“เฮ้ออออ…...” ลิ่วคังส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างดัง“พวกท่านช่วยไปกอดรัดกันไกลๆ ข้าหน่อยได้หรือไม่โปรดเห็นใจข้าที่ต้องนอนเดียวดายด้วยเถิดนายท่าน” ลิ่วคังย่างปลาไปบ่นไป‘ท่านแม่ทัพช่างเผด็จศึกนางรวดเร็วนัก หากมีคนมาตามหานางจะทำเช่นใดเล่าโจรป่าก็ยังไม่ได้ล้อมจับ เข้าเมืองหลวงก็ยังมิได้เพราะงานมิแล้วเสร็จ เฮ่อ...ลิ่วคังหนักใจแทน’
“วันพรุ่งนี้จะทำห้องชำระร่างกายให้ฟางซินเ้าก็ทำกระท่อมของเ้าเสียดีหรือไม่?”
“ก็คงต้องเป็เช่นนั้นขอรับ ชุดเสื้อผ้าของแม่นางฟางซินข้าไปหามาจากกองทะ...อ่อหมู่บ้านได้มาอีกสามชุด”ลิ่วคังเกือบจะบอกไปว่าหามาจากกองทัพแต่คำสั่งที่ท่านแม่ทัพสั่งไว้คืออย่าเพิ่งบอกกล่าวแก่นางเพราะกลัวนางจะใอีกทั้งเื่ตามโจรป่ายังไม่แล้วเสร็จอะไรๆ ก็ติดขัดไปหมดรอท่านแม่ทัพจัดการกลุ่มโจรจนสิ้นแล้วค่อยว่ากัน
“วันพรุ่งนี้ลั่วถงจะมาในยามเว่ยคราวก่อนข้าสั่งไว้ให้เ้านั่นเอาข้าวสารมาด้วย”ท่านแม่ทัพกล่าวชื่อรองแม่ทัพออกมาอย่างไม่ปิดบังเพราะไม่ได้กล่าวถึงเื่การทำงานและนางก็มิได้เอ่ยถาม‘ช่างรู้ความยิ่งนัก’
“ดีเลยขอรับ เมื่อเช้าข้าไปที่นั่นก็ลืมเสียสนิท”ลิ่วคังส่งเนื้อปลาหอมกรุ่นให้ท่านแม่ทัพกับฟางซินคนละตัวแล้วทั้งสามคนก็กินปลาย่างไปคุยไป
ตู้ฟางซินแหงนมองท้องฟ้าที่มีดวงดาวมากมายเต็มไปหมดพระจันทร์ดวงใหญ่ส่องสว่าง บรรยากาศรอบๆ มืดมิด
‘สงบเงียบดีจริงๆ’ หันมองบุรุษตัวใหญ่ข้างกายแล้วยิ้ม ‘ชอบมากเ้าค่ะ’
&&&&
วันรุ่งขึ้น
ตู้ฟางซินในห้องนอนน้อยที่นางหลับนอนเมื่อคืนยามนี้นางก็นั่งอยู่บนเตียงเช่นเดิมแต่ต่างออกไปเพราะตอนนี้นางถลกแขนเสื้อขึ้นมองเห็นรอยแดงเต็มไปหมดผ้าชนิดนี้นางคงจะแพ้ มันทั้งหยาบทั้งด้านแม้จะไม่มีอาการคันมีตุ่มเป็เม็ดๆแต่มันก็ไม่ได้ทำให้นางสบายตัวเลย
แอ้ดดด!!!!!เสียงเปิดประตูห้องนอนดังเข้ามาพร้อมกับเสียงบุรุษเ้าของกระท่อม
“เป็อะไร”เขาเดินลงมานั่งข้างๆแล้วจับแขนของนางขึ้นมาดูก็พบว่ารอยแดงเป็ขีดๆเส้นๆหลายรอยตาคมมองนาง “รอยอะไร?”
