[จบ] ข้าได้ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งที งานนี้เหล่าศิษย์พี่ตัวร้ายต้องรอด!

    บทที่ 52 เยี่ยหลิงหลงช่างน่ากลัวนัก

    บทที่ 52 เยี่ยหลิงหลงช่างน่ากลัวนัก


    เหล่าศิษย์สำนักเจ็ดดาราล้วนเคยประจักษ์ถึงความน่ากลัวของเยี่ยหลิงหลง แต่พวกเขามิคาดคิดว่านางจะน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้!


    ทันใดนั้น เยี่ยหลิงหลงก็หยิบพู่กันและกระดาษยันต์ออกมาจากแหวนด้วยสีหน้ายินดี ก่อนจะจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษอย่างคล่องแคล่ววาดเป็นอักขระหกแผ่น แล้วนำไปติดบนร่างของพวกเขาแต่ละคน


    ตอนที่ยันต์ติดอยู่บนตัว พวกเขามิได้มีปฏิกิริยาใด ๆ มีเพียงความสงสัยใคร่รู้ว่ายันต์นี้มีไว้เพื่อสิ่งใด แต่ไม่นานนัก บรรดาปวงชนก็ได้รู้แจ้งแก่ใจ


    เพราะในเวลาต่อมาเยี่ยหลิงหลงหยิบเอาบางสิ่งสีดำทะมึนออกมาจากแหวน ก่อนที่ศิษย์สำนักเจ็ดดาราจะทันได้เห็นชัด ๆ ว่าเป็นสิ่งใด กลิ่นเหม็นฉุนก็โชยพุ่งเข้าจมูกจนพวกเขาอาเจียนออกมา


    มิใช่แค่อาเจียนเท่านั้น แต่ยังมีอาการวิงเวียนศีรษะ อีกทั้งร่างกายก็อ่อนเพลีย คล้ายกำลังถูกทรมานอย่างแสนสาหัส!


    เหตุใดเด็กสาวอย่างนางถึงมีสิ่งของน่ารังเกียจเช่นนี้ได้


    “รีบ… เอา… อ่อก… ออกไป… อ้วกกกก…”


    เซี่ยหลินอี้รู้สึกราวกับตนกำลังจะหมดสติไป แม้เขาจะสามารถฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา แต่วิธีการทรมานเช่นนี้ช่างโหดร้ายเกินไปแล้ว!


    ในขณะที่เหล่าศิษย์สำนักเจ็ดดารากำลังทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ทั้งหกที่ถูกติดกระดาษยันต์กลับไม่ได้มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย


    ไม่ใช่แค่ศิษย์สำนักเจ็ดดาราเท่านั้นที่ตื่นตระหนก แม้กระทั่งงูยักษ์เกล็ดเงินข้างนอกที่ยังคงพยายามพุ่งชนอย่างไม่ลดละ มันได้กลิ่นนี้ก็คลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเดิม อีกไม่นานถ้ำนี้คงถูกมันชนจนพังทลายลง


    ท่ามกลางความตึงเครียด เยี่ยหลิงหลงกลับสงบนิ่ง นางหยิบกระดาษยันต์ออกมาจากแหวน ก่อนจะแบ่งให้ทั้งห้าคน คนละสองแผ่น


    “อีกเดี๋ยว พวกเราต้องผ่านงูยักษ์เกล็ดเงินตัวนั้นไปให้เร็วที่สุด แล้วตรงไปที่ทางเข้าหุบเขาที่พวกเราพลัดหลงเข้ามา”


    “แต่ที่นั่นมีข้อจำกัดปิดทางเข้าหุบเขาเอาไว้อยู่นะ”


    “เพราะเช่นนั้น ข้าจึงต้องการให้มีคนยื้อเวลาให้ข้าปลดข้อจำกัดที่ผนึกหุบเขานี้”


    “จะพวกข้ายื้อเวลาอย่างไร บอกมาเถิด พวกข้าพร้อมช่วยเหลือเต็มที่”


    “ไม่ต้องลำบากพวกเจ้าหรอก ในฐานะศิษย์สำนักใหญ่แห่งยุทธภพ ศิษย์สำนักเจ็ดดาราย่อมต้องยืนหยัดปกป้องทุกชีวิตในยามคับขันเช่นนี้”


    กล่าวจบ เยี่ยหลิงหลงก็แบ่งซากสีดำออกเป็นสิบกว่าชิ้น จากนั้นก็หยิบของเหลวเหนียวข้นออกมาจากแหวน แล้วนำชิ้นส่วนซากอสูรไปติดไว้บนร่างของศิษย์สำนักเจ็ดดาราทุกคน


    “อย่านะ! อย่าเข้ามานะ!”


