ตอนที่18กลับไปเยี่ยมบ้าน
หลังแต่งงานสามวันก็ถึงวันที่เ้าสาวอย่างฮวาเซียงเซียงกลับไปเยี่ยมบ้านนางและอาจือกำลังเตรียมของกลับไปเยี่ยมบ้านทั้งอาหารมงคลและสัตว์ป่าที่หวังจงล่ามาเตรียมไว้ให้นางไม่ได้รู้สึกผิดแปลกตรงที่ใดหากจะนำสัตว์ป่าที่สามีนำมานางกลับภูมิใจด้วยซ้ำเมื่อสามีใส่ใจกับการกลับไปเยี่ยมบ้านของนางฮวาเซียงเซียงจัดเตรียมของเสร็จแล้วหวังจงที่วันนี้เช่ารถม้ามาก็ขนของขึ้นไปเก็บไว้ในรถม้าแล้วประคองฮวาเซียงเซียงขึ้นไปนั่งก่อนเขาจะตามเข้าไปเช่นกันอาจือจึงตามไปนั่งด้านข้างคนขับรถม้าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคนขับรถม้าจึงได้เริ่มออกเดินทางไปในตัวอำเภอไปยังบ้านสกุลฮวา
เมื่อรถม้ามาจอดที่หน้าบ้านสกุลฮวาก็มีฮวาเจียงซิ่วจางเหมยซูและฮวาจงเยี่ยนที่กำลังยืนรอรับคู่บ่าวสาวเข้าบ้านฮวาเจียงซิ่วและจางเหมยซูต่างกุมมือกันสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากฮวาเซียงเซียงออกเรือนไปพวกเขาแทบจะนอนไม่ได้กินอาหารก็ไม่อร่อยเช่นเดิมด้วยความเป็ห่วงว่าบุตรสาวที่ตนคอยเลี้ยงดูอย่างดีจะลำบากในบ้านสามี
รถม้าหยุดนิ่งลงอาจือลงจากรถม้าเป็คนแรกแล้วคารวะเ้านายทั้งสามก่อนจะรีบเอาที่วางเท้าไปวางไว้รอให้คนในรถม้าเหยียบลงมา
หวังจงเปิดม่านรถม้าออกมาก่อนจะหันไปยื่นมือให้ฮวาเซียงเซียงจับแล้วประคองนางลงจากรถม้า“ระวังสะดุดล้ม” เขาหันไปพูดกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนฮวาเซียงเซียงหันไปยิ้มให้เขา “ขอบคุณท่านพี่เ้าค่ะ”
ฮวาเจียงซิ่วและจางเหมยซูได้เห็นสีหน้าของบุตรสาวที่ยังคงสดใสหาได้มีความหม่นหมองไม่ก็ให้คลายกังวลอีกทั้งหวังจงที่คอยประคองนางเดินมาด้วยกันก็รับรู้ได้ว่าเขาใส่ใจบุตรสาวของตนเองยิ่งนัก
“เซียงเซียงคารวะท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ”เมื่อทั้งสองเดินมาใกล้ที่ทั้งสามกำลังยืนรออยู่ฮวาเซียงเซียงก็เอ่ยทักขึ้น“หวังจงคารวะท่านพ่อตาแม่ยายขอรับ” หวังจงจึงได้เอ่ยตาม
“พี่รองพี่เขย” ฮวาจงเยี่ยนที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เ้าเป็เด็กดีต่อท่านย่าท่านพ่อท่านแม่ใช่หรือไม่”
ฮวาเซียงเซียงหันไปถามน้องชายด้วยแววตาคาดคั้น
“แน่นอนอยู่แล้วใช่มั้ยขอรับท่านแม่” ฮวาจงเยี่ยนหันไปหามารดาของตนแล้วส่งรอยยิ้มขอความช่วยเหลือ
