อาณาจักรของเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์นั้น ถือว่าเป็นอาเขตพิเศษเหมือน ๆ กับอาณาจักรเผ่าพันธุ์อื่นทั่วๆ ไป อาจจะต่างแค่มันมีพื้นที่น้อยกว่าก็เท่านั้น เพราะผู้เล่นที่ได้เผ่าพันธุ์นี้มีน้อยอาณาเขตพื้นที่ เลยถูกระบบจำกัดไว้ไม่ให้ขยายไปมาก ดังนั้นหากเมื่อมาถึงครั้งแรกก็จะพบว่ามีแต่พื้นดินที่แตกระแหง และมีเปลวไฟพวยพุ่งเป็นระยะ ๆ ตามรอยแตกเหล่านั้น กับทั้งพื้นที่โดยทั่วยังถูกประดับไว้เพียงแค่ ต้นไม้แห้งตายที่ถูกไฟเผาดำเป็นตอตะโก ประหนึ่งผู้ออกแบบสถานที่ในเกมส์นั้นขี้เกียจแต่งรายละเอียด เลยคัดลอกพื้นที่ 1 ตารางเมตรที่ตกแต่งเสร็จ แล้ววางต่อกันจนได้อาณาเขตของเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ฉันใดก็ฉันนั้น
“ทำไมเราต้องถูกคุมด้วย”
เทลเลอร์เอียงหน้าเข้ามาถามเสียงเบา ในขณะที่พวกผมเดินตามผู้หญิงที่มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าหน่วยที่ 2 ของอาณาจักรเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ เธอบอกว่าเธอชื่อจีน่าเป็นลูกสาวของผู้นำเผ่าพันธุ์ แน่นอนว่าผมก็เกือบลืมไปแล้ว ถ้าหากเธอไม่บอกว่า ผมเคยไปรับภารกิจตามหากำไลของแม่จากเธอตอนที่มาถึงที่นี่ครั้งแรก ซึ่งผมก็จำได้รางเลือนว่ามันคือภารกิจย่อยของการได้เผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์
“ปล่อยพวกเขาไปเถอะ” ผมบอกปัด ๆ กับเทลเลอร์ไป แล้วหันไปเดินต่ออย่างไม่ใส่ใจ
“ถึงแล้วค่ะ”
จีน่าบอกกับพวกเรา หลังจากที่หยุดเดินตรงต้นไม้แห้งต้นหนึ่ง ซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนกับไม่มีอะไรแต่พอจีน่าเอามือไปสัมผัสเท่านั้นแหละ ต้นไม้ต้นนั้นก็ถูกอะไรบางอย่างผ่าครึ่ง แล้วแยกออกเป็นสองซีกก่อนจะมีบานประตูไม้ขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ท่ามกลางความตื่นตกใจของเหล่าผู้ที่ติดตามผมมา
“ไม่ยักรู้ว่าหมู่บ้านของเหล่านกฟินิกซ์อยู่อีกมิติหนึ่ง”
เป็นเอกอนที่กล่าวออกมาอย่างลอยๆ แกมแปลกใจ แต่สำหรับผมนั้นเนื่องจากว่าเคยมาแล้วครั้งหนึ่งเลยไม่ค่อยจะตื่นเต้นเท่าไหร่ ที่รู้ว่าหมู่บ้านของนกฟินิกซ์อยู่อีกมิติหนึ่ง
“ค่ะ เพราะว่าสภาพแวดล้อมของอาณาจักรเรามันแห้งแล้ง แถมยังมีเปลวไฟจากพื้นดินอยู่ตลอด ท่านผู้นำเผ่าพันธุ์ของเราเลยสร้างมิติอีกอันหนึ่งขึ้นมา เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรนกฟินิกซ์โดยเฉพาะนะคะ”