“ข้าคงจะถูกชุดนี่บาดน่ะเ้าค่ะเนื้อผ้าหนาเช่นนี้ใส่แล้วไม่สบายตัวเลย” นางทำหน้ายุ่ง
“เหตุใดเ้าไม่ถอดออกเปลี่ยนเล่าทนใส่ทำไมตั้งหลายชั่วยาม”ท่านแม่ทัพปลดสายรัดเอวของนางพร้อมกับเอาป้ายหยกของนางที่เขาเห็นประจำวางไว้บนโต๊ะเล็กสาบเสื้อถูกเปิดออก
“ลุกขึ้นสิ!!”
“ข้าถอดเปลี่ยนเองก็ได้นะเ้าคะ”ฟางซินจับมือแกร่งที่กำลังจะแหวกเสื้อออก
“ไม่…ข้าจะเป็คนถอด”ใบหน้าคมดุจ้องสตรี “ลุกขึ้น”
ตู้ฟางซินลุกขึ้นยืนตรงหน้าเขาปล่อยให้เขาถอดชุดนางออกขว้างทิ้งไป ‘นางเปลือยอีกครั้ง’มือน้อยหนึ่งข้างปิดของสงวนด้านล่างอีกข้างรัดตรงหน้าอกแม้มันจะไม่ช่วยอะไรแต่ก็ยังดีที่นางยังปิดได้บ้าง
ตาคมมองสำรวจสตรีตัวขาวที่เปลือยอยู่เพื่อมองหาร่องรอยหัวคิ้วขมวดมุ่นอย่างขัดใจเมื่อทั่วกายเล็กมีแต่รอยแดงเขาลุกไปหยิบขวดยาที่ทาตรงฝ่ามือของนางเมื่อวานมา แล้วกล่าวว่า
“ขึ้นไปนอนบนเตียง”ตู้ฟางซินมีสีหน้าอึดอัด “ข้าจะทายาให้เ้า”คนตัวโตมีท่าทางข่มขู่คนตัวเล็กกว่าเขาเดินหน้า นางถอยหลังจนต้องนั่งลงบนเตียงขาสองข้างถูกบุรุษร่างใหญ่จับขึ้นไปถอดรองเท้าทิ้งแล้วก้าวขาตามนางมา
ตู้ฟางซินเห็นเขาถอดเสื้อออกจนเหลือเพียงกางเกงรองเท้าเขาก็ถอดทิ้งเมื่อใดไม่รู้ได้ “ท่านพี่เหวินเป่า..จะถอดเสื้อทำไมเ้าคะ?”ฟางซินตัวน้อยนอนหงายอยู่บนหมอนผมสีดำสยายอยู่เต็มหมอนมือน้อยสองข้างก็ยังคงปิดของสงวนอยู่เช่นนั้น ‘นางช่างน่ารักยิ่งนัก’
“ข้าร้อน”ท่านแม่ทัพจางแล่บลิ้นเลียริมฝีปากอย่างพยายามอดใจ ยามนี้เขานั่งอยู่ข้างๆขาขาวนวลที่มีรอยแดงเป็ริ้วๆ “ข้าจะทายาด้านหลังให้ก่อน เ้าหันหลังสิ”สตรีตัวบางนอนตะแคงหันหน้าเข้าข้างฝาแผ่นหลังเปลือยเปล่ามีผ้าห่มคลุมสะโพกงามงอนไว้ แม่ทัพใหญ่ขบกรามแน่น มือใหญ่จับแขนขาวเล็กให้หันมาทั้งคู่สบตากันกันด้วยอารมณ์หวามไหว...สุดท้ายฟางซินก็มิพ้นถูกเขาฉุดลงไปในหลุมสวาทที่เขาดักนางนานร่วมครึ่งชั่วยาม
&&&&
แฮ่กๆๆ /แฮ่กๆๆๆ เสียงหอบหายใจดังแข่งกันอยู่สองเสียง
ตู้ฟางซินยกมือน้อยตบลงไปบนหน้าอกเสียงดังปั่บ!!! ใบหน้าน่ารักแง่งอนเงยขึ้นมองบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็สามี ‘แต่มิรู้แซ่’
“ท่านรังแกข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“รังแกอันใด?เ้าเป็ฮูหยินข้า ร่วมรักกับเ้าก็ถูกแล้ว”มองกลุ่มผมดกดำตรงหน้าอก “รึจะให้ข้าไปร่วมรักกับเ้าลิ่วคัง?” แม่ทัพจางเหวินเป่าเอ่ยประชด
“55555” นางลุกขึ้นนั่งมองหน้าบุรุษที่พูดจาเรื่อยเปื่อย“แล้วลิ่วคังยอมท่านพี่หรือไม่เล่าเ้าคะ555”
“เฮอะ!!”เขาแค่นเสียงในลำคอ
แม่ทัพจางมองสตรีตัวขาวผมยาวคลอเคลียร่องอกอวบปลายถันสีชมพูบวมเป่งชูชัน ‘เขากำลังหลงใหลนางหวงแหนนางและ..รักนาง’นี่คือสิ่งที่เขามั่นใจ มือใหญ่ลูบเอวคอดกิ่วขึ้นลงๆ มองนางหัวเราะอย่างเพลินตาเื่ของเขากับนางเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบไม่ทันได้ตั้งตัว แค่เพียงสองวันราวกับคุ้นเคยกันราวสองปีทั้งเื่ค่ำคืนวสันต์ทั้งเื่ความรู้สึก….
“ท่านพี่เหวินเป่ารุนแรงกับข้านักท่านมิสงสารข้าบ้างหรือเ้าคะพบเจอกันไม่นานท่านเคี่ยวกรำข้าจนไม่มีแรง”นางเกาะหน้าอกแกร่งมองเขาอย่างออดอ้อน“มิได้กราบไหว้ฟ้าดินแต่ข้ากลับมาร่วมหอกับท่าน คิดถึงยามใดก็ละอายแก่ใจยามนั้น”ตู้ฟางซินเริ่มทำหน้าเศร้าอีกครั้งราวกับเพิ่งนึกได้
“เ้าได้กราบไหว้แน่...รอข้าจัดการบางสิ่งจนแล้วเสร็จก่อน”มือใหญ่จับแก้มนาง สบตามองอย่างยืนยันในคำพูด “ข้าพูดจริงทำจริงเสมอ”
“หากท่านช้า ข้าจะออกเรือนไปกับผู้อื่นเสีย...ว๊าย!!!”คำกล่าวของนางทำให้เขาขัดใจยิ่งนักเขาจับสตรีตัวขาวฟัดไปมาหนวดเคราครูดไถไปตามร่องอก “ท่านพี่ ข้าเจ็บ”นางดันคางสากออกไป “หนวดของท่าน..”
“หืมมม” ท่านแม่ทัพจับตัวสตรีเปลือยมานั่งคร่อมตัก มือบางวางบนไหล่“เริ่มยาวแล้วสิ ยิ่งโกนก็ยิ่งมากเบื่อจริงเชียว” มือหนาลูบคางเบาๆ‘หย่งเจี้ยนกับหย่งเซิง’ มิเห็นจะมากมายเช่นเขา“หากเ้ามิชอบพรุ่งนี้ก็โกนให้ข้าเถอะ”
“เ้าค่ะ” นางยิ้มน่ารัก
“แล้วเมื่อครู่เ้าบอกว่า หากข้าช้าจะออกเรือนไปก่อนงั้นรึ?” เขาหรี่ตามองสตรีบนตัก
“มิได้พูดเสียหน่อย” นางหันหน้าหนี
“ฮึ..หูข้าคงเพี้ยนไปกระมัง” ฟางซินหันหน้ามาหา“แต่ถ้าเ้าทำจริงเ้าบ่าวเ้าตายแน่..ฟางซิน” แม่ทัพจางย้ำคำหนักแน่นสายตาดุดันมองนาง “จำคำข้าไว้..เ้าเป็ของข้า”คำคำนี้เขากล่าวไปแล้วหลายครั้งในหนึ่งวันและเขาก็ชอบที่จะเอ่ยมันออกมาย้ำๆซ้ำๆ