“วิธีแรกคือทำลายองค์กรนั่นทิ้งซะ…ส่วนวิธีที่สองคือตัวผมกับคุณเซบาสเตียนต้องแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถปกป้องตัวเองได้ ….ซึ่งมันอาจจะดูบ้าๆหน่อย..แต่ผมคิดว่าจะเลือกทั้งสองวิธีนั่นเลย”
“เซบาสเตียนเป็นผู้ใช้อาร์ติเฟกซ์สายรักษา..คงไม่มีวิธีทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นแล้วล่ะค่ะ”
“ถ้างั้นก็คงเหลือแค่ผมแข็งแกร่งขึ้น..กับทำลายองค์กรนั่นสินะครับ”
“ถ้างั้น..คุณจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยวิธีไหนคะ?” ไอรีนถามเด็กหนุ่ม
“สำหรับผมตอนนี้คงมีแค่วิธีเดียวคือการคลาสอัพที่ทำให้เลเวลผมสามารถเพิ่มเกิน15ไปได้”
“หมายถึงการคลาสอัพที่จะเริ่มกันในอีก1อาทิตย์น่ะหรอ?คะ”
“ใช่แล้วล่ะ..เซซิเลีย..แต่ถึงอย่างนั้นต่อให้คลาสอัพแล้วเก็บเลเวลจนถึง30มันก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าเราจะชนะพวกนั้นได้ เพราะประเด็นแรกเลยคือเราไม่รู้ว่าพวกนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน และองค์กรของพวกนั้นมีขนาดใหญ่แค่ไหน รวมทั้งจุดประสงค์ของพวกนั้นคืออะไร…หากเราไม่รู้ทั้ง3อย่างนี้แล้วไปสู้แบบสุ่มสี่สุ่มหาคงได้ตายแน่..หรือถ้าหากไม่สู้ตัวฉันไม่ก็คุณเซบัสเตียนอาจจะถูกมันฆ่าตายซะก่อนน่ะสิ ”
“ถ้างั้นเราจะทำยังดีล่ะ…เรเวล” เซซิเลียถามด้วยความเป็นห่วงอย่างมาก
“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก..ฉันมีวิธีที่จะชะลอการตามล่าของพวกมันอยู่..และระหว่างนั้นต้องหาทางสืบเรื่ององค์กรมันให้ได้มากที่สุด”
“ชะลอ?"
“เราทำมันได้จริงๆหรอคะ”
“ใช่ครับ…ผมคิดว่าจากการปฎิเสธของคุณเซบัสเตียนที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับพวกมันในการหาของ ทำให้พวกมันใช้ราชวงศ์เป็นเครื่องมือไม่ได้..พวกมันเลยต้องเปลี่ยนไปใช้เป้าหมายอื่นแทน..ซึ่งหมายความว่าตอนนี้ผมคิดว่าคนที่โดนคำสาปนั่น..ไม่น่าจะมีแค่ท่านไอรีนแค่คนเดียวแน่ครับ”
ทั้งเซซิเลียและไอรีนต่างตกใจทันที
“แต่ว่าพวกเราไม่ได้ยินข่าวลือแบบนั้นเลยนะคะ..ว่ามีคนที่โดนคำสาปในลักษณะเดียวกับฉันด้วย”
“ที่ท่านไม่ได้ยินน่ะ..มันแค่ในเมืองหลวงใช่มั้ยล่ะครับ…แล้วเมืองอื่นท่านแน่ใจแล้วหรอว่าไม่ได้ยิน”
“ระ…เรื่องนั้นก็” ไอรีนเถียงไม่ออกทันที
“ราชวงศ์อย่างพวกท่านน่ะ..สนใจแค่เรื่องการบริหารเฉพาะในเมืองหลวงเท่านั้น..ส่วนเมืองอื่นๆนะพวกท่านปล่อยให้ขุนนางบริหารกันตามมีตามเกิด..โดยไม่ได้ลงมือตรวจสอบอะไรสักอย่างเลย..ซึ่งสุดท้ายขุนนางพวกนั้นก็มัวแต่เสพสุขแล้วทอดทิ้งประชาชนอย่างพวกเรา”