พูดจบเธอก็ผลักบานประตูนั่นให้เปิดออก เผยให้เห็นบรรยากาศที่อยู่หลังบานประตูนั้น ซึ่งมันเป็นสถานที่ ๆ ผิดกับด้านที่พวกผมยืนอยู่ณ ขณะปัจจุบันอย่างถนัดตา เพราะมันไม่ได้มีพื้นดินที่แตกระแหง แต่กลับเป็นพื้นดินที่เขียวชอุ่มจากหญ้าแทน อีกทั้งต้นไม้ก็ไม่ได้แห้งตายเหมือนข้างนอก แถมยังมีบ้านที่ปั้นขึ้นจากดินที่ปลูกติดกันอย่างเป็นระเบียบ บางบ้านนั้นยังประดับประดาไปด้วยดอกไม้ที่จงใจปลูกให้ขึ้นกับตัวบ้าน มองดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับ กำลังหลุดเข้าไปอยู่ในนิยายปรัมปราของเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ไม่ปาน
“มาเถอะค่ะ ข้าจะพาไปพบท่านพ่อ”
จีน่ากล่าวขึ้น เธอไม่ได้มีเจตนาจะรบกวนสายตาของผู้ที่กำลังชื่นชมความงดงามของบรรยากาศหมู่บ้าน แต่เพราะถ้าหากไม่เชื้อเชิญ เธอคิดว่าพวกเขาคงต้องจ้องดูอย่างนี้อีกหลายสิบนาที ซึ่งยกเว้นผมกับผู้ติดตามอีกสองคนแน่นอน
ปึง!
เสียงประตูถูกปิดลง และพวกเราก็ผ่านพ้นประตูมาเป็นที่เรียบร้อย และทันทีที่พวกผมสูดอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไปเฮือกแรก ก็สัมผัสได้ถึงความสดชื่นของบรรยากาศหมู่บ้านแห่งนี้ ที่มีความแตกต่างจากสถานที่ที่ผ่านมาเมื่อครู่เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีเสียงนกกระจิบร้องเบา ๆ คลอกับสายลมเป็นระยะๆ ระหว่างที่พวกผมเดินตามจีน่าไปยังกระโจมที่ทำการของผู้นำเผ่าพันธุ์ที่ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน
“ทำไมเขาไม่เข้ามาด้วย”
ผมสะกิดถามจีน่าถึงหัวหน้าหน่วยที่สองที่ไม่ได้ตามเข้ามา พลางหันไปมองนกฟินิกซ์ตัวน้อยสองตัวที่บินเฉียดข้างเขาไป ก่อนจะเกิดเปลวไฟลุกท่วมตัวแล้วค่อยๆ มอดดับลง ปรากฎเป็นเด็กหญิงสองคนและวิ่งไล่กันไปมาแทน
“มอนเต้ รับหน้าที่ตระเวนนอกหมู่บ้านค่ะ นี่ยังไม่หมดเวลาทำงานของเขา ยังกลับบ้านไม่ได้หรอก” จีน่าบอกผม และชื่อ มอนเต้ ก็คงเป็นชื่อของหัวหน้าหน่วยที่2
“ผู้นำเผ่าพันธุ์สบายดีมั๊ย”
“สบายดีค่ะ คุณพ่อบ่นถึงท่านตลอดเลย” จีน่าหันกลับมาแล้วเอียงหน้าตอบ แต่สีหน้าผมตอนนี้กลับดูไม่ค่อยดีนัก เพราะผมเดาได้ว่าตาแก่ผู้นำเผ่าพันธุ์นั่นบ่นอะไรถึงผม
“ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะให้ผมเป็นแม่ทัพอีกเหรอ”
“ไม่ค่ะ...คุณพ่อบอกว่ายังไงก็จะให้ท่านเป็นเป็นแม่ทัพของพวกเราทั้ง 4หน่วยให้ได้” ผมหน้าสลดลงในทันที นี่ผมคิดผิดหรือปล่าวที่กลับมาเผ่าพันธุ์ตัวเอง เพราะดูเหมือนความยุ่งยากกำลังจะคืบคลานมาหายังไงก็ไม่รู้
“แต่ผมก็ไม่เป็นให้หรอกนะ ที่ผมกลับมาครั้งนี้ก็เพราะมีเรื่องต้องถามแค่นั้นเอง” จีน่าหยุดเดินกะทันหันเมื่อมาถึงกระโจมที่ทำงานของผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์
“งั้นท่านก็ไปปะทะฝีปากกับคุณพ่อเองเถอะค่ะ”
