***ว่าที่ราชันแห่งสรรพสัตว์ [ไพไรต์]
"ข้าคือ [ควีน] ผู้รับใช้ราชินี [แฟต] ผู้ซื่อสัตย์ ผู้นำแห่งเผ่าอาร์โทโพดาร์เพียงหนึ่งเดียวของพวกเรายังไงละ! "
พริบตาที่สิ่งนั้นปรากฏตัว ทั่วทั้งร่างก็ถึงด้านชาและสั่นเทาไปด้วยความขลาดเขลา
[น่ากลัว]
นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังคิด
มันมีรูปร่างคลายกับอสูรแมลง แต่มีความปัจเจกไม่เหมือนใครตรงที่มีความสูงมากถึงสี่เมตร
ทั่วทั้งร่างหุ้มไปด้วยเปลือกแข็งสีแดงเลือดมันวาว ประหนึ่งเป็นนักรบที่สวมเกราะเหล็กทั่วทั้งตัว
แขนทั้งสี่ข้างของมัน มีความคมกริบราวกับจะตัดแยกอากาศให้ขาดออกเป็นสองส่วนได้
เพียงแค่รูปลักษณ์ ก็ทำให้สัญชาตญาณของผมกรีดร้องลั่นอย่างบ้าคลั่งไปแล้ว
แต่จะมาขี้ขลาดเพียงเพราะรูปลักษณ์ของศัตรูไม่ได้
เพราะว่านี่คือศึกต่อสู้ที่จะชี้เป็นชี้ตายอนาคตของพวกเรา!
“แกคือผู้ปกครองของเผ่าอสูรกายสินะ! ”
“ก็บอกว่าอยู่หลัก ๆ ว่าเป็นผู้รับใช้... แต่ถ้าเจ้าอยากชนะสงครามครั้งนี้ อย่างน้อยก็ต้องล้มดิฉัน [ควีน] ผู้นี้ให้ได้ก่อนค่ะ! ”
เจ้าอสูรกายโยนก้อนคริสตัลทั้งหมดห้าลูกขึ้นท้องฟ้า
ก้อนคริสตั้ลพวกนั้นเปล่งแสงสว่างสีฟ้าเจิดจ้า พร้อมกับดูดสิ่งแวดล้อมรอบตัวไปรวมเข้าด้วยกัน
เศษหิน ดิน หญ้า ทุกอย่างกำลังหมุนวนรายรอบก้อนคริสตัลเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
“รวมร่าง! ”
พริบตานั้นเองที่เกิดแสงสว่างทิ่มแทงเข้ามาในนัยตาทั้งสองข้าง
ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงแค่ชั่วเสี้ยวหนึ่งลมหายใจเท่านั้น
หลังสิ้นแสงสว่าง ทั่วทั้งร่างกายของอสูรก็ถูกหลอมเข้ากับมวลสีดำขนาดใหญ่
มวลสารจำนวนมากที่ดูดกลืนจากแผ่นดิน กำลังถูกอัดจนแน่น แล้วเปลี่ยนเป็นเกราะที่ทรงพลังให้กับมัน
หุ้มทุกส่วนของร่างกายเจ้าอสูร จนมีร่างกายที่ใหญ่โตขึ้นอีกเท่าตัว และบดบังท้องฟ้ากับวิสัยทัศน์ตรงหน้าจนสิ้น
ตามแขนทั้งสี่ที่มีปลายแหลมคม ถูกเสริมด้วยปากกระบอกปืนขนาดยักษ์ที่มีรูกว้างถึงครึ่งเมตร
แม้แต่ส่วนหัวที่เคยคิดว่าน่าจะเป็นจุดอ่อนที่เปราะบาง ยังถูกหุ้มด้วยเกราะหนาที่เต็มไปด้วยหนามแหลม
ดูเป็นสัตว์ประหลาดยิ่งกว่าเมื่อกี้นี้อีก!
นี่มันตัวเชี่ยอะไรเนี่ย!?
