"เจ้าวัวโง่! เมื่อกี้เจ้านับผิดแล้ว! 24 แล้วมันก็ต้อง 25 และต่อด้วย 26 กับ 27 ต่างหาก เจ้าจะต้องนับผิดอีกสักกี่รอบ แล้วอย่างงี้เมื่อไหร่พวกเราถึงจะได้บุกไปฝั่งดินแดนต้าเชียงกัน!!!"
สัตว์อสูรวัวกำลังทำท่าทางคล้ายว่ากำลังนับอสูรลิงอยู่ ก่อนที่จะส่งพวกมันเข้าไปทีละตัวตามจำนวนตัวเลขที่มันนับ แต่อยู่ๆสัตว์อสูรอีกาที่อยู่ข้างๆก็โวยวายออกมาด้วยความโมโหและไม่พอใจ
“เอ๋! อะไรกัน ผิดอีกแล้วเหรอ! เจ้ามั่นใจนะว่าเจ้านับถูกต้อง! ข้าจดจำได้นะว่าพี่ใหญ่เขาท่องมาแบบนี้จริงๆ”
สัตว์อสูรหันหน้ากลับมามองอสูรอีกา คล้ายว่ายังไม่เชื่อในสิ่งที่มันได้ยิน กล่าวอธิบายสาเหตุ
“โอ่ยย! เจ้าคงจะจดจำผิดแปลกแล้วกระมัง พี่ใหญ่ไม่มีทางที่จะท่องผิดแบบเจ้าได้หรอก เค้าเป็นถึงอสูรที่ฉลาดปราดเปรื่องที่สุดให้หมู่พวกเรา จะโง่เขลาท่องผิดแปลกแบบเจ้าได้อย่างไร…”
สัตว์อสูรอีกาส่ายหน้าอย่างเร็วไว คล้ายว่าไม่มีทางเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน
"…อ่อ…นั่นสินะเจ้าพูดถูก…งั้นเจ้ามานับพวกมันแทนข้าดีหรือไม่ พวกเราจะได้นับกันครบสามสิบเสียที ไม่รู้ว่าข้านับผิดมานานเท่าไหร่แล้ว แต่ข้ารู้สึกว่ามันช่างยาวนานเหลือเกิน…"
สัตว์อสูรวัวยกนิ้วมือขึ้นมาเกาหัว พร้อมกลับพยักหน้าออกมาอย่างเข้าใจ
"…เอ่อ…ม-ไม่ดีกว่า! พี่ใหญ่ให้ข้ามาคอยเฝ้าตรวจสอบเจ้า ถ้าข้ามานับเองแล้ว…แล้วใครจะมาตรวจสอบเจ้ากัน! พี่ใหญ่สั่งว่าหนึ่งวันให้เจ้าใส่ลิงเข้าไปในกรงจำนวนหนึ่งตัว แต่พอเจ้าจะใส่ครบสามสิบตัว เจ้าก็ดันนับผิดซะอย่างนั้น พวกเราจึงต้องพักเรื่องนั้น มาฝึกนับแบบนี้ให้ช่ำชอง เมื่อเจ้าเชี่ยวชาญแล้ว พวกเราค่อยกลับไปนับตามแบบเดิม แล้วค่อยกลับไปบอกพี่ใหญ่ด้วยกัน! หนทางนี้แหละดีที่สุดแล้วเชื่อข้า!"
อสูรอีกาเมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าก็เริ่มที่จะแปรเปลี่ยน รีบหันหน้าไปมองทางอื่น คล้ายว่าไม่กล้าสบสายตา กล่าวออกมาอย่างอ้ำอึ้ง
“อ่อ! อย่างนี้นี่เอง เจ้าไว้ใจข้าสินะ ไม่ต้องห่วง..เมื่อข้าทำได้สำเร็จเมื่อไหร่ ข้าจะไม่ยอมให้พี่ใหญ่ชมชอบข้าแต่เพียงผู้เดียวเป็นแน่ เจ้าก็จะมีส่วนร่วมด้วยเช่นเดียวกัน…ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!”
อสูรวัวหัวเราะลั่น กล่าวออกมาอย่างมีความสุข
เมื่อเซียวเย่ได้แอบฟังพวกมันพูดคุยสนทนากันมาสักพักหนึ่ง ก็ถึงกับทำหน้าเจื่อน ถอนหายใจออกมา
“ข้าพึ่งเคยเห็นสัตว์อสูรที่เปิดปัญญาออกมาแล้วโง่เขลาแบบนี้เป็นครั้งแรก เมื่อได้ฟังที่พวกมันคุยกันแล้วเช่นนั้น ข้าชักอยากจะเห็นแล้วว่าพี่ใหญ่ของพวกมันนั้นเป็นเช่นไร…”
เซียวเย่ได้แอบตรวจสอบพลังของพวกมันคร่าวๆแล้ว อดไม่ได้ที่จะแปลกใจกับขอบเขตสัมผัสสวรรค์ของพวกมัน ยังไงเสียพวกมันก็ไม่ได้อ่อนแอเลย ขาดเพียงแค่สติปัญญาที่บกพล่องมากเกินไปก็เท่านั้น
"หือ! นั้นใครน่ะ ออกมาเสีย!!"