จางเหมยซูเห็นบุตรชายคนเล็กแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม“ใช่แล้ว ๆ เ้าเป็เด็กดีเสมอ”
“เอาล่ะ ๆเราเข้าไปคุยกันข้างในกันเถอะ ท่านย่าของเ้ารอเ้าั้แ่เช้ามืดแล้วเชียว”ฮวาเจียงซิ่วที่เห็นว่าแดดในยามสายเริ่มส่องแสงร้อนแรงมากขึ้นจึงได้เอ่ยชวนทุกคนเข้าไปในบ้าน
เมื่อทุกคนกำลังจะเดินเข้าไปในบ้านก็ได้ยินเสียงย่ำม้าที่ตรงมาทางที่ทุกคนกำลังยืนอยู่และเป็หวังจงที่หันไปเห็นว่ามีรถม้าคันใหญ่ตกแต่งอย่างสวยงามมีป้ายจวนโซว่อ๋องห้อยไว้ด้านหน้าเขาขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ ทุกคนที่หันไปเห็นก็เป็เช่นเดียวกันแตกต่างแต่พวกเขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อรถม้ามาถึงด้านหน้าประตูจึงได้หยุดลงผ้าม่านด้านหน้าเปิดขึ้นผู้ที่ออกมาคนแรกคือชายหนุ่มอายุราวสามสิบกว่าปีรูปร่างองอาจใบหน้าคมหล่อเหลา แววตาคมกล้าดูดุดันน่ากลัวยามกวาดสายตามองผู้คนช่างทำให้คนเกิดอาการหวาดกลัวได้จากนั้นเขาก็หันกลับไปยื่นมือไปให้มือเรียวที่ยื่นออกมาจากรถม้าเป็ฮวาเย่เอ๋อร์ที่วันนี้แต่งกายด้วย
ผ้าต่วนเนื้อดีลวดลายงดงามผมที่เกล้าขึ้นอย่างหญิงออกเรือนแล้วปักด้วยปิ่นหยกเนื้อดีดูสวยงามสูงส่งยิ่งนักนางส่งยิ้มหวานให้ชายตรงหน้า แล้วทั้งสองก็ประคองกันลงมายืนด้านหน้าสกุลฮวาและเป็ฮวาเจียงซิ่วที่เดินเข้าไปหาทั้งสองก่อน “ผู้น้อยคารวะโซว่อ๋องทางเราไม่ทราบว่าท่านอ๋องจะแวะมาที่เรือนของเรา ต้องขอประทานอภัยท่านอ๋องแล้วพะยะค่ะหากพวกเราต้อนรับได้ไม่ดีนัก”
“หาใช่ความผิดของท่านเป็ความผิดของข้าเองที่มาโดยไม่ได้ส่งเทียบมาก่อนต้องขออภัยท่านพ่อตา” โซว่อ๋องที่วันนี้มาเยี่ยมบ้านเป็เพื่อนฮวาเย่เอ๋อร์พูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้วยกมือคารวะขออภัย
ฮวาเจียงซิ่ว
“เกรงใจไปแล้ว ๆเช่นนั้นเชิญทุกคนเข้าไปคุยข้างในกันเถิด เชิญท่านอ๋องก่อนพะยะค่ะ เชิญ ๆ” ฮวาเจียงซิ่วรีบก้มรับการคารวะจาก
โซว่อ๋องแล้วผายมือเชิญเขาเข้าไปในเรือน พร้อมเอ่ยชวนทุกคนเข้าไป
ฮวาเย่เอ๋อร์ที่วันนี้แต่งตัวอย่างงดงามมีสาวใช้ห้อมล้อมก็เดินเข้าไปในเรือนโดยไม่ได้สนใจมองใครนางเดินเชิดหน้าตามหลังสามีไปอย่างลำพองใจ