“นายท่านไพไรต์ ทุกคน! รบกวนช่วยถ่วงเวลาให้สักสามนาที ฉันจะเจาะบาเรียเพื่อดึงกำลังเสริมเข้ามาค่ะ”
“รับทราบ”
กับสัตว์ประหลาดที่ดูน่ากลัวเยี่ยง ให้ตายก็ไม่ขอดวลเดี่ยวกับมันเป็นอันขาด!
“ทุกคน ลุย! ”
ผมวิ่งไปตามพื้น โดยเล็งบุกเข้าจากทางขาซ้ายของศัตรู
ส่วนซุนไกท์ บุรุษกอลิล่าผู้ผอมเพรียวกำลังวิ่งบุกเข้าไปจากทางขวา
พวกเราทั้งสองคนวิ่งคู่ขนานกันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทิ้งรอยเท้าและร่างเงาเอาไว้เบื้องหลัง
อาวุธไร้ลักษณ์ในมือเริ่มเปลี่ยนรูป เป็นไม้พลองตามอย่างที่ซุนไกท์ใช้
ในอีกทางหนึ่ง ฝั่งอสูรกายเองก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน
มันยกแขนทั้งสี่ข้างขึ้นสูง
ปลายปากกระบอกปืนสองกระบอกกำลังตั้งลำกล้องเล็งมาที่ผมกับซุนไกท์ และมีอีกสองกระบอกเล็งไปทางหุ่นแมงกะพรุนที่โนอาร์กับโทแพซขี่บังคับอยู่
คิดที่จะยิงขัดจังหวะพวกโนอาร์อย่างงั้นเรอะ?
ผมไม่ยอมให้ทำได้หรอก!
ผมกับซุนไกท์ระเบิดแรงถีบ แล้วทะยานเข้าใส่แขนทั้งสองที่กำลังเล็งไปทางพวกสองสาว
ยื่นปลายพลองสีขาวตรงออกไป ประหนึ่งเป็นหัวกระสุนปืนใหญ่ที่ทรงพลัง
ตอนนั้นเองที่ร่างกายของมันเคลื่อนตัวหลบออกข้างอย่างรวดเร็ว
มันขยับตัวหลบด้วยการลื่นไถลไปกับพื้นดิน โดยไม่จำเป็นต้องใช้สองขาของมันแม้แต่น้อย
มันทำได้ยังไงกันเนี่ย!?!
แขนทั้งสี่ข้างของมันเริ่มส่องแสงในระหว่างที่กำลังไถลไปกับพื้น
ผมได้ยินเสียงเสียดสีของหินศิลาดังลั่นออกมา จากภายในปากกระบอกปืนใหญ่ที่หันตรงมาทางพวกเรา
“แย่แล้ว! ”
ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวกลางอากาศได้
ต่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของชุดเกราะแค่ไหน แต่โดนยิงระยะประชิดแบบนี้ คงไม่แคล้วเจอกระดูกหักซักสองสามท่อนแน่นอน
ผมรีบเปลี่ยนอาวุธไร้ลักษณ์ในมือ ให้กลายเป็นโล่สีขาวขนาดใหญ่
ในช่วงจังหวะที่ตะบองกำลังเริ่มส่องแสงเพื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์ ก็มีเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาที่มุมของสายตา
เขาคือบุรุษเผ่าหมีผู้มีผมสีแดง [วานาดิไนต์]
อาวุธในมือของเขา คือขวานสงครามขนาดใหญ่ที่น่าเกรงขาม
เขาวิ่งลอบเข้ามาจากทางด้านหลัง จากในมุมอับของศัตรู
ง้างขวานสงครามเล่มโตด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วกระโดดหมุนตัวประหนึ่งเป็นพายุ พุ่งเข้าใส่ส่วนเอวของเจ้าอสูรกายยักษ์
