คำพูดของชายวัยกลางคนขั้นเซียนสวรรค์ เทียบเท่าระดับเจ้าสำนัก กล่าวดูถูกเย้ยหยัน อี้เฉินขึ้นมาในทันใด ครั้นเห็นจักรพรรดิหนุ่ม ไม่มีท่าทีสนอกสนใจ ที่จะเข้าร่วมประลองกับเขาแม้แต่น้อย
เจ้าสำนักศาลาซากศพ เขายังคลี่ยิ้มบางออกมาน้อยๆ เจียงหยุน ถือเป็นผู้อาวุโสผู้มีพรสวรรค์ของสำนักเขา ยากที่จะหาผู้ใดทัดเทียม ในขั้นพลังเดียวกัน
ผู้คนโดยรอบยังพากันพูดคุยซุบซิบดังออกมาไม่ขาด “ผู้อาวุโส เจียงหยุน เขาจะท้าประลองกับจักรพรรดิหนุ่ม ชนรุ่นหลังจริงๆ หรือ”
ชายหนุ่มอีกทิศทางหนึ่งกล่าวพูด ขึ้นมาด้วยความเชื่อมั่น “จักรพรรดิอี้เฉิน เขาไม่ลงประลองในศึกที่ไม่มีทางชนะหรอก ใครเล่าอยากจะมาขายหน้า ต่อหน้าผู้คนเฉกเช่นนี้ แล้วอีกอย่างผู้อาวุโสใหญ่ เผ่ามังกรคะนองน้ำ เตรียมจะออกมากล่าวพูดเรื่อง พิธีงานแต่งงานของ บุตรมังกรจงจิ้น กับเมิ่งอี้ แล้วด้วยในยามนี้”
อี้เฉินที่เห็นผู้อาวุโส เผ่ามังกรคะนองน้ำ สืบฝีเท้าเตรียมจะขึ้นลานประลองกล่าวพูด อี้เฉินหันปรายตาไปมอง ทิศทางเข้างาน ของแขกผู้มาเยือน ด้วยสายตาคาดหวัง กล่าวพูดพึมพำออกมาน้อยๆ “พวกเจ้ายังไม่มาอีกเช่นนั้นหรือ โม่กวาง จักรพรรดิเมิ่งฉิน”
ครั้นเมื่อไม่มีทางเลือกให้อี้เฉินมากนัก จู่ๆ ร่างที่วูบไหวของอี้เฉิน สืบฝีเท้าขึ้นไปบนลานประลอง ชนิดที่ไร้ทางเลือก ไต่ถาม ชายวัยกลางคน นามว่าเจียงหยุน ออกมาอย่างไม่มีหวาดเกรง “เราจะประลองกันเช่นไรดี ท่านผู้อาวุโส เจียงหยุน” ทว่าระหว่างที่อี้เฉินกล่าวพูด สายตาเขากลับจ้องมองไปที่หลินเฟยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่วางตา หญิงสาวนามว่าหลินเฟย นางยังกำหมัดของนาง เอาไว้จนแน่น กล่าวพูดพึมพำออกมาทันใด “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่อี้เฉิน”
อี้ฟางหรง นางที่เห็นการกระทำของอี้เฉิน นางยกฝ่ามือตนเองกุมขมับ ในทันที ไม่คิดอี้เฉินจะสร้างเรื่องในช่วงเวลาสำคัญนี้ แม้แต่ผู้อาวุโส เผ่ามังกรคะนองน้ำ ยังมีสีหน้าไม่พอใจ ทว่าเมื่อได้ยินคำพูด ของจักรพรรดิหนุ่ม บอกกล่าวการประลองครานี้ “ข้าถือว่ามอบเกียรติ ให้คู่บ่าวสาวทั้งสอง” จึงไม่มีใครกล้ากล่าวค้าน พวกเขาอีกต่อไป
ผู้อาวุโส เจียงหยุน เขาห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ ครั้นปรายตาไปมองจักรพรรดิหนุ่ม อายสังหารที่เล็ดลอดฉายวาบขึ้นมาทันที “ดี ดีเช่นนั้นเราจะประลองกายเนื้อกัน 10กระบวนท่าดีหรือไม่?”
อี้เฉินโบกฝ่ามือ ให้ชายชราเข้ามาโจมตี ส่งให้ห่างคิ้วของ ผู้อาวุโส เจียงหยุน สั่นกระตุกถี่ยิบใบหน้าบูดเบี้ยว จนไม่น่ามอง พร้อมกับร่างที่วูบไหว ราวกับภูตพราย ส่งเท้าเหยียบเข้าใส่ศีรษะอี้เฉิน ด้วยริ้วคลื่นที่บ้าคลั่ง ล้นทะลักทลายในทันใด หมายมั่นจะสร้างบาดแผลบนศีรษะ ทำให้จักรพรรดิหนุ่มต้องอับอาย บางคนยังกล่าวพูดออกมา “ช่างเป็นการโจมตีที่โอหังเสียจริง”
อี้เฉินที่เห็นพลังที่บ้าคลั่ง เตรียมจะบดขยี้ตัวเขา ให้อับอายต่อหน้าหมู่ชน ริ้วคลื่น รัศมี ที่ปลายฝ่ามือ อี้เฉินฉายวาบ ส่งกำปั้น แหวกอากาศ อัดกระแทกการโจมตีออกไปดังก้อง ในเสี้ยวพริบตา ปังงง!! ตูม!! ดังออกมาสนั่นกึกก้องไปทั่วงานแต่ง ส่งให้ร่างพวกเขาทั้งสอง ถอยห่างจากแรงระเบิดโดยพลัน
ก่อนจะพุ่งปราดเข้าต่อสู้โรมรัน กันไปอีกหลายกระบวนท่า ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชน ไม่อยากเชื่อสายตา ว่าจักรพรรดิอี้เฉิน จะสามารถต่อสู้กับ ผู้อาวุโสขั้นเซียนสวรรค์ เทียบเท่าเจ้าสำนักได้อย่างสูสีเช่นนี้ ราวกับว่า มองเห็นอสูรร้าย ที่หลุดออกจากกรงขัง เข้าประหัตประหารกัน
ทว่าเหล่าเจ้าสำนักที่เฝ้าดูการต่อสู้ พวกเขาพอจะคาดเดาได้ เหตุใดอี้เฉินไม่เพลี่ยงพล้ำ เนื่องด้วยบัดนี้กายาอี้เฉิน ไปแตะอยู่ในระดับเดียว กับพวกเขาเหล่าผู้อาวุโสชราแล้ว
แต่เมื่อหมัดสุดท้ายที่พวกเขาปะทะกัน ดังสนั่นออกมากึกก้องไปทั่ว ส่งให้แขนอี้เฉิน เกิดการสั่นไหวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดถนัดตา พร้อมร่างอี้เฉินที่ถอยกระเด็นออกไป มุมปากมีเลือดไหลซึม ก่อนจะยันกายขึ้นมา เช็ดเลือดเปรอะเปื้อนที่มุมปากออก
หมู่ชนที่ชมการประลอง10กระบวนท่า ต่างก็โหร้องยินดี ไม่คิดจักรพรรดิอี้เฉิน จะสามารถต่อสู้ กับผู้อาวุโสขั้นเซียนสวรรค์ เทียบเท่าเจ้าสำนัก ได้อย่างสูสี “จักรพรรดิอี้เฉินเขาไม่เลวจริงๆ ต่อสู้กับผู้อาวุโส บาดเจ็บเล็กน้อยเช่นนี้ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว”
ชายหนุ่มอีกทิศทางหนึ่ง เขาเองก็กล่าวชม อี้เฉินออกมาไม่ขาด “เหมาะสมแล้ว ที่เคยเป็นตำนานในสงครามมหาทวีป” ทว่าพวกเขา เหล่าเจ้าสำนัก กลับมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ในยามนี้
ผู้อาวุโส เจียงหยุน ที่ยืนมือไพล่หลัง กลางลานประลอง บีบรัดฝ่ามือเข้าหากันจนแน่น ครั้นเห็นอี้เฉินเตรียมจะ สืบฝีเท้าจากไป เมื่อครบ10กระบวนท่า “จักรพรรดิอี้เฉินเจ้าจะไปไหน”
อี้เฉินที่สืบฝีเท้าจากไป เขาส่งคำพูดไล่หลัง ออกมาให้ชายวัยกลางคน “การประลอง10กระบวนท่า รู้ผลแล้วไม่ใช่หรือว่าใครเป็นผู้ชนะ”
ครั้นผู้คนได้ยินคำพูด จากปากของอี้เฉิน หมู่ชนต่างก็พากันงงงวย ราวกับพวกเขา ถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หัวอย่างจัง ไม่เข้าใจสิ่งที่อี้เฉินกล่าวพูดเท่าใดนัก มีเพียงเหล่าเจ้าสำนักเท่านั้น ที่พวกเขามองออกว่า อี้เฉินเป็นฝ่ายชนะ
ครั้นคำพูดนั้นของอี้เฉินดังออกมาก้อง ทำให้ผู้อาวุโส เจียงหยุน เก็บอาการบาดเจ็บเอาไว้ ระเบิดออกในทันใด ริมฝีปาก กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ฝ่ามือที่ยืนมือไพล่หลัง บิดงอจนผิดรูป เลือดไหลซึมออกมาน้อยๆ โคจรปราณพลัง ประสานฝ่ามือเข้าหาในทันใด ฉับพลันกลุ่มควันดำขมุกขมัว ของความตายปะทุ ออกมาอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งประตูแห่งความตายถูกเปิดออกมา พร้อมร่างนักรบความตาย แดนนรกอเวจี ฉายทอดยาวลงมา พร้อมกระบี่เพลิงสีเขียวในมือ เตรียมจะประหัตประหาร ฆ่าสังหารอี้เฉิน
ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชน ต่างก็พากันพูดคุย ออกมาเสียงดังก้อง เมื่อเห็นผู้อาวุโส เจียงหยุน บาดเจ็บจากการต่อสู้กับอี้เฉินเมื่อยามก่อน ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ จักรพรรดิอี้เฉินเขาพึ่งอยู่ในขั้น เทพสวรรค์เองนะ “เป็นไปได้อย่างไร ผู้อาวุโส เจียงหยุนแพ้พ่ายให้กับ จักรพรรดิอี้เฉิน ..หรือว่าบัดนี้ผู้อาวุโส เจียงหยุน เขาเตรียมจะเอาจริงแล้ว”
ซีเผิงเขากำฝ่ามือของเขาเอาไว้จนแน่น ‘นี่มันผิดกฎ กติกา ที่ตกลงกันไว้แล้ว’ เขาเตรียมจะเข้าไปช่วยอี้เฉิน ก่อนจะถูกอี้ฟางหรง โบกฝ่ามือ หยุดซีเผิงเอาไว้ “ท่านหยุดข้าทำไม ท่านอี้ฟางหรง”
หญิงสาวส่ายหัว “เจ้าหยุดดูไปก่อน ข้าอยากรู้ อี้เฉินยัง จะเก็บซ่อนพลังอะไรไว้อีกหรือไม่”
หมู่ชนที่เห็นภาพฉาย นักรบความตายใหญ่ สมจริงเป็นอย่างมาก ปลดปล่อยการโจมตี ออกไปฆ่าสังหารอี้เฉิน ส่งคมกระบี่เพลิงไฟลุกท่วม เข้ากลืนกินอี้เฉิน หมู่ชนต่างก็ขนลุก เมื่อริ้วคลื่น รัศมีความตาย แพร่กระจายออกมาท่วมท้นท้องฟ้า มันก็ทำให้หลินเฟย แววตานาง ฉายความกังวลออกมา อยู่ในกรอบสายตา
ทว่าอี้เฉินกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน พุ่งปราด ปานสายฟ้าฟาด ชูสองนิ้ว ส่งวิชาดัชนีตัดฟ้า อัดกระแทก เข้าใส่คมกระบี่ที่บ้าคลั่ง อย่างไม่หวาดเกรง วัฏจักรชีวิต พร้อม วัฏจักรความตาย บริเวณหลังถูกขับเคลื่อนอย่างเร็วจี๋ ส่งให้นิ้วมือทั้งสองอี้เฉิน ราวกับเป็นภาพหยินและหยาง