“เรื่องนั้นตัวฉันต้องขอโทษแทนหมู่ราชวงศ์ด้วยจริงๆค่ะ” ไอรีนฟังที่เรเวลพูดแล้วรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
“ถ้าท่านอยากขอโทษจริงๆท่านก็พิสูจน์ด้วยการกระทำเถอะครับ…ให้ท่านประกาศออกไปผ่านเมืองและขุนนางต่างๆว่าหากใครเป็นโรคที่เกี่ยวกับคำสาปที่รักษาไม่ได้ หรือโรคที่รักษาไม่หาย..หรืออะไรก็แล้วแต่..ให้พามาที่เมืองหลวงที่ปราสาทราชวงศ์แห่งนี้..ส่วนใครที่ไม่มีเงิน..ก็ให้ขุนทางประจำเมืองนั้นๆที่วันๆมัวแต่เสพสุขเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้….ถึงแม้ว่าตระกูลแคทเทอรีนจะไม่ได้ปกครองในรัชสมัยนี้…แต่ถ้าเข้าเฝ้าฝ่าบาทคนปัจจุบัน..ผมคิดว่าเขาคงจะจัดการให้ครับ..แต่ถ้าไม่จัดการให้ผมคิดว่าระบอบศักดินาแบบนี้คงจะหมดทางเยียวยาแล้วล่ะ”
เด็กหนุ่มพูดตรงและแทงใจดำสุดๆ แต่ทุกอย่างที่เขาพูดล้วนเป็นความจริง
“เรื่องนั้นตัวฉันจะพยายามค่ะ..แล้วถ้าพามาได้แล้วจะทำยังไงต่อหรอคะ”
“ผมก็จะใช้พลังของผมกับคุณเซบาสเตียนรักษาคำสาประดับสูงนั่นให้พวกเขาเอง..และนำข้อมูลที่พวกเขารายงานทั้งหมดส่งเรื่องนี้ให้กับสภาเวทย์มนต์เป็นคนสอบสวน..ซึ่งคนในสภาเวทย์พวกนั้นต้องคิดว่าเรื่องนี้มีมูลแน่นอนครับ”
“พูดง่ายๆคือคุณจะใช้อำนาจขององค์กรสภาเวทย์มนต์เข้าช่วยหรอคะ?”
“ใช่ครับ..องค์กรสภาเวทย์มนต์คือองค์ที่รักษากฎหมายและความสงบสุขของอาณาจักรนี้ และหากมีเรื่องนี้เกิดขึ้นพวกเขาต้องไม่นิ่งเฉยแน่….และถ้าข้อมูลขององค์กรพวกมันรู้ถึงหูสภาเวทย์มนต์เข้า..การเคลื่อนไหวอะไรต่างๆก็จะลำบากขึ้น…แถมยังเบี่ยงประเด็นเรื่องถอนคำสาปได้ด้วย..โดยองค์กรมืดพวกนั้นมันอาจจะคิดว่าคนที่ถอนคำสาปพวกมันได้เป็นฝีมือของคนในสภาเวทย์มนต์แน่ๆ ซึ่งการจะไปตามฆ่าคนในสภาเวทย์มนต์นั้นเป็นเรื่องที่ยากและเสี่ยงเกินไป..พวกมันคงเลือกที่จะไม่ทำ..ซึ่งสิ่งนั้นจะช่วยปิดบังตัวตนของผมและคุณเซบัสเตียนได้ไปสักพักนึง”
“เป็นแผนการณ์ที่โอเคเลยนะคะนิ”
“คุณฉลาดจริงๆเลยนะคะ..เรเวล” เซซิเลียมองหน้าเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าประทับใจสุดๆ
“แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดีครับ…ยังไงตัวผมเองก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ฉะนั้นถ้าหากเป็นไปได้ผมอยากให้ท่านไอรีน..ช่วยใช้อำนาจทางราชวงศ์เลื่อนกำหนดการณ์คลาสอัพในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ให้เร็วขึ้นอีก1อาทิตย์ได้มั้ยครับ”
“ถ้าแค่นั้นละก็สบายมากๆค่ะ”
“งั้นหมายความว่าพวกเราจะคลาสอัพกันในวันจันทร์นี้เลยหรอเรเวล?” '
“เรื่องนี้คงต้องถามท่านไอรีนดูน่ะ..”