ระยะระหว่างปลายคมขวานของเขา กับผิวเกราะศิลาของศัตรู เหลืออีกเพียงแค่หนึ่งเซนติเมตรเท่านั้น
เยี่ยม! โดนเต็ม---
“เฮ้ย! หลบได้!? ”
เป็นอีกครั้งที่ร่างกายของเจ้าอสูรกายเคลื่อนตัวไถลไปตามพื้นอย่างผิดธรรมชาติ
*บรึ๊ม! *
เสียงระเบิดคำรามดังลั่น
กระสุนศิลาสีดำหัวมนขนาดครึ่งเมตรที่หมุนเป็นเกลียวสว่าน กำลังวิ่งออกมาจากรังเพลิงพร้อมกับเสียงระเบิดลมของพายุ
“อั๊ก! ”
รู้สึกเจ็บจนแทบจะอาเจียนออกมา
โล่ที่สร้างจากอาวุธไร้ลักษณ์ถึงกับยุบบิดเบี้ยวเปลี่ยนรูป
แขนขวาที่ยกขึ้นมารับถึงกับด้านชาเจ็บปวดเพราะแรงกระแทกที่เกินกว่าจะทนรับไหว
ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายถูกเสริมพลังกล้ามเนื้อด้วยชุดเกราะ ครึ่งร่างขวาของผมคงปลิวหายไปพร้อมกับเจ้าศิลาดำนัดนี้ไปแล้ว
“อั๊ก! ”
เสียงร้องเจ็บปวดของซุนไกท์ดังไล่ตามมา
เขาหมุนตัวกลางอากาศ ก่อนจะลงจอดที่พื้นหญ้าพร้อมกับสีหน้าที่เจ็บปวด
เขาทรุดตัวลงพร้อมกับใช้มือขวากุมแขนซ้ายที่กำลังบิดผิดรูปอย่างน่ากลัว
ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามหลบมัน
แต่หลบไม่พ้นสินะ…
“เหวอ! ”
ส่วนเจ้าหมีวานาดิไนต์นั้น มันถูกร่างที่ใหญ่โตของเจ้าอสูรกายกระแทกใส่ หลังจากที่เขาฟันพลาดไปเมื่อกี้
ร่างกายของเขากลิ้งไถลไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยหินหยาบกระด้าง
พื้นหินถึงกับถูกทำลายเป็นทางตามระยะที่เขาไถลตัวกลิ้งผ่าน
รุนแรงขนาดนี้เลยเรอะ!
ในขณะเดียวกัน
“อันตรายค่ะท่านโนอาร์! ”
“กรี๊ด! ”
โทแพซที่กำลังบังคับหุ่นแมงกะพรุน ได้ใช้ระยางจำนวนมากรัดร่างของโนอาร์ แล้วจับเธอเหวี่ยงลงมาที่พื้น เพื่อให้เธอรอดจากวิถีกระสุนศิลาดินที่กำลังพุ่งเข้าใส่
“จะฆ่ากันหรือยังไงยะ! ”
แต่ดูเหมือนว่าโทแพซจะเหวี่ยงแรงไปหน่อย เลยทำให้โนอาร์หัวทิ่มพื้นขาชี้ท้องฟ้าไปซะอย่างงั้น
ไม่ใช่เวลาจะมาเล่นมุขกันนะพวกเธอ...
“เข้ามาเลย! ”
โทแพซบังคับระยางที่เหลือให้ยื่นออกมาบังส่วนห้องบังคับการ
พริบตานั้นเองที่มีม่านพลังงานสีแดงกางออกมาจากระยางโปรงแสง
กระสุนทั้งสองลูกวิ่งปะทะกับม่านสีแดงที่เปล่งประกาย
ทันทีที่กระสุนปะทะกับม่านบาเรีย วิถีของศิลาดำก็เริ่มเบี่ยงออก เสมือนหนึ่งมีมือที่มองไม่เห็นมาพลักมันออกไป
แต่ทว่า---
“เอ๊!? ”
พริบตานั้นเองที่อยู่ ๆ ม่านบาเรียสีแดงก็หายไปอย่างปริศนา
อะไรกันละนั่น?
หรือจะบอกว่าอาวุธของศัตรูมีพลังระดับทะลวงบาเรียของโนอาร์ได้เช่นนั้นหรือ!?
