อลินตา... หมอผีข้ามภพ

บทที่ 171

                ไอดินถามตรงๆ “คุณเป็นหมอผีเหรอ?” อลินตายักไหล่ ก่อนพูดเบาๆ

                “เป็นมานานแล้วค่ะแค่คุณไม่รู้” พูดพร้อมกับยกถ้วยกาแฟดำขึ้นจิบซึ่งเจ้าตัวไม่แตะต้องน้ำตาลและครีมเทียมเฉกเช่นเดียวกับปราถะจากนั้นก็ยื่นนามบัตรให้ไอดิน พลางพูดกับเขา

                “นี่นามบัตรฉันถ้าเรื่องงาน หรือเกิดเรื่องฉุกเฉินเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณโทรมาได้ 24 ชั่วโมง แต่ถ้าเรื่องอื่นคุณติดต่อฉันไม่ได้แน่นอนค่ะ” อลินตาพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน ไอดินลุกตามและแน่นอนกลุ่มของปราถะก็ลุกตามด้วย          

                “แล้วเมื่อกี้ที่คุณบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้มาด้วยตัวเองคืออะไร?”อลินตาหยุดยืนก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ไอดินด้วยความเป็นมิตร

                “เพราะงานนี้ฉันจะส่งหมอผีอีกคนมาให้คุณคุยกันให้รู้เรื่องนะคะ เธอจะมาพบคุณไม่เกินเย็นพรุ่งนี้ค่ะ” พูดจบอลินตาก็เดินออกไปรวมกับกลุ่มของปราถะทันทีทิ้งไอดินให้ยืนงงอยู่ด้านหลังเขาจะรู้ไหมนะว่าต่อไปชะตาชีวิตของไอดินจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์โดยตรงกับเธอในฐานะน้องเขย!!ขณะที่เดิน ปราถะมองอลินตาไม่วางตา

                “คุยอะไรกัน?ตั้งนานสองนาน” ปราถะถามทันทีเมื่ออลินตาเดินเข้ามายังกลุ่มของตน

                “เรื่องงานน่ะค่ะ”ปราถะยังคงยืนมองอลินตานิ่งอยู่ที่เดิม อลินตาส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะย้ำคล้ายๆ จะกวนอีกฝ่ายมากกว่า

                “เรื่องงานค่ะเรื่องงาน...” นั่นแหละเจ้าตัวถึงขยับเท้าตามทุกคนไปที่รถเมื่อมาถึงรถ หมิงสังเกตเห็นอาการเป๋าที่แปลกๆ ตั้งแต่อยู่ในโรงแรมก็เอ่ยทักขึ้น

                “ไอ้เป๋าแกไหวไหมเนี่ยดูท่าทางยังกับคนติดยา หน้าหมอง ร่างโทรมมาก ทำไมแกดำขึ้นแค่ชั่วข้ามคืนเลยวะแกไปทำอะไรมา รึแกโดนใครทำของใส่” เป๋ายกมือจะเขกกะโหลกเพื่อนรักอลินตาที่ได้ยินก็เดินเข้ามาหาเป๋าทันทีก่อนที่จะมองไปรอบๆ แล้วบอกทุกคน

                “รีบกลับกันได้แล้วฉันมีเรื่องจะประชุมทุกคนก่อนจะออกเดินทาง” และก่อนที่อลินตาจะมุดตัวเข้าไปในรถเธอก็ได้สั่งผู้ที่ทำหน้าที่เป็นโชว์เฟอร์

                “เป๋าตุงชัยยันตร์ พวกนายตั้งสติดีๆ และตั้งใจขับรถอย่าวอกแวก ปะ ไปกันเถอะ” ทุกคนมุ่งหน้าสู่เรือนรูปจันทร์บ้านหลังใหม่ของอลินตาอย่างรวดเร็วโดยที่ล้อรถทั้งสองคันมีแสงสีน้ำเงินครอบคลุมซึ่งปราถะก็เห็นแสงนั้นชายหนุ่มยิ้มและชื่นชมในความรอบคอบของอลินตา ในที่สุดทุกคนก็มาถึงจุดมุ่งหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

