THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 27 สามวันก่อนการแข่งขัน เควิน & เอกอน (ตอนแรก)


                    อาณาจักรของเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์นั้น  ถือว่าเป็นอาเขตพิเศษเหมือน ๆ กับอาณาจักรเผ่าพันธุ์อื่นทั่วๆ ไป  อาจจะต่างแค่มันมีพื้นที่น้อยกว่าก็เท่านั้น  เพราะผู้เล่นที่ได้เผ่าพันธุ์นี้มีน้อยอาณาเขตพื้นที่  เลยถูกระบบจำกัดไว้ไม่ให้ขยายไปมาก  ดังนั้นหากเมื่อมาถึงครั้งแรกก็จะพบว่ามีแต่พื้นดินที่แตกระแหง  และมีเปลวไฟพวยพุ่งเป็นระยะ ๆ ตามรอยแตกเหล่านั้น  กับทั้งพื้นที่โดยทั่วยังถูกประดับไว้เพียงแค่  ต้นไม้แห้งตายที่ถูกไฟเผาดำเป็นตอตะโก  ประหนึ่งผู้ออกแบบสถานที่ในเกมส์นั้นขี้เกียจแต่งรายละเอียด  เลยคัดลอกพื้นที่ 1 ตารางเมตรที่ตกแต่งเสร็จ แล้ววางต่อกันจนได้อาณาเขตของเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ฉันใดก็ฉันนั้น

                    “ทำไมเราต้องถูกคุมด้วย”  

                    เทลเลอร์เอียงหน้าเข้ามาถามเสียงเบา ในขณะที่พวกผมเดินตามผู้หญิงที่มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าหน่วยที่ 2   ของอาณาจักรเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์   เธอบอกว่าเธอชื่อจีน่าเป็นลูกสาวของผู้นำเผ่าพันธุ์  แน่นอนว่าผมก็เกือบลืมไปแล้ว  ถ้าหากเธอไม่บอกว่า  ผมเคยไปรับภารกิจตามหากำไลของแม่จากเธอตอนที่มาถึงที่นี่ครั้งแรก ซึ่งผมก็จำได้รางเลือนว่ามันคือภารกิจย่อยของการได้เผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์

                    “ปล่อยพวกเขาไปเถอะ”     ผมบอกปัด ๆ กับเทลเลอร์ไป  แล้วหันไปเดินต่ออย่างไม่ใส่ใจ

                    “ถึงแล้วค่ะ”      

                    จีน่าบอกกับพวกเรา  หลังจากที่หยุดเดินตรงต้นไม้แห้งต้นหนึ่ง  ซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนกับไม่มีอะไรแต่พอจีน่าเอามือไปสัมผัสเท่านั้นแหละ  ต้นไม้ต้นนั้นก็ถูกอะไรบางอย่างผ่าครึ่ง แล้วแยกออกเป็นสองซีกก่อนจะมีบานประตูไม้ขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน  ท่ามกลางความตื่นตกใจของเหล่าผู้ที่ติดตามผมมา

                    “ไม่ยักรู้ว่าหมู่บ้านของเหล่านกฟินิกซ์อยู่อีกมิติหนึ่ง”    

                    เป็นเอกอนที่กล่าวออกมาอย่างลอยๆ แกมแปลกใจ  แต่สำหรับผมนั้นเนื่องจากว่าเคยมาแล้วครั้งหนึ่งเลยไม่ค่อยจะตื่นเต้นเท่าไหร่ ที่รู้ว่าหมู่บ้านของนกฟินิกซ์อยู่อีกมิติหนึ่ง

                    “ค่ะ เพราะว่าสภาพแวดล้อมของอาณาจักรเรามันแห้งแล้ง  แถมยังมีเปลวไฟจากพื้นดินอยู่ตลอด ท่านผู้นำเผ่าพันธุ์ของเราเลยสร้างมิติอีกอันหนึ่งขึ้นมา  เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรนกฟินิกซ์โดยเฉพาะนะคะ”  

