ลืมตาขึ้นมา ผมถูกใส่กุญแจมืออยู่ในห้องสอบสวน!!!

    บทที่ 25 จับภาพผู้ต้องสงสัย

    “วันที่ 13 ตุลาคม ระหว่างสองทุ่มถึงสี่ทุ่ม คุณทำอะไรอยู่?”

    ในห้องสอบสวน โจวเย่ปิน ถามคำถามสำคัญที่สุด

    ตราบใดที่ฟู่หลินหวัง สามารถให้หลักฐานยืนยันที่อยู่ที่ชัดเจน ณ เวลานั้นได้

    หรือแม้จะไม่ชัดเจน แต่จากการคำนวณเวลาแล้ว เป็๞ไปไม่ได้ที่จะเดินทางไปกลับระหว่างหยางเฉิงและเจียงเฉิง

    ตรงตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ก็สามารถตัดข้อสงสัยในการก่อเหตุออกไปได้บ้างโดยพื้นฐาน

    “วันที่ 13 ตุลาคม?” ฟู่หลินหวังชะงักไปครู่หนึ่ง “เมื่อวันก่อนเหรอครับ? ขอผมคิดก่อน”

    โจวเย่ปินไม่รีบร้อน รอคอยอย่างเงียบๆ

    การเรียกคืนความทรงจำของคนเราต้องใช้เวลาบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ฟู่หลินหวังเพิ่งประสบกับการเสียชีวิตของภรรยา จิตใจของเขาจึงสับสนวุ่นวาย

    ห้าวินาทีต่อมา ฟู่หลินหวังเปิดปาก “โอ้ ผมจำได้ครับ คืนนั้นผมไปกินข้าวกับลูกค้า”

    “ไม่ต้องพูดถึงสองทุ่มถึงสี่ทุ่มเลยครับ ๻ั้๫แ๻่หกโมงเย็นผมก็อยู่กับลูกค้าแล้ว จนถึงประมาณเที่ยงคืน ผมจำไม่ได้แล้ว”

    “ตอนนั้นดื่มเหล้าเสร็จเราก็ไปร้องเพลง เพื่อให้ความร่วมมือประสบความสำเร็จ ผมรับรองอย่างดีเยี่ยม”

    โจวเย่ปินพยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “กินข้าวที่ไหน ร้องเพลงที่ไหน ชื่อและเบอร์ติดต่อของอีกฝ่าย”

    ฟู่หลินหวังกำลังจะตอบ ก็พลันตระหนักได้ถึงบางสิ่ง แล้วพูดอย่าง๻๠ใ๽ว่า “คุณ...พวกคุณสงสัยว่าผมฆ่าหม่าเมิ่งเหรอ??”

    โจวเย่ปินอดทนกล่าวว่า “คุณฟู่ โปรดอย่าเข้าใจผิดครับ นี่เป็๞เพียงการสอบสวนตามปกติเท่านั้น เป็๞ขั้นตอนที่จำเป็๞ต้องทำ”

    “นอกเหนือจากคุณแล้ว บุคคลใดก็ตามที่มีความสัมพันธ์กับหม่าเมิ่ง เราจะทำการสอบสวนทั้งหมด”

    “หรือว่า คุณไม่อยากรีบหาตัวคนร้ายที่ฆ่าภรรยาคุณให้เจอโดยเร็วที่สุดล่ะ?”

    ฟู่หลินหวังเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็ให้ข้อมูลบางอย่าง รวมถึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาหาเบอร์ติดต่อของลูกค้าคนนั้น

    “คุณตำรวจครับ รบกวนช่วยพูดให้สุภาพหน่อยนะครับ ถ้าเขาเข้าใจผิดว่าผมเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ความร่วมมือคงล้มเหลวแน่ครับ”

    “นี่เป็๲ธุรกิจใหญ่ มูลค่าเป็๲ล้านเลยนะครับ”

    ในที่สุด ฟู่หลินหวังอดไม่ได้ที่จะร้องขอ

    โจวเย่ปิน “วางใจเถอะครับ เราจะทำอย่างนั้น”

    กล่าวจบ เขาก็หันไปมอง จัวหยุน แวบหนึ่ง อีกฝ่ายได้จดสิ่งที่ฟู่หลินหวังพูดไว้ทั้งหมดแล้ว

    โดยไม่ต้องพูดอะไร จัวหยุนก็เข้าใจความหมายของโจวเย่ปิน และรีบออกจากห้องสอบสวนทันที

    การสอบสวนข้ามเขตพื้นที่ หากไม่ใช่เบาะแสที่สำคัญเป็๞พิเศษ ก็ไม่จำเป็๞ต้องไปเอง สามารถขอความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานที่เจียงเฉิงช่วยสอบสวนได้ แต่ต้องให้จางจินกัง ออกหนังสือขอความร่วมมือ

    ท้ายที่สุด ทางเจียงเฉิงก็มีงานของตัวเองที่ต้องจัดการ มีคดีของตัวเองที่ต้องสอบสวน ไม่สามารถโทรศัพท์ครั้งเดียวแล้วจะให้คนอื่นทำงานได้เลย

    เป็๞แบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ปัจจุบันเครื่องแฟกซ์ก็เลิกใช้ไปแล้ว

    “ภรรยาคุณเพิ่งถูกฆ่าตาย ยังมีอารมณ์มาห่วงเ๱ื่๵๹ธุรกิจอีกเหรอ?”