    "เจ้าเป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่? เหตุใดจึงมีสิ่งของพิลึกกึกกือติดตัวมากมายเช่นนี้?"


    "พวกข้าสำนึกผิดแล้ว พวกข้าขอสาบานว่า ต่อไปนี้ แม้ศิษย์พี่ใหญ่จะออกคำสั่งห้ามมิให้เปิดประตูให้เจ้า พวกข้าก็จะเปิดรับเจ้าเข้ามา!"


    "เวลาเช่นนี้เจ้ายังจะผลักไสความผิดมาให้ข้าอีกหรือ? พูดให้ดี ๆ! เป็นข้าหรือที่กีดกันมิให้พวกเจ้าเข้ามา?"


    สิ้นคำตวาดของเซี่ยหลินอี้ บรรดาศิษย์ร่วมสำนักที่เหลือต่างพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน


    ...


    ช่างน่าเจ็บใจยิ่งนัก!


    เยี่ยหลิงหลงรีบหันไปมองเซี่ยหลินอี้ทันที


    "ที่แท้เจ้าก็เป็นตัวการนี่เอง! เช่นนั้นเอาไป เจ้ารับชิ้นใหญ่ที่สุดนี้ไปเลย แล้ววิ่งให้ไวเล่า!"


    ...


    เซี่ยหลินอี้น้ำตาแทบร่วง เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะโกรธเยี่ยหลิงหลง หรือโกรธพวกศิษย์ร่วมสำนักที่ทรยศกันเองมากกว่ากัน!


    ภายใต้การบังคับขู่เข็ญของจี้จื่อจั๋ว เหล่าศิษย์สำนักเจ็ดดาราทุกคนต่างก็ถูกแปะด้วยซากศพสัตว์อสูรที่มีกลิ่นเหม็นสุดจะทน ส่วนที่โหดร้ายที่สุดคือเยี่ยหลิงหลงแปะซากศพนั้นลงบนผิวหนังพวกเขาโดยตรง ต่อให้ถอดเสื้อวิ่งเปลือยก็ไม่ช่วยอะไร!


    "เอาล่ะ! พวกเจ้าทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม จัดแถวให้เรียบร้อย ออกไปทีละคน ห้ามแซงกันนะ!"


    ได้ยินดังนั้น เหล่าศิษย์สำนักเจ็ดดาราต่างโกรธจนตาเหลือก


    ห้ามแซงบ้าบออะไรกัน!


    ภายใต้การข่มขู่ของจี้จื่อจั๋ว พวกเขาถูกบังคับให้ยืนอยู่ที่ปากถ้ำ ทันใดนั้นเซี่ยหลินอี้ก็ถูกเยี่ยหลิงหลงถีบจนตัวถลาไปข้างหน้า


    เขาได้รับบาดเจ็บ แล้วยังถูกแปะของเหม็นเน่าไว้กับตัว ไม่นานงูยักษ์เกล็ดเงินต้องไล่โจมตีเขาอย่างบ้าคลั่ง ด้วยสภาพเช่นนี้เขาต้องตายอย่างแน่นอน


    ในขณะที่ถูกถีบออกไปนั้น เซี่ยหลินอี้ตะโกนสุดเสียง "เยี่ยหลิงหลง ข้าตายไปเป็นผีก็จะไม่มีวันยกโทษให้เจ้า!"


    พอตะโกนจบ งูยักษ์เกล็ดเงินเห็นมนุษย์น่าตายคนหนึ่งกล้าถือของเหม็นเน่าออกมาท้าทายมัน มันโกรธจนพุ่งไปทางมนุษย์ผู้นั้นเต็มแรง


    เซี่ยหลินอี้คิดว่าตัวเองต้องตายแน่ แต่พอหลบเขาก็พบว่าความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก!


    เขาก้มลงมอง เห็นเยี่ยหลิงหลงติดยันต์เร่งความเร็วสองแผ่นไว้บนตัวเขา ในชั่วพริบตาเขาก็พบความหวังที่จะมีชีวิตอยู่อีกครั้ง ตื่นเต้นจนแทบบ้า


    "ข้าไม่ต้องเป็นผีแล้ว! ดีจริง ๆ! ข้าต้องวิ่งให้สุดกำลัง ต้องไม่ถูกมันตามทันแน่"


    ศิษย์สำนักเจ็ดดาราเห็นศิษย์พี่ใหญ่ของตนดีใจจนน้ำตาไหล และดึงดูดความเกลียดชังทั้งหมดของงูยักษ์เกล็ดเงิน สับเท้าวิ่งอย่างสุดกำลังด้วยความตกตะลึง


    ในทางกลับกันเยี่ยหลิงหลงพอใจมาก เซี่ยหลินอี้นั้นเก่งกว่าที่นางคิดเอาไว้ เด็กหนุ่มผู้นี้ย่อมมีอนาคตไกลแน่นอน


    "คนต่อไป ไปได้!"


    เยี่ยหลิงหลงหันกลับมา เตะศิษย์สำนักเจ็ดดาราออกไปทีละคน


    เป็นผลให้มีคนที่ส่งกลิ่นเหม็นนับสิบคนจึงวิ่งพล่านไปทั่วหุบเขา เป้าหมายมากขึ้น เคลื่อนไหวเร็วขึ้น ทำให้งูยักษ์เกล็ดเงินรู้สึกปวดหัวอย่างมาก


    แต่มันถูกขังอยู่ที่นี่มาหลายปี ไม่ค่อยมีใครมาเล่นด้วยนานแล้ว เมื่อมีคนมาเป็นเพื่อนเล่นมากมายเช่นนี้ มันก็ทั้งซาบซึ้งและตื่นเต้น มันจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบดขยี้พวกเขาทั้งหมดให้เป็นก้อนเนื้อ!


    ศิษย์สำนักเจ็ดดาราสิบกว่าคนต่างพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง ไม่กล้ารวมตัวกัน และไม่กล้าหยุดอยู่ที่ใดเป็นเวลานาน


    เพราะหากรวมตัวกัน กลิ่นเหม็นก็จะทวีความแรงขึ้นและกลายเป็นเป้าหมายหลักของงูยักษ์เกล็ดเงิน หากหยุดนิ่งยิ่งเข้าทางงูยักษ์เกล็ดเงิน วิ่งมันย่อมไล่ไม่ทัน หากไม่วิ่งก็มีแต่ตายกับตาย


    ด้วยเหตุนี้ สิบกว่าคนจึงเปิดฉากการวิ่งหนีในหุบเขาที่มีงูยักษ์ไล่ล่า เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง


    "ตอนนี้แหละ เราไปที่ทางเข้ากัน"


    คนอื่น ๆ รีบติดตามเยี่ยหลิงหลงทะยานข้ามหุบเขา มุ่งหน้าสู่ปากทางเข้า


    เมื่อเห็นว่าทุกคนมาถึงทางเข้าแล้ว เซี่ยหลินอี้ตะโกนว่า "ศิษย์สำนักเจ็ดดารา ฟังข้า! รวมตัวบุกทะลวงประตู! พวกมันไหนเลยคิดไว้ชีวิตพวกเรา เราก็จะไม่ยอมให้พวกมันหนีไปได้!"


    สิ้นคำ เซี่ยหลินอี้ก็พุ่งตรงเข้าหาเยี่ยหลิงหลง ทว่ายังไม่ทันได้ใกล้ ก็ถูกจี้จื่อจั๋วผู้ยืนอยู่ห่างออกไป ฟาดกระบี่จนกระเด็นกลับมา


    ร่างของเซี่ยหลินอี้กระแทกเข้ากับผาหินอย่างจัง กระอักโลหิตออกมาคำโต มองเห็นเยี่ยหลิงหลงและสหายอีกห้าคนยืนจังก้าขวางหน้า ชัดเจนว่าใครกล้าเข้ามาก็จะถูกฆ่าทันที


    "พวกเจ้าจะรังแกกันเกินไป พวกเรา..."


    เขาหันกลับไปพูดยังไม่ทันจบก็พบว่าด้านหลังเขาไม่มีใครอยู่เลย!


    นั่นหมายความว่า ไม่มีใครสนใจคำสั่งของเขาเลยหรือ?


    กล่าวคือ มีแค่เขาคนเดียวที่วิ่งพุ่งไปอย่างบ้าบิ่น แล้วถูกฟาดด้วยกระบี่จนกระเด็นกลับมาเหมือนขยะ?


    ศักดิ์ศรีของศิษย์พี่ใหญ่หายไปไหน?


    เซี่ยหลินอี้โกรธจนกระอักเลือด ครึ่งหนึ่งของเลือดยังไม่ทันได้กระอักออกมา ทว่าหางตาพลันเหลือบเห็นงูยักษ์เกล็ดเงินกำลังจ้องมองมาทางเขาที่หยุดนิ่ง ดวงตาของมันวาวโรจน์น่ากลัว ก่อนจะสะบัดหัวพุ่งมาหาเขาอย่างรวดเร็ว


    ดังนั้น เขาจึงกลืนเลือดที่ยังไม่ทันได้กระอักออกมา รีบลุกขึ้นหนีเอาชีวิตรอด


    "พวกเจ้า... รอก่อนเถอะ! ข้าไม่ยกโทษให้พวกเจ้าแน่!"

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ข้าได้ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งที งานนี้เหล่าศิษย์พี่ตัวร้ายต้องรอด! ที่คุณอ่าน