บทที่ 35 ท่านป้าเจียงจะยากจน
จู้จื่อกับซวนจื่อสองคนนี้ กินไปคนละสี่ลูก!
นอกจากนี้ยังมีกับข้าวที่เป็นเนื้อและซุปไข่ ไม่ได้มีเพียงแค่ซาลาเปาไส้เนื้อเท่านั้น
จู้จื่อกับซวนจื่อสองพี่น้องหน้าแดงระเรื่อ รู้สึกเกรงใจเล็กน้อยที่กินไปมากขนาดนี้
เจียงเหลียนจูกลับยิ้มแล้วกล่าวว่า "กินเยอะ ๆ จะได้โตไว พวกเจ้ากินได้มากขนาดนี้แสดงว่าถูกปากฝีมือการทำอาหารของป้าเจียงคนนี้สินะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก อีกอย่างข้าจะห่อซาลาเปาไส้เนื้อให้พวกเจ้าติดมือกลับไปอีกสองสามลูก ให้ท่านย่าของพวกเจ้าได้ลองชิมของอร่อยด้วย"
จู้จื่อรีบปฏิเสธ "ไม่ต้องหรอกขอรับ พวกข้ากินเยอะพอแล้ว"
"ให้ก็รับไปเถอะ ท่านย่าของพวกเจ้าเป็นคนดีคอยดูแลพวกข้าแม่ลูกหลายครั้ง นำซาลาเปาไส้เนื้อกลับไปให้ท่านชิมก็นับว่าเหมาะสมแล้ว อีกอย่างวันนี้พวกเจ้าช่วยข้าเก็บสาลี่ป่าตั้งมากมายก็คุ้มกับซาลาเปาเหล่านี้แล้ว หากท่านย่าไม่รับครั้งหน้าข้าจะไม่ให้ช่วยอีกนะ" เจียงเหลียนจูกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นางเลือกตะกร้าใบเล็กที่สะอาดใบหนึ่ง ใช้มือหยิบซาลาเปาใส่ลงไปสองสามครั้ง ได้ประมาณเจ็ดแปดลูกจนเต็มตะกร้าจึงหยุด
จากนั้นจึงให้จู้จื่อกับซวนจื่อกลับบ้านไป
เมื่อสองพี่น้องจู้จื่อเดินพ้นประตูบ้านตระกูลเจียง ขอบตาก็เริ่มรื้นด้วยน้ำตา
"พี่ขอรับ ทำไมเมื่อก่อนข้าไม่รู้เลยว่าท่านป้าเจียงเป็นคนดีขนาดนี้ ต่อไปข้าจะช่วยท่านป้าเจียงให้มากขึ้น จะไปช่วยท่านเก็บสาลี่ป่าและปอกสาลี่ทุกวันเลย"
"ข้าก็เหมือนกัน! แต่ว่าพวกเราจะมากินข้าวที่บ้านเขาบ่อย ๆ ไม่ได้แล้ว หากกินแบบนี้ต่อไปจะทำให้ท่านป้าเจียงยากจนลงแน่ ๆ"
"ตกลงขอรับ!"
สองพี่น้องนำซาลาเปาไส้เนื้อกลับถึงบ้าน เมื่อท่านยายหลูและคนอื่น ๆ เห็นเข้าต่างก็ตกตะลึง
พอถามไถ่สถานการณ์ทุกคนจึงได้รับรู้เรื่องราว
ท่านปู่ของจู้จื่อกล่าวว่า "พวกเจ้ากินไปตั้งเยอะ นางยังส่งมาให้อีกมากมายขนาดนี้จะดีได้อย่างไร! ยายเฒ่า เจ้าดูสิว่าเรื่องนี้ควรทำอย่างไร เราจะเอาเปรียบแม่ลูกกำพร้าไม่ได้นะ"
แม่ของจู้จื่อก้าวเข้ามาเตรียมจะดึงหูจู้จื่อ "มิน่าล่ะ ท่านย่าเรียกพวกเจ้ากลับมากินข้าวแต่ไม่ยอมกลับ ที่แท้ก็มีของอร่อยมากมายขนาดนี้ พวกเจ้าก็หัดเกรงใจบ้าง กินเข้าไปตั้งเยอะ"
สุดท้ายเป็นท่านยายหลูที่เอ่ยขึ้นว่า "อย่าว่าจู้จื่อกับซวนจื่อเลย ในเมื่อเขาให้มาเราก็รับไว้ หากการค้าขายชิวหลีเกาของบ้านนางไปได้ดี ต่อไปถ้าบ้านเราว่างก็จะเข้าไปช่วยเก็บสาลี่ป่าในเขา ไม่ว่าชายหญิง เด็ก ผู้ใหญ่ก็ไปให้หมด ช่วยทำงานให้บ้านนางเยอะ ๆ ก็เหมือนกัน อย่างไรเสียบ้านเราคนเยอะ ไม่ได้ลำบากอะไร"
"ท่านย่า พวกข้าก็คิดแบบนี้ขอรับ พวกข้าจะไปเก็บสาลี่ป่าบนเขาทุกวันและช่วยปอกเปลือกทุกวันเลยขอรับ! เฮะ ๆ"
"อืม คนในหมู่บ้านกลับมาบอกว่าชิวหลีเกาของนางเป็นการค้าที่แทบไม่ต้องลงทุน วันนี้ขายได้เงินตั้งตำลึงกว่า ๆ ทำเอาผู้คนพากันอิจฉา แต่ต้องเป็นการพูดเกินจริงแน่ ๆ การค้าจะมีทางทำง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร อีกอย่าง ดีเพียงหนึ่งหรือสองวันไม่ได้หมายความว่าจะดีเช่นนี้ทุกวัน สาลี่ป่าก็มีตามฤดูกาล พอผ่านไปสักพักไม่มีผลแล้ว แม่ลูกบ้านนั้นจะใช้ชีวิตอย่างไร ควรประหยัดไว้ให้มากต่อไปห้ามไปกินข้าวบ้านนางอีกจะเป็นการเพิ่มภาระให้เขาเปล่า ๆ"
"รับทราบแล้วขอรับ!"
