"สวัสดีครับ ผมพอลนะ เป็ผู้จัดการฝ่ายผลิตคนใหม่" พอลแนะนำตัวกับหัวหน้างานฝ่ายผลิตแต่ละแผนก
"สวัสดีครับ/ค่ะ"
พอลปล่อยให้หัวหน้างานกลับไปคุมงานที่แผนกของตัวเอง แล้วเขาก็เดินดูหน้างานว่าตรงไหนติดปัญหาไหม จะได้หาแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
(ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ) วินเหลือบมองเป้าหมายที่ตามหามาตลอด 18 ปี
"มึง ๆ ใส่รองเท้าดี ๆ จป. มา" พนักงานชายบอกเพื่อนที่กำลังใส่รองเท้าทับสน
"จะมาบ่อยทำไมวะ! คนยิ่งอึดอัดอยู่" พนักงานคนนั้นรีบดึงปลายส้นรองเท้าออก แล้วสวมใส่ให้ปกติ
"เออจริง! วัน ๆ เอาแต่เดินไปมา งานการไม่ทำรึไงวะ สบายขนาดนี้กูก็ทำได้เหอะ!!" พนักงานอีกคนซุบซิบกับกลุ่มเพื่อน
"ผงหกที่พื้นอีกแล้วนะพี่ก้อง" วินส่งสายตาไปที่พื้นบริเวณตักวัตถุดิบ ที่มีผงกระจายเต็มพื้น ซึ่งผงนี้จะได้รับอันตรายทางระบบทางเดินหายใจ เมื่อปลิวเข้าจมูกสะสมเป็เวลานาน
"โทษที จป. พี่รีบ ๆ น่ะ เดี๋ยวคราวหลังพี่จะระวังนะ" พนักงานที่รับผิดชอบตักวัตถุดิบเข้าเครื่องเอ่ย
"ครับ พี่ก้องก็ระวังหน่อยนะ สารนี้มันอันตรายถ้ามันปลิวเข้าจมูก" วินบอกพนักงาน เพราะเขาทำวิธีป้องกันให้แล้ว ทั้งปรับที่ตักสารใหม่ เพื่อไม่ให้หก และทำที่ใส่สารให้ปากกว้างขึ้น และไม่ลืมที่จะให้พนักงานสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น
แต่ก็นั่นแหละ ถึงจะหาแนวทางป้องกันให้ขนาดไหน ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะคนไม่ใช่เครื่องจักร ที่จะควบคุมได้เป๊ะ ๆ ขนาดนั้น และเขาก็พยายามอยากให้พนักงานคนนี้สวมหน้ากากป้องกันตลอด เพื่อตัวของพนักงานเอง แต่ก็เจอบ่อยที่พนักงานชอบถอดออก และจะใส่เมื่อเขาเดินมา
(ใครบอกงาน จป. สบาย ที่เห็นเดินไปมาคือสำรวจหาจุดเสี่ยงเพื่อไม่ให้พนักงานเกิดอันตราย และต้องไปคิดหาแนวทางแก้ไขให้เหมาะกับหน้างานและต้องเป็ไปตามมาตรฐานของกฎหมาย นี่ยังไม่รวมเื่เอกสารต่าง ๆ ที่ต้องทำส่งหน่วยงานราชการ การประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องเข้ามาตรวจระบบต่าง ๆ ภายในโรงงานอีก แล้วก็ยังมีต้องจัดทำแผนซ้อมอพยพและดับเพลิง รวมถึงแผนเก็บกู้สารเคมีรั่วไหล หรือแผนอื่น ๆ ที่โรงงานมีโอกาสเกิดเหตุอันตรายได้ ทำทั้งปียังเกือบจะไม่ทัน และที่สำคัญมาก ๆ คือ จะทำยังไงให้พนักงานปฏิบัติตามนี่แหละ เฮ้อ....ปวดหัวโว้ยยยยย!!!) วินโวยวายในใจ
วินเดินสำรวจจนครบ พร้อมกับถ่ายรูปจุดเสี่ยง เพื่อไปหาวิธีแก้ไข ถ้าจุดไหนต้องซ่อมหรือสร้างขึ้นมาใหม่ ถ้าไม่ใหญ่มากก็จะขอให้พี่ ๆ ช่างประจำโรงงานช่วยทำให้ และนั่นก็อีกประเด็น เพราะพี่ ๆ ช่างเวลาเห็นหน้าเขาก็จะพูดเป็เสียงเดียวกัน
"งานพวกพี่เยอะแล้ว จป. อันเดิมยังไม่เสร็จเลย"
"ขอเพิ่มอีกอันนะครับ มันสำคัญจริง ๆ" วินพยายามอ้อนวอน
"จป. ก็พูดแบบนี้ทุกทีนั่นแหละ มีอันไหนที่ไม่สำคัญบ้าง"