                ภายในศาลารับรองที่อยู่กลางเรือนนั้นอลินตานั่งหน้าตาจริงจัง เจ้าภูแสนยืนพิงเสาใกล้ๆ อลินตาสีหน้าเคร่งขรึม โดยมีเป๋าหมิง และชัยยันตร์นั่งอยู่อีกฝั่ง ทั้งสามมองหน้าคนทั้งสอง โดยมีคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลลอยวนรอบๆศาลา สายตาสอดส่องราวกับว่าสอดส่องหาผู้บุกรุกกระนั้น

 

                “จุดประสงค์ที่ฉันจะเดินทางย้อนกลับสู่อดีตในครั้งนี้มีเพียงอย่างเดียว” ลูกน้องทั้งสาม ต่างพากันจ้องเขม็งเงียบกริบรอฟังว่าอลินตาจะพูดอะไรตอนนี้อลินตากินรวบชัยยันตร์มาไว้เป็นลูกน้องของตนอีกคนหนึ่งแล้วด้วย

                “ฉันไปเพื่อช่วยชีวิตเป๋าตุงลูกน้องของฉัน” หวยออกที่เป๋าจนได้ เป๋าหน้าเหวอ ปากสั่น

                “เป๋าใกล้จะตายแล้วใช่ไหมคะ?”อลินตาพยักหน้าช้าๆ ปราถะนิ่งฟังเรื่องราวของอลินตากับลูกน้องของเธอ

                “ถ้าตามชะตาชีวิตนายจะอยู่ได้อีกไม่เกินสามวันและตอนนี้เหล่าบรรดานายนิรยบาลทั้งหลายก็มารอท่าเพื่อรับวิญญาณนายแล้วคราวนี้เป๋าตุงส่ายหน้าทันที

                “คุณอลินเป๋ายังไม่อยาก....” น้ำตาเป๋าเริ่มปริ่มหมิงเองแม้จะปากจัดกับเพื่อนและชอบทะเลาะกันบ่อยๆแต่เอาเข้าจริงเขากลับใจหายอย่างบอกไม่ถูก หมิงรีบเข้าไปตบไหล่เป๋าเบาๆ

                “แกจะไม่เป็นอะไรไอ้เป๋าคุณอลินของเราเก่งจะตายแกก็รู้” หมิงพูดพลางหันหน้ามองอลินตาด้วยแววตาขอร้องให้เจ้านายทำอะไรสักอย่างอลินตาเห็นอาการลูกน้องสองคนดังนั้นก็รีบพูดขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยนและอบอุ่นปราถะที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ก็อยากให้อลินตาใช้น้ำเสียงแบบนั้นกับตนบ้าง

                “เป๋าตุงคนเราฝืนชะตาชีวิตตัวเองไม่ได้ก็จริงแต่เราก็สามารถที่จะกำหนดทิศทางมันได้นี่นะ ฟังนะ นายต้องตั้งสติดีๆอย่าตระหนกจนเกินไป เพราะ.. ฉันพอจะมีทางช่วยนายได้และฉันจะทำให้นายกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งฉันจะไม่สัญญาแต่ฉันจะพยายามให้ถึงที่สุด” น้ำเสียงของอลินตาคล้ายน้ำเย็นสดชื่นราดรดลงบนกระหม่อมของเป๋า ทำให้เป๋าค่อยใจชื้นตั้งสติได้บ้าง แต่ จังหวะนั้นเอง...

                “แอ้ด...!!!”เสียงประตูหน้าเรือนก็ดังขึ้นช้าๆ เป๋ายกมือทาบอก อย่าบอกนะว่าพูดถึงนายนิรยบาลปุ๊บท่านก็มาปั๊บ อะไรจะเร็วยิ่งกว่าสแกนไอดีไลน์ผู้ชายเยี่ยงนี้ทุกคนหันไปมองที่ประตูพร้อมกันอย่างรวดเร็ว อลินตานั่งหลังตรงพร้อมกับปราถะยืดตัวยืนตรงทันที เสียงใสแจ๋วทักทายขึ้นราวกับอยู่คนละโลก

