีกทั้งคนงานทั้งสิบคนก็ขับรถม้าเป็กันทุกคน” เจียวเป่าแย้ง
“แบบนั้นคือการทำงานที่ไม่เป็ระบบและสิ้นเปลืองมากขอรับ หากพวกท่านทำตามที่ข้าแนะนำ พอใกล้ถึงเวลาออกส่งสินค้า พวกท่านก็แค่มาตรวจนับสินค้าทั้งหมด หากมีสินค้าที่จะไปส่งทิศทางเดียวกันก็ให้ใช้รถม้าคันเดียวกัน แบบนี้จะประหยัดและคุ้มค่ากว่า ตอนนี้พวกท่านอาจจะยังไม่เห็นปัญหา เพราะคิดว่าตัวเองมีรถม้าหลายคันและมีคนงานหลายคน แต่ถ้าต่อไปพวกท่านต้องทำรถม้ารับจ้างประจำทางขึ้นมาด้วย ทีนี้ทั้งรถม้าทั้งคนงานก็จะไม่เพียงพออีกแล้ว” โจวหยวนเฉิงอธิบาย
“รถม้าประจำทางหรือ มันคืออะไร” เจียวตงสงสัย
“ก็เป็รถม้ารับจ้างทั่วไปนั่นล่ะขอรับ เพียงแต่เราจะรับส่งคนตามจุดรับส่งและเส้นทางที่เรากำหนดเท่านั้น ในระยะแรกท่านอาอาจจะรับส่งตามเส้นทางหลักของเมืองไปก่อน เพราะเส้นทางหลักจะเชื่อมต่อกับเมืองทั้งสี่ทิศ ยกตัวอย่างเช่น ท่านอาอาจจะใช้รถม้าสำหรับการนี้สี่คัน แต่ละคันจะต้องวิ่งห่างกันครึ่งชั่วยาม และที่สำคัญ ท่านอาจะต้องควบคุมความเร็วของรถม้าให้อยู่ในระดับเดียวกันด้วยนะขอรับ” โจวหยวนเฉิงยังอธิบายอย่างใจเย็น
“เ้าหมายถึงหากรถม้าคันแรกออกวิ่ง หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วยามก็ให้รถม้าคันที่สองออกวิ่งตาม ทำอย่างนี้ไปจนครบสี่คันก็หมายความว่า แต่ละจุดรับส่งทุกครึ่งชั่วยาม ชาวบ้านก็จะเห็นรถม้ารับจ้างของเรา พวกเขาก็จะคำนวณเวลามาขึ้นรถม้าของเราได้ และถ้าเราวิ่งตามเส้นทางหลักก็หมายความว่ารถม้าของเราจะวิ่งเป็วงกลมรอบเมือง ชาวบ้านไม่ว่าจะอาศัยอยู่ทิศไหนของเมือง พวกเขาก็จะนั่งรถม้าของเราแทนการเดินใช่หรือไม่” เจียวเป่าพูดทวนเสียงดัง
“ถูกอย่างที่พี่เป่าว่าขอรับ แต่ตอนนี้พวกท่านทำแค่เื่การส่งสินค้าก่อนก็พอขอรับ ส่วนเื่รถม้ารับจ้างประจำทาง ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพาุโจ้าวดูก่อน หากเราจะทำบริการนี้ เราจะต้องทำสัมปทานเพื่อไม่ให้มีคู่แข่งมาก่อกวนทีหลังขอรับ” โจวหยวนเฉิงบอกแนวทาง
“หยวนเฉิง อาบอกเ้าตามตรง อาฟังแผนการของเ้าบางอย่างก็ไม่เข้าใจ แต่อาเชื่อว่าสิ่งที่เ้ากำลังจะทำต้องเป็เื่ดีแน่นอน หากไม่รบกวนเ้าจนเกินไป อาให้เ้าตัดสินใจแทนอาได้อย่างเต็มที่” เจียวตงพูดอย่างเชื่อมั่นในโจวหยวนเฉิง
“ท่านอาเชื่อใจข้าได้ขอรับ ข้าจะไม่ทำให้ท่านอาผิดหวังแน่นอน ครอบครัวของท่านอาจะไม่ลำบากอีกต่อไปแล้วขอรับ”