"แฮร่...เพื่อพวกเราทุกคนไงครับ ถ้าเกิดเหตุขึ้น โรงงานหยุด พวกเราก็ขาดรายได้นะ" วินพยายามโน้มน้าว
"งั้นก็บอกให้บริษัทรับสมัครช่างเพิ่มสิ"
"ผมก็อยากให้ทำแบบนั้น แต่เขาบอกว่าช่างยังเพียงพออยู่"
"จะอะไรกันหนักกันหนา แค่เห็นพวกพี่นอนพัก่บ่ายแค่วันละชั่วโมงเอง คิดว่าพวกพี่ว่างงั้นเหรอ"
"ผมว่าพวกพี่ทำได้อยู่แล้ว มีแต่คนเก่ง ๆ ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ ใครมันจะเก่งเท่าพวกพี่ เนอะ! ว่ามั้ย?" วินพยายามโน้มน้าวสุด ๆ
"เออ ๆ นี่เห็นว่าพูดความจริงหรอกนะ เดี๋ยวพวกพี่ทำให้ ส่งรายละเอียดมาแล้วกัน" สุดท้ายก็ยอม
"รับทราบครับผมมมม" เป็ จป. ที่ต้องมีทักษะออดอ้อนให้เป็ ไม่งั้นอยู่ยาก
วินเงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นผู้จัดการฝ่ายผลิตแล้ว คงไปดูงานตึกอื่นแล้วมั้ง เขาจึงเดินกลับไปที่ออฟฟิศ เพื่อไปทำเอกสารที่ต้องเตรียมส่ง เพราะหมดเขตส่งพรุ่งนี้แล้ว
"มึง ๆ ผู้จัดการใหม่โคตรหล่อ สเปกกูชัด ๆ" ดาว อายุ 35 ปี พนักงานสาวฝ่ายผลิตกำลังซุบซิบกับเพื่อนสาวของตน
"หล่อจริง แต่หล่อน้อยกว่าพี่ภาคของกู" ดิวพนักงานสาวอายุ 35 ปี กำลังพูดถึง ภาคที่เป็ QC. แผนกของตัวเองที่พ่วงตำแหน่งสามีสุดที่รัก
"จ้า จ้า จ้า" ถึงแม้ในใจจะอยากแย้งสุดขีดกะเถอะ
ดิวยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่ได้สามีหล่อ
"มึงว่าเขาจะมีแฟนยังวะ" ดาวถามเพื่อนรักต่อ
"มึงก็สืบสิคะหญิง!"
"แล้วกูจะไปสืบจากไหน?"
"ชื่อจริงเขาไง พิมพ์หาในแอปฟ้าดูสิ"
"เออ..จริงด้วยมึง!!"
"เฮ้อ...อ่อนหัดจริง ๆ เลยเพื่อนกู"
ดาวแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ชื่อผู้จัดการฝ่ายผลิตในแอปฟ้า
"ไม่มีวะมึง! เขาไม่เล่นแอปนี้เหรอวะ"
"ไหนดูดิ๊?" ดิวดึงโทรศัพท์เพื่อนมาดู
"อะแฮม" เสียงดังมาจากด้านหลัง
สองสาวรีบหันหน้ามามอง ก็เจอกับคนที่พวกเขากำลังพูดถึง
"เฮ้ย!"
"ไม่เล่นโทรศัพท์ในเวลางานนะครับ เดี๋ยวเกิดอันตรายนะ" พอลยิ้มอย่างเป็มิตร แต่จริง ๆ เขาไม่อยากให้เล่นโทรศัพท์นั่นแหละ
"ค...ค่ะ" สองสาวยิ้มตอบ พร้อมกับเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าทันที
แล้วพอลก็เดินไปที่จุดอื่น โดยหัวหน้าฝ่ายผลิตเป็คนพาเดินดู
"มึง...จับหัวใจกูดู! เต้นโคตรแรง" ดาวดึงมือเพื่อนให้มาแตะที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองเพื่อยืนยัน
วินเปิดประตูเข้ามาในห้องก็เห็นริวทำหน้าเคร่งเครียดอยู่
"คิ้วจะผูกเป็โบว์อยู่แล้ว เป็ไร?" วินแซว
ริวเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อน "ไอ้วามันถูกแฟนบอกเลิกว่ะ"
"อีกแล้วเหรอวะ?" นี่น่าจะแฟนคนที่ 3 แล้วมั้ง ั้แ่ 1 ปี ที่รู้จักกันมา
"กูสงสารมันว่ะ" ริวมีสีหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
"งั้นเย็นนี้ก็ร้านเดิมใช่ไหม?"