                    พูดจบเธอก็ผลักบานประตูนั่นให้เปิดออก  เผยให้เห็นบรรยากาศที่อยู่หลังบานประตูนั้น  ซึ่งมันเป็นสถานที่ ๆ ผิดกับด้านที่พวกผมยืนอยู่ณ ขณะปัจจุบันอย่างถนัดตา เพราะมันไม่ได้มีพื้นดินที่แตกระแหง แต่กลับเป็นพื้นดินที่เขียวชอุ่มจากหญ้าแทน  อีกทั้งต้นไม้ก็ไม่ได้แห้งตายเหมือนข้างนอก  แถมยังมีบ้านที่ปั้นขึ้นจากดินที่ปลูกติดกันอย่างเป็นระเบียบ บางบ้านนั้นยังประดับประดาไปด้วยดอกไม้ที่จงใจปลูกให้ขึ้นกับตัวบ้าน  มองดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับ  กำลังหลุดเข้าไปอยู่ในนิยายปรัมปราของเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ไม่ปาน

                    “มาเถอะค่ะ  ข้าจะพาไปพบท่านพ่อ”   

                    จีน่ากล่าวขึ้น เธอไม่ได้มีเจตนาจะรบกวนสายตาของผู้ที่กำลังชื่นชมความงดงามของบรรยากาศหมู่บ้าน    แต่เพราะถ้าหากไม่เชื้อเชิญ  เธอคิดว่าพวกเขาคงต้องจ้องดูอย่างนี้อีกหลายสิบนาที  ซึ่งยกเว้นผมกับผู้ติดตามอีกสองคนแน่นอน

                ปึง!

                    เสียงประตูถูกปิดลง และพวกเราก็ผ่านพ้นประตูมาเป็นที่เรียบร้อย   และทันทีที่พวกผมสูดอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไปเฮือกแรก  ก็สัมผัสได้ถึงความสดชื่นของบรรยากาศหมู่บ้านแห่งนี้  ที่มีความแตกต่างจากสถานที่ที่ผ่านมาเมื่อครู่เป็นอย่างมาก   อีกทั้งยังมีเสียงนกกระจิบร้องเบา ๆ คลอกับสายลมเป็นระยะๆ  ระหว่างที่พวกผมเดินตามจีน่าไปยังกระโจมที่ทำการของผู้นำเผ่าพันธุ์ที่ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน

                    “ทำไมเขาไม่เข้ามาด้วย”      

                    ผมสะกิดถามจีน่าถึงหัวหน้าหน่วยที่สองที่ไม่ได้ตามเข้ามา พลางหันไปมองนกฟินิกซ์ตัวน้อยสองตัวที่บินเฉียดข้างเขาไป    ก่อนจะเกิดเปลวไฟลุกท่วมตัวแล้วค่อยๆ มอดดับลง  ปรากฎเป็นเด็กหญิงสองคนและวิ่งไล่กันไปมาแทน

                    “มอนเต้  รับหน้าที่ตระเวนนอกหมู่บ้านค่ะ  นี่ยังไม่หมดเวลาทำงานของเขา  ยังกลับบ้านไม่ได้หรอก”       จีน่าบอกผม  และชื่อ มอนเต้ ก็คงเป็นชื่อของหัวหน้าหน่วยที่2

                    “ผู้นำเผ่าพันธุ์สบายดีมั๊ย”

                    “สบายดีค่ะ  คุณพ่อบ่นถึงท่านตลอดเลย”     จีน่าหันกลับมาแล้วเอียงหน้าตอบ    แต่สีหน้าผมตอนนี้กลับดูไม่ค่อยดีนัก  เพราะผมเดาได้ว่าตาแก่ผู้นำเผ่าพันธุ์นั่นบ่นอะไรถึงผม

                    “ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะให้ผมเป็นแม่ทัพอีกเหรอ”

                    “ไม่ค่ะ...คุณพ่อบอกว่ายังไงก็จะให้ท่านเป็นเป็นแม่ทัพของพวกเราทั้ง 4หน่วยให้ได้”   ผมหน้าสลดลงในทันที นี่ผมคิดผิดหรือปล่าวที่กลับมาเผ่าพันธุ์ตัวเอง เพราะดูเหมือนความยุ่งยากกำลังจะคืบคลานมาหายังไงก็ไม่รู้