พูดจบเธอก็แหวกผ้าที่คลุมประตูกระโจมออก เผยให้เห็นห้องทำงานที่อยู่ด้านใน ซึ่งตกแต่งประดับประดาไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้เพียงไม่กี่ชิ้น ส่วนที่เด่นสุดก็เห็นจะเป็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางกระโจม ซึ่งแลดูเหมือนโต๊ะกินข้าวซะมากกว่าจะเอาไว้กองเอกสาร เหมือนที่ผมเห็นในตอนนี้
“มาเถอะค่ะ คุณพ่อกำลังตรวจเอกสารร้องขอจากประชากรอยู่พอดี” จีน่าเชิญชวนแล้วเดินนำเข้าไปข้างใน ก่อนจะกระแอมไอเบา ๆ แล้วกล่าวอะไรบางอย่างกับผู้ที่กำลังนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะที่ผมให้คำนิยามว่าโต๊ะกินข้าว
“คุณพ่อคะ ข้าพาแขกมาหาค่ะ”
“เป็นผู้เล่นที่ผ่านเงื่อนไขเข้ามาที่เผ่าเราได้เหรอ”
ผมเห็นผู้นำเผ่าพันธุ์พูดแบบไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขากำลังง่วนอยู่กับอะไรบางอย่างบนโต๊ะทำงานของตัวเอง ที่มีกองกระดาษเอกสารตั้งอยู่ให้รกตา ใบหน้าที่มีรอยย่นของวัยและแลดูเคร่งเครียดอยู่เป็นประจำนั้น ยังคงให้ความรู้สึกยำเกรงทุกครั้งที่มอง ยิ่งมันผนวกเข้ากับคิ้วดำเข้ม หนวดเคราดำสั้นที่ระบายให้เห็นชัดเจนทั่วคาง ยิ่งทำให้ใบหน้านั่นเหมือนกันตาลุงแก่ ๆ ที่พยายามมองฝุ่นบนกระจก ทั้งที่ตาตัวเองไม่เอื้ออำนวย
“ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณพ่อดูเองเถอะ” จีน่ากล่าวได้แค่นั้น ปากกาที่ผู้นำเผ่าพันธุ์ถืออยู่ก็หยุดชะงักลง และมันก็ถูกวางลงกับกระดาษที่เขียนอยู่อย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนแล้วพบว่ามันคือคนที่เขารอคอยมานาน
“โอ้! ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า นั่นเควินเรอะ ในที่สุดเจ้าก็กลับมาจนได้” ผมขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของผู้นำเผ่าพันธุ์อีกนิดก่อนจะกล่าวออกไป
“แต่ผมไม่ได้มารับตำแหน่งแม่ทัพนะ ที่ผมกลับมาครั้งนี้น่ะเพราะผมมีเรื่องจะถาม” มีความสงสัยปรากฏบนใบหน้าของชายชราที่เป็นผู้นำเล็กน้อย
“เรื่องอะไร”
“ทักษะลับเผ่าพันธุ์ครับ” เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะเมื่อผมกล่าวจบ ส่วนผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ก็ได้แต่จ้องหน้าผมราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่าง
“ผ่านเงื่อนไข เอาล่ะตามข้ามา”
เป็นคำพูดที่สั้นและเข้าใจยากเสียจริง แต่ผมก็เห็นชายชราที่มีตำแหน่งปกครองเหล่าประชากรนกฟินิกซ์ลุกขึ้น แล้วเดินมาทางผมก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่บ่าเบาๆ สักพักทั้งร่างของผมและผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำก็ค่อย ๆ เป็นแสงสีขาว จากนั้นก็เลือนหายไปจากสายตาของคนอื่นที่อยู่ในห้องด้วยอย่างช้าๆ