เฟี๊ยว!
ฟรึบ!
สัตว์อสูรอีกาเหมือนจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ไม่รอช้าที่จะสะบัดปีกของตนด้วยความเร็วแสง สะบัดขนนกสีดำพุ่งออกไปยังทิศทางนั้นที่มันรู้สึก
ตูม!!
เมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น สัตว์อสูรอีกาก็รีบเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสูง บินขึ้นไปบนท้องฟ้า พุ่งไปดู ณ จุดเกิดเหตุ หวังชมเชยกับผลงานของตนเอง
"เอ๊ะ! ทำไมมันถึงได้ว่างเปล่าเล่า? เหมือนข้าจะรู้สึกได้จริงๆนะ ว่ามีคนแอบฟังพวกเราคุยกันอยู่!…หรือว่ามันตายไปแล้วด้วยพลังที่แข็งแกร่งของข้ากัน…"
สัตว์อสูรอีกาที่บินมาถึง เห็นเพียงพื้นที่ระเบิดเป็นหลุม ครุ่นคิดถึงเหตุผลที่ควรจะเป็นไปได้
ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!
"เจ้าจะหนีข้าไปไหน!!! เจ้าไม่มารอดูข้าฝึกนับสัตว์อสูรแล้วงั้นหรือ แล้วใครจะมาคอยเฝ้าดูข้าล่ะ ว่ามันถูกต้องหรือไม่!!"
สัตว์อสูรปีศาจวัวรีบวิ่งจ่ำอ้าวด้วยเสียงที่ดังลั่นทุกครั้งที่เท้าของมันกระทบพื้น ตะโกนออกมาคล้ายว่าสัตว์อสูรอีกาพยายามหนีและไม่ยอมที่จะช่วยเหลือมัน
“ใครพยายามหนีเจ้าวัวโง่อย่างเจ้ากัน! ข้าเพียงแต่รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจากทิศทางนี้ ก็เลยรีบมาตรวจสอบก็แค่นั้น…”
สัตว์อสูรอีกา รีบบินลงมา สะบัดปีกคล้ายว่ากำลังตบหัวอสูรวัว ตะคอกสวนออกมาด้วยความไม่พอใจ
"เอ๋…อย่างนี้นี่เอง…แล้วไหนล่ะ อะไรบางอย่างของเจ้า…ข้าไม่เห็นจะมีอะไรบางอย่างของเจ้าเลย…ฮั่นแน่!! หวังคิดจะมาหลอกข้า ทำให้ข้าหลงเชื่อและยอมปล่อยให้เจ้าหนีไปได้ใช่หรือไม่? ฝันไปเถอะ!!! ข้าไม่ได้โง่ให้เจ้าหลอกข้าได้เสียเมื่อไหร่"
สัตว์อสูรวัวหันหน้าไปมองที่หลุมลึกเบื้องหน้า แต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเหมือนที่อสูรอีกากล่าว เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น อสูรวัวก็เผลอยืนกอดหน้าอกไม่รู้ตัว หันหน้าไปมองอสูรอีกาด้วยความสมเพช กล่าวออกมาอย่างภูมิใจ
พรึบ!
ระหว่างที่สัตว์อสูรอีกาและสัตว์อสูรวัวกำลังโต้เถียงว่าใครนั้นเป็นฝ่ายถูก ณ จุดที่ไกลออกมาไม่มากนัก เซียวเย่ปรากฎตัวขึ้นมาอย่างกลับภาพลวงตา หันหน้าไปมองจุดที่อสูรอีกาอยู่ด้วยความเหลือเชื่อ
“เป็นไปได้อย่างไร…เจ้าอสูรอีกานั่น ถึงความสามารถด้านปัญญาจะน้อยนิด แต่ประสาทสัมผัสของมันกลับน่าเหลือเชื่อ ถ้าเมื่อครู่นี้เป็นบุคคลอื่นไม่ใช่ตัวข้า ต่อให้เป็นขอบเขตสัมผัสสวรรค์ก็ยากที่จะรอดจากการตรวจจับของมัน…หรือเป็นเพราะว่าสติของมันต่ำกว่าปกติ ก็เลยมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมเช่นนี้…น่าสนใจ…น่าสนใจ…”
ถ้าเป็นคนอื่นที่เจอสถานการณ์เช่นนั้น มีหวังจะต้องตกใจและหวาดกลัวอสูรปีศาจพวกนี้เป็นแน่ แต่เซียวเย่กลับยกยิ้มด้วยความสนุก หันไปมองรอยพื้นลึกที่สัตว์อสูรวัวย่ำเท้าผ่าน
“เจ้าสัตว์อสูรวัวนั่น ดูแล้วก็ไม่ได้ตัวใหญ่อะไรมากมายอย่างมากก็สูงไม่เกินสามเมตร แต่รอยเท้าที่มันเหยียบย่ำ กลับลงลึกเสียยิ่งกว่าเคล็ดวิชาผู้พิทักษ์ของหยางเจี้ยนเสียอีก ไม่ต้องคาดเดาเลยว่าที่สติปัญญาของมันขาดหายไปขนาดนี้ มันกลับไปอยู่ที่ตรงไหน…..”
เซียวเย่มองตรวจสอบสัตว์อสูรวัวอย่างรอบคอบ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวต่อพละกำลังของมัน รีบควบคุมพลังของตัวเองให้เบาบางถึงขีดสุด ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนการเคลื่อนที่ ร่างกายร่วงหล่นลงสู่พื้นดินด้วยเคล็ดวิชามารปฐพี เคลื่อนทีออกไปรอบๆ พร้อมกลับแผ่พลังตรวจสอบไปด้วยความระมัดระวัง
วูบบบ
เซียวเย่เคลื่อนที่ผ่านพื้นดินไปตามจุดต่างๆ สังเกตมองตรวจสอบอย่างละเอียดโดยรอบ เมื่อเซียวเย่ได้ข้ามชายแดนเข้ามายังแผ่นดินเฮ่อหวอจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่หมดซึ่งความแปลกใจเลยแม้แต่น้อย สัตว์อสูรที่นี่ใช้ชีวิตอยู่ไม่ต่างมนุษย์เลย แต่ดูเหมือนวิถีชีวิตของพวกมันจะลำบากกว่าพวกมนุษย์อยู่มากโข…
ที่พักอาศัยที่สร้างขึ้นมาอย่างลวกๆ อาหารที่กินก็ไม่ต่างจากเศษดินหรือเศษทราย เซียวเย่สามารถเข้าใจได้ในทันที ว่าทำไมพวกมันถึงอยากจะข้ามชายแดนเข้าไปโจมตีพวกมนุษย์
“ที่พวกมันต้องการจะข้ามชายแดน สาเหตุคงมาจากการเป็นอยู่และอาหารงั้นสินะ…”
เซียวเย่เคลื่อนต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ไปพบเจอเข้ากับถ้ำขนาดใหญ่บนหุบเขา เมื่อลองเคลื่อนที่ผ่านสัตว์อสูรหมาป่าที่เหมือนจะเป็นยามเฝ้าประตูหน้าถ้ำเข้าไป ก็พบเจอเข้ากับสัตว์อสูรที่มีลักษณะคล้ายกับพยัคฆ์ที่มีขนสีแดงเพลิงน่าเกรงขาม กำลังกระทำอะไรบางอย่างอยู่ ด้วยท่าท่างเคร่งเครียด
"1…2…3…3…3…3 สามแล้วอะไรต่อกันนะ โธ่โว้ย!!! ทำไมข้าถึงหลงลืมไปซะได้…เห้อ…แล้วอย่างนี้ข้าไปจะสอนพวกน่าโง่ข้างนอกนั่นได้อย่างไรกัน ถ้าขืนพวกมันรู้เข้า ข้าได้มีหวังหลุดออกจากตำแหน่งพี่ใหญ่ของพวกมันเป็นแน่แท้…"
สัตว์อสูรพยัคฆ์เผลอบ่นออกมาด้วยท่าทางเคร่งเครียด พยายามใช้ขาหน้าของมันนับนิ้วที่อยู่ของขาอีกข้าง
"1..2..3..อ่อ!ใช่แล้ว! 3…4…5…5…ห้าแล้วอะไรต่อล่ะ โอ้ย!! หงุดหงิดโว้ย! ….4…5…5…."