...
เจียงเหลียนจูเก็บล้างถ้วยชาม ส่วนลูกน้อยทั้งสามคนไปให้อาหารลูกหมาป่าสัตว์เลี้ยงของพวกเขา
เหล่าลูกหมาป่าตัวน้อยวัน ๆ เอาแต่กินและนอนอยู่ในรัง ไม่ยอมออกมาเดินเล่นรอบ ๆ เพราะยังเล็กเกินไป
แต่เป็นแบบนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องลำบากคอยดูแลมากนัก
พอจัดการธุระเสร็จหนานเป่าตัวน้อยก็เริ่มสัปหงก ง่วงจนทนไม่ไหว เจียงเหลียนจูจึงอาบน้ำให้นางแล้วพานอนบนเตียงก่อน
นางบอกกับต้าเป่าและเอ้อร์เป่าว่า "พวกเจ้าไปนอนก่อนเถอะ ข้าจะเคี่ยวชิวหลีเกาเอง"
ต้าเป่าไม่ยอมไป "ข้าจะช่วยท่านขอรับ"
ในเมื่อต้าเป่าไม่ไป เอ้อร์เป่าย่อมไม่ไปเช่นกัน
ทั้งคู่ยืนกรานจะช่วยเจียงเหลียนจู
เจียงเหลียนจูไม่มีทางเลือก ใครใช้ให้ลูก ๆ ของนางช่างแสนดีและขยันเช่นนี้เล่า แม่ลูกสามคนจึงช่วยกันเคี่ยวชิวหลีเกาด้วยกัน
ขั้นตอนนั้นไม่ได้ซับซ้อน แต่เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดว่าจะต้องใส่ยาจีนตัวไหนเมื่อไหร่ ใส่น้ำตาลตอนไหนและต้องควบคุมระดับไฟให้ดี
ครั้งนี้มีสาลี่ป่าจำนวนมาก จึงเคี่ยวออกมาสองแบบ
แบบหนึ่งค่อนข้างใสและเจือจาง อีกแบบหนึ่งเข้มข้นและเหนียว
แบบเข้มข้นตั้งใจจะขายจินละห้าร้อยอีแปะ ส่วนแบบเจือจางยังคงขายจินละสองร้อยอีแปะ
แบบเข้มข้นต้องใช้สาลี่ป่าประมาณสิบจินเพื่อให้ได้ผลผลิตหนึ่งจิน ส่วนแบบเจือจางใช้ประมาณห้าจินต่อหนึ่งจิน
สุดท้ายได้ชิวหลีเกาแบบเข้มข้นสิบจินและแบบเจือจางยี่สิบจิน
เมื่อลองชิมรสชาติก็พบว่ายอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม
วันนี้ได้เพิ่มหล่อฮังก๊วยและสมุนไพรอีกหนึ่งหรือสองชนิด รสชาติของชิวหลีเกาจึงดียิ่งขึ้น และสรรพคุณก็ดียิ่งขึ้นด้วย
นางแบ่งบรรจุลงในภาชนะตามขนาด หนึ่งจิน สองจิน และห้าจิน เมื่อวานขายเป็นหน่วย 'ตำลึง' แต่วันนี้มีสินค้าเพียงพอ จึงสามารถขายเป็นหน่วย 'จิน' ได้แล้ว
นอกจากนี้ ภาชนะบรรจุในวันนี้ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมาก โถสีดำเงางามทำให้สีสันของชิวหลีเกาดูดีและน่าดึงดูดยิ่งขึ้น
นางจัดการทุกอย่างจนเกือบครึ่งคืนจึงเสร็จสิ้น
ในระหว่างนั้น เด็กทั้งสองคนเผลอหลับไปข้างกองฟืนเพราะเหนื่อยเกินไป
อย่างไรเสียพวกเขาก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อย
เจียงเหลียนจูอุ้มลูกคนละข้าง พากลับไปนอนบนเตียง ส่วนนางยังคงทำต่อจนกระทั่งเสร็จสิ้น นางก็ไม่มีเวลาอาบน้ำอีกจึงล้มตัวลงนอนทันที
หลับไปอย่างสนิทและแสนหวาน
การได้ทำงานหนักทุกวันที่นี่ ทำให้นางหลับสบาย