“เออ!!” เอกอนครางออกมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พอดีว่าเป็นเงื่อนไขของการรับภารกิจทักษะเผ่าพันธุ์ลับนะคะ”
“ช่วยอธิบายเพิ่มให้ฟังหน่อยได้มั๊ยครับ” เทลเลอร์ถามขึ้นมาอย่างสนใจ เพราะเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน แม้จะได้ยินจากพี่เควินมาแล้วบ้าง แต่มันก็ยังไม่ชัดเจนดีพอ
“ได้ค่ะ...เนื่องจากท่านเควินทำตามเงื่อนไขได้ถูกต้อง นั่นก็คือกลับมาที่เผ่าพันธุ์อีกครั้งหลังจากออกไปผจญภัยได้3 ปีขึ้นไป และเมื่อมาถามถึงทักษะลับจากผู้นำเผ่า ก็จะถือว่าได้รับภารกิจทักษะลับเผ่าพันธุ์ค่ะ”
“แล้วทักษะลับนี่มันคืออะไรล่ะครับ” เอกอนถามแทรกขึ้นมา
“เป็นทักษะที่จะถ่ายทอดให้กับผู้ที่เหมาะสมค่ะ เพราะถือเป็นแก่นแท้ของทักษะเผ่าพันธุ์ก็ว่าได้”
“แก่นแท้เลยเหรอ” คราวนี้เป็นเทลเลอร์ที่อุทานอย่างครุ่นคิด
“ถูกต้องค่ะ...ซึ่งถ้าเป็นมอนสเตอร์ก็จะได้รับตั้งแต่ระดับ 8แต่มีเงื่อนไขว่าพวกเขาต้องได้รับการยินยอมจากผู้ที่จะถ่ายทอดให้เท่านั้น ซึ่งบุคคลผู้นั้นก็คือหัวหน้าเผ่า หรือผู้สืบทอดที่มีคุณสมบัติถึง แต่ถ้าเป็นผู้เล่นทั่วไปก็ตามเงื่อนไขที่ได้อธิบายไว้ก่อนหน้าค่ะ”
“เงื่อนไขเป็นเหมือนกันทุกเผ่ามั๊ยครับ” เทลเลอร์ถามอีก
“ค่ะ” จีน่าตอบสั้น ๆ และยิ้มหวานให้
“ผมมีคำถามข้องใจอยู่อย่างหนึ่ง” เอกอนทำท่าเกาหัวอย่างเคอะเขินแล้วถาม
“ว่ามาได้ค่ะ”
“ทำไมต้องเรียกเควินว่าท่านด้วยละครับ เขามีความสำคัญอย่างไรกับเผ่าเหรอ” จีน่าไม่ได้ตอบในทันที เธอยิ้มให้อย่างสดใสก่อนจะเปิดปากอธิบายเหตุผลออกมา
“เพราะเขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รับเผ่านี้ค่ะ และผู้นำเผ่าพันธุ์เราก็ต้องการให้เขาเป็นแม่ทัพของมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ ดังนั้นข้าและหัวหน้าหน่วยคนอื่น ๆ ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของว่าที่แม่ทัพ ก็ต้องให้ความเคารพค่ะ”
“แต่ดูเหมือนเควินจะไม่ยินยอมนะ”
“ข้าเชื่อว่าครั้งนี้เขาต้องรับแน่ค่ะ และพวกเราก็อยากจะให้เป็นแบบนั้น” แล้วความเงียบก็เริ่มเข้ามาคั่นกลางอีกครั้ง เอกอนกับเทลเลอร์หันมามองหน้ากันอย่างมิได้นัดหมาย ก่อนจะเป็นเอกอนเองที่เอ่ยทำลายความเงียบออกมาในที่สุด
“แล้วเราจะทำอะไรดีระหว่างที่รอเควิน”
“ถ้าไม่ว่าอะไรข้ามีภารกิจให้ทำค่ะ...แม้ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับเรา แต่เราก็มีภารกิจสำหรับผู้เล่นอื่นรองรับเหมือนกันค่ะ” จีน่ารีบพูดแทรกขึ้นมา ซึ่งนั่นทำให้ทั้งเอกอนและเทลเลอร์มองเธออย่างสนใจอีกครั้งทันที
“เธอมอบภารกิจได้ เธอเป็นNPC หรอกเหรอ” เอกอนถามอย่างสงสัย
“เปล่าค่ะ ข้าเป็นเป็นมอนสเตอร์กึ่ง NPC....”
