บทที่ 33 สังหาร
เพลิงโลหิตพุ่งเข้าใส่สายฝนด้วยความเร็วสูง ยิ่งมันเข้าใกล้เขาสายฝนยิ่งเหงื่อออกมากกว่าเดิม อุณหภูมิรอบข้างสูงขึ้น สายฝนใช้ต้นไม้เป็นโล่ป้องกัน แต่น่าเสียดายเมื่อเพลิงโลหิตพุ่งเข้าใกล้ต้นไม้ ต้นไม้ก็ละลายทันที
“แม่งเอ้ย! มันคือทักษะอะไรวะ?!” สายฝนสบถออกมาหลังเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่ละลายกลายเป็นของเหลวต่อหน้าต่อตา เพลิงโลหิตน่ากลัวมาก หากไม่ระวังชีวิตของเขาอาจจบลงวันนี้ได้
สายฝนเปลี่ยนทิศทาง บริเวณนี้ต้นไม้ไม่มีเหลืออีกต่อไป เขาจำเป็นต้องหาโล่ป้องกันอันใหม่ สายฝนวิ่งไปบริเวณที่มีก้อนหินขนาดใหญ่เยอะๆ เขาต้องการใช้มันเป็นโล่ป้องกัน ถึงแม้หินจะไม่ได้แข็งแรงทนทานพอป้องกันราชาวัวครึ่งปลาก็เถอะ
ครั้งนี้ราชาวัวครึ่งปลาไม่ได้ยิงเพลิงบนเขาของมันใส่สายฝน มันใช้พลังเพิ่มความเร็วและวิ่งไล่ตามสายฝน เนื่องจากเมื่อครู่เพลิงโลหิตได้ทำให้สายฝนหยุดชะงักไม่สามารถออกจากโล่ป้องกันได้(ต้นไม้ขนาดใหญ่)ราชาวัวครึ่งปลาจึงตามเขาทันอย่างง่ายดาย
‘มันตามมาทันแล้ว!’ สายฝนตะโกนอยู่ในใจ ใบหน้าซีดขาว เหงื่อออกเต็มใบหน้าเพราะความร้อนจากเพลิงโลหิตเมื่อครู่
เสียงดัง ปัง! ก้อนหินขนาดใหญ่แตกกระจาย ขณะวิ่งสายฝนก็หันไปมอง เขาเห็นเหตุการณ์อันน่าเหลือเชื่อ ก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งมีความแข็งแกร่งมหาศาลกลับถูกทำลายได้อย่างง่ายดายโดยราชาวัวครึ่งปลา
‘โชคดีนะเนี่ย’ สายฝนคิดพลางปาดเหงื่อบนใบหน้าซีดๆของเขา เป็นโชคดีอย่างมากที่สายฝนไม่ได้หลบหนีตรงๆโดยไม่มีสิ่งของกำบัง ไม่งั้นตัวเขาอาจละลายกลายเป็นนํ้าไปแล้วก็ได้
‘บัดซบ! ฉันไม่สามารถดูข้อมูลชีวิตของมันได้ ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย’ สายฝนกัดฟันแน่น การที่เขาไม่สามารถดูข้อมูลชีวิตของราชาวัวครึ่งปลาได้ก็เท่ากับว่าการหลบหนีจะยากขึ้น สายฝนแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตตัวนี้ เขารู้แค่เรื่องบางอย่างจากฮันน่าเท่านั้น
‘หรือว่าฉันควรใช้เกราะสายฟ้าทมิฬกับตรีศูลสายฟ้าทมิฬดี?’ ความคิดหนึ่งเกิดขึ้นในหัว สายฝนส่ายหัวอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ยังไม่วิกฤตขนาดนั้น ตัวเขายังไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย จะรีบใช้ไพ่ในมือเนี่ยนะ? มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ทำ
ถึงแม้การใช้ตรีศูลสายฟ้าทมิฬกับเกราะสายฟ้าทมิฬจะช่วยให้หลบหนีราชาวัวครึ่งปลาสบายขึ้น แต่ถ้าการหลบหนีสบายขนาดนั้นยังเรียกว่าการหลบหนีอยู่หรือ? หากสายฝนพึ่งแต่ของพวกนี้ตลอด(ไอเทมเทพๆ)เวลาที่ลำบากเขาจะไม่มีวันพบความลำบากที่แท้จริง และนั่นจะเป็นปัญหาของเขาในอนาคต เพราะไม่เคยเผชิญความลำบากที่แท้จริงการฝึกฝนจึงไม่มากพอ ความอดทนจึงตํ่า ประสบการณ์ความยากลำบากจึงไม่มี
ปัง! ปัง! ปัง!