ฮวาเซียงเซียงหันไปมองหวังจงด้วยกลัวว่าเขาจะขัดข้องใจที่วันนี้ไม่ใช่มีแค่เขาและนางที่มาเยี่ยมบ้านและพี่สาวของนางก็ทำกริยาเช่นนั้นช่างน่าหนักใจนักหวังจงเห็นฮวาเซียงเซียงหันมาทางตนก็มองนางแล้วส่งยิ้มให้แล้วกุมมือนางแล้วบีบเบาๆ ฮวาเซียงเซียงจึงได้ยิ้มตอบกลับแล้วไปประคองมารดาเดินเข้าไปในเรือน
เมื่อทุกคนเข้ามาที่โถงรับแขกก็พบกับฮูหยินผู้เฒ่าที่รอต้อนรับ
แต่เมื่อเห็นว่าวันนี้มีแขกเพิ่มขึ้นมาก็หาทำให้นางเสียกริยาไม่ นางยังคง
ยิ้มแย้มเอ่ยต้อนรับทุกคนมานั่งแล้วเริ่มสนทนากันทั่วไป
โซว่อ๋องเฉิงฝานเจี้ยนกวาดตาสำรวจเรือนสกุลฮวาั้แ่ที่เดินผ่านประตูเข้ามาด้วยสีหน้าพอใจตลอดทางที่เดินผ่านล้วนเต็มไปด้วยของตกแต่งราคาดีดูหรูหราไม่อวดแต่ก็ไม่ขาดจนเกินไปจากนั้นก็หันไปพูดคุยกับฮูหยินผู้เฒ่าด้วยกริยาสุภาพเมื่อเข้ามานั่งในเรือนเขาจึงสังเกตเห็นว่ามี
คู่เขยที่กลับมาเยี่ยมบ้านเช่นเดียวกัน เขามองสำรวจชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยหนวดเคราตรงหน้าแล้วก็ให้ไม่พอใจนักช่างไม่รู้จักโกนออกให้ดูดีสักหน่อยแต่เมื่อหันไปมองน้องภรรยาก็ทำให้ใจของเขากระตุกแรงดวงหน้าของนางช่างทำให้คนหลงใหลได้ง่ายดายนักช่างน่าเสียดายที่ตอนนี้กลายเป็ของชายอื่นเสียแล้ว หากเขาพบก่อนคงจะรับกลับจวนแล้วเป็แน่แท้
“วันนี้เย่เอ๋อร์นำสมุนไพรหายากมาฝากท่านย่าและท่านพ่อด้วยเ้าค่ะ”ฮวาเย่เอ๋อร์เอ่ยขึ้นอาจูที่อยู่ด้านหลังจึงถือกล่องยาสมุนไพรชนิดต่าง ๆ มาเปิดให้ทั้งหมดได้เห็น
“ขอบใจเ้ามากต้องขอบพระทัยท่านอ๋องเช่นกันเพคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าส่งยิ้มให้แล้วเอ่ยขอบคุณก่อนจะหันไปหาสาวใช้ให้ไปรับกล่องยาเก็บไว้ด้านข้าง
“แล้วเ้าเอาอะไรมาให้ท่านย่าหรือเซียงเซียง”ฮวาเย่เอ๋อร์ที่ยิ้มด้วยความลำพองหันไปเอ่ยถามน้องสาวของตน
“ข้านำไก่ป่ากับสมุนไพรป่ามาให้ท่านย่าเ้าค่ะข้าเห็นว่า่นี้แม้อากาศจะเริ่มอบอุ่นแต่กลางคืนก็หนาวเย็นนักจึงได้นำสมุนไพรที่มีฤทธิ์เพิ่มความอบอุ่นมาไว้ให้ท่านย่าชงเป็ชาจิบก่อนนอนเ้าค่ะท่านปู่ของท่านพี่เคยเป็หมอแนะนำมาเ้าค่ะ” ฮวาเซียงเซียงตอบพี่สาวแล้วก็หันไปเอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าฮูหยินผู้เฒ่าเห็นหลานสาวทั้งสองเป็ห่วงสุขภาพของนางก็ทำให้นางรู้สึกสุขใจนักเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ผิดใจกันกับหลานสาวคนโตก็เหมือนจะเลือนหายไปมากแล้ว