"อื้ม" ริวพยักหน้าตอบ
ทุกครั้งที่วาอกหัก พวกเขา 3 คนจะไปร้านนี้ประจำ เพื่อไปดื่มเป็เพื่อนวา
กริ๊ง~
ติ๊ด!
"ครับ?"
[เอาแบบแรกนั่นแหละ แบบหลังใช้กับสินค้าตัวนี้ไม่ได้]
"เฮ้อ...อือๆ"
[ครับสิ! พูดเป็มั้ย?]
"ไม่จำเป็!"
ติ๊ด!
กันละเหนื่อยใจกับคินแผนกสโตร์ที่ส่งใบขอซื้อเข้ามา พอเขาหาให้เสร็จ ก็บอกว่าอยากได้แบบอื่น แล้วสุดท้ายก็เอาแบบแรกอยู่ดี
เวลา 17.00 น.
พนักงานทุกคนต่างสแกนนิ้วมือเพื่อบอกว่าเลิกงานแล้ว ส่วนบางกลุ่มที่ทำโอทีก็จะยังไม่ต้องสแกน รอสแกนตอนเลิกโอทีเดียว
วินเดินออกมาจากห้องทำงานก็ยังเห็นผู้จัดการฝ่ายผลิตคนใหม่นั่งทำงานที่โต๊ะอยู่ ซึ่งเป็ห้องโถงกว้างที่เปิดโล่ง รวมแผนกควบคุมคุณภาพและฝ่ายผลิตอยู่ด้วยกัน เพราะต้องใช้พื้นที่มากในการทำงาน
(ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับพี่พอล) วินมองไปที่อีกฝ่าย
เหมือนอีกฝ่ายจะรับรู้ถึงการถูกมองจึงละสายตาจากหน้าจอคอม แล้วเงยหน้ามามอง
"..." วินชะงัก เมื่อสบตาเข้ากับสายตาคู่นั้น
พอลก้มหัวเล็กน้อยเชิงทักทายพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็กันเอง
วินยิ้มตอบ แต่ยิ้มไม่สุด พยายามเก็บอาการไม่ให้แสดงออกมากเกินไป เดี๋ยวอีกฝ่ายใ
"ไปได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เจอกันอีก" ริวกระซิบบอกเพื่อนสนิท ให้เลิกมองผู้จัดการได้แล้ว กะจะไม่เหลือไว้มองวันอื่นเลยรึไง
วินหันมามองแรงใส่เพื่อนหนึ่งที แล้วเดินผ่านไป
พอลรู้สึกแปลกใจอยู่นิด ๆ เขารู้สึกว่า จป. คนนี้ ชอบมองเขาบ่อยมาก หรือมีอะไรติดหน้าเขาเหรอ
พอลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่องหน้าดู
"ก็ไม่มีอะไรหนิ สงสัยคิดมากไปมั้ง" พอลวางโทรศัพท์ลง แล้วกลับไปทำงานต่อ เพราะวันนี้คือวันแรก เลยอยากพยายามเข้าใจภาพรวมก่อน พรุ่งนี้จะได้เริ่มขั้นตอนได้อย่างเต็มที่
"ฮือ...ทำไมทำแบบนี้กับกูวะ" วาปล่อยโฮออกมา พร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปากไม่หยุด
"ใจเย็นมึง...เดี๋ยวน็อค" ริวดึงแก้วจากมือวา
วินมองการกระทำของริว ก็นึกสงสารอยู่ในใจ ว่าเพื่อนคงจะเจ็บไม่ต่างจากวาหรอก ที่ต้องคอยมาปลอบคนที่ตัวเองแอบชอบเวลาอกหักจากคนอื่น แล้วน่าจะเจ็บยิ่งกว่า เมื่อรู้ว่าคนที่ตนชอบไปมีแฟนใหม่อีกครั้ง
แปะ แปะ วินแตะไหล่ริวเพื่อให้กำลังใจ และริวรับรู้ว่าวินเป็ห่วงเขา
"กูโคตรรักเขาเลยมึง แต่ทำไมวะ เขาถึงทิ้งกูไปมีคนอื่น รักกับกูมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ.."วาดึงแก้วจากมือของริวมากระดกอีกครั้ง เพื่อย้อมใจความเจ็บที่บาดลึกอยู่ข้างใน
(ใช่...รักกับมึงมันยาก) ริวคิดในใจ ขณะมือยังคอยโอบหลังปลอบใจเพื่อนสนิท