                    “แต่ผมก็ไม่เป็นให้หรอกนะ ที่ผมกลับมาครั้งนี้ก็เพราะมีเรื่องต้องถามแค่นั้นเอง”       จีน่าหยุดเดินกะทันหันเมื่อมาถึงกระโจมที่ทำงานของผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์

                    “งั้นท่านก็ไปปะทะฝีปากกับคุณพ่อเองเถอะค่ะ”   

                    พูดจบเธอก็แหวกผ้าที่คลุมประตูกระโจมออก  เผยให้เห็นห้องทำงานที่อยู่ด้านใน ซึ่งตกแต่งประดับประดาไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้เพียงไม่กี่ชิ้น  ส่วนที่เด่นสุดก็เห็นจะเป็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางกระโจม  ซึ่งแลดูเหมือนโต๊ะกินข้าวซะมากกว่าจะเอาไว้กองเอกสาร  เหมือนที่ผมเห็นในตอนนี้ 

                    “มาเถอะค่ะ คุณพ่อกำลังตรวจเอกสารร้องขอจากประชากรอยู่พอดี”      จีน่าเชิญชวนแล้วเดินนำเข้าไปข้างใน  ก่อนจะกระแอมไอเบา ๆ  แล้วกล่าวอะไรบางอย่างกับผู้ที่กำลังนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะที่ผมให้คำนิยามว่าโต๊ะกินข้าว

                    “คุณพ่อคะ  ข้าพาแขกมาหาค่ะ”     

                    “เป็นผู้เล่นที่ผ่านเงื่อนไขเข้ามาที่เผ่าเราได้เหรอ”     

                    ผมเห็นผู้นำเผ่าพันธุ์พูดแบบไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขากำลังง่วนอยู่กับอะไรบางอย่างบนโต๊ะทำงานของตัวเอง  ที่มีกองกระดาษเอกสารตั้งอยู่ให้รกตา   ใบหน้าที่มีรอยย่นของวัยและแลดูเคร่งเครียดอยู่เป็นประจำนั้น  ยังคงให้ความรู้สึกยำเกรงทุกครั้งที่มอง  ยิ่งมันผนวกเข้ากับคิ้วดำเข้ม  หนวดเคราดำสั้นที่ระบายให้เห็นชัดเจนทั่วคาง   ยิ่งทำให้ใบหน้านั่นเหมือนกันตาลุงแก่ ๆ ที่พยายามมองฝุ่นบนกระจก  ทั้งที่ตาตัวเองไม่เอื้ออำนวย

                    “ไม่ใช่หรอกค่ะ  คุณพ่อดูเองเถอะ”     จีน่ากล่าวได้แค่นั้น  ปากกาที่ผู้นำเผ่าพันธุ์ถืออยู่ก็หยุดชะงักลง และมันก็ถูกวางลงกับกระดาษที่เขียนอยู่อย่างรวดเร็ว  เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนแล้วพบว่ามันคือคนที่เขารอคอยมานาน

                    “โอ้!  ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า  นั่นเควินเรอะ ในที่สุดเจ้าก็กลับมาจนได้”      ผมขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของผู้นำเผ่าพันธุ์อีกนิดก่อนจะกล่าวออกไป

                    “แต่ผมไม่ได้มารับตำแหน่งแม่ทัพนะ ที่ผมกลับมาครั้งนี้น่ะเพราะผมมีเรื่องจะถาม”   มีความสงสัยปรากฏบนใบหน้าของชายชราที่เป็นผู้นำเล็กน้อย

                    “เรื่องอะไร”

                    “ทักษะลับเผ่าพันธุ์ครับ”       เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะเมื่อผมกล่าวจบ  ส่วนผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ก็ได้แต่จ้องหน้าผมราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่าง

                    “ผ่านเงื่อนไข  เอาล่ะตามข้ามา”     