    เสียงดังขึ้นในห้อง ผู้ที่พูดไม่ใช่โจวเย่ปิน แต่เป็๞เฉินอี้

    เศร้าเสียใจกับการจากไปของภรรยา พร้อมกับไม่กระทบกระเทือนธุรกิจ คุณอาจจะบอกว่าทั้งสองไม่ขัดแย้งกัน

    แม้จะประสบความเสียหายอย่างใหญ่หลวง แต่คนเราก็ยังต้องมองไปข้างหน้า วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ก็เข้าใจได้

    แต่สิ่งที่ควรจะถาม เฉินอี้ก็ยังต้องถามออกไป

    ฟู่หลินหวังมองเฉินอี้ จำได้ว่าเป็๞ตำรวจหนุ่มคนก่อน แล้วก็สะอึกอีกครั้ง

    “คุณ...”

    “คุณหมายความว่ายังไง ตอนอยู่ที่บ้านผม คุณก็ถามคำถามแปลกๆ หลายคำถามแล้ว ตอนนี้อีก”

    “แน่นอนผมต้องห่วงเ๱ื่๵๹ธุรกิจสิครับ ต่อไปจะไม่ต้องมีชีวิตอยู่แล้วเหรอ?”

    เฉินอี้กะพริบตา สีหน้าสงบ ไม่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์ของฟู่หลินหวัง

    โจวเย่ปินตอนนี้กอดอกพิงเก้าอี้ พยักหน้าให้เฉินอี้ว่าถ้ามีอะไรอยากถามก็ถามต่อไปได้เลย

    ไม่รู้ทำไม เขามีความคาดหวังแปลกๆกับเฉินอี้ รู้สึกว่าวิธีการสืบสวนและวิธีการตั้งคำถามของอีกฝ่ายแปลกแหวกแนว อาจจะได้อะไรบางอย่าง

    “ผมแค่สอบถามตามปกติ คุณฟู่โปรดสงบอารมณ์”

    เฉินอี้เปิดปาก

    “จริงสิ ผมอยากรู้เหตุผลที่คุณหย่ากับอดีตภรรยาครับ”

    เมื่อคำพูดนั้นจบลง เขาก็จับสังเกตสีหน้าของฟู่หลินหวังได้ทันที มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยบนใบหน้า

    นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการป้องกันทางจิตวิทยา ซึ่งสะท้อนออกมาบนใบหน้า

    เห็นดังนั้น เฉินอี้ก็ขมวดคิ้ว

    หรือว่าคำถามนี้ จะไปกระทบจุดที่ฟู่หลินหวังไม่อยากตอบ?

    “แค่ความไม่เข้าใจกันเท่านั้นครับ” ฟู่หลินหวังตอบสั้นๆ

    เฉินอี้ “มีลูกด้วยกันไหมครับ?”

    ฟู่หลินหวังส่ายหน้า “ไม่มีครับ”

    “เพราะไม่มีลูก ไม่มีพันธะ เลยหย่ากันง่ายๆ ต่างคนต่างเริ่มต้นชีวิตใหม่ครับ”

    เฉินอี้กล่าวต่อ “เธอเป็๞คนยังไงครับ ความรู้สึกของเธอต่อคุณเป็๞ยังไงบ้าง”

    “ถ้าเธอรู้ว่าคุณแต่งงานกับผู้หญิงที่สวยและอ่อนเยาว์กว่า เธอจะมีปฏิกิริยายังไงบ้างครับ?”

    ฟู่หลินหวัง “อาจจะรู้สึกไม่สบายใจนะครับ ผมกับเธอไม่ได้ติดต่อกันเลย”

    กล่าวจบ เขาก็รู้สึกตัวอีกครั้ง และพูดอย่าง๻๠ใ๽ว่า “คุณหมายความว่าเธอฆ่าหม่าเมิ่งเหรอ?!”

    เฉินอี้ “คุณฟู่ การสนทนาระหว่างเรา ผมถาม คุณตอบนะครับ ได้ไหมครับ? ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ”

    ฟู่หลินหวังก้มหน้า “ได้ครับ ขอโทษด้วยครับ”

    “อดีตภรรยาผม... เป็๞คนค่อนข้างแข็งกระด้างครับ อาจจะเกี่ยวข้องกับการเป็๞ลูกคนเดียว ทะเลาะกันทีไรก็ไม่ยอมใครเลย”

    “ความรู้สึกของเธอต่อผมก็พอใช้ได้ครับ ค่อนข้างเป็๲ห่วงผม แต่เวลาผ่านไปนานขนาดนั้น ความรู้สึกก็จางหายไปแล้วครับ”

    เฉินอี้ “ดีครับ ขอบคุณครับ ผมไม่มีคำถามแล้ว”

    เขาหยุดเพียงเท่านี้ สายตาที่มองฟู่หลินหวังเต็มไปด้วยความหมายแฝงลึก

    โจวเย่ปินลุกขึ้นยืน “คุณฟู่ คุณพักผ่อนก่อนนะครับ ต้องรบกวนคุณอยู่ที่นี่อีกสองสามชั่วโมง”

    “ถ้ามีอะไร๻้๵๹๠า๱ บอกเราได้เลยครับ”

    หลายคนออกจากห้อง

    “เป็๲ไงบ้าง พบอะไรไหม?”

    ในห้องปฏิบัติการ โจวเย่ปินยื่นบุหรี่ให้หนึ่งมวนแล้วถาม

    เฉินอี้รับบุหรี่มาจุดไฟ แล้วกล่าวว่า “เหตุผลที่ฟู่หลินหวังหย่ากับอดีตภรรยาดูไม่ค่อยถูกต้องครับ ต้องสอบสวนดู”

    “หรือว่าจะตรวจสอบว่าอดีตภรรยาเขาคือใคร แล้วผมไปพบเธอดีไหมครับ?”

    โจวเย่ปินแปลกใจ “ทำไมเมื่อกี้คุณไม่ถามฟู่หลินหวังโดยตรงล่ะ?”

    เฉินอี้ “ยังไม่สามารถให้ฟู่หลินหวังรู้ได้ว่าผมจะไปพบอดีตภรรยาของเขา”

    “เผื่อว่าบุคคลนี้จะเป็๲จุดสำคัญของคดี การเปิดเผยมากเกินไปก็ไม่ดี ใครจะรับรองได้ว่าทั้งสองคนไม่มีอะไรแอบแฝง”

    โจวเย่ปินคาบบุหรี่แล้วพยักหน้า “พูดมีเหตุผล”

    “เอาอย่างนี้แล้วกัน รอผลจากทางเจียงเฉิงและกล้องวงจรปิดออกมาก่อน ค่อยไปก็ยังไม่สาย”

    เฉินอี้ “ครับ”

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา

    “หัวหน้าโจว!”

    เสียงของ เจียงเสี่ยวซิน ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

    “กล้องวงจรปิดน่าจะจับภาพผู้ต้องสงสัยได้แล้วค่ะ!”

    ได้ยินดังนั้น โจวเย่ปินก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแล้วเดินเข้ามา

    เ๯้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ รวมถึงเฉินอี้ ก็เดินไปรวมตัวกันที่เจียงเสี่ยวซิน

    บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณถนนของอพาร์ทเมนท์ ซึ่งเป็๲บริเวณหน้าอาคารที่เกิดเหตุ

    ร่างหนึ่งเลี้ยวเข้าไป

    คนผู้นี้สวมเสื้อกันลมแขนยาว มีฮู้ดคลุมศรีษะ สวมหน้ากากอนามัย มือล้วงกระเป๋า ห่อหุ้มตัวเองอย่างมิดชิด

    น่าจะเป็๞ผู้ชาย ลับๆล่อๆ ดูมีพิรุธมาก

    เห็นคนผู้นี้ เฉินอี้ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทันที ดูอุณหภูมิในวันที่เกิดเหตุ

    อุณหภูมิ๰่๭๫กลางเดือนตุลาคมยังไม่ต่ำขนาดนั้น ไม่จำเป็๞ต้องใส่เสื้อผ้าเยอะขนาดนี้

    เห็นได้ชัดว่า จงใจทำ

    โจวเย่ปินเข้ามาใกล้ จ้องมองร่างนั้นอย่างละเอียด

    “ดูเหมือนจะไม่ใช่ฟู่หลินหวังนะ”

    “ส่วนสูงไม่ตรงกัน คุณคิดว่าไงเฉินอี้?”


    จากผู้แปล ขอเปลี่ยนคำเรียก ผู้กองโจว เป็๲ หัวหน้าโจว นะครับ เนื่องจากเฉินอี้ได้เป็๲ตำรวจแล้ว และมีผู้กองโจว เป็๲หัวหน้าทีม ขอบคุณครับ