Legendary Combination การผสมผสานของตำนาน

    ตอนที่ 80 3 ข้อ

            ตอนที่80 3 ข้อ

             

            เฮ! เฮ! เฮ!

             

            เสียงโห่ร้องดังขึ้นไม่ขาดเหล่าทหารกำลังตื่นเต้นกับการต่อสู้ของยอดแม่ทัพระหว่างเตียวเลี้ยวกับอิกิ๋ม

             

            เตียวเลี้ยวนั้นใช้ง้าวเป็นอาวุธเวลากวัดแกว่งง้าวแต่ละครั้งล้วนดูสง่างามแต่ละครั้งที่เตียวเลี้ยวจตวัดง้าวฟาดฟันเข้าใส่อิกิ๋มล้วนเกิดเสียงของลมที่ถูกผ่าดังวูบวาบ แต่ไม่ว่าเตียวเลี้ยวจะมีเพลงง้าวที่ยอดเยี่ยมแค่ไหนเวลานี้เขาก็ยังไม่อาจทำอันตรายอิกิ๋มได้ เพราะอิกิ๋มเองก็เป็นแม่ทัพชั้นยอดเช่นเดียวกัน

             

            สำหรับอิกิ๋มเวลาต่อสู้นั้นแตกต่างจากเตียวเลี้ยวอยู่บ้างเพราะอาวุธคู่กายของเขาคือขวานศึก ซึ่งขวานศึกนั้นแตกต่างจากขวานแบบที่โคล่าชอบใช้กับขวานศึกนั้นคือขวานเหล็กที่ติดอยู่บนด้ามไม้ยาว โดยที่อีกปลายหนึ่งของด้ามจะมีปลอกหุ้มเหล็กหุ้มเอาไว้เพื่อถ่วงน้ำหนักการโจมตีของขวานศึกนั้นจะรุนแรงเป็นอย่างมากโดยอาศัยน้ำหนักของตัวขวานศึกเองเป็นส่วนช่วย

             

            อิกิ๋มนั้นเป็นชายที่รูปร่างไม่ได้ใหญ่นักแต่ไม่รู้ทำไมถึงได้มีเรี่ยวแรงและพละกำลังที่มากมายนักจนนำเอาขวานศึกมาใช้เป็นอาวุธได้แบบนี้ด้วยการโจมตีที่รุนแรงทำให้เตียวเลี้ยวต้องระมัดระวังเป็นพิเศษดีที่ว่าเตียวเลี้ยวนั้นมีเพลงง้าวที่พลิ้วไหวซึ่งต่างจากกวนอูจึงไม่จำเป็นต้องเข้าปะทะด้วยพละกำลังมากนัก

             

            ด้วยชั้นเชิงของทั้งคู่และยังอาวุธที่มีระยะโจมตีใกล้เคียงกันทำให้เวลานี้ทั้งคู่ต่างรักษาระยะห่างและดวลกันอย่างสูสีทำให้ทหารที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างโห่ร้องส่งเสียงกันอย่างเมามันทุกคนเอาแต่จ้องกันจนตาไม่กะพริบ สมาธิของทุกคนต่างตกอยู่ในใจการต่อสู้เบื้องหน้านั่นหมายความว่าเตียวเลี้ยวได้ทำตามแผนของทีชได้เป็นผลสำเร็จแล้วเพราะเตียวเลี้ยวสามารถดึงอิกิ๋มไว้ข้างกายและยังดึงดูดทหารรอบๆให้เสียสมาธิได้อีกด้วย

             

            กองทัพของอิกิ๋มที่กำลังยืนมองการต่อสู้อย่างตั้งใจกลับไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กำลังมีฝูงนกกระทุ่มกำลังบินมุ่งหน้าเข้ามาใกล้กองทัพของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆแถมพวกมันยังตกอยู่ในสถานะคลุ้มคลั่งอีกด้วย

             

            ทีช ขุนพันธ์และข้าวต้มมัดกำลังวิ่งด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ พวกเขาไม่กล้าหันกลับไปมองเลยแม้แต่น้อยทั้ง 3 คนต่างตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีเพียงอย่างเดียวและเมื่อมองเห็นชายป่าขุนพันธ์ก็ร่ายอาคมบางอย่างขึ้น

             

            มนตร์บังตา!