                    เป็นคำพูดที่สั้นและเข้าใจยากเสียจริง แต่ผมก็เห็นชายชราที่มีตำแหน่งปกครองเหล่าประชากรนกฟินิกซ์ลุกขึ้น   แล้วเดินมาทางผมก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่บ่าเบาๆ สักพักทั้งร่างของผมและผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำก็ค่อย ๆ เป็นแสงสีขาว  จากนั้นก็เลือนหายไปจากสายตาของคนอื่นที่อยู่ในห้องด้วยอย่างช้าๆ

                    “เออ!!”  เอกอนครางออกมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

                    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  พอดีว่าเป็นเงื่อนไขของการรับภารกิจทักษะเผ่าพันธุ์ลับนะคะ”

                    “ช่วยอธิบายเพิ่มให้ฟังหน่อยได้มั๊ยครับ”       เทลเลอร์ถามขึ้นมาอย่างสนใจ  เพราะเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน  แม้จะได้ยินจากพี่เควินมาแล้วบ้าง  แต่มันก็ยังไม่ชัดเจนดีพอ

                    “ได้ค่ะ...เนื่องจากท่านเควินทำตามเงื่อนไขได้ถูกต้อง นั่นก็คือกลับมาที่เผ่าพันธุ์อีกครั้งหลังจากออกไปผจญภัยได้3 ปีขึ้นไป และเมื่อมาถามถึงทักษะลับจากผู้นำเผ่า ก็จะถือว่าได้รับภารกิจทักษะลับเผ่าพันธุ์ค่ะ”

                    “แล้วทักษะลับนี่มันคืออะไรล่ะครับ”    เอกอนถามแทรกขึ้นมา

                    “เป็นทักษะที่จะถ่ายทอดให้กับผู้ที่เหมาะสมค่ะ  เพราะถือเป็นแก่นแท้ของทักษะเผ่าพันธุ์ก็ว่าได้”

                    “แก่นแท้เลยเหรอ”    คราวนี้เป็นเทลเลอร์ที่อุทานอย่างครุ่นคิด

                    “ถูกต้องค่ะ...ซึ่งถ้าเป็นมอนสเตอร์ก็จะได้รับตั้งแต่ระดับ 8แต่มีเงื่อนไขว่าพวกเขาต้องได้รับการยินยอมจากผู้ที่จะถ่ายทอดให้เท่านั้น  ซึ่งบุคคลผู้นั้นก็คือหัวหน้าเผ่า  หรือผู้สืบทอดที่มีคุณสมบัติถึง  แต่ถ้าเป็นผู้เล่นทั่วไปก็ตามเงื่อนไขที่ได้อธิบายไว้ก่อนหน้าค่ะ”

                    “เงื่อนไขเป็นเหมือนกันทุกเผ่ามั๊ยครับ”    เทลเลอร์ถามอีก

                    “ค่ะ”    จีน่าตอบสั้น ๆ และยิ้มหวานให้

                    “ผมมีคำถามข้องใจอยู่อย่างหนึ่ง”     เอกอนทำท่าเกาหัวอย่างเคอะเขินแล้วถาม

                    “ว่ามาได้ค่ะ”

                    “ทำไมต้องเรียกเควินว่าท่านด้วยละครับ เขามีความสำคัญอย่างไรกับเผ่าเหรอ”       จีน่าไม่ได้ตอบในทันที เธอยิ้มให้อย่างสดใสก่อนจะเปิดปากอธิบายเหตุผลออกมา

                    “เพราะเขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รับเผ่านี้ค่ะ และผู้นำเผ่าพันธุ์เราก็ต้องการให้เขาเป็นแม่ทัพของมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์  ดังนั้นข้าและหัวหน้าหน่วยคนอื่น ๆ ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของว่าที่แม่ทัพ  ก็ต้องให้ความเคารพค่ะ”

                    “แต่ดูเหมือนเควินจะไม่ยินยอมนะ”