อัดกระแทกนักรบความตาย ส่งเสียงปัง!! ดังออกมาก้อง พร้อมเสียงแตกร้าว ราวกับกระจกพังทลาย ฉาบไปทั่วผืนฟ้า ต่อหน้าต่อตาครรลองสายตาหมู่ชน แม้กระทั่งอี้เฉินเอง ยังไม่คาดคิด ว่าพลังของเขาในยามนี้ จะยกระดับ วิชาดัชนีตัดฟ้า ของเขาไปอีกขั้นหนึ่งแล้วในยามนี้
ผู้อาวุโส เจียงหยุน มองร่างนักรบความตาย ที่ฉายทอดลงมา คุมร่างเขา พังทลายลงไปอย่างรวดเร็ว แววตาเขา ฉายแววความหวาดหวั่นขึ้นมาทันใด กล่าวพูดขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา กับภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า “จักรพรรดิอี้เฉิน เขาอยู่ในขั้นพลัง ครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ เท้าข้างหนึ่งแตะอยู่ในขั้นเจ้าสำนักแล้วเช่นนั้นหรือ ไม่! ไม่! ต้อง ใช่แน่ๆ หากเขาไม่ได้อยู่ในขั้น ครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ ก็ไม่น่าจะทำเช่นนี้ได้”
ผู้อาวุโส เจียงหยุน มีสีหน้ากระวนกระวายขึ้นมา อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ระหว่างที่เขาไม่ทันระวัง ร่างอี้เฉินก็พุ่งปราด เข้ามาหาตัวเขา ปานสายฟ้าฟาด ก่อนส่งท่อนแขนทั้งสอง ทุบเข้าใส่ ผู้อาวุโส เจียงหยุนจนกระอักเลือด ร่างพุ่งกระแทกลงสู่พื้นสนามประลอง เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ปังงง!!ดังออกมากึกก้องในทันใด
“เจ้า! เจ้า! ช่างโอหังนัก” ผู้อาวุโส เจียงหยุน กล่าวสบถด่า ออกมาด้วยความเดือดดาล พยายามจะลุกขึ้นมา ส่งนิ้วมือชี้หน้าอี้เฉิน ที่ยืนเด่นท่ามกลางอากาศ ทว่าใครจะไปคาดคิด เมื่อร่างที่วูบไหวอี้เฉินพุ่งปราด เข้าเตะตัดลำตัว ผู้อาวุโส เจียงหยุน จนหัวกระแทก ลงไปนอนกับพื้นสนามประลอง ดังออกมาก้องอีกครา
บัดนี้ผู้คนต่างก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ไปแล้วในยามนี้ แล้วยิ่งเห็นอี้เฉินคว้าฝ่ามือหมับ ล็อกขา ผู้อาวุโส เจียงหยุนไว้แน่น กล่าวพูด น้ำเสียงเย็นชาออกมา “เจ้ารอรับแรงกระแทกให้ดี ผู้อาวุโส เจียงหยุน”
ทันใดร่างผู้อาวุโส เจียงหยุน ก็ถูกอี้เฉินหวดฟาดใส่พื้น ซ้ำไปซ้ำมา ปัง!! ปังงง!! ดังขึ้นมาก้อง พร้อมเสียงกระดูกภายในร่างผู้อาวุโส เจียงหยุน ลั่นไปทั่วตัว ฟันแตกหัก กระจัดกระจายออกไปทั่วสนามประลอง ภาพนั้นต่างก็พาให้รอบด้านเงียบงัน หากมีเข็มตกลงสักเล่ม คงดังกังวานไปไกลไม่น้อย