             

            ขุนพันธ์ใช้เวทมนตร์ที่ทำให้พวกเขาทั้ง3 คนสามารถพรางกายได้ในชั่วเวลาหนึ่งเวทมนตร์นี้มีผลทำให้ร่างกายดูเลือนรางแต่ความจริงแล้วร่างกายของคนคนนั้นก็ยังยืนอยู่ที่เดิมซึ่งหากใครเพ่งมองดีๆ ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจน และเวทมนตร์นี้มีผลเพียงแค่ 5นาทีเท่านั้นถือว่าเป็นเวทระดับต่ำ แต่ทว่าสำหรับนกกระทุ่มที่ไม่ได้มีมันสมองมากเท่ามนุษย์และยังตกอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งนั้นต่างกัน

             

            เมื่อขุนพันธ์ร่ายมนตร์จบนกกระทุ่มก็เหมือนสูญเสียเป้าหมายของพวกมันแต่ด้วยเสียงโห่ร้องของกองทัพทำให้พวกมันมุ่งหน้าไปยังต้นเสียงแทนทันที

             

            จิ๊บๆๆๆจิ๊บๆๆๆๆ

             

            วูบบบบฉัวะ!

             

            วูบบบบฉัวะ!

             

            วูบบบบฉัวะ!

             

            เมื่อพวกมันพุ่งออกจากป่าก็พบเห็นกองทัพของอิกิ๋มพวกมันย่อมไม่อาจแยกแยะมิตรหรือศัตรูอยู่แล้วเมื่อเห็นกองทัพพวกมันก็ใช้เวทประจำตัวออกมาทันที ‘คมมีดสายลม’ ฝูงนกกว่า 2,000 ตัวได้บุกเจ้าจู่โจมกองทัพของอิกิ๋มอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่สำหรับตัวการ 3 คนที่ล่อพวกมันมา เวลานี้กำลังยืนแอบมองอยู่ไกลๆและหนึ่งในนั้นกำลังยิ้มอย่างมีความสุข

             

            “ฮ่าๆๆๆ ด้วยจำนวนขนาดนี้คงทำให้กองทัพของอิกิ๋มปั่นป่วนมากแน่อีกอย่างนะพวกมันบินได้ การจะโจมตีพวกมันนั้นยากอยู่นะ ฮ่าๆๆๆ”

             

            ทีชหัวเราะอย่างมีความสุขที่เห็นภาพตรงหน้าขุนพันธ์เองก็ยิ้มน้อยๆ เวลานี้เขารู้สึกยอมรับนับถือทีชมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะทีชแสดงให้เห็นว่าถึงแม้เขาจะยังดูอายุน้อยที่จะเป็นใหญ่แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยพวกพ้องและยังสงบนิ่งจนสามารถวางแผนการแบบนี้ออกมาได้ขุนพันธ์ได้แอบให้คะแนนทีชเอาไว้ในใจ

             

            แต่สำหรับข้าวต้มมัดเขาที่เป็นเพียงทาสที่ไม่รู้หนังสือเมื่อเห็นแผนการที่ร้ายกาจแบบนี้เขาอดรู้สึกทึ่งไม่ได้เขาไม่เคยต้องต่อสู้ด้วยกลยุทธ์หรือเล่ห์เหลี่ยมมาก่อนเพราะทุกครั้งที่เขาต่อสู้ล้วนพึ่งพาร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งอาวุธเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

             

            “สุดยอดไปเลยขอรับ ท่านทีชไม่ได้โม้จริงๆ” ข้าวต้มมัด พูดอย่างตื่นเต้น

             

            “ฮ่าๆๆ แน่นอนๆ ว่าแต่พวกเราพักสักหน่อยดีกว่า วิ่งมาตั้งไกลอีกเดี๋ยวพวกเราอาจต้องรับศึกหนักอีกครั้ง” ทีชหันมาพูดกับขุนพันธ์และข้าวต้มมัดเพราะนี่คือแผนของทีชเองเขาย่อมรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้ากองทัพของอิกิ๋มจะต้องจัดการกับฝูงนกได้แน่นอน

             

            .....