“โทแพซ! ”
ผมพยายามวิ่งออกไปหายัยโทแพซ
แต่ทว่ากลับมีร่างน้อย ๆ เข้ามารั้งตัวผมเอาไว้
เธอคนนั้นคือโนอาร์
“อันตรายค่ะท่านไพไรต์! เดียวท่านจะโดนลูกหลงไปด้วยนะคะ! ”
“แต่ว่าโทแพซ--”
“ต่อให้ต้องถูกท่านรังเกียจ ฉันก็จะหยุดท่านเอาไว้ตรงนี้ค่ะ! ”
หน่อย… ก้าวขาไม่ออกเลย
ทำไมโนอาร์ถึงแรงเยอะขนาดนี้กันละเนี่ย?
ผมพยายามหาวิธีที่จะพลักโนอาร์ออกไปโดยไม่ทำร้ายเธอ
แต่ทุกอย่างมันสายไปแล้ว
กระสุนศิลาดำทั้งสองนัดวิ่งทะลวงห้องบังคับการของหุ่นยนต์แมงกะพรุนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“โทแพซ!!!! ”
ไม่จริง!
“ยังไม่ตายค่ะ! ”
คนอย่างเธอจะตาย---
"..."
"ฉันอยู่ตรงนี้ค่าาาา! "
เธอนั่นยังไม่ตายโว๊ยยย!
โทแพซกำลังนอนระทวยอยู่ท่ามกลางเศษซากของวัสดุโปรงแสงที่ถมกองอยู่ตรงพื้น
“ไพไรต์รออยู่ตรงนั้นนะ เดียวฉันจะไปหา--- อะไรกัน! โนอาร์! ทำไมชุดเกราะมันถึงไม่ขยับแล้วละ!? ”
“น่าจะเป็นเพราะแรงกระแทกจากการประทะกับกระสุนปืนใหญ่ของศัตรูเมื่อกี้นี้ละมั้งคะ? "
โนอาร์วิเคราะห์อย่างใจเย็นให้ผมกับโทแพซฟัง
" (ชิ! โชคดีจริงนังแม่เสือ แต่ไม่เป็นไร ฉันปิดการทำงานของชุดเกราะไปแล้ว จงนอนรอความตายอยู่ตรงนั้นไปซะเถอะนะ หุ หุ หุ~) ”
แต่เหมือนจะได้ยินเธอพูดอะไรสักอย่างด้วยนี่สิ
แต่มันเบามาก เลยทำให้ได้ยินไม่ค่อยชัด
… ช่างมันละกัน
ตอนนี้ที่สำคัญคือการช่วยโทแพซมากกว่า
ถ้าปล่อยโทแพซเอาไว้แบบนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากรอให้ศัตรูมาเชือดทิ้ง
“ต้องรีบไปช่วย---”
“อันตรายค่ะนายท่าน! ”
โนอาร์ดันร่างของผมกระเด็นออกมา ก่อนที่ผมจะได้ทันวิ่งเข้าไปช่วยโทแพซ
มีวัตถุขนาดใหญ่เคลื่อนทับผ่านจุดที่ผมพึ่งยืนอยู่เมื่อกี้
สิ่งนั้นคือเจ้าอสูรกายนั่นเอง
ให้ตายสิ ตัวใหญ่ แถมยังจะไวปานวอกอีกนะเจ้านี่!
“นี่มัน… อะไรกันเนี่ย? ”
เนื่องจากมันวิ่งไถลผ่านเข้ามาในระยะประชิด จึงทำให้เห็นความลับการเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติของมัน
สองขาที่ใช้เดินนั้น ถูกหุ้มไปด้วยมวลดินจำนวนมากจนมีลักษณะคล้ายกับฐานขนาดใหญ่
และที่ใต้ฐานของมัน มันมีวัตถุทรงกลมสีดำคล้ายยางหุ้มติดเอาไว้อยู่เป็นจำนวนมากปรากฏให้เห็น
เมื่อวัตถุพวกนั้นกลิ้ง ร่างกายของเจ้าอสูรกายก็จะเคลื่อนไหวไปด้วย
นี่มัน… ใช่ที่พวกลี่เรียกว่า [ล้อรถ] ... หรือว่า [ล้อรถถัง] ?