ไม่เหมือนชาติก่อนที่ต้องใช้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายมีความกดดันมหาศาล นางดูเหมือนจะชอบชีวิตที่ได้นอนหลับอย่างสงบสุขเช่นนี้มากกว่า
***
เช้าตรู่ ร่างกายของเจียงเหลียนจูปลุกให้นางตื่นก่อนเวลาอีกครั้ง
แม้จะนอนไม่นานแต่เป็นการหลับลึก จึงถือว่าได้ฟื้นฟูพละกำลังแล้ว
หลังจากลุกจากเตียง นางเริ่มออกกำลังกายและพบว่าต้าเป่าก็ตื่นแล้วเช่นกัน
นางดูออกว่าวินัยของต้าเป่านั้นเกินกว่าที่เด็กทั่วไปจะเทียบได้
สองแม่ลูกฝึกพื้นฐานในลานบ้านทั้งรำมวย การยืนท่าม้าและฝึกการเดินลมปราณ ต้าเป่าทำตามทุกอย่าง
การเรียนวรยุทธ์ต้องเริ่มตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อก่อนต้าเป่าขาดสารอาหารร่างกายค่อนข้างผอม จึงควรได้รับการฝึกฝนเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
จนกระทั่งฟ้าเริ่มสาง สองแม่ลูกจึงเลิกฝึก เจียงเหลียนจูนำเมล็ดพันธุ์ผักไปปลูกและรดน้ำที่หลังบ้าน
ต้าเป่าไปปลุกเอ้อร์เป่ากับซานเป่าให้ตื่นมาล้างหน้าบ้วนปาก
ดินในลานบ้านถูกพรวนไว้ตั้งแต่ไม่กี่วันก่อน นางจึงใส่ปุ๋ยและหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป ปลูกผักกาดขาวหนึ่งแปลง หัวไชเท้าหนึ่งแปลง กุยช่ายหนึ่งแปลง รวมถึงต้นหอมและกระเทียมอีกเล็กน้อย
พอปลูกเสร็จและรดน้ำจนเรียบร้อย ฟ้าก็สว่างเต็มที่
ลูกน้อยทั้งสามคนจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานได้ไปตลาดเช้าด้วยกัน ทุกคนต่างรู้สึกว่าสนุก วันนี้จึงอยากไปอีก
อยากไปก็ไปสิ
อย่างไรแล้วก็ไม่ได้เสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าสามารถช่วยเจียงเหลียนจูนับเงินหรือช่วยส่งของได้ ส่วนหนานเป่าตัวน้อยนั้นยังเล็ก กลัวว่าจะถูกใครลักพาตัวไป จึงต้องให้อยู่ข้างกายและคอยดูแลให้ดี
นางไปรอรถเทียมวัวที่ปากทางเข้าหมู่บ้านตามปกติ
วันนี้มีคนมากกว่าเมื่อวานเสียอีก ทุกคนต่างสะพายตะกร้าใบใหญ่ใบเล็ก
เจียงเหลียนจูตาไวเห็นของในตะกร้าของพวกเขา ส่วนใหญ่เป็นสาลี่ป่าหรือไม่ก็น้ำสาลี่สีดำคล้ำ
เพียงแค่มองผ่านตะกร้ากลิ่นฝาด ๆ ก็ลอยมาแตะจมูกแล้ว
เมื่อคนเหล่านั้นเห็นเจียงเหลียนจูต่างก็มีท่าทางอึดอัด ไม่มีใครกล้าเข้ามาท้าทายเจียงเหลียนจูเหมือนเมื่อวาน
เจียงเหลียนจูเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ อุ้มลูกสาวตัวน้อยและจูงมือลูกชายทั้งสองคน
รออยู่ครู่หนึ่งรถเทียมวัวก็มาถึง คนเหล่านี้รีบเบียดเสียดขึ้นรถเทียมวัว จงใจเบียดไม่ให้เหลือที่ว่างสำหรับแม่ลูกตระกูลเจียง พวกเขาเบียดเสียดจนเต็มรถเพราะต่างต้องการรีบไปขายชิวหลีเกาของตนให้ทัน