                    “ข้าเชื่อว่าครั้งนี้เขาต้องรับแน่ค่ะ และพวกเราก็อยากจะให้เป็นแบบนั้น”      แล้วความเงียบก็เริ่มเข้ามาคั่นกลางอีกครั้ง  เอกอนกับเทลเลอร์หันมามองหน้ากันอย่างมิได้นัดหมาย ก่อนจะเป็นเอกอนเองที่เอ่ยทำลายความเงียบออกมาในที่สุด

                    “แล้วเราจะทำอะไรดีระหว่างที่รอเควิน”

                    “ถ้าไม่ว่าอะไรข้ามีภารกิจให้ทำค่ะ...แม้ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับเรา  แต่เราก็มีภารกิจสำหรับผู้เล่นอื่นรองรับเหมือนกันค่ะ”         จีน่ารีบพูดแทรกขึ้นมา ซึ่งนั่นทำให้ทั้งเอกอนและเทลเลอร์มองเธออย่างสนใจอีกครั้งทันที

                    “เธอมอบภารกิจได้  เธอเป็นNPC หรอกเหรอ”    เอกอนถามอย่างสงสัย

                    “เปล่าค่ะ  ข้าเป็นเป็นมอนสเตอร์กึ่ง NPC....”

                    “เดี๋ยว”  จู่ ๆ เทลเลอร์ก็ขัดขึ้นมา  “มอนสเตอร์กึ่ง NPC มันเป็นยังไงครับ”

                    “เป็นตัวละครที่มีอำนาจของมอนสเตอร์กึ่งหนึ่งและอำนาจของ NPC กึ่งหนึ่งค่ะ...”     จีน่าหยุดพูดชงักเมื่อพบว่ามีเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มขึ้นอยู่บนหน้าของเอกอนกับเทลเลอร์

                    “งั้นข้าจะอธิบายตั้งแต่ต้นนะคะ ปกติ NPC คือผู้ที่มอบภารกิจ  มอบทักษะ มอบไอเทม หรือแม้กระทั่งความรู้ความสามารถต่าง ๆ กับผู้เล่น  และยังเป็นผู้ดำเนินเรื่องภายในเกมส์   ซึ่งถ้าถูกฆ่าตายจะไม่มีไอเทม  ค่าประสบการณ์ และเงินรางวัลตกให้ แถมยังเกิดใหม่เป็น NPC ตัวเดิมได้อีกต่างหาก  อีกทั้งระดับก็ยังไม่มีเหมือนมอนสเตอร์  ส่วนความสามารถและทักษะก็ถูกจำกัดโดยระบบ   แต่ถ้าเป็นเป็นมอนสเตอร์กึ่ง NPC นั้นเป็นตรงกันข้ามที่พูดมาค่ะ  นั่นก็คือนอกจากจะสามารถตกไอเทม  ค่าประสบการณ์ และเงินรางวัลให้แก่ผู้ที่สังหารได้ ยังสามารถมอบภารกิจหรือมอบอะไรก็ตามที่ระบบกำหนดไว้ให้กับผู้เล่นได้อีกต่างหาก   ซ้ำยังมีระดับไว้เลื่อนความสามารถของตนเอง  แต่หากถูกฆ่าตายแล้วก็ไม่สามารถจะกลับมาเป็นตัวเดิมได้อีก  พอจะเข้าใจมั๊ยคะ”      ประโยคท้ายเธอหันมาถามย้ำกับผู้ที่ตั้งคำถามให้กับตัวเอง  ซึ่งเธอก็ได้รับอาการพยักหน้าเป็นคำตอบแทน

                    “จากที่ฟังมาเหมือนเธอจะสามารถประมวลผลคำพูดได้เองเลย”       เอกอนเปรยถามออกมาเป็นนัย

                    “ใช่แล้วค่ะ...ข้าเป็นมอนสเตอร์กึ่ง NPC ที่มีระบบให้คิดได้เองค่ะ”     

                    จีน่าพูดจบทั้งเทลเลอร์กับเอกอนก็แสดงอาการแปลกออกมาทันที  มันเป็นอาการที่ทั้งระวังตัวกับสงสัยปนเปกัน และเหมือนจีน่าจะเข้าใจอาการเหล่านั้นด้วยเธอจึงขยายความให้ฟัง