ช่างมันเถอะ
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าควรจะต้องทำยังไงต่อไป
“ทุกคน เล็งโจมตีไปที่ส่วนขาของมันก่อน! ”
“รับทราบ! ”
นั่นคือการหยุดการเคลื่อนไหวของมัน!
พวกเราเริ่มบุกโจมตีอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าจะบาดเจ็บ แต่ด้วยการเสริมพลังกับสารที่ฉีดเข้าใส่ร่างกายผ่านทางชุดเกราะ เลยทำให้ความเจ็บปวดเมื่อกี้เริ่มจางหายไปราวกับปาฏิหาริย์
เป้าหมายโจมตีในครั้งนี้คือเจ้าพวกล้อทรงกลม---
“ชิ! ”
ผมรีบหักหลบออกทางขวา ในขณะที่โนอาร์กระโดดออกไปทางซ้าย
ปากกระบอกปืนทั้งสี่ของมัน กำลังเริ่มยิงกระหน่ำปูพรมใส่พวกเรา
มันใช้วิธียิงสลับด้วยปืนทั้งสี่กระบอก จนทำให้รู้สึกราวกับกำลังถูกกระหน่ำยิงใส่ด้วยปืนกล
ไม่มีช่องว่างให้พักหายใจ ไม่มีเวลาแม้แต่จะหาโอกาสเข้าประชิดตัว
ร้ายกาจชะมัด…
แถมเป็นเพราะหลุมบ่อที่เกิดจากการยิงถล่มด้วยกระสุนศิลาดำของมัน เลยยิ่งทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบากมากกว่าเดิม
“ลืมใครไปหรือเปล่าเอย~”
แต่เป็นโชคดีในโชคร้ายที่ศัตรูลืมตัวตนของโทแพซไปเสียสนิท
บางทีมันอาจจะคิดว่าสังหารโทแพซไปแล้ว เลยไม่ยอมยิงซ้ำใส่เธอที่ทำได้แค่นอนอย่างสิ้นหวังอยู่ตรงซากหุ่นแมงกะพรุน
เธอยกตัวเองขึ้นมานั่งด้วยกล้ามเนื้อท้อง แล้วใช้ปากกัดอาวุธไร้ลักษณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธของพวกอสูรกาย
ถ้าจำไม่ผิด เหมือนสิ่งนั้นจะถูกเรียกว่า--- [เรลกัน] อะไรสักอย่างนี่ละ?
“ฉันนะ ไม่ได้สนิทกับพวกลี่ไปวัน ๆ หรอกนะคะ! ”
ถ้าถามว่าใครในบรรดาพวกเรานั้นมีความใฝ่เรียนรู้มากที่สุด ก็คงไม่พ้นยัยนี่
สิ่งที่น่าจะเรียกว่า [เรลกัน] ได้ยิงกระสุนสายฟ้าขนาดใหญ่ออกมา
พื้นดินโดยรอบถูกสิ่งนั้นเป่ากระจายแยกออกเป็นสองทาง
กระสุนแสงนั้นมีความเร็วสูงมาก
พอรู้ตัวอีกที สายฟ้านั้นก็ได้เข้าปะทะกับส่วนขาของศัตรูไปแล้ว
ดวงตาทั้งสองถูกย้อมไปด้วยแสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์
รู้สึกได้ถึงเศษดินเย็น ๆ ที่ปลิวมาปะทะหมวกเกราะสีทอง
รู้สึกถึงลมร้อนที่โหมกระหน่ำ
เมื่อสิ้นแสงสว่าง ส่วนล้อที่หุ้มขาของมันก็สลายหายไปแล้ว
“สำเร็จ! รีบใช้จังหวะ---”
“ตะกี้นี้เธอตั้งใจจะยิงฉันใช่ไหมยะโทแพซ! ”
ผมหันไปมองทางต้นเสียงนั้น
ชายกระโปรงเมดสีดำของโนอาร์แหว่งหายไปถึงครึ่ง
“ไม่ได้ตั้งใจค่ะ! แบบว่ามีแต่ปากกัดเลยเล็งยากนะคะท่านโนอาร์~”
ดูเหมือนว่าโนอาร์จะอยู่ในวิถีกระสุนที่โทแพซยิงใส่พอดี
โนอาร์นี่โชคร้ายจริงแฮะ
ถือว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกันนะโนอาร์
ผมสะบัดเรื่องไร้สาระออกจากหัว แล้วกลับไปตั้งสมาธิกับการต่อสู้อีกครั้ง
ตอนนี้ศัตรูเคลื่อนไหวไม่ได้แล้ว จึงเป็นโอกาสที่พวกเราจะ---
เดียวนะ…
ทำไมพื้นดินรอบ ๆ ตัวของมันถึงกำลังเคลื่อนไหวกลับไปรวมที่ขาของมันกันละ?