“เดี๋ยว” จู่ ๆ เทลเลอร์ก็ขัดขึ้นมา “มอนสเตอร์กึ่ง NPC มันเป็นยังไงครับ”
“เป็นตัวละครที่มีอำนาจของมอนสเตอร์กึ่งหนึ่งและอำนาจของ NPC กึ่งหนึ่งค่ะ...” จีน่าหยุดพูดชงักเมื่อพบว่ามีเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มขึ้นอยู่บนหน้าของเอกอนกับเทลเลอร์
“งั้นข้าจะอธิบายตั้งแต่ต้นนะคะ ปกติ NPC คือผู้ที่มอบภารกิจ มอบทักษะ มอบไอเทม หรือแม้กระทั่งความรู้ความสามารถต่าง ๆ กับผู้เล่น และยังเป็นผู้ดำเนินเรื่องภายในเกมส์ ซึ่งถ้าถูกฆ่าตายจะไม่มีไอเทม ค่าประสบการณ์ และเงินรางวัลตกให้ แถมยังเกิดใหม่เป็น NPC ตัวเดิมได้อีกต่างหาก อีกทั้งระดับก็ยังไม่มีเหมือนมอนสเตอร์ ส่วนความสามารถและทักษะก็ถูกจำกัดโดยระบบ แต่ถ้าเป็นเป็นมอนสเตอร์กึ่ง NPC นั้นเป็นตรงกันข้ามที่พูดมาค่ะ นั่นก็คือนอกจากจะสามารถตกไอเทม ค่าประสบการณ์ และเงินรางวัลให้แก่ผู้ที่สังหารได้ ยังสามารถมอบภารกิจหรือมอบอะไรก็ตามที่ระบบกำหนดไว้ให้กับผู้เล่นได้อีกต่างหาก ซ้ำยังมีระดับไว้เลื่อนความสามารถของตนเอง แต่หากถูกฆ่าตายแล้วก็ไม่สามารถจะกลับมาเป็นตัวเดิมได้อีก พอจะเข้าใจมั๊ยคะ” ประโยคท้ายเธอหันมาถามย้ำกับผู้ที่ตั้งคำถามให้กับตัวเอง ซึ่งเธอก็ได้รับอาการพยักหน้าเป็นคำตอบแทน
“จากที่ฟังมาเหมือนเธอจะสามารถประมวลผลคำพูดได้เองเลย” เอกอนเปรยถามออกมาเป็นนัย
“ใช่แล้วค่ะ...ข้าเป็นมอนสเตอร์กึ่ง NPC ที่มีระบบให้คิดได้เองค่ะ”
จีน่าพูดจบทั้งเทลเลอร์กับเอกอนก็แสดงอาการแปลกออกมาทันที มันเป็นอาการที่ทั้งระวังตัวกับสงสัยปนเปกัน และเหมือนจีน่าจะเข้าใจอาการเหล่านั้นด้วยเธอจึงขยายความให้ฟัง
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ...แม้จะคิดได้เองแต่ NPC และมอนสเตอร์กึ่งNPC ไม่ทรยศแน่นอนค่ะ เพราะพวกเราตั้งอยู่บนรากฐานของระบบ ซึ่งแตกต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไปที่คิดได้เองอย่างเป็นอิสระ ราวกับเป็นผู้เล่นคนหนึ่งค่ะ” จีน่ายิ้มให้ปิดท้าย แล้วทั้งเอกอนกับเทลเลอร์ก็คลายอาการเหล่านั้นก่อนจะทำตัวตามปกติเช่นเดิม
“ว่าแต่เธอมีภารกิจอะไรให้เราทำล่ะ” เป็นเอกอนที่ถาม ซึ่งจีน่าก็ยิ้มให้เหมือนเช่นทุกครั้งก่อนเธอจะพูด
“ไม่ยากหรอกค่ะ ใกล้ ๆ แปลงผักของหมู่บ้านมักจะมีแมมมอธฝูงหนึ่งมาเหยียบย่ำอยู่บ่อยๆ ทำให้พวกเราเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไม่เต็มที่ และที่ข้าจะขอร้องให้พวกเจ้าทำก็คือช่วยกำจัดให้หน่อยค่ะ”
+++++++++++++++++++++++++
“ที่นี่มันที่ไหน”
คำถามแรกที่ผมถามขึ้นหลังจากที่ถูกวาร์ปจากกระโจม มาโผล่เอา ณ สถานที่แห่งหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าจนสุดลูกหูลูกตา โดยมีเพียงชายชราผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์เท่านั้นที่ยืนเยื้องจากผมไปไม่มาก
“มิติพิเศษ เอาไว้ทดสอบเจ้า”
“ทดสอบ”
“ใช่”
“ทดสอบอะไร” แทนคำตอบจากชายชรา ก็ปรากฏเสียงแจ้งรายละเอียดจากระบบดังขึ้นมาในหัวของผม
‘ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์ ทักษะเพลิงบรรลัยกัลป์ จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ
ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์ ทักษะนัยน์ตาอัคคี จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ
ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์ ทักษะดวงวิญญาณเพลิง จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ
ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์ ทักษะหัวใจนกฟินิกซ์ จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ
ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์ ทักษะอัคคีดั่งในนึก จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ
ผู้เล่นเควินได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์ ทักษะลมหายใจเปลวไฟ จากผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ค่ะ
ผู้เล่นเควินบรรลุเงื่อนไขการได้รับทักษะลับเผ่าพันธุ์ ได้รับภารกิจการทดสอบจากผู้นำ โดยผู้เล่นต้องโจมตีผู้นำเผ่าพันธุ์ให้ได้อย่างน้อยสามครั้ง และให้ใช้ได้เพียงแค่ทักษะเผ่าพันธุ์กับทักษะลับเผ่าพันธุ์ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาเท่านั้นภารกิจจึงจะเสร็จสิ้นค่ะ และหากผู้เล่นทำภารกิจไม่ผ่านทักษะลับเผ่าพันธุ์ทั้งหมดจะถูกลบหายไป และไม่สามารถกลับมาทำภารกิจนี้ซ้ำได้อีกค่ะ…’
“พร้อมหรือยังล่ะ” ชายชราผู้นำเผ่าพูดขึ้นหลังจากที่ระบบหยุดเสียงลง ก่อนจะดีดเท้าเบา ๆ ส่งตัวเองปลิวอย่างอ่อนช้อยล่องลอยไปหยุดอยู่ตรงหน้าของผม
