ตอนที่หกสิบเจ็ด ความไม่พอใจ
“และท่านอิทมาริอ่านแล้วเอากีบประทับไว้ตรงนี้”
แม้
คัลได้ยื่นบันทึกที่เขาจดไว้วันนี้ในคำพูดต่างๆของเขาและให้อิทมาริอ่านแล้วประทับกีบเท้าเอ๊ยตรารองรับไว้เพื่อเช็คความเรียบร้อยในวันข้างหน้า
ในช่วงที่คัลทำเอกสารอยู่เขาได้ยกงานด้านการเจรจาข้าวของไปให้กับคลอฟอร์ดและบรรดาลูกหลานขุนนางโกลด์โคล้กกับพวกวินเดรีย
ข้าวของที่ได้มานั้นผมได้ทำการจดบันทึกเอาไว้และให้อิทมาริทำการประทับตราตรวจสอบไว้ให้ครบถ้วนตามหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหารของอาณาจักรที่มีท่านอิทมาริเป็นเจ้าชายอีกทีหนึ่ง
การเมืองกับภูตมันก็ยุ่งยากอย่างนี้ล่ะ
ผมที่เห็นว่าข้าวของต่างๆค่อยส่งมาให้มีม้าประมาณสิบกว่าตัวหอกอีกนับสิบเล่ม อาหารเสบียงเก่าๆ คนรับใช้ประมาณสิบคนและรถลากต่างๆ
ที่สำหรับผมที่โดนขุนนางปฏิเสธบ่อยๆให้ไปเสี่ยงตายเอาเองกลางป่ากลางเขาด้วยมีดเล่มเดียว
แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว
แต่คลอฟอร์ดกลับโมโหจนหน้าแดง
“หมายความว่าอย่างไรท่านชวาร์ซทำไมพวกเราได้ข้าวของมาแค่นี้!!!”
คลอฟอร์ดรู้สึกแค่มองม้าไม่กี่ตัวกับคนรับใช้พวกนี้ก็ทำให้อับอายตนเองเป็นอย่างมาก
นี่คือความแตกต่างของคนที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายอย่างผมที่เจรจาตั้งนานยังเอาม้ามาจากคุณเวเนียร์ไม่ได้สักตัวและคลอฟอร์ดลูกหลานขุนนางที่ได้ม้ามาใช้งานสิบกว่าตัวในช่วงที่ม้าหายากในภาวะสงครามเช่นนี้ก็ยังไม่พอใจ
“ข้าหามาเพิ่มให้เท่าที่ทำได้แล้วโดยไม่กระทบต่อการวางกำลังของอาณาจักร”
แม่ทัพชวาร์ซกล่าวอย่างเคร่งขรึมจริงจัง
Instinct
สัญชาตญาณไม่ต้องบอกผมว่าเป็นความจริงผมก็พอจะเดาได้ว่ามันคือเรื่องจริงนั่นล่ะ
แต่นั่นทำให้คลอฟอร์ดที่เคยคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่กลับขัดใจเป็นอย่างมาก
นี่คือสาเหตุที่ DM ต้องพยายามทำให้คนที่มีเบื้องหลังเป็นขุนนาง NobleBackground
ต้องเป็น Disgrace Noble ขุนนางที่ตกต่ำ
ขุนนางที่เสียชื่อเสียงไม่สามารถเอาชื่อเสียง อิทธิพล อำนาจเงินตราของตระกูลตนเองมาใช้ในการผจญภัยได้
มีเรื่องเล่าของ DM ที่บ่นว่าผู้เล่นของตนเองที่มีเบื้องหลังเป็นขุนนางอวดเบ่งเอาชื่อตระกูลตนเองไปใช้ในการซื้อสินค้าต่างๆ
ทำให้ปาร์ตี้มีอุปกรณ์ครบไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณอีกต่อไปและสามารถสั่งซ้ายหันขวาหันต่อการ์ดทหารยามประจำเมืองไม่ให้มาหาเรื่องตนเองได้
แต่กระทั่งพลังของขุนนางที่ไม่ใช่เป็นขุนนางที่เสียเกียรติหรือตกต่ำอย่างคลอฟอร์ด
เมื่อเจอกับระบบของอาณาจักรก็ทำให้เขาเกิดความลำบากใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเช่นกัน