“ถ้าเจ้านับห้าไปแล้วก็ต้องต่อด้วยเลขหก และเจ็ดตามกันไป…นี่..อย่างนี้”
ระหว่างที่มันกำลังพยายามที่จะเริ่มนับใหม่ อยู่ๆก็มีมือปริศนายื่นเข้ามาช่วยชี้แนะให้ สัตว์อสูรพยัคฆ์เมื่อเห็นเช่นนั้น ก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย รีบทำตามอย่างเร็วไว
"อ่อ ขอบใจเจ้ามาก…4…5…6…7…8…แล้วก็ตามด้วย….เดี๋ยวนะ….ห-เห้ย!!!!"
สัตว์อสูรพยัคฆ์เผลอทำตามสิ่งที่เจ้าของเสียงปริศนาบอกไม่รู้ตัว ก่อนที่จะมาฉุดคิดได้ภายหลัง ค่อยๆหันหัวไปมองข้างๆไม่รู้ตัว พบเข้ากับเด็กมนุษย์หน้าตาค่อนข้างใสซื่อ อดไม่ได้ที่จะสะดุ้งตกใจขนลุกตั้งชันไม่รู้ตัว รีบกระโดดถอยออกไปติดกำแพงถ้ำด้วยความเร็วแสง
"จ-เจ้ามนุษย์! เจ้าเป็นผู้ใด! เข้ามาได้อย่างไร! คิดจะมาลอบทำร้ายข้าผู้แข็งแกร่งผู้นี้งั้นสินะ…อย่าได้หวัง!!"
สัตว์อสูรพยัคฆ์เมื่อเห็นว่าเป็นเพียงแค่เด็กน้อย ก็รีบแปรเปลี่ยนท่วงท่าจากที่หวาดกลัวกลายเป็นแยกเขี้ยวเข้าใส่ ทำท่าทางพร้อมรบคล้ายว่ากล้าที่จะต่อสู้ทุกเมื่อ
"ใจเย็นๆ ข้าไม่ได้มาร้าย ข้ามีข้อเสนอมาให้เจ้า สงบสติอารมณ์แล้วก้มหน้ารับฟังก่อนเป็นอย่างไร.."
เซียวเย่ลุกขึ้นมา ยืนอยู่ต่อหน้าสัตว์อสูรพยัคฆ์อย่างกล้าหาญ ถึงสัตว์อสูรตรงหน้าจะสติปัญญาน้อยไปเสียน้อย แต่ความแข็งแกร่งที่เซียวเย่ตรวจพบนั้น มันไม่อาจจะดูถูกได้เลย แข็งแกร่งกว่าเจ้าพวกข้างนอกนั่นเป็นไหนๆ เซียวเย่สามารถที่จะมองออกด้วยเคล็ดวิชามารจิตได้ในทันที ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้จงใจระเบิดพลังออกมาก็ตาม
เมื่อสัตว์อสูรพยัคฆ์ได้ฟังก็ยังคงไม่คิดหลงเชื่อ อยู่ๆก็ปรากฎโผล่ออกมา แล้วจะมาให้มันยอมหลงเชื่อโดยง่ายได้อย่างไร กล่าวออกมาด้วยท่าทางระแวดระวัง
“ไม่ได้มาร้าย? หนอยเน่! หนอยเน่! แอบลอบเข้ามายามที่ข้าเผลอปล่อยใจไม่ระวังตัว แล้วยังจะให้ข้าหลงใจเชื่อเจ้าอีกอย่างนั้นหรือ! ฝันหวานไปแล้ว มีใครอยู่ข้-…..”
"ถ้ามีสมุนของเจ้ารู้ว่าเจ้ามีปัญหาเรื่องสติปัญ-.…ไม่สิ…ถ้ามีสมุนของเจ้ารู้ว่าเจ้าไม่สามารถที่จะนับเลขได้ล่ะก็ ตำแหน่งพี่ใหญ่ของเจ้าก็คงจะหลุดรอดจากเจ้าไปเป็นแน่ ดูอย่างเจ้าอสูรอีกานั่นสิ มันฉลาดพอตัวเลยนะ ข้าอดที่จะไม่คิดไม่ได้เลย ว่ามันจะไม่สนตำแหน่งพี่ใหญ่ของเจ้าน่ะ…"
แต่มันยังไม่ทันจะกล่าวจบ เซียวเย่ก็กล่าวพุ่งพรวดออกมา ทำเอาสัตว์อสูรพยัคฆ์เมื่อได้ฟังก็ถึงกลับทำหน้ากำสรดเรียบร้อย กล่าวออกมาอย่างน่าฟัง
"จ-เจ้า…เจ้า….เจ้ามีเรื่องอะไรมาเสนองั้นเหรอ ตัวข้าก็มิใช่คนที่ไร้เหตุผล ข้าจะอยู่เฉยๆรับฟังคำพูดของเจ้าไปก่อนก็แล้วกันนะ.."