ลักษณะแบบนี้มันเหมือนกับ---
“รู้แล้ว! เจ้านี่มันใช้แกนของโกเลมในลักษณะเป็นเกราะเสริมให้กับตัวเอง! ทุกคน! เปลี่ยนแผน! พยายามมองหาก้อนคริสตัล แล้วโจมตีไปที่จุดนั้น! ส่วนโนอาร์ รบกวนฝากคุ้มกับโทแพซที! ”
แผนเดิมของโนอาร์คือการเปิดบาเรียที่กั้นพวกเราแยกออกจากกองทัพหลัก
แต่ศัตรูมันว่องไวเกินไป โนอาร์เลยไม่สามารถเปิดม่านบาเรียนี้ได้
งั้นสู้ให้เธอคอยปกป้องโทแพซ มันน่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่า
“ฉัน--- ค่ะ… รับทราบค่ะนายท่าน~”
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เหมือนจะเห็นโนอาร์เผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมาให้เห็นอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
คงคิดไปเองละมั้ง?
ผมกับพรรคพวกพยายามวิ่งเข้าประชิดเจ้าอสูรกาย โดยมีโทแพซคอยยิงสนับสนุนมาจากด้านหลัง
เจ้าอสูรเลยเปลี่ยนแผน เป็นใช้สามกระบอกไล่ยิงใส่พวกเราไม่ให้เข้าประชิด และใช้อีกหนึ่งกระบอกยิงใส่กลุ่มของโนอาร์
แต่กระสุนศิลาเพียงลูกเดียว ไม่อาจเจาะทะลุการป้องกันของโนอาร์ไปได้หรอก
ผมเห็นโนอาร์ใช้มือเปล่า สร้างเป็นหมัดวายุเปลี่ยนทิศของกระสุนศิลาดำได้อย่างหน้าตาเฉยเลยละ
“กรี๊ดดด! หมัดเมื่อกี้ของเธอมันเกือบจะบี้หัวฉันไปพร้อมกันแล้วนะคะท่านโนอาร์! พยายามปัดให้เบา ๆ หน่อยสิค่ะ! ”
“อาวุธของศัตรูมันรุนแรงมาก~ เลยต้องป้องกันด้วยวิธีรุนแรงค่ะ~ ว่าแต่คุณโทแพซเองก็เหมือนกัน รู้สึกว่าการเล็งยิงของคุณจะมีฉันอยู่ในวิถีกระสุนหลายครั้งเลยนะคะ? ”
“ก็บอกว่าเล็งยากยังไงละคะท่านโนอาร์~”
อืม…
สองคนนี้ดูสนิทกันดีไม่เลว
"เกือบบี้หัวฉันอีกรอบแล้วนะคะท่าน~"
"เธอเองก็เกือบเป่าหัวฉันปลิวไปอีกครั้งเหมือนกันนะคะ~"
แต่ทำไมถึงดูเหมือนพยายามจะฆ่ากันเองมากกว่าร่วมมือกันต่อสู้ไปได้ละเนี่ย?
“...”
คงคิดไปเองนั่นละ!
ดูรอยยิ้มที่พวกเธอส่งให้กันและกันสิ!
นั่นนะคือรอยยิ้มของเพื่อนรักชัด ๆ!
ใช่! ใช่แล้ว!
ผมคงคิดเองแน่นอน!