“เดี๋ยวขอเวลาหน่อย” ผมบอกออกไปก่อนจะรีบเปิดหน้าต่างรายเอียดทักษะขึ้นมา เพื่อดูข้อมูลของทักษะลับที่ได้รับมาว่าเป็นเช่นไรแล้วจะต้องใช้ยังไง
ทักษะลับเผ่าพันธุ์ เพลิงบรรลัยกัลป์
เป็นทักษะโจมตีที่สร้างไฟด้วยความร้อนสูงให้เผ่าผลาญศัตรูในรัศมี 50 เมตร
พลังโจมตีด้วยทักษะ 2,150 ~ 2,550 จุด / จำนวนดีเลย์ 15 นาที
ทักษะลับเผ่าพันธุ์ นัยน์ตาอัคคี
เป็นทักษะเสริมที่ทำให้รับรู้การเคลื่อนไหวของศัตรูได้ในรัศมี 500 เมตรได้แม้
จะหลับตาอยู่ก็ตาม แต่จะคงอยู่ได้แค่ 15 นาทีเท่านั้น
จำนวนดีเลย์ 3 ชั่วโมง
ทักษะลับเผ่าพันธุ์ ดวงวิญญาณเพลิง
เป็นทักษะที่สร้างนกไฟขึ้นมาจำนวน 5 ตัว เพื่อช่วยในการโจมตี
นกไฟ : พลังโจมตี 1,000 ~ 1,150 จุด / จำนวนดีเลย์ 5 ชั่วโมง
ทักษะลับเผ่าพันธุ์ หัวใจนกฟินิกซ์
เป็นทักษะที่สามารถแปลงร่างเป็นนกฟินิกซ์ได้ในเวลา 30 นาที (เมื่ออยู่ในร่าง
นกฟินิกซ์จะไม่สามารถใช้ทักษะประจำอาชีพ และทักษะพิเศษได้)
ค่าความสามารถเมื่อเป็นนกฟินิกซ์
พลังโจมตี 950 ~ 1,500 จุด
พลังโจมตีด้วยทักษะ 4,250 ~ 4,500 จุด
จำนวนดีเลย์ 1 วัน
ทักษะลับเผ่าพันธุ์ อัคคีดั่งใจนึก
เป็นทักษะที่สามารถสร้าง ควบคุม แปรเปลี่ยน และพลิกแพลงไฟได้ดั่งใจนึก
เป็นเวลา 20 นาที
พลังโจมตีด้วยทักษะ 2,950 ~ 3,250 จุด / จำนวนดีเลย์ 15 นาที
ทักษะลับเผ่าพันธุ์ ลมหายใจเปลวไฟ
เป็นทักษะที่ต้องใช้พลังชีวิตของตัวเองเพื่อเรียก มหาเทพนกฟินิกซ์ ให้ออกมา
ช่วยโจมตี โดยเวลาการคงอยู่ของมหาเทพนกฟินิกซ์นั้น จะอยู่ได้ตามพลังชีวิต
ของผู้เรียก มีอัตราดังนี้คือ 5,000,000 หน่วยต่อ 1 นาที
- พลังชีวิตของผู้เล่นเควินในปัจจุบัน : 21,980,000 หน่วย มหาเทพนกฟินิกซ์คงอยู่ได้ 4 นาที
มหาเทพนกฟินิกซ์ : พลังโจมตี 1,800 ~ 1,950 จุด
พลังโจมตีด้วยทักษะ 12,000 ~ 12,250 จุด
จำนวนดีเลย์ 5 ชั่วโมง
“พร้อมแล้ว” ผมกล่าวออกไป แล้วปิดหน้าต่างรายละเอียดทักษะลงหลังจากอ่านเสร็จ พร้อมกับตั้งท่าจะโจมตีเต็มที่ ส่วนในหัวนั้นก็กำลังประมวลผล วิธีการใช้ทักษะของเผ่าพันธุ์ในการโจมตีชายชราตรงหน้าอยู่อย่างรวดเร็ว
“งั้นก็เข้ามาเลย”
ทักษะลับเผ่าพันธุ์ เพลิงบรรลัยกัลป์
ทักษะเผ่าพันธุ์ เปลวเพลิงปักษา
ตูม!