                    “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ...แม้จะคิดได้เองแต่ NPC และมอนสเตอร์กึ่งNPC  ไม่ทรยศแน่นอนค่ะ  เพราะพวกเราตั้งอยู่บนรากฐานของระบบ  ซึ่งแตกต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไปที่คิดได้เองอย่างเป็นอิสระ  ราวกับเป็นผู้เล่นคนหนึ่งค่ะ”      จีน่ายิ้มให้ปิดท้าย  แล้วทั้งเอกอนกับเทลเลอร์ก็คลายอาการเหล่านั้นก่อนจะทำตัวตามปกติเช่นเดิม

                    “ว่าแต่เธอมีภารกิจอะไรให้เราทำล่ะ”        เป็นเอกอนที่ถาม ซึ่งจีน่าก็ยิ้มให้เหมือนเช่นทุกครั้งก่อนเธอจะพูด

                    “ไม่ยากหรอกค่ะ  ใกล้ ๆ แปลงผักของหมู่บ้านมักจะมีแมมมอธฝูงหนึ่งมาเหยียบย่ำอยู่บ่อยๆ  ทำให้พวกเราเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไม่เต็มที่  และที่ข้าจะขอร้องให้พวกเจ้าทำก็คือช่วยกำจัดให้หน่อยค่ะ”

    +++++++++++++++++++++++++

                    “ที่นี่มันที่ไหน”

                    คำถามแรกที่ผมถามขึ้นหลังจากที่ถูกวาร์ปจากกระโจม  มาโผล่เอา ณ สถานที่แห่งหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าจนสุดลูกหูลูกตา โดยมีเพียงชายชราผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์เท่านั้นที่ยืนเยื้องจากผมไปไม่มาก

                    “มิติพิเศษ  เอาไว้ทดสอบเจ้า”

                    “ทดสอบ”

                    “ใช่”      

                    “ทดสอบอะไร”   แทนคำตอบจากชายชรา ก็ปรากฏเสียงแจ้งรายละเอียดจากระบบดังขึ้นมาในหัวของผม

                    ‘ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์    ทักษะเพลิงบรรลัยกัลป์  จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ

                ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์    ทักษะนัยน์ตาอัคคี   จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ

                ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์    ทักษะดวงวิญญาณเพลิง   จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ

                ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์    ทักษะหัวใจนกฟินิกซ์    จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ

                ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์    ทักษะอัคคีดั่งในนึก   จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ

                ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์    ทักษะลมหายใจเปลวไฟ  จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ

                ผู้เล่นเควินบรรลุเงื่อนไขการได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์  ได้รับภารกิจการทดสอบจากผู้นำ  โดยผู้เล่นต้องโจมตีผู้นำเผ่าพันธุ์ให้ได้อย่างน้อยสามครั้ง  และให้ใช้ได้เพียงแค่ทักษะเผ่าพันธุ์กับทักษะลับเผ่าพันธุ์  ที่ได้รับการถ่ายทอดมาเท่านั้นภารกิจจึงจะเสร็จสิ้นค่ะ  และหากผู้เล่นทำภารกิจไม่ผ่านทักษะลับเผ่าพันธุ์ทั้งหมดจะถูกลบหายไป  และไม่สามารถกลับมาทำภารกิจนี้ซ้ำได้อีกค่ะ…’

                    “พร้อมหรือยังล่ะ”    ชายชราผู้นำเผ่าพูดขึ้นหลังจากที่ระบบหยุดเสียงลง  ก่อนจะดีดเท้าเบา ๆ ส่งตัวเองปลิวอย่างอ่อนช้อยล่องลอยไปหยุดอยู่ตรงหน้าของผม

                    “เดี๋ยวขอเวลาหน่อย”   ผมบอกออกไปก่อนจะรีบเปิดหน้าต่างรายเอียดทักษะขึ้นมา  เพื่อดูข้อมูลของทักษะลับที่ได้รับมาว่าเป็นเช่นไรแล้วจะต้องใช้ยังไง

     