                “จ๊ะเอ๋..สวัสดีค่า... โห.. พี่อลิน บ้านหลังใหม่สวยมากกกกกสมัยนี้หาบ้านเรือนไทยโบราณแท้แบบนี้ยากมากเลยนะคะ” ทุกคนถอนหายใจแทบจะพร้อมกันราวกับนัดหมายเป็นเนตรนภานั่นเองที่โผล่มาในเวลาแบบนี้ เนตรนภาเห็นอาการทุกคนก็แปลกใจรีบถาม

                “เอ่อ..เนตรมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะ?” แม้ชีวิตกำลังจะหาไม่แต่เป๋าตุงก็ไม่วายปากเร็วตามเคย

                “โถ่คุณเนตรมาแบบนี้เสียวแว้บเลยค่ะ โดนผีหลอกยังจะรู้สึกดีกว่าอีก” เนตรนภามองหน้าทุกคนงงๆแต่อลินตาได้สติก่อนใคร

                “มาเนตรมานั่งก่อน เนตรมาได้จังหวะพอดี ดีเหมือนกันพี่จะได้พูดกับทุกคนให้เข้าใจครั้งเดียวเลย”เนตรนภาได้ยินผู้เป็นพี่สาวเรียกเข้าไปนั่งก็รีบเดินอย่างไวและก่อนที่จะก้าวเข้าไปนั่งในศาลารับรองแขก เนตรนภาก็หันไปยกมือไหว้สวยงามกับใครคนหนึ่งซึ่งเป๋าและหมิงมองเห็นเพียงความว่างเปล่า แต่ปราถะและชัยยันตร์เห็นตั้งแต่ขึ้นมาบนเรือนเป๋าอดสงสัยไม่ไหว จึงถามขึ้น

                 “คุณเนตรไหว้ใครคะ?”เป๋าไม่เห็นวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาล แต่เนตรนภากลับเห็นอย่างชัดเจน

                “ก็...” เนตรนภายังไม่ทันได้ตอบ อลินตาก็ตอบแทน

                “ไหว้เจ้าที่เจ้าทางบ้านหลังนี้แหละยัยเนตรมองเห็นสิ่งที่พวกนายมองยังไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ เอาล่ะอย่าไปสนใจเลย ท่านก็อยู่แถวนี้ไม่รู้เมื่อไหร่จะชินกันสักที” อลินตาไม่วายบ่นกระปอดกระแปดเนตรนภารีบเดินเข้ามานั่งข้างๆ พี่สาว พร้อมกับวางกระเป๋าสัมภาระลงข้างตัว เมื่อเนตรนภานั่งได้ที่แล้วอลินตาก็พูดขึ้นทันที

                “ทุกคนพอจะรู้แล้วนะเรื่องที่ฉันจะเดินทางไปหาอาจารย์สินยเวทย์เพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์เรียนวิชาชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นและการเกิดใหม่ในร่างคนอื่น.. หรือเรียกรวมๆ ว่าวิชาจุติทิพะวิญญาณ” อลินตาพูดเร็วปร๋อ อลินตาพูดมาถึงตรงนี้ปราถะนาคราชในร่างของเจ้าภูแสนก็หูผึ่งทันทีเพราะเขาก็ต้องการนำเอาวิชาเหล่านี้ไปช่วยแพงอรด้วยเช่นกันทางด้านอลินตายังคงพูดต่อเหมือนกับจะสั่งความกับทุกคนไปด้วย

                “แต่งานนี้เห็นทีจะมีบางคนไม่ได้ไปกับฉัน...” งานนี้เสียงทุกคนต่างก็ร้องอุทธรณ์ขึ้นมาแทบจะพร้อมๆกัน โดยเฉพาะปราถะแม้จะพูดขึ้นเป็นคนสุดท้ายแต่ก็เสียงดังกว่าใคร

                “ฉันต้องได้ไปกับเธอ”อลินตาปรายตามองปราถะแว้บ

                “งั้นก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่าง?”คราวนี้ปราถะอึกอักเล็กน้อย เพราะแลกกับอะไรบางอย่างของอลินตานั้นมันดูน่าสงสัยเหลือเกิน

                “แลกกับอะไร?” แม้จะกังวลแต่เสียงถามกลับดูมั่นคงหนักแน่นเฉกเช่นนาคราชผู้มีนิสัยอาจหาญประจำชาติกำเนิดของตน...

คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน