(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    บทที่ 25 : ความลึกล้ำของตำราทั้งสอง


    ตลอดระยะเวลาทั้งวันทั้งคืน หยางเทียนใช้ออกไปกับการท่องตำราหมื่นสมุนไพรและตำรากายาชีพจรมนุษย์ทั้งหมด

     

    ตำราหมื่นสมุนไพรนั้น เป็นดั่งตำราของวัตถุดิบการปรุงโอสถชนิดต่างบอกทั้งชื่อสีกลิ่นรสชาติ กระทั่งวิธีนำไปใช้อย่างละเอียด ชัดเจนว่าตำราเล่มนี้เป็นตำราที่มีคุณค่าอย่างที่สุดสำหรับผู้ต้องการเป้นหมอโอสถอย่างแน่นอน

     

    อีกทั้งตำรากายาชีพจรมนุษย์นั้นประกอบไปด้วยสิ่งที่ทำให้หยางเทียนรู้สึกสนใจเป็นอย่างยิ่งมันกระทั่งคลุกอยู่กับตำรานี้เนิ่นนาเสียยิ่งกว่าตารำหมื่นสมุนไพรยิ่งนัก

     

    เนื่องด้วยตำรากายาชีพจรมนุษย์นั้นบ่งบอกถึงทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับอวัยวะภายในร่างกายของมนุษย์กระทั่งวิธีการเคลื่อนพลังของลมปราณชีพจรทั้งยังบ่งบอกถึงวิธีในการรักษาอาการต่างๆอันเกิดขึ้นภายในร่างกายหากแต่สิ่งที่ทำให้หยางเทียนสนใจในตำราเล่มนี้เป็นอย่างยิ่งคือในส่วนของท้ายตำรานั้นได้ปรากฏรายละเอียดตัวอักษรอันโปร่งแสงบางเบาทั้งยังประกอบไปด้วยลมปราณลึกล้ำสายหนึ่งแฝงมากับตัวอักษรเหล่านั้นในรายละเอียดบ่งบอกถึงวิธีการกรุยจุดชีพจรลมปราณในร่างกายมนุษย์ทั้งหนึ่งร้อยแปดแห่งอันกระจายอยู่แต่ละที่ในเส้นลมปรารของผู้คนนั้นๆ

     

    หากแต่หยางเทียนพยายามทำความเข้าใจเท่าไหร่กลับยิ่งตกสู่ความไม่รู้อันไม่สิ้นสุดเด็กน้อยกระทั้งนั่งทำความเข้าใจกับส่วนสุดท้ายนี้อย่างลืมวันและเวลาอย่างสิ้นเชิงชัดเจนว่าเด็กน้อยไม่อาจตัดใจยอมแพ้กับสิ่งตรงหน้ามันได้

     

    ขณะที่ผู้อาวุโสหยางจิ่นก้าวเท้าเข้ามาในตำหนักคลังโอสถแห่งตระกูลหยางอีกครั้งคนพลันเห็นเด็กน้อยหยางเทียนยังคงนั่งอ่านตำราที่มันมอบให้ทั้งยังอยู่ในตำแหน่งเดิมกับเมื่อวานไม่ผิดเพี้ยนชัดเจนว่าเด็กน้อยนี่แทบไม่ขยับตัวไปไหนเลยด้วยซ้ำตั้งแต่เมื่อวาน

     

    ทั่วใบหน้าของหยางจิ่นปรากฎออกมาด้วยความตกใจเล็กน้อยทั้งยังปะปนไปด้วยความสุขที่ลูกศิษย์ของมันใฝ่หาความรู้เช่นนี้ เด่นชัดว่าเมื่อกาลก่อนมันไม่ได้บังคับต่อศิษย์ให้นั่งท่องตำราเพื่อทำความเข้าใจด้วยตนเองก่อนแต่อย่างใดเนื่องด้วยตัวของเด็กน้อยนั้นพึ่งสมานกระดูกเสร็จนี่อาจต้องมีอาการเมื่อยและเหนื่อยล้าอยู่บ้าง มันจึงอนุญาตให้หยางเทียนสามารถกลับไปพักผ่อนก่อนได้   ไฉนเลยมันจะคิดได้ว่าเด็กน้อยนี่กลับตั้งใจจริงที่จะศึกษาและสนใจศาสตร์แห่งการรักษาอย่างจริงจังเช่นนี้

     

    “ เทียนเอ๋อนี่เจ้านั่งอ่านตำราอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อวานไม่ได้ไปไหนเลยอย่างนั้นหรือ” ทันใดนั้นหยางจิ่นพลันเอ่ยวาจาออกด้วยน้ำเสียงอันเอ็นดูต่อเด็กตรงหน้าคล้ายกับว่านี่เป็นการที่ญาติผู้ใหญ่กล่าวต่อหลานชายสุดรักอย่างไรอย่างนั้นทั้งคำเรียกชื่อยามกล่าวเรียกหยางเทียนนั้นพลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

     

    “ท่านอาจารย์ ท่านกลับมาแล้วหรอ   นะ. . . นี่ผ่านพ้นไปหนึ่งวันแล้วอย่างนั้นหรือ”หยางเทียนพลันสะดุ้งตัวเล็กน้อยเนื่องด้วยมันไม่คาดคิดว่าอาจารย์ของมันจะกลับมาแล้ว ทั้งนี้ยังไม่ใช่กับว่ามันใช้ออกด้วยเวลาหนึ่งวันเต็มโดยที่มันไม่ทันได้รู้ตัวหรอกหรือ

     

    “ข้าไม่ได้ไปไหนเลย ตำราที่ท่านอาจารย์มอบให้นั้น ยามแรกข้าต้องการเพียงอ่านปกปิดความอยากรู้เพียงเท่านั้นแต่เรื่องราวกลับแตกต่างไปสิ้นเชิง ตัวข้ายิ่งอ่านตำราเท่าไหร่ความอยากรู้ในใจข้ากลับไม่มีวันหมดสิ้น เผลอแปบเดียวนี่ก็ผ่านพ้นมาหนึ่งวันเสียแล้วตำราที่สองกายาชีพจรมนุษย์ข้ายังไม่ทันทำความเข้าใจส่วนสุดท้ายได้เลย กระทั่งตำราที่สามทักษะวิชาดรรชนีชี้ตะวันตัวข้ายังไม่ได้เปิดอ่านออกเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว นี่อาจทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังต่อศิษย์ไปบ้างแล้ว”

    คำกล่าวของหยางเทียนยามนี้เด่นชัดว่ามันต้องการเข้าใจตำราทั้งหมดให้ถ่องแท้ก่อนที่อาจารย์ของมันจะกลับมาแต่หากยามนี้มันกลับจดจำลักษณะวิธีการใช้ออกถึงสมุนไพรต่างๆและวิธีการรักษาอาการบาดเจ็บร่างกายเกือบทั้งหมดหากแต่ตำราที่สามมันยังไม่ได้ทันได้เปิดออกดู อาจารย์ของมันก็กลับมาก่อนเสียแล้ว เด็กน้อยกลับคิดว่าสิ่งเหล่านี้อาจทำให้อาจารย์ของมันต้องเกิดความผิดหวังในตัวมันเป็นแน่แล้ว

     

    “เทียนเอ๋อ นี่เจ้าจะบอกว่าเจ้าอ่านตำราหมื่นสมุนไพรทั้งหมดทั้งยังจำพวกมันได้แล้ว กระทั่งตำรากายาชีพจรมนุษย์ เจ้าก็ได้ทำความเข้าใจจนกระทั่งหน้าสุดท้ายแล้วอย่างนั้นหรือ”

     

    คำตอบจากหยางเทียนมิใช่การกล่าวออกด้วยเสียงแต่อย่างใดเด็กน้อยเพียงพยักหน้าทั้งสีหน้ายังปรากฏออกมาซึ่งความถอดถอนใจที่ตนไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด

     

    หากแต่ยามนี้สีหน้าของผู้อาวุโสหมอโอสถหยางจิ่นกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงมันกระทั่งตกตะลึงจนปากเผยอ ออกมาเล็กน้อยเนื่องด้วยมันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเด็กน้อยตรงหน้ามันกลับกล่าวคำน่าเหลือเชื่ออกมาได้เช่นนี้ทั้งแววตาของมันยังดูไม่เหมือนกับผู้ที่โกหกอย่างแท้จริง

     

    “เทียนเอ๋อ หากเจ้าได้กล่าวว่าเจ้าทำความเข้าใจกับเนื้อหาของตำราหมื่นสมุนไพรได้หมดแล้วจงกล่าวตอบกลับอาจารย์หากอาจารย์ต้องการจะหาสมุนไพร “ รากหมาป่าเยือกเย็น “  ต้องหาจากที่ใดอีกทั้งอาจารย์จะสามารถนำมันมาปรุงโอสถชนิดใดได้บ้าง” หยางจิ่นกล่าวถามคำถามออกไปชัดเจนว่าตัวมันถึงแม้จะเห็นว่าสีหน้าและแววตาของหยางเทียนไม่ได้ส่งออกมาถึงความโกหกแต่ถึงอย่างนั้นหากมันไม่ได้พิสูจน์  ให้ตายอย่างไรมันก็ไม่มีทางเชื่อทั้งนั้น

     

    “ท่านอาจารย์ รากหมาป่าเยือกเย็นนั้นอยู่บริเวณหน้ากลางๆเล่มของตำราหมื่นสมุนไพรหากแต่ข้าไม่ได้นับจำนวนหน้าจึงบอกกล่าวต่อท่านไม่ได้  มันขึ้นอยู่อย่างชุกชุมในเขตเทือกเขาหิมะนิรันดร์อันตั้งอยู่ในเขตแดนเหนือสุดแห่งแดนแห่งน่านสมุทรทั้งเทือกเขานั้นยามนี้ถูกปกครองโดยพรรคเหมันต์นิรันดร์อันเป็นพรรคหนึ่งในห้าพรรคใหญ่แห่งอาณาจักรแดนแห่งน่านสมุทร

     

    ตัวของรากหมาป่าเยือกเย็นนั้นจะปรากฏไอเย็นรุนแรงตลอดมิได้ขาดหากผู้ใดเพียงอยู่บนเส้นทางการฝึกยุทธ์ที่ต่ำกว่าดินแดนหลอมรวมลมปราณขั้นที่ห้าไปแตะต้องเข้าแล้วละก็จะต้องพิษหนาวเย็นไร้สิ้นสุดจากมันทันทีแต่แม้มันจะมีพิษร้ายบางชนิดอยู่ภายในหากแต่ถ้านำมันมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงโอสถแล้ว จะสามารถปรุงเม็ดยาแก้อาการพิษหนาวเหน็บได้เกือบทุกชนิดทั้งยังเป็นเม็ดโอสถระดับผู้ชำนาญขั้นกลางอีกด้วย

     

    ทั้งมันยังคงนำมาปรุงเป็นยาพิษ “ราตรีเยือกแข็ง”ได้เช่นกัน ยาพิษนี้จะส่งผลทุกยามค่ำคืนให้ผู้ที่ถูกมันเข้าจำต้องทนรับความหนาวเย็นเสียดกระดูกไม่ว่าทำเช่นใดก็ไม่มีทางสยบความหนาวเย็นนี้ได้ แต่ยาพิษนี้เป็นเพียงยาพิษที่ปรุงขึ้นเพื่อทรมานเพียงเท่านั้นเนื่องด้วยแม้จะหนาวเย็นอย่างมากก็ตาม แต่มันหาได้คร่าชีวิตผู้ฝึกยุทธ์ชนชั้นหลอมรวมลมปราณขึ้นได้ไม่

     

     

    หยางจิ่นที่ได้ฟังคำตอบชัดถ้อยชัดคำของลูกศิษย์ตนเองนั้นตัวมันยิ่งมายิ่งตกตะลึง ทุกคำกล่าวที่รอดออกมาจากปากของหยางเทียนไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่ตอบออกด้วยความลังเลทั้งยังไม่มีเสี้ยวเดียวทีตอบไปแล้วต้องหยุดคิดไป มันกระทั่งตอบด้วยวาจาฉะฉานปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างยิ่งด้วยซ้ำ

     

    ในใจของหยางจิ่นยามนี้พลันเชื่อเด็กน้อยตรงหน้าอย่างจนใจ ที่ว่ามันจดจำแล้วเข้าใจหมดทั้งเล่มคงไม่ใช่คำกล่าวโกหกของเด็กน้อยเนื่องด้วยชื่อสมุนไพรที่มันเลือกมานั้น เป็นสมุนไพรที่อยู่ส่วนกลางของตำราหมื่นสมุนไพรจริงหากแต่ทั้งรายละเอียดข้อมูลทุกอย่างกลับเยอะอย่างยิ่งหากผู้ที่อ่านผ่านๆหรือเปิดผ่านๆ ย่อมไม่สามารถจดจำข้อมูลได้อย่างแม่นยำเป็นแน่

     

    “ ทะ. . .เทียนเอ๋อเจ้ากลับจำพวกมันได้หมดแล้วจริงอย่างนั้นหรือ” คนพลันกล่าวออกอย่างตะกุกตะกักออกต่อเด็กน้อยตรงหน้าที่สุดทั้งยังกล่าวถามออกอีกครั้งเพื่อยืนยันความไม่น่าเชื่อนี้ต่อตัวมัน

     

    “ขอรับท่านอาจารย์ศิษย์จำมันได้หมดจนขึ้นใจไปแล้ว แต่กลับมีส่วนสุดท้ายของตำรากายาชพจรมนุษย์ที่ไม่ว่าศิษย์จะพยายามทำความเข้าใจเท่าใดกลับไม่สามารถเข้าใจถึงวิธีการของมันได้อาจารย์โปรดชี้แนะศิษย์ด้วย”คำกล่าวของเด็กน้อยยามนี้กล่าวออกด้วยความไม่รู้โดยแท้จริงทั้งใบหน้าและแววตาของมันยังใสสื่ออย่างที่สุด

     

    หากแต่เมื่อหยางจิ่นได้เคลื่อนสายตามองไปยังตำแหน่งที่หยางเทียนชี้อยู่ในขณะนี้มันพลันขมวดคิ้วขึ้นทันทีเนื่องด้วยยามนี้มันกลับไม่เห็นสิ่งที่ในตำแหน่งที่หยางเทียนชี้ไปแม้แต่น้อย หากแต่ทันใดนั้นมันพลันแปรเปลี่ยนสีหน้าของมันคล้ายดั่งคิดบางอย่างออกส่งผลให้ตัวมันอดตะลึงลานไม่ได้


    “เทียนเอ๋อเอ้ยเจ้าเห็นตัวอักษรโปร่งแสงโผล่ออกมาใช่หรือใหม่” หยางจิ่นกล่าวถามออกเพื่อให้ตัวมันแน่ใจในสิง่ที่มันกำลังคิด

     

    “ใช่แล้วขอรับท่านอาจารย์มันเป็นตัวอักษรโปร่งแสงทั้งยังคล้ายกับว่าสร้างออกด้วยลมปราณล้ำลึกสายหนึ่งดูท่าแล้วพลังปราณของท่านอาจารย์หยางจิ่นต้องลึกล้ำมากเป็นแน่” หยางเทียนยังคงเอ่ยวาจาออกด้วยความใสสื่ออย่างเด็กน้อยผู้ไม่ประสาออกมาอีกทั้งมันยังคิดว่าอาจารย์ของมันกระทั่งสร้างสรรค์ตำราพวกนี้ออกมาได้ความรู้ของอาจารย์มันย่อมต้องกว้าวงขวางอย่างที่สุดกระทั่งลมปราณสายนี้ที่มันสัมผัสจากตัวอักษรได้ตัวตนของอาจารย์มันต้องไม่เรียบง่ายเท่าที่ตาเห็นเป็นแน่

     

    หากแต่เมื่อหยางเทียนได้มองกลับไปที่อาจารย์ของมันนั้นมันพลันรู้สึกสับสนอย่างอดไม่ได้เนื่องด้วยยามนี้ใบหน้าของหยางจิ่นนั้นปรากฏออกมาด้วยรอยยิ้มที่กว้างออกด้วยความดีใจถึงขีดสุดอีกทั้งแววตาของอาจารย์มันยามนี้กลับทอประกายแห่งความหวังออกมา

    “เทียนเอ๋ออาจารย์ต้องกล่าวกับเจ้าก่อนที่เจ้าจะเข้าใจผิดไปใหญ่สิ่งที่ปรากฏในตำราสองเล่มนี้ทั้งหมดนั้นอาจารย์เจ้าไม่ใช่ผู้เขียนมันขึ้นมา หากแต่เป็นยอดปรามาจารย์ตัวตนระดับราชันหมอโอสถเป็นผู้เขียนมันขึ้น  เพียงแต่ในยามนี้ที่ตำราทั้งสองเล่มมาอยู่ที่อาจารย์นั้นเนื่องด้วยในยามที่อาจารย์ยังเป็นหนุ่มนั้นอาจารย์ได้ประสบโชคอันยิ่งใหญ่พบเจอพวกมันเข้าโดยบังเอิญขณะที่ข้ากำลังเดินทางไปทั่วดินแดนแห่งน่านสมุทร หากแต่สิ่งเล่านี้กลับมีรายละเอียดที่น่าตกตะลึงมากนักอาจารย์ในยามนั้นกลับค้นพบว่าตัวอาจารย์ได้ถลำเข้าสู่ความต้องการในการเป็นหมอโอสถมากกว่าการฝึกตนแล้ว”

    “ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาอาจารย์จึงได้เปลี่ยนปลายทางที่อาจารย์ต้องการไปถึงจากการไปสู่จุดสูงสุดแห่งหนทางพลังปราณ กลับแปรเปลี่ยนไปเป็นบรรลุสู่หนทางแห่งราชันโอสถ”

    “แต่ถึงอย่างนั้นแม้ตัวอาจารย์จะมียอดตำราอยู่ในมือก็ตาม อาจารย์กลับไม่อาจเหยียบเข้าถึงระดับราชันโอสถได้ทั้งยังไม่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำไป อาจารย์ได้แต่กล่าวคำน่าละอายต่อหน้าเจ้าแล้วเทียนเอ๋อ  อีกทั้งในส่วนของท้ายตำรานั้นก่อนที่เจ้าจะได้อ่านตัวอกษรปราณโปร่งแสงนั่นหากข้าจำไม่ผิดมันมีคำเขียนก่อนหน้าว่า “ หนทางแห่งการบรรลุชนชั้นราชันโอสถนั้น จะเปิดออกต่อผู้มีชะตาต้องกันต่อตำราข้าเท่านั้น “ คำเขียนนี้เป็นของผู้ที่เขียนมันขึ้นเป็นราชันโอสถแห่งยุคในกาลก่อน ทั้งคำกล่าวนี้ข้าพึ่งเข้าใจแล้วว่ามันกลับมีรายละเอียดลึกล้ำซ่อนอยู่ส่วนต่อจากคำกล่าวเหล่านั้นที่เจ้าเห็น”


    “สิ่งพวกนี้ได้แต่ต้องให้เจ้าเป็นผู้ศึกษาหาคำตอบเองแล้วเนื่องจากตัวอาจารเจ้าเองก็ไม่สามารถมองเห็นตัวอักษรเหล่านั้นได้” คำกล่าวของหยางจิ่นเมื่อกล่าวถึงช่วงท้ายนั้นเต็มไปด้วยความละอายใจที่ไม่สามารถบอกล่าวไขข้อสงสัยให้กับศิษย์มันได้กระทั่งเพียงมองให้เห็นมันยังไม่สามารถกระทำได้ด้วยซ้ำ

     

    หยางเทียนยามนี้แสดงสีหน้าตกใจออกมาหากแต่มันก็ยังคงไม่เข้าใจระดับของการปรุงยาของหมอโอสถอยู่ส่วนใหญ่จึงไมได้เข้าใจอะไรมากนัก ใบหน้าของเด็กน้อยยังประกอบไปด้วยความสงสัยเป็นส่วนมาก ปรากฏออกมาบนแววตาและใบหน้าของมันยามนี้

     

    จนในที่สุดตัวมันชัดเจนว่าอดทนต่อความไม่รู้ไม่ได้อีกต่อไปคนพลันเร่งกล่าวถามต่ออาจารย์ของมันในทันที“ท่านอาจารย์ขอท่านบอกถึงระดับโอสถและระดับของผู้ปรุงโอสถ ทั้งชื่อของเจ้าของตำรานี้แก่ศิษย์ด้วยเถิด”  

     

    หยางจิ่นยิ้มออกด้วยความอบอุ่นขณะกล่าวตอบต่อศิษย์ผู้ถวิลหาความรู้“ผู้เขียนตำราทั้งสองนี้ขึ้นถูกเรียกกันว่าจักรพรรดิผู้รอบรู้แห่งโอสถซิ่นลู่ ตัวมันนั้นเป็นราชันแห่งยุคในเรื่องของศษสตร์ปรุงยาเมื่อ200ปีก่อนหากเจ้าไปหาข้อมูลเอาที่หอตำราเก่าแก่ของตระกูลหยาง น่าจะได้เจอประวัติของจักรพรรดิผู้นี้อยู่บ้าง”


    “ส่วนตัวตนของหมอโอสถนั้นในระดับความคิดของข้าถูกแบ่งออก 4 ดินแดนด้วยกัน ไล่จาก หมอโอสถชั้นหลอมรวมหมอโอสถชั้นผู้ชำนาญ หมอโอสถชั้นปรมาจารย์ และหมอโอสถชั้นราชันโอสถ ทั้งห้าชี่นนี้แต่ละขั้นจะแบ่งย่อยไปอีกเรียงระดับจากระดับพื้นฐานกึ่งกลาง และ ถ่องแท้”

    “ตัวตนที่พบง่ายที่สุดคือหมอโอสถชั้นหลอมรวมระดับพื้นฐานแต่ถึงอย่างนั้นทั่วทั้งเมืองฟ้าอำพันแห่งนี้กลับมีอยู่ไม่ถึง 20 คนด้วยซ้ำ กระทั่งหมอโอสถขั้นหลอมรวมระดับกึ่งกลางยังมีเพียงแค่3คน ซึ่งอยู่ที่หอเหลยหลงในยามนี้ ส่วนระดับที่สูงกว่านี้ย่อมไม่ปรากฏในเมืองเล็กอันห่างไกลผู้คนเช่นนี้ยกเว้นแต่ตัวตนอย่างอาจารย์เจ้าที่ก้าวเข้าสู่หมอโอสถชั้นนผู้ชาญระดับกึ่งกลางได้แล้วเมื่อ20ปีก่อน”

    หยางจิ่นกล่าวถึงประโยคสุดท้ายออกมาอย่างภาคภูมิทั้งยังปรากฏความทระนงในใบหน้าอย่างไม่ต้องการปิดบังใดๆออกมาสู่ผู้เป็นศิษย์ของตน 

     

    “หากแต่เทียนเอ๋อเรื่องที่ข้าเป็นหมอโอสถชั้นผู้ชำนาญระดับกึ่งกลางนั้น เจ้าอย่าได้กล่าวบอกผู้ใดสิ่งนี้ทั่วทั้งเมืองมีเพียงอาจารย์แล้วก็เจ้าเท่านั้นที่ทราบในตอนนี้ ผู้อื่นย่อมรู้เพียงแค่ว่าอาจารย์เป็นหมอโอสถชั้นหลอมรวมระดับพื้นฐานเท่านั้นตัวอาจารย์เจ้าแท้จริงแล้วไม่ใช่คนตระกูลหยางโดยกำเนิด อาจารย์ร่อนแร่มาชั่วชีวิตจนในที่สุดอาจารย์ก็ค้นพบว่าต้องการเพียงความสงบเท่านั้นจึงได้เลือกเมืองฟ้าอำพันอันห่างไกลเช่นนี้”

    “ทั้งอาจารย์เจ้ายังได้ละทิ้งชื่อแซ่และฉายาเก่าก่อนไปแล้วเรื่องในอดีตสำหรับอาจารย์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่น่าจดจำนักหลังจากที่มาเข้ากับตระกูลหยางได้เมื่อ 40 ปีก่อนอาจารย์จึงได้เปลี่ยนชื่อแซ่ตนเองเป็นหยางจิ่นเช่นทุกวันนี้”

     

    คำกล่าวอ่อนโยนอย่างที่สุดขณะที่หยางจิ่นเล่าตัวตนมันต่อผู้เป็นศิษย์คนแรกทั้งยังอาจนับได้ว่าเป็นคนสุดท้ายในชีวิตมัน ชัดเจนแล้วว่ามันยามนี้เห็นหยางเทียนเป็นดั่งหลานชายของมันแท้ๆไปเสียแล้ว

     

    “แต่เรื่องที่อาจารย์เล่ามายืดยาวนี้นั้นไม่ได้ต้องการให้เจ้านำความสนใจทั้งหมดไปลงที่มัน  อาจารย์เพียงแค่ต้องการให้เจ้ารู้และจำไว้เสมอว่าไม่ว่ายามนี้เจ้าจะดูเก่งกล้าสามารถเพียงใด แต่บนโลกใบนี้นั้น คำกล่าวที่ว่าเหนือฟ้าย่อมมีฟ้าอีกผืนเป็นจริงเสมอโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลเต็มไปด้วยตัวประหลาดและผู้แข็งแกร่งลึกล้ำมากมายจงอย่างได้ทะนงตนจนเลยเถิดไป สิ่งเหล่านี้จะทำให้ความก้าวหน้าเจ้าไม่สามารถเติบโตขึ้นได้อีก”

     

    ทุกถ้อยคำกล่าววาจาที่ออกมาจากปากของหยางจิ่นนั้นชัดเจนว่ามันต้องการสอนถึงสิ่งต่างๆของโลกใบนี้และต้องการกล่าวตักเตือนตัวศิษย์ของมันไว้แต่เนิ่นๆ เนื่องด้วยว่าทั้งพลังลมปราณกระทั่งระดับความจำของหยางเทียนนั้น อาจะทำให้ตัวมันเกิดความมั่นใจในกำลังตนเองจนเกินไปจนเกิดผลร้ายต่อตัวมันเองในภายภาคหน้า

     

    “ศิษย์เข้าใจแล้วท่านอาจารย์อย่าได้กังวล ตัวศิษย์นั้นเติบโตมากับมารดาหยางซูทั้งข้ายังเป็นเพียงเด็กรับใช้เท่านั้นย่อมไม่ทะนงตนดูถูกผู้อื่นเป็นแน่ หากแต่ถ้าผู้ใดกล้ากล่าวเหยียดหยามข้า มารดาข้ากระทั่งอาจารย์ของข้า มันผู้นั้นแน่นอนว่าต้องจบลงด้วยความทรมานกระทั่งตกตายเท่านั้น”

    คำกล่าวสุดท้ายของหยางเทียนพลันส่งรังสีกลิ่นอายแห่งจิตสังหารลอยขึ้นอย่างไม่รู้ตัวทั้งยังทำให้ตำหนักคลังโอสถที่อบอุ่นไปด้วยควันจากกำยานพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเย็นจากกลิ่นอายนี้ไปเสียสิ้น

     

    หากแต่สิ่งนี้กลับอยู่เพียงไม่นานนักก่อนที่จะกลับสู่สภาพปกติแต่หากจะมีสิ่งใดไม่ปกติคงจะเป็นใบหน้าของหมอโอสถหยางจิ่นที่ยังคงปรากฏความตกใจในรังสีสังหารของเด็กน้อยผู้เป็นดั่งลูกศิษย์ตรงหน้ามันอย่างเห็นได้ชัด




    นิยายแนะนำ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405