    ทักษะลับเผ่าพันธุ์  เพลิงบรรลัยกัลป์          

                เป็นทักษะโจมตีที่สร้างไฟด้วยความร้อนสูงให้เผ่าผลาญศัตรูในรัศมี  50 เมตร

                พลังโจมตีด้วยทักษะ  2,150 ~ 2,550  จุด  / จำนวนดีเลย์   15  นาที

    ทักษะลับเผ่าพันธุ์  นัยน์ตาอัคคี    

                เป็นทักษะเสริมที่ทำให้รับรู้การเคลื่อนไหวของศัตรูได้ในรัศมี   500 เมตรได้แม้

                จะหลับตาอยู่ก็ตาม  แต่จะคงอยู่ได้แค่ 15  นาทีเท่านั้น

                จำนวนดีเลย์   3 ชั่วโมง

    ทักษะลับเผ่าพันธุ์  ดวงวิญญาณเพลิง

                เป็นทักษะที่สร้างนกไฟขึ้นมาจำนวน  5 ตัว เพื่อช่วยในการโจมตี

                นกไฟ  :  พลังโจมตี 1,000 ~ 1,150 จุด  /  จำนวนดีเลย์  5  ชั่วโมง

    ทักษะลับเผ่าพันธุ์  หัวใจนกฟินิกซ์

                เป็นทักษะที่สามารถแปลงร่างเป็นนกฟินิกซ์ได้ในเวลา  30 นาที  (เมื่ออยู่ในร่าง

                นกฟินิกซ์จะไม่สามารถใช้ทักษะประจำอาชีพ  และทักษะพิเศษได้)

                ค่าความสามารถเมื่อเป็นนกฟินิกซ์                                                    

                            พลังโจมตี                   950  ~ 1,500  จุด

                            พลังโจมตีด้วยทักษะ   4,250  ~  4,500 จุด

                            จำนวนดีเลย์   1  วัน

    ทักษะลับเผ่าพันธุ์  อัคคีดั่งใจนึก

                    เป็นทักษะที่สามารถสร้าง  ควบคุม แปรเปลี่ยน  และพลิกแพลงไฟได้ดั่งใจนึก

                เป็นเวลา  20 นาที

                พลังโจมตีด้วยทักษะ   2,950  ~  3,250 จุด  /  จำนวนดีเลย์  15  นาที

    ทักษะลับเผ่าพันธุ์  ลมหายใจเปลวไฟ

                เป็นทักษะที่ต้องใช้พลังชีวิตของตัวเองเพื่อเรียก  มหาเทพนกฟินิกซ์  ให้ออกมา

                ช่วยโจมตี  โดยเวลาการคงอยู่ของมหาเทพนกฟินิกซ์นั้น  จะอยู่ได้ตามพลังชีวิต

                ของผู้เรียก  มีอัตราดังนี้คือ  5,000,000 หน่วยต่อ 1 นาที

                -  พลังชีวิตของผู้เล่นเควินในปัจจุบัน :  21,980,000  หน่วย มหาเทพนกฟินิกซ์คงอยู่ได้   4 นาที

                มหาเทพนกฟินิกซ์  :          พลังโจมตี    1,800 ~ 1,950  จุด

                                                    พลังโจมตีด้วยทักษะ   12,000 ~ 12,250  จุด

                                                    จำนวนดีเลย์   5 ชั่วโมง

     

                    “พร้อมแล้ว”     ผมกล่าวออกไป  แล้วปิดหน้าต่างรายละเอียดทักษะลงหลังจากอ่านเสร็จ  พร้อมกับตั้งท่าจะโจมตีเต็มที่  ส่วนในหัวนั้นก็กำลังประมวลผล วิธีการใช้ทักษะของเผ่าพันธุ์ในการโจมตีชายชราตรงหน้าอยู่อย่างรวดเร็ว

                    “งั้นก็เข้ามาเลย”

                    ทักษะลับเผ่าพันธุ์   เพลิงบรรลัยกัลป์

                    ทักษะเผ่าพันธุ์     เปลวเพลิงปักษา

                ตูม!