             

            ฮิเดโยชิที่กำลังซุ่มรอจังหวะอยู่นั้นอดยิ้มขึ้นเล็กน้อยไม่ได้ในทีแรกเขาเองยังสงสัยอยู่เลยว่าทีชนั้นจะสร้างจังหวะให้เขาโจมตีได้ยังไงแต่ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ทีชนั้นใช้แค่ฝูงนกกระทุ่มเหล่านี้สร้างความปั่นป่วนขึ้นในกองทัพและตัวเขามีหน้าที่มองหาจังหวะ

             

            และในตอนนี้ฮิเดโยชิกำลังมองไปยังกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนประมาณ 20 กว่าคนพวกเขาเหล่านั้นล้อมลงเป็นสองวงและผลัดกันโจมตีใส่นกกระทุ่มทำให้นกกระทุ่มที่บินเข้าไปในบริเวณนั้นตายอย่างรวดเร็ว

             

            ‘ทหารกลุ่มนั้นน่าจะเป็นระดับหัวกะทิของกองทัพ’

             

            ฮิเดโยชิคิดในใจพร้อมกับเผยแววประกายตาที่คมกริบเขาโบกมือขึ้นและออกคำสั่งให้บุกโจมตีใส่ทหารกลุ่มนั้นทันที ฮิเดโยชินั้นต้องการอาศัยจังหวะนี้บุกจู่โจมกลุ่มทหารที่เป็นระดับหัวกะทิให้แตกพ่ายในทันทีเพราะเมื่อแม่ทัพอย่างอิกิ๋มกำลังถูกพัวพันอยู่จนไม่อาจเป็นที่พึ่งของทหารทหารย่อมมองหาคนเก่งในหมู่พวกเขาแต่ถ้าหากฮิเดโยชิจัดการคนเก่งเหล่านี้ได้จนหมดกองทัพจะเสียขบวนและขวัญกำลังใจอย่างแน่นอน

             

            ฮิเดโยชิและทหารกว่า100 คนพุ่งออกมาจากป่าที่แอบซ่อนตัวอยู่พวกเขาเคลื่อนทัพในลักษณะของหัวลูกศรโดยมีฮิเดโยชินำหน้าดาบซามูไรที่ฟาดฟันเพื่อเปิดทางพร้อมกับการแผ่หลังจิตที่น่าเกรงขามของเขาทำเอากองทัพที่เคลื่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายหัวลูกศรนี้พุ่งทะลวงแหวกเข้าไปหากลุ่มหัวกะทิของกองทัพอิกิ๋มได้อย่างรวดเร็ว

             

            ……

             

             

            ในตอนแรกที่มีฝูงนกมาบุกโจมตีอิกิ๋มทำเพียงชำเลืองมองเท่านั้นเขาหาได้สนใจไม่แต่ทว่าเมื่อกองทัพของฮิเดโยชิปรากฏตัวและดูเหมือนจะบุกเข้าไปยังจุดที่จะส่งผลให้กองทัพของเขาเสียหายร้ายแรงเขาจึงเข้าใจว่าเตียวเลี้ยววางแผนลอบกัดเขาและหวังจะทำลายกองทัพของเขาอิกิ๋มไม่อาจทนได้อีกจึงตวาดออกมาเสียงดัง

             

            “บัดซบ!เตียวเลี้ยวไอ้สารเลวหน้าไม่อาย...เจ้ากล้าใช้การท้าประลองเพื่อวางแผนลอบกัดข้า!”

             

            “เหตุใดท่านพูดเช่นนั้นเล่า ท่านเองก็วางแผนลอบกัดข้าเหมือนกันมิใช่หรือ...”

             

            “แต่ข้ามิได้ใช้การท้าประลองมาอ้าง!”

             

            “เป็นไรไปท่านกลัวหรือ...แต่ข้าหาเคยกลัวท่านไม่หากเป็นท่านที่ใช้แผนการแบบนี้ต่อข้า ข้าคงยอมรับแต่โดยดี” เตียวเลี้ยวพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนผู้ใหญ่กำลังสอนเด็ก

             

            เตียวเลี้ยวนั้นไม่ได้พูดแค่เอาชนะแต่ในใจเขานั้นคิดแบบนั้นจริงๆหากเปลี่ยนเป็นตัวเขาแทนอิกิ๋มเขาคงเลือกที่จะโทษตัวเองมากกว่าที่พลาดพลั้งตกอยู่ในกับดักของศัตรู

             

            อิกิ๋มเองเมื่อได้ยินคำพูดประโยคสุดท้ายของเตียวเลี้ยวเขาก็เริ่มเข้าใจเพราะความจริงคือตัวเขาเองนั่นแหละที่พลาดท่าจนต้องตกอยู่ในกับดักนี้

             

            ความผิดของอิกิ๋มนั้นมีอยู่หลักๆด้วยกัน 3 ข้อ โดยความผิดในข้อแรกคือเขาไม่ยอมยกทัพขึ้นไปช่วยอะแวสะดอ ตาและแต่แรกนั่นเองถ้าหากเขายกทัพขึ้นไปช่วยแต่แรกและร่วมมือกับอะแวสะดอ ตาและตัวเขาคงสามารถเอาชนะเตียวเลี้ยวและจับเตียวเลี้ยวได้แต่แรกแล้วเพียงแต่ความโลภของเขาทำให้เขาเลือกที่จะรออยู่เฉยๆเขานั้นโลภที่คิดจะกำจัดเตียวเลี้ยวและอะแวสะดอ ตาและไปพร้อมๆ กัน

             

            ความผิดในข้อที่สองของอิกิ๋มคือเขาไม่ยอมเชื่อคำเตือนของวิด็อคที่ห้ามไม่ให้เขารับคำท้าประลองของเตียวเลี้ยวทำให้ตอนนี้เขาที่คิดจะกลับไปควบคุมกองทัพจัดการกับศัตรูก็ไม่อาจทำได้อีกแล้วเพราะเตียวเลี้ยวย่อมไม่ยอมให้เขาเดินกลับไปง่ายๆ อย่างแน่นอน

             

            ความผิดข้อที่สามนั้นความจริงแล้วคือเรื่องพื้นฐานที่สำคัญมากในการทำศึก ‘ข้อมูล’ นั่นเอง เขาที่มีวิด็อคที่เก่งกาจในด้านการสืบข้อมูลกับไม่ใช้เพราะเมื่อวิด็อคกลับมาแจ้งต่อเขาว่าเตียวเลี้ยวกำลังยกทัพออกไปจัดการกับอะแวสะดอตาและ อิกิ๋มก็รีบจัดทัพมาดักรอตรงนี้ตามความคิดของตัวเองทันทีซึ่งหากเขาให้วิด็อคกลับไปสืบเพิ่มอีกสักนิดคงจะทราบได้ว่านอกจจากเตียวเลี้ยวที่เป็นแม่ทัพชั้นยอดยังมีฮิเดโยชิร่วมเดินทางมาด้วยเพราะถ้าหากมีแม่ทัพถึงสองคนอิกิ๋มคงตัดสินใจขึ้นไปร่วมมือกับอะแวสะดอตาและแล้วนั่นเอง

             

            อิกิ๋มแอบชำเลืองมองที่กองทัพของเขาที่กำลังเสียขวัญเพราะเวลานี้นอกจากฮิเดโยชิแล้วยังมีบุรุษอีก 3 คนที่กำลังเข่นฆ่าทหารของเขาอย่างง่ายดายอิกิ๋มรู้สึกเสียใจมากเพราะเขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะมียอดฝีมือมากมายขนาดนี้

             

            ‘ซามูไรคนนั้นสามารถสั่งการกองทัพได้ยอดเยี่ยมจริงๆและที่สำคัญคนคนนั้นเหตุใดถึงได้น่ากลัวเช่นนี้’

             

            อิกิ๋มที่เห็นการต่อสู้ของข้าวต้มมัดก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นในใจเพราะข้าวต้มมัดนั้นใช้วิชามวยไทยเข้าต่อสู้กับทหารที่มีอาวุธและชุดเกราะครบมือแต่ทว่ากลับไม่มีใครทำอันตรายเขาได้เลยและทุกครั้งที่ข้าวต้มมัดกวาดขาเตะเข้าใส่ทหารคนไหนทหารคนนั้นก็จะกระเด็นออกไปนอนกองกับพื้นทันที ในขณะที่เขากำลังเสียสมาธิอยู่นั้นเตียวเลี้ยวก็พูดขึ้น