“ขอบใจพวกเ้าทำให้พวกเ้าต้องเป็ห่วงแล้วย่าฝากขอบคุณท่านผู้เฒ่าหวังที่ช่วยจัดสมุนไพรให้เช่นกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปเอ่ยกับ
หวังจงที่นั่งนิ่งเงียบอยู่อีกด้าน
“ฮูหยินผู้เฒ่าเกรงใจไปแล้วข้าจะนำคำไปแจ้งให้ท่านปู่ทราบขอรับ” หวังจงยกมือคำนับนางแล้วหันไปยิ้มกับฮวาเซียงเซียง
ฮูหยินผู้เฒ่ามองแล้วก็สบายใจนักการแต่งงานของหลานสาวคนรองคงไม่ได้ลำบากนักดูจากสีหน้าของนางแล้วก็ดูสุขสบายดีนางก็วางใจ
“อีกอย่างย่ายังแข็งแรงดีมีเหมยซูคอยดูแลพวกเ้าอย่าได้กังวลใจมากนักเลย ข้ายังอยากอุ้มเหลนอยู่นะ” ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปยิ้มให้กับหลานสาวทั้งสองฮวาเย่เอ๋อร์ทำเป็ก้มหน้าเขินอายทั้งที่นางแต่งออกมาก่อนเกือบเดือนแต่นางรู้ว่านางยังคงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เมื่อทุกครั้งที่
เฉิงฝานเจี้ยนค้างคืนที่ห้องนางตอนเช้านางต้องได้ดื่มยาห้ามครรภ์ทุกครั้งแล้วนางจะตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่กัน
ส่วนฮวาเซียงเซียงก็หันไปมองหวังจงที่จ้องมองนางมาเช่นกันก่อนจะก้มหน้าเขินอายแม้พวกเขาจะเข้าหอกันแล้วแต่ก็เพิ่งผ่านไปแค่เพียงสามวันเท่านั้นยังเร็วไปนักที่จะพูดถึงการตั้งครรภ์
“ทำให้พวกเ้าต้องเขินอายเสียแล้ว ฮ่าๆ นี่ก็จะใกล้มื้อเที่ยงแล้วเราย้ายไปที่ห้องอาหารกันเถิด หวังว่าอาหารที่สกุลฮวาเราจะถูกปาก
ท่านอ๋องนะเพคะ”
“ข้าทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าลำบากใจเสียแล้วอาหารที่จวนจะอร่อย
ถูกปากเท่าที่บ้านของภรรยาได้อย่างไร”
“ฮ่า ๆท่านอ๋องช่างเอาใจหญิงชราเก่งยิ่งนัก เชิญที่ห้องอาหารเถิดเพคะ เซียงเซียงกับหวังจงก็ไปด้วยกันวันนี้ย่าสั่งให้ห้องครัวทำปลานึ่งซีอิ๊วไว้ให้เ้าด้วยเย่เอ๋อร์ก็เช่นกันย่าสั่งให้ครัวทำหมูตุ๋นน้ำแดงที่เ้าชอบเช่นกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยกับทุกคนให้สาวใช้ประคองเดินนำออกไปก่อน
ห้องอาหารของเรือนสกุลฮวาจัดไว้เป็โต๊ะใหญ่สามารถนั่งได้มากกว่าสิบคนที่หัวโต๊ะโซว่อ๋องที่ปฏิเสธไม่นั่งเป็ประธานตามที่
ฮูหยินผู้เฒ่าเชิญก็นั่งที่ด้านขวาถัดไปก็เป็ฮวาเย่เอ๋อร์ และหวังจงกับ
ฮวาเซียงเซียง อีกฝั่งก็เป็ฮวาเจียงซิ่ว จางเหมยซูฮวาจงเยี่ยนที่วันนี้เขาดูจะเงียบสงบผิดปกติ