ก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนมากถูกทำลายโดยราชาวัวครึ่งปลา สายฝนไม่สามารถทำอะไรมันได้ เขาทำได้แค่วิ่งหนีรอเวลาตามที่สาวน้อยบอกใว
สายฝนวิ่งผ่านก้อนหินจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ราชาวัวครึ่งปลาก็ตามมาติดๆ มันชนเข้ากับก้อนหินระหว่างทางทว่าความเร็วมันลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ราชาวัวครึ่งปลาหยุดนิ่ง มันหันเขาไปยังทิศทางที่สายฝนอยู่ เห็นแบบนี้แล้วสายฝนอดสบถด่ามันในใจไม่ได้ มันกำลังใช้ทักษะนั้นอีกครั้ง ทักษะที่แม่งโคตรน่ากลัว! หากโดนทีหนึ่งคือตาย! ตายอย่างเดียว!
‘ฉันจำเป็นต้องใช้สิ่งนั้น’ สายฝนคิดพลางถอดกระเป๋าเป้ที่หลังออก จังหวะเดียวกันเขาก็ไม่หยุดวิ่ง เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่เขาจะต้องใช้ปัจจัยภายนอกเข้ามาช่วย ถ้าหากไม่ใช้พวกมันแล้วสายฝนไม่มีทางต่อกรราชาวัวครึ่งปลาได้แน่
สายฝนไม่สามารถทำอะไรได้ เขาทำได้เพียงโทษตนเองที่ไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง สำหรับการสำรวจพื้นที่มันเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าสายฝนไม่สำรวจพื้นที่และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาอักษรลี้ลับเขาจะไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับดาวดวงนี้เลย ข้อมูลคือสิ่งสำคัญ! ต่อให้สายฝนจะยกระดับกลายเป็นระดับหนึ่งแล้วแต่ถ้าไม่มีข้อมูลสายฝนก็อาจเป็นอันตรายถึงตายได้ ยกตัวอย่างเช่น สายฝนเดินขึ้นไปบนภูเขาเพราะไม่รู้ว่าบนภูเขามีสิ่งมีชีวิตอันตรายโคตรๆอาศัยอยู่ เขาที่ไม่เคยสำรวจพื้นที่มาก่อนจึงไม่มีหลักประกันชีวิต เกิดเจอเข้ากับสิ่งมีชีวิตระดับสองขึ้นมาสายฝนจะมีโอกาสรอดน้อยมากๆ
“เข้ามาดิวะใครกลัว!” สายฝนตะโกน พร้อมๆกันนั้นเขาก็หยิบหินขนาดเล็กก้อนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเป้ หินนี้เป็นสีส้ม มันคือศิลาเพลิง!
อีกไม่นานเพลิงโลหิตก็ใกล้จะถึงตัวสายฝน วินาทีนั้นเขาพลันปาศิลาเพลิงใส่เพลิงโลหิตซึ่งกำลังพุ่งเข้ามา ศิลาเพลิงถูกปาออกไป มันปะทะเข้ากับไฟเลือดกลางอากาศ ความสามารถของศิลาเพลิงคือการดูดซับธาตุไฟ ครั้งนั้นตอนสำรวจสายฝนได้เจอเข้ากับเจ้าก้อนหินอันนี้ เขาเจอมันอยู่ด้วยกันห้าอัน หลังได้รับมาไม่นานสายฝนก็ทดสอบมันโดยใช้หลายวิธีการ สุดท้ายแล้วศิลาเพลิงก็ได้พังทลายไปหนึ่งอันจากการทดสอบ
ศิลาเพลิงดูดซับเพลิงโลหิตด้วยความเร็วสูง สีส้มของมันค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆจนสุดท้ายกลายเป็นสีแดง ศิลาเพลิงเกิดรอยแตกร้าว วินาทีต่อมามันก็ไม่สามารถทนดูดซับไฟเลือดของราชาวัวครึ่งปลาได้อีก ศิลาเพลิงแตกออกทำให้เกิดการระเบิด แรงของระเบิดรุนแรงมาก ต้นเหตุการระเบิดคือไฟเลือดซึ่งศิลาเพลิงดูดซับเข้าไป ไฟเลือดไม่ใช่อัคคีธรรมดา มันคือไฟของสิ่งมีชีวิตระดับหนึ่ง!