             

            “เป็นอย่างไร...พวกพ้องของข้ายอดเยี่ยมใช่หรือไม่”

             

            “เจ้าจะพูดอะไรกันแน่” อิกิ๋ม หันมามองเตียวเลี้ยว

             

            “หากเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อพวกข้า...ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” เตียวเลี้ยวยื่นข้อเสนอให้อิกิ๋ม

             

            เตียวเลี้ยวเองก็ไม่อยากสังหารเพื่อนที่ในอดีตเคยอยู่ฝ่ายเดียวกันและร่วมรบกันมาถึงแม้อิกิ๋มจะเป็นแม่ทัพที่มีนิสัยขี้อิจฉาแต่ความสามารถของอิกิ๋มนั้นก็ถือว่าเป็นของจริงเตียวเลี้ยวจึงคิดจะมอบโอกาสให้แต่ทว่า

             

            “เหอะ!ชาตินี้ข้าไม่คิดจะทำผิดซ้ำซากอีกครั้งแน่...อีกอย่าง...ข้ายังไม่ได้พ่ายแพ้!ฮ่าห์!”

             

            เคร้ง! เคร้ง!

             

            อิกิ๋มบุกโจมตีอย่างดุดันมากขึ้นขวานศึกถูกเหวี่ยงด้วยความเร็วมากขึ้นแลมากขึ้นเรื่อยๆเตียวเลี้ยวจึงหยุดพูดคุยและมาตั้งสมาธิรับมือเพราะเวลานี้เขาไม่อาจเสียสมาธิได้อีกแล้ว

             

            ‘ถือว่าข้าได้มอบโอกาสให้ท่านแล้ว...แต่ท่านกลับไม่รับน้ำใจของข้าเอง’

             

            …...

             

             

            ห่างจากสนามรบออกไปไม่ไกล ‘เออแชน ฟร็องซัวส์ วิด็อค’ ที่เห็นเหตุการณ์ของสนามรบตั้งแต่ต้นจนจบเขาได้แต่ส่ายหัวและรู้สึกผิดหวังต่ออิกิ๋มแต่ถึงจะรู้สึกผิดหวังวิด็อคกลับไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเขาทำเพียงส่ายหัวช้าๆ ก่อนที่จะตัดสินใจหันหลังให้สนามรบและเดินจากไป

             

            ‘ที่ข้าไม่ช่วยท่าน ไม่ใช่เพราะข้าใจดำหรอกนะเพียงแต่ข้ามิอาจช่วยท่านได้จริงๆ ข้านั้นเป็นเพียงนักสืบ ไม่ใช่แม่ทัพอีกอย่างต่อให้ข้าเข้าไปช่วยก็คงไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้อีกแล้ว...’

             

            วิด็อคคิดในใจมาถึงตรงนี้เขาก็หันไปมองยังทิศทางหนึ่งที่ในเวลานี้มีกองทัพทหารกว่า300 คนกำลังตั้งทัพเตรียมพร้อมอยู่ที่ด้านหน้ากองทัพมีชายนั่งอยู่บนหลังม้า 2 คนคนแรกนั้นคือบุรุษวัยกลางคนที่มีหอกยาวพาดไว้ที่หลังเค้าโครงใบหน้าดูเหมือนจะเป็นชาวตะวันตกส่วนอีกคนหนึ่งนั้นมีอาวุธยาวอยู่ที่หลังเช่นกันแต่เป็นพลองคนที่สองนี้ดูเหมือนจะยังอายุไม่มากก็จริงแต่สัญชาตญาณของนักสืบของวิด็อคกลับร้องเตือนอย่าวรุนแรงว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะต้องกลายเป็นแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้อย่างแน่นอน

             

            ‘เฮ้อ...หรือเราควรจะตัดสินใจใหม่ดี...เพราะนอกจากท่านเตียวเลี้ยวและซามูไรคนนั้นแล้วยังมีแม่ทัพที่อายุยังน้อยแต่อนาคตไกลแบบนี้อยู่อีกคนเฮ้อ...’ วิด็อค คิดไปถอนหายใจไปเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองรีบตัดสินใจเลือกฝ่ายไวเกินไปหรือเปล่า