“รีบเอาอาหารเข้ามาเถอะ” จางเหมยซูหันไปหาสาวใช้แล้วพยักหน้าบอก นางเป็กังวลยิ่งนักเหตุเพราะว่าวันนี้นางไม่ได้เตรียมอาหารสำหรับโซว่อ๋องและฮวาเย่เอ๋อร์เนื่องจากไม่ได้รับเทียบบอกกล่าวก่อนยังดีที่ยังพอมีวัตถุดิบให้ทำอาหารเพิ่มได้หวังว่าวันนี้จะไม่ทำให้ขายหน้าต่อหน้าโซว่อ๋องมากนัก
กลิ่นของอาหารที่ลอยเข้ามาช่างหอมกรุ่นควันที่ลอยออกมาจากน้ำแกงก็ช่างดูน่ากินยิ่งนักและเป็ฮวาจงเยี่ยนที่ตอนแรกนั่งนิ่งสงบแต่เมื่ออาหารเข้ามาในห้องก็ทำให้ร่างกายของเขาขยับไปมาจนฮวาเซียงเซียงที่นั่งอยู่ตรงข้ามต้องส่งสายตาให้เขานั่งนิ่งห้ามเสียมารยาทฮวาจงเยี่ยนจึงได้แต่ก้มหน้าลงแล้วทำตัวให้สงบขึ้น หวังจงที่มองเห็นการกระทำของภรรยาก็ได้แต่ยิ้มหากวันหน้าพวกเขามีบุตรด้วยกันนางคงจะสั่งสอนได้ดียิ่งนัก
“ท่านอ๋องชิมหมูน้ำแดงที่เย่เอ๋อร์ชอบนะเพคะ รสชาติเป็อย่างไรบ้างเพคะ” ฮวาเย่เอ๋อร์ยกตะเกียบคีบหมูน้ำแดงให้กับโซว่อ๋องหลังจากที่ทุกคนเริ่มลงมือทานมื้อเที่ยงกัน
“อืม รสชาติหวานหอมเนื้อเปื่อยนุ่มอร่อยยิ่งนักไว้กลับไปที่จวนแล้วข้าจะสั่งให้พ่อครัวทำให้เ้ากินบ่อยๆ ดีหรือไม่” โซว่อ๋องหันไปพูดเสียงเบาพลางส่งสายตาอ่อนโยนไปให้นางจนฮวาเย่เอ๋อร์ยิ้มเขินอาย
“เพคะ” ฮวาเย่เอ๋อร์ยิ้มแล้วมองไปทางฮวาเซียงเซียงที่นั่งข้างๆ เมื่อไม่เห็นว่าทั้งสองจะสนใจนาง นางก็ได้แต่หันหน้าหนีด้วยความไม่พอใจ
“ต้องรบกวนฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว หากวันหลังข้าจะส่งพ่อครัวมา
ขอสูตรอาหารที่เย่เอ๋อร์ชอบได้หรือไม่ขอรับ”
“ไม่รบกวน ๆ เพคะเื่นี้หาได้เป็เื่ลำบากไม่ ท่านอ๋องดีกับเย่เอ๋อร์ของเราเช่นนี้ก็เป็บุญของสกุลฮวาเรายิ่งนักเพคะ”
“อันนี้คือน้ำแกงอะไรกันเ้าคะท่านแม่”ฮวาเย่เอ๋อร์เอ่ยขึ้นหลังชิมน้ำแกงในถ้วยแล้วรสชาติแปลกไปจากที่เคยกินแต่ก็อร่อยยิ่งนัก
“ถ้วยนั้นเป็น้ำแกงตุ๋นสมุนไพรเนื้อกวางป่าวันก่อนหวังจงให้คนนำมาให้เนื้อนุ่มอร่อยใช่หรือไม่เนื้อชิ้นใหญ่ทำได้หลายเมนูยิ่งนัก”
จางเหมยซูตอบด้วยรอยยิ้มแล้วหันไปมองบุตรสาวและบุตรเขยที่นั่งทานอาหารเงียบ ๆวันนี้นางยังไม่ได้พูดคุยกับบุตรสาวมากนักเพราะต้องคอยดูแลโซว่อ๋องผู้สูงศักดิ์มากกว่า
“งั้นหรือเ้าคะ ถึงว่ารสชาติยากจะกลืนยิ่งนักท่านอ๋องกิน