ตูม! เสียงการระเบิดของศิละเพลิงดังลั่น บริเวณรอบข้างเละเทะไปหมด
สายฝนโดนแรงกระแทกจากการระเบิดเป็นผลให้เขากระเด็ดไปไกล หน้าของเขาซีดยิ่งกว่าเดิม เพราะแรงระเบิดสายฝนจึงได้รับบาดเจ็บภายใน สายฝนกัดฟันทน เขากลืนเลือดตนเองกลับลงคอและพยายามวิ่งต่อไป
ทางด้านของราชาวัวครึ่งปลา มันเองก็ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ได้บาดเจ็บเท่าสายฝน เนื่องจากตัวมันเป็นระดับหนึ่ง ร่างกายทั้งภายในและภายนอกจึงแข็งแกร่งกว่าสายฝน และอีกอย่างราชาวัวครึ่งปลาก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ธาตุไฟ มันจึงมีความต้านทานธาตุไฟสูง
‘แม่งเอ้ย! ขนาดศิลาเพลิงยังระเบิด ถ้าร่างกายฉันโดนทักษะของมันเข้าไปฉันคงสลายกลายเป็นผงแน่’ สายฝนกล่าวในใจพลางหันไปมองทางดารินทร์ อีกเพียงไม่กี่วินาทีก็จะครบหนึ่งนาทีแล้ว สาวน้อยได้บอกใว้ว่าต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งนาที หรือก็คือเธอไม่มั่นใจว่าหนึ่งนาทีกี่วินาที!
‘นี่เหรอคือความรู้สึกของตัวละครในนิยายตอนโดนไล่ลา?!’ สายฝนหันกลับมา เขากัดฟันแน่นทนความเจ็บปวด เรี่ยวแรงค่อยๆหายไปเรื่อยๆ สายฝนรู้สึกได้เลยว่าเวลานี้ตนเองช้ามาก
มอออ! มอ
เพราะความเร็วของสายฝนลดลงราชาวัวครึ่งปลาจึงตามเขาทัน สายฝนพยายามคิดเพื่อหาหนทางเพิ่มระยะห่างของเขากับราชาวัวครึ่งปลาโดยไม่ให้เสียหลักประกันชีวิตมากเกินไป แต่ไม่ว่าจะพยายามคิดซักเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ไม่ใข่ว่าสายฝนไม่สามารถหนีจากราชาวัวครึ่งปลาได้ ตามจริงแล้วเขาสามารถหนีได้อย่างง่ายดาย ทว่าสายฝนไม่ทำ มันเสียหลักประกันชีวิตมากเกินไป!
วินาทีนั้นสายฝนก็ตัดสินใจได้ เขาเตรียมใช้เกราะสายฟ้าทมิฬเพื่อยื้อเวลาใว้จนกว่าดารินทร์จะเตรียมตาข่ายวารีเสร็จ
ทว่าเวลานั้นสาวน้อยดารินทร์ซึ่งเมื่อครู่หลับตาอยู่พลันเปิดเปลือกตาขึ้น เธอทำท่าบอกว่าตนเองเตรียมตาข่ายวารีเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ความคิดสายฝนหยุดชะงัก ดูเหมือนสาวน้อยจะพัฒนาขึ้นมาก ครั้งล่าสุดเมื่อหลายวันก่อนเธอยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งนาทียี่สิบเก้าวินาทีอยู่เลย มาวันนี้ดารินทร์สามารถเตรียมตาข่ายเสร็จภายในหนึ่งนาที!
‘เยี่ยม!’ สายฝนตะโกนในใจ เขายกเลิกความคิดที่จะใช้เกราะสายฟ้าทมิฬทันที เขาไม่จำเป็นต้องยื้อเวลาอีกต่อไป สายฝนรู้สึกดีใจเล็กน้อย เขาไม่ต้องเผยใพ่ในมือให้คนอื่นเห็นแล้ว
สายฝนเปลี่ยนทิศทาง เขาวิ่งไปยังแม่นํ้าสายเล็กๆสายหนึ่งซึ่งมีดารินทร์อยู่อีกฝั่ง หันกลับไปปามีดหั่นผลไม้ของราชันย์ใส่ราชาวัวครึ่งปลา ราชาวัวครึ่งปลาสามารถป้องกันได้แต่มันก็ต้องหยุดชะงักชั่วครู่
สายฝนใช้จังหวะที่ราชาวัวครึ่งปลาหยุดชะงักวิ่งไปที่แม่นํ้า เขาก้าวกระโดดไปบนหินห้าหกก้อนในแม่นํ้าก่อนถึงอีกฝั่ง หันกลับไปยกยิ้มเยาะเย้ยใส่ราชาวัวครึ่งปลา ชูนิ้วกลางใส่มันก่อนกล่าวชิวๆว่า “วันนี้อากาศโคตรดีเหมาะสำหรับการย่างบาร์บีคิวเนื้อวัวครึ่งปลาจริงๆ ฮ่าาาาๆๆๆ”
ราชาวัวครึ่งปลาไม่รู้ความหมายของนิ้วกลางแต่มันรู้ว่าสายฝนกำลังเหยียดหยาบมันและเผ่าพันธุ์ของมันอยู่ ราชาวัวครึ่งปลาหัวร้อนมากๆ มันใช้ความเร็วสูงสุดวิ่งเข้าโจมตีสายฝน
สายฝนมองอย่างดูถูก “โง่!” คำเดียวที่ออกจากปากคือคำเย้ยหยัน รอยยิ้มของเขากลายเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย วินาทีเดียวกันราชาวัวครึ่งปลาก็วิ่งผ่านกลางแม่นํ้ามาแล้วและกำลังจะโจมตีสายฝนซึ่งอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม
ชั่วขณะนั้นกลางอากาศพลันปรากฏตาข่ายขนาดยักษ์สีฟ้าสดใส ใช่แล้ว! มันคือตาข่ายวารีที่ดารินทร์ใช้เวลาเกือนหนึ่งนาทีเพื่อสร้างมันขึ้น ตาข่ายล่วงหล่นจากอากาศคลุมร่างราชาวัวครึ่งปลาใว้ ถึงตาข่ายอันนี้จะสร้างโดยธาตุนํ้าทว่ามันไม่ได้อ่อนแอแต่อย่างใด กลับกันมันแข็งแรงมากและยืดหยุดอีกด้วย มุมทั้งสี่ของตาข่ายยึดติดแน่นกับพื้นในนํ้า ร่างราชาวัวครึ่งปลาถูกตาข่ายวารีกดลงกับพื้นอย่างแรง มันพยายามลุกขึ้นทว่าก็ไม่สำเร็จ
จังหวะนั้นสายฝนหันไปหาโลเวลก่อนตะโกน “เฮ้ย! นายน่ะเป็นนักรบแห่งท้องทะเลไม่ใช่รึไงทำไมไม่รีบมาจัดการมันวะ” ฮันน่าเคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับนักรบแห่งท้องทะเลให้สายฝนฟังมาก่อน สายฝนรู้ว่านักรบแห่งท้องทะเลคือระดับหนึ่ง เขาไม่มีพลังพอจะฆ่าราชาวัวครึ่งปลา(ถ้าไม่ใช้ปัจจัยภายนอก) ดังนั้นจึงต้องให้โลเวลจัดการแทน
“ฉันเหรอ?” โลเวลถามพลางชี้นิ้วไปที่ตนเอง
สายฝนเร่งเร้า “เร็วๆสิ”
“อืม” โลเวลรับคำ เขาวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าราชาวัวครึ่งปลาด้วยพลังที่เพิ่งฟื้นขึ้นและใช้ความมืดมิดยามราตรีโจมตีใส่มัน ชริ้ง! มีดสีดำเปล่งเสียงแปลกประหลาดออกมา ใบมีดแหวกอากาศ เสียงดัง ฉึก! มีดโจมตีใส่ราชาวัวครึ่งปลาสำเร็จ ออร่าสีม่วงเข้มระเบิดออกจากมีด
มอออออออ!