“ถ้างั้นท่านแม่คะ..?”
“แม่คิดว่าเร็วที่สุดที่น่าจะได้คือวันจันทร์ไม่ก็วันอังคารนี้น่ะ..”
“ก็อีกประมาณ 1-2วันสินะครับ”
“ค่ะ..ก็คงต้องตามนั้น”
“ถ้างั้น..วันนี้ผมขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์เลี้ยงมื้ออาหารให้ผมเป็นอย่างดี”
“อย่าคิดมากเลยค่ะ…เพราะคุณคือผู้ช่วยชีวิตฉัน”
“จะกลับแล้วหรอเรเวล” เซซิเลียถามพร้อมทำหน้าเศร้าเล็กน้อย
“ก็คงประมาณนั้นแหละ..เพราะหอพักโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์วันเสาร์อาทิตย์มันมีเวลาเปิดปิดนะ”
“จะนอนค้างที่นี่ก็ได้นะคะ”
“อย่าดีกว่า..คือฉันเกรงใจน่ะ..อีกอย่างเลยคือเพื่อนร่วมหอพักฉันคนนึงคงจะมีปัญหาแน่ถ้าคืนนี้ฉันไม่กลับไป”
“งั้นหรอคะ..” เซซิเลียทำหน้าเสียดายพร้อมกับตาตก
“เดี๋ยววันจันทร์ก็ได้เจอกันแล้วไม่ใช่หรอ..อย่าคิดมากเลยนะ..” เด็กหนุ่มพูดปลอมใจเธอแบบนั้น
เซซิเลียเป็นอะไรไปนะ?..ทำไมพอถึงตอนบอกลาถึงได้ดูเศร้าแปลกๆ..นี่เราลืมอะไรไปรึป่าวเนี่ย?
“เดี๋ยวพวกฉันไปส่งที่หน้าปราสาทนะคะ”
“ขอบคุณครับท่านไอรีน”
หลังจากนั้นไอรีนกับเซซิเลียรวมทั้งเมดอีกหลายคนได้พาเรเวลไปส่งที่หน้าปราสาท
“โชคดีนะ..หนุ่มน้อย..ขอบใจมากที่ช่วยชีวิตฉัน”
“เรเวลโชคดีนะ…เอาไว้เจอกันวันจันทร์ ” เซซิเลียบอกลาพร้อมกับทำหน้าเศร้าหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ครับ”
ทั้งหมดบอกลากันเรียบร้อย
เด็กหนุ่มเตรียมตัวจะบินกลับหอพักด้วยแอเรียลในทันที…แต่ว่าตอนนั้นเองตัวเขาได้ชะงักเล็กน้อยราวกับนึกถึงสิ่งหนึ่งได้
“อ้ะ!..จริงสิ..เซซิเลีย” เด็กหนุ่มพูดแล้วหันหน้ากลับมา
“คะ?”
“สำหรับคำขอนั้นของเธอ..ฉันตกลงนะ” เด็กหนุ่มยิ้มให้หลังพูดจบแล้วใช้แอเรียลบินไปทันที
“คำขอ?…” ไอรีนงงเล็กน้อยแล้วมองไปที่เซซิเลีย
“ค่ะ” เซซิเลียหน้าแดงอย่างมากพร้อมกับยิ้มแย้มด้วยความดีใจ…แล้วมองส่งเด็กหนุ่มที่บินไปบนท้องฟ้านั้น
.
.
.
‘ขอบคุณที่ยอมคบกับฉันนะคะ…เรเวล’