หัวสิงโตราดน้ำแดงดีกว่าเพคะ จานนี้น่าอร่อยถูกปากยิ่งนัก” ฮวาเย่เอ๋อร์ยกถ้วยน้ำแกงเนื้อกวางออกไปแล้วตักหัวสิงโตราดน้ำแดงมาแทนโซว่อ๋องหันมาสนใจอาหารที่นางคีบมาใส่ถ้วยของเขาแล้วตักกินอย่างยิ้มแย้มเอาใจ แตกต่างจากคนอื่นที่รอยยิ้มเริ่มจืดจางลงไปจากนั้นมื้ออาหารที่ควรจะมีแต่รอยยิ้มก็จบลงด้วยความอึดอัด
ฮวาเซียงเซียงหันไปมองหวังจงด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นว่าเขายังคงมีสีหน้าปกติก็วางใจแล้วมองไปที่มารดาเพื่อให้นางคลายใจหลังจากมื้ออาหารเสร็จฮูหยินผู้เฒ่าก็ขอตัวกลับไปพักในเรือนส่วนตัว ส่วนฝ่ายชายก็เข้าไปพูดคุยในห้องหนังสือของเรือนฝ่ายหญิงฮวาเย่เอ๋อร์ที่ไม่อยากสนทนากับใครก็เดินกลับเรือนของตนรอให้โซว่อ๋องออกมารับ
จางเหมยซูเดินจูงมือกับฮวาเซียงเซียงกลับเรือนเดิมของนาง
“ทำให้พวกเ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจแล้วแม่ก็ไม่รู้ว่าเย่เอ๋อร์
จะกลับมาเยี่ยมบ้านวันนี้”
“ไม่เลยเ้าค่ะท่านแม่ข้ากับท่านพี่เข้าใจดีเ้าค่ะโซว่อ๋องสูงศักดิ์เพียงนั้นเราจะล่วงเกินท่านได้อย่างไรเ้าคะ”
“เช่นนั้นเหตุใดจึงได้กินข้าวน้อยนักเล่าแม่เตรียมขนมไว้ให้เ้าด้วยรีบกินขนมเร็วเข้า”
“เ้าค่ะ” ฮวาเซียงเซียงเห็นมารดาเป็ห่วงจึงได้กินขนมไปหลายชิ้นเพื่อเอาใจนาง
“อยู่ที่นั่นเ้าสบายดีหรือไม่มีอะไรลำบากหรือไม่ ให้แม่ช่วยสิ่งใดหรือไม่” จางเหมยซูเห็นบุตรสาวกินขนมไปหลายชิ้นก็สงสารคิดว่าบุตรสาวคงไม่ได้กินอะไรดีๆ มาหลายวัน
“ท่านแม่ท่านอย่าห่วงเซียงเซียงนักเลยเ้าค่ะเซียงเซียงสบายดี ท่านพี่ก็ดีกับลูกมากเ้าค่ะ ลูกมีความสุขดีเ้าค่ะ” ฮวาเซียงเซียงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มดวงตาสุกใสเป็ประกายแห่งความสุขทำให้จางเหมยซูที่มองอยู่โล่งใจไม่น้อย
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ดีแล้ว” จางเหมยซูมองบุตรสาวด้วยสายตารักใคร่ ก่อนที่ทั้งสองจะพูดคุยเื่อื่นจนเวลาล่วงเลยถึงยามเซิน(15.00-16.59) คู่แต่งงานทั้งสองจึงได้ขอตัวลากลับจวนและบ้านของตนไป
ฮวาเย่เอ๋อร์ที่วันนี้อยากมาเห็นด้วยตาว่าน้องสาวที่แต่งงานไปกับพรานป่าจะมีสีหน้าและใช้ชีวิตอดสูเช่นไรก็กลับไปด้วยความพอใจเมื่อเห็นว่าการแต่งกายและของที่นำมาฝากช่างดูไร้ราคายิ่งนัก