ราชาวัวครึ่งปลากรีดร้องออกมาด้วยนํ้าเสียงเจ็บปวด เพราะตาข่ายวารีมันจึงไม่สามารถหลบการโจมตีจากโลเวลพ้น มันใช้ออร่าเสริมความแข็งแกร่งร่างกายทว่าโลเวลก็ยังโจมตีเข้าอยู่ดี พลังของราชาวัวครึ่งปลาถูกตาข่ายวารีผนึกอยู่หลายส่วน แน่นอนรวมถึงพลังธาตุด้วย
วินาทีถัดมาราชาวัวครึ่งปลาก็สิ้นใจตาย สายฝนมองมันเงียบๆ ในใจคิดขึ้น ‘ทำไมมันถึงตายง่ายขนาดนี้ล่ะ?’ สำหรับเรื่องนี้เขาไม่ได้คิดมาก ตายง่ายก็ดีแล้วเขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเพิ่ม เวลานี้สายฝนแทบไม่มีแรงเหลืออยู่เลย คิดดูสิตัวเขาสายฝนเคยเป็นแค่คนธรรมดามาก่อน เจอเข้ากับเรื่องแบบนี้แล้วไม่เหนื่อยมันเป็นไปไม่ได้!
ตึก! ร่างดารินทร์ทรุดลงกับพื้น เธอหอบหายใจเหนื่อย การใช้ตาข่ายผนึกพลังของราชาวัวครึ่งปลามันเหนื่อยสุดๆ ถ้าเวลานั้นพลาดขึ้นมาจะต้องเป็นปัญหาใหญ่แน่ๆ
สายฝนนำยาฟื้นฟูเบื้องต้นออกมาจาก[คลังสิ่งของ]สองขวด หนึ่งขวดสำหรับเขา และอีกหนึ่งสำหรับดารินทร์ ส่วนฮันน่ากับโลเวลสายฝนไม่ได้ให้ยาไป เขาเพิ่งรู้จักสองคนนี้ไม่นาน กล่าวตามตรงสายฝนจะไม่สนใจสองคนนี้เลยถ้าฮันน่าไม่ได้บอกข้อมูลเกี่ยวกับดาวดวงนี้และเขาไม่ต้องการไปหมู่บ้านขั้นที่หนึ่งไร้นาม
“นายมันขี้เหนียว! แค่ยาขวดเดียวก็ไม่ให้” ฮันน่าโวยวาย สายฝนทำเป็นไม่ได้ยินอะไร ท่าทางของเขาทำให้เธอเริ่มโมโห เตรียมด่าซักชุด
“ฮันน่าหยุดโวยวายได้แล้วน่า ยังไงเขาก็ช่วยพวกเราใว้นะ” โลเวลพูดขึ้น
คำพูดโลเวลเป็นผลให้ฮันน่าโมโหยิ่งกว่าเดิม “ตกลงนายอยู่ฝ่ายใครกันแน่!”
สายฝนไม่สนใจฮันน่าที่กำลังโวยวายอยู่ เขาเดินข้ามแม่นํ้าไปอีกฝั่งและเก็บกระเป๋าเป้ของตนเองขึ้นมาจากพื้น ครั้งนั้นหลังเขาหยิบศิลาเพลิงออกมาสายฝนได้โยนกระเป๋าเป้ทิ้งไปเพื่อให้วิ่งได้สะดวกและเร็วขึ้น
---
จบบทที่ 33 สังหาร