โซว่อ๋องที่มากลับเยี่ยมบ้านพร้อมอนุภรรยาทั้งที่เขาไม่จำเป็ต้องกลับมาด้วยก็กลับไปด้วยรอยยิ้มพอใจเช่นกันเมื่อเห็นว่าสกุลฮวาสมเป็คหบดีของอำเภอช่างมีเงินมากมายสมกับที่เขาลดตัวลงมาเกี่ยวดองด้วยหากวันหน้า้าเงินก็คงไม่ยากมากนัก
หวังจงที่วันนี้ตั้งใจกลับมาเยี่ยมบ้านภรรยาด้วยความสุขใจก็ต้องได้พบกับคนที่กำลังตามสืบเมื่อเขาได้เข้าไปพูดคุยก็มองเห็นถึงจุดประสงค์ของโซว่อ๋องเสียแล้วเขาต้องปกป้องสกุลฮวาให้ได้
ฮวาเซียงเซียงที่วันนี้กลับมาเยี่ยมบ้านและทำตัวมีความสุขเพื่อให้ที่บ้านคลายใจแต่ก็ต้องทำให้สามีคับข้องใจเมื่อพี่สาวที่ควรมาเยี่ยมบ้านนานแล้วมาตรงกันวันนี้แล้วสามีของพี่สาวก็เป็ถึงโซว่อ๋องผู้สูงศักดิ์คนที่บ้านจึงได้แต่เอาใจเขามากกว่าสามีของนางนางมองหวังจงบ่อยครั้งด้วยความกังวลจนหวังจงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ในรถม้าสังเกตเห็นเขาหันมามองนางแล้วยิ้มให้ “มีอะไรหรือทำไมวันนี้เ้ามองข้าบ่อยครั้งนักเล่า”
“ท่านพี่ไม่เป็อันใดใช่หรือไม่”ฮวาเซียงเซียงเงยหน้าจ้องมองเขานัยต์ตาเป็ประกายดวงหน้าขาวผ่องราวกับกระต่ายน้อยกำลังมองมา
หวังจงดึงนางให้มานั่งบนตักแล้วกอดไว้ในอ้อมแขน เขาก้มหน้าลง
คลอเคลียที่ลำคอของนางแล้วกระซิบถามเสียงเบา
“ข้าจะเป็อันใดไปหรือ”
“ท่านพี่ ปล่อยก่อนเถิดเ้าค่ะนี่เราอยู่ในรถม้านะ” ฮวาเซียงเซียงพยายามถอยกายออกห่างแต่ก็ช่างยากเย็นนักเมื่อเขากอดรัดนางแน่นมากขึ้น
“ในรถม้านี่แหล่ะจึงไม่มีใครเห็น”หวังจงพูดเสร็จก็ก้มลงใช้
ริมฝีปากแตะลงที่ริมฝีปากของนางเบา ๆ แล้วผละออกมาก่อนจะพูดต่อว่า “เ้าอย่าได้คิดมากนักเลย ข้าไม่ได้โกรธหรือรู้สึกไม่ดีต่อครอบครัวเ้าไม่ข้าเข้าใจดีว่าวันนี้มีผู้สูงศักดิ์มาเยือนที่บ้านก็ต้องใส่ใจคนผู้นั้นมากกว่าเป็ธรรมดาแต่เวลาที่เ้าเป็ห่วงข้าช่างน่ารักยิ่งนัก ทำให้เ้าคิดมากเสียแล้ว”
“จริงนะเ้าคะอย่าได้พูดเพื่อเอาใจข้าเชียว”
“อืม จริงสิข้าจะพูดโกหกเซียงเซียงของข้าไปทำไม” หวังจงก้มลงส่งยิ้มให้นางแล้วกระชับอ้อมกอดมากขึ้น
“ปล่อยก่อนเถิดเ้าค่ะนี่คงจะใกล้ถึงบ้านแล้วถ้าเสื้อผ้ายับย่นลงไปมันน่าอาย”
หวังจงก้มมองนางด้วยรอยยิ้มแต่หาได้ทำตามไม่เมื่อถึงบ้านก็เป็เขาที่อุ้มนางลงแล้วเดินเข้าบ้านไปฮวาเซียงเซียงได้แต่ก้มหน้าซุกที่อกของเขาด้วยความเขินอายเมื่อเห็นรอยยิ้มล้อเลียนทั้งจากคนขับรถม้าสาวใช้และหวังซู่ที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน...