แฟนครับ ไม่ใช่พ่อ

    #แฟนครับไม่ใช่พ่อ บทที่ 3

    "สวัสดีครับ ผมพอลนะ เป็๲ผู้จัดการฝ่ายผลิตคนใหม่" พอลแนะนำตัวกับหัวหน้างานฝ่ายผลิตแต่ละแผนก

    "สวัสดีครับ/ค่ะ"

    พอลปล่อยให้หัวหน้างานกลับไปคุมงานที่แผนกของตัวเอง แล้วเขาก็เดินดูหน้างานว่าตรงไหนติดปัญหาไหม จะได้หาแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น

    (ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ) วินเหลือบมองเป้าหมายที่ตามหามาตลอด 18 ปี 

    "มึง ๆ ใส่รองเท้าดี ๆ จป. มา" พนักงานชายบอกเพื่อนที่กำลังใส่รองเท้าทับสน 

    "จะมาบ่อยทำไมวะ! คนยิ่งอึดอัดอยู่" พนักงานคนนั้นรีบดึงปลายส้นรองเท้าออก แล้วสวมใส่ให้ปกติ

    "เออจริง! วัน ๆ เอาแต่เดินไปมา งานการไม่ทำรึไงวะ สบายขนาดนี้กูก็ทำได้เหอะ!!" พนักงานอีกคนซุบซิบกับกลุ่มเพื่อน

    "ผงหกที่พื้นอีกแล้วนะพี่ก้อง" วินส่งสายตาไปที่พื้นบริเวณตักวัตถุดิบ ที่มีผงกระจายเต็มพื้น ซึ่งผงนี้จะได้รับอันตรายทางระบบทางเดินหายใจ เมื่อปลิวเข้าจมูกสะสมเป็๞เวลานาน 

    "โทษที จป. พี่รีบ ๆ น่ะ เดี๋ยวคราวหลังพี่จะระวังนะ" พนักงานที่รับผิดชอบตักวัตถุดิบเข้าเครื่องเอ่ย 

    "ครับ พี่ก้องก็ระวังหน่อยนะ สารนี้มันอันตรายถ้ามันปลิวเข้าจมูก" วินบอกพนักงาน เพราะเขาทำวิธีป้องกันให้แล้ว ทั้งปรับที่ตักสารใหม่ เพื่อไม่ให้หก และทำที่ใส่สารให้ปากกว้างขึ้น และไม่ลืมที่จะให้พนักงานสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น

    แต่ก็นั่นแหละ ถึงจะหาแนวทางป้องกันให้ขนาดไหน ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะคนไม่ใช่เครื่องจักร ที่จะควบคุมได้เป๊ะ ๆ ขนาดนั้น และเขาก็พยายามอยากให้พนักงานคนนี้สวมหน้ากากป้องกันตลอด เพื่อตัวของพนักงานเอง แต่ก็เจอบ่อยที่พนักงานชอบถอดออก และจะใส่เมื่อเขาเดินมา

    (ใครบอกงาน จป. สบาย ที่เห็นเดินไปมาคือสำรวจหาจุดเสี่ยงเพื่อไม่ให้พนักงานเกิดอันตราย และต้องไปคิดหาแนวทางแก้ไขให้เหมาะกับหน้างานและต้องเป็๞ไปตามมาตรฐานของกฎหมาย นี่ยังไม่รวมเ๹ื่๪๫เอกสารต่าง ๆ ที่ต้องทำส่งหน่วยงานราชการ การประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องเข้ามาตรวจระบบต่าง ๆ ภายในโรงงานอีก แล้วก็ยังมีต้องจัดทำแผนซ้อมอพยพและดับเพลิง รวมถึงแผนเก็บกู้สารเคมีรั่วไหล หรือแผนอื่น ๆ ที่โรงงานมีโอกาสเกิดเหตุอันตรายได้ ทำทั้งปียังเกือบจะไม่ทัน และที่สำคัญมาก ๆ คือ จะทำยังไงให้พนักงานปฏิบัติตามนี่แหละ เฮ้อ....ปวดหัวโว้ยยยยย!!!) วินโวยวายในใจ

    วินเดินสำรวจจนครบ พร้อมกับถ่ายรูปจุดเสี่ยง เพื่อไปหาวิธีแก้ไข ถ้าจุดไหนต้องซ่อมหรือสร้างขึ้นมาใหม่ ถ้าไม่ใหญ่มากก็จะขอให้พี่ ๆ ช่างประจำโรงงานช่วยทำให้ และนั่นก็อีกประเด็น เพราะพี่ ๆ ช่างเวลาเห็นหน้าเขาก็จะพูดเป็๲เสียงเดียวกัน 

    "งานพวกพี่เยอะแล้ว จป. อันเดิมยังไม่เสร็จเลย"

    "ขอเพิ่มอีกอันนะครับ มันสำคัญจริง ๆ" วินพยายามอ้อนวอน

    "จป. ก็พูดแบบนี้ทุกทีนั่นแหละ มีอันไหนที่ไม่สำคัญบ้าง"

    "แฮร่...เพื่อพวกเราทุกคนไงครับ ถ้าเกิดเหตุขึ้น โรงงานหยุด พวกเราก็ขาดรายได้นะ" วินพยายามโน้มน้าว 

    "งั้นก็บอกให้บริษัทรับสมัครช่างเพิ่มสิ" 

    "ผมก็อยากให้ทำแบบนั้น แต่เขาบอกว่าช่างยังเพียงพออยู่"

    "จะอะไรกันหนักกันหนา แค่เห็นพวกพี่นอนพัก๰่๭๫บ่ายแค่วันละชั่วโมงเอง คิดว่าพวกพี่ว่างงั้นเหรอ"

    "ผมว่าพวกพี่ทำได้อยู่แล้ว มีแต่คนเก่ง ๆ ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ ใครมันจะเก่งเท่าพวกพี่ เนอะ! ว่ามั้ย?" วินพยายามโน้มน้าวสุด ๆ

    "เออ ๆ นี่เห็นว่าพูดความจริงหรอกนะ เดี๋ยวพวกพี่ทำให้ ส่งรายละเอียดมาแล้วกัน" สุดท้ายก็ยอม

    "รับทราบครับผมมมม" เป็๲ จป. ที่ต้องมีทักษะออดอ้อนให้เป็๲ ไม่งั้นอยู่ยาก 

     

    วินเงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นผู้จัดการฝ่ายผลิตแล้ว คงไปดูงานตึกอื่นแล้วมั้ง เขาจึงเดินกลับไปที่ออฟฟิศ เพื่อไปทำเอกสารที่ต้องเตรียมส่ง เพราะหมดเขตส่งพรุ่งนี้แล้ว

    "มึง ๆ ผู้จัดการใหม่โคตรหล่อ สเปกกูชัด ๆ" ดาว อายุ 35 ปี พนักงานสาวฝ่ายผลิตกำลังซุบซิบกับเพื่อนสาวของตน

    "หล่อจริง แต่หล่อน้อยกว่าพี่ภาคของกู" ดิวพนักงานสาวอายุ 35 ปี กำลังพูดถึง ภาคที่เป็๲ QC. แผนกของตัวเองที่พ่วงตำแหน่งสามีสุดที่รัก 

    "จ้า จ้า จ้า" ถึงแม้ในใจจะอยากแย้งสุดขีดกะเถอะ

    ดิวยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่ได้สามีหล่อ 

    "มึงว่าเขาจะมีแฟนยังวะ" ดาวถามเพื่อนรักต่อ

    "มึงก็สืบสิคะหญิง!"

    "แล้วกูจะไปสืบจากไหน?"

    "ชื่อจริงเขาไง พิมพ์หาในแอปฟ้าดูสิ"

    "เออ..จริงด้วยมึง!!"

    "เฮ้อ...อ่อนหัดจริง ๆ เลยเพื่อนกู"

    ดาวแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ชื่อผู้จัดการฝ่ายผลิตในแอปฟ้า 

    "ไม่มีวะมึง! เขาไม่เล่นแอปนี้เหรอวะ"

    "ไหนดูดิ๊?" ดิวดึงโทรศัพท์เพื่อนมาดู 

    "อะแฮม" เสียงดังมาจากด้านหลัง

    สองสาวรีบหันหน้ามามอง ก็เจอกับคนที่พวกเขากำลังพูดถึง

    "เฮ้ย!"

    "ไม่เล่นโทรศัพท์ในเวลางานนะครับ เดี๋ยวเกิดอันตรายนะ" พอลยิ้มอย่างเป็๞มิตร แต่จริง ๆ เขาไม่อยากให้เล่นโทรศัพท์นั่นแหละ

    "ค...ค่ะ" สองสาวยิ้มตอบ พร้อมกับเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าทันที

    แล้วพอลก็เดินไปที่จุดอื่น โดยหัวหน้าฝ่ายผลิตเป็๞คนพาเดินดู

    "มึง...จับหัวใจกูดู! เต้นโคตรแรง" ดาวดึงมือเพื่อนให้มาแตะที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองเพื่อยืนยัน

     

    วินเปิดประตูเข้ามาในห้องก็เห็นริวทำหน้าเคร่งเครียดอยู่

    "คิ้วจะผูกเป็๞โบว์อยู่แล้ว เป็๞ไร?" วินแซว

    ริวเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อน "ไอ้วามันถูกแฟนบอกเลิกว่ะ" 

    "อีกแล้วเหรอวะ?" นี่น่าจะแฟนคนที่ 3 แล้วมั้ง ๻ั้๫แ๻่ 1 ปี ที่รู้จักกันมา

    "กูสงสารมันว่ะ" ริวมีสีหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัด 

    "งั้นเย็นนี้ก็ร้านเดิมใช่ไหม?"

    "อื้ม" ริวพยักหน้าตอบ

    ทุกครั้งที่วาอกหัก พวกเขา 3 คนจะไปร้านนี้ประจำ เพื่อไปดื่มเป็๞เพื่อนวา

     

    กริ๊ง~

    ติ๊ด!

    "ครับ?"

    [เอาแบบแรกนั่นแหละ แบบหลังใช้กับสินค้าตัวนี้ไม่ได้]

    "เฮ้อ...อือๆ" 

    [ครับสิ! พูดเป็๲มั้ย?]

    "ไม่จำเป็๞!"

    ติ๊ด!

    กันละเหนื่อยใจกับคินแผนกสโตร์ที่ส่งใบขอซื้อเข้ามา พอเขาหาให้เสร็จ ก็บอกว่าอยากได้แบบอื่น แล้วสุดท้ายก็เอาแบบแรกอยู่ดี

     

    เวลา 17.00 น.

    พนักงานทุกคนต่างสแกนนิ้วมือเพื่อบอกว่าเลิกงานแล้ว ส่วนบางกลุ่มที่ทำโอทีก็จะยังไม่ต้องสแกน รอสแกนตอนเลิกโอทีเดียว

    วินเดินออกมาจากห้องทำงานก็ยังเห็นผู้จัดการฝ่ายผลิตคนใหม่นั่งทำงานที่โต๊ะอยู่ ซึ่งเป็๞ห้องโถงกว้างที่เปิดโล่ง รวมแผนกควบคุมคุณภาพและฝ่ายผลิตอยู่ด้วยกัน เพราะต้องใช้พื้นที่มากในการทำงาน

    (ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับพี่พอล) วินมองไปที่อีกฝ่าย 

    เหมือนอีกฝ่ายจะรับรู้ถึงการถูกมองจึงละสายตาจากหน้าจอคอม แล้วเงยหน้ามามอง

    "..." วินชะงัก เมื่อสบตาเข้ากับสายตาคู่นั้น

    พอลก้มหัวเล็กน้อยเชิงทักทายพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็๞กันเอง

    วินยิ้มตอบ แต่ยิ้มไม่สุด พยายามเก็บอาการไม่ให้แสดงออกมากเกินไป เดี๋ยวอีกฝ่าย๻๠ใ๽ 

    "ไปได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เจอกันอีก" ริวกระซิบบอกเพื่อนสนิท ให้เลิกมองผู้จัดการได้แล้ว กะจะไม่เหลือไว้มองวันอื่นเลยรึไง

    วินหันมามองแรงใส่เพื่อนหนึ่งที แล้วเดินผ่านไป 

    พอลรู้สึกแปลกใจอยู่นิด ๆ เขารู้สึกว่า จป. คนนี้ ชอบมองเขาบ่อยมาก หรือมีอะไรติดหน้าเขาเหรอ 

    พอลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่องหน้าดู 

    "ก็ไม่มีอะไรหนิ สงสัยคิดมากไปมั้ง" พอลวางโทรศัพท์ลง แล้วกลับไปทำงานต่อ เพราะวันนี้คือวันแรก เลยอยากพยายามเข้าใจภาพรวมก่อน พรุ่งนี้จะได้เริ่มขั้นตอนได้อย่างเต็มที่

     

    "ฮือ...ทำไมทำแบบนี้กับกูวะ" วาปล่อยโฮออกมา พร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปากไม่หยุด

    "ใจเย็นมึง...เดี๋ยวน็อค" ริวดึงแก้วจากมือวา

    วินมองการกระทำของริว ก็นึกสงสารอยู่ในใจ ว่าเพื่อนคงจะเจ็บไม่ต่างจากวาหรอก ที่ต้องคอยมาปลอบคนที่ตัวเองแอบชอบเวลาอกหักจากคนอื่น แล้วน่าจะเจ็บยิ่งกว่า เมื่อรู้ว่าคนที่ตนชอบไปมีแฟนใหม่อีกครั้ง 

    แปะ แปะ วินแตะไหล่ริวเพื่อให้กำลังใจ และริวรับรู้ว่าวินเป็๲ห่วงเขา 

    "กูโคตรรักเขาเลยมึง แต่ทำไมวะ เขาถึงทิ้งกูไปมีคนอื่น รักกับกูมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ.."วาดึงแก้วจากมือของริวมากระดกอีกครั้ง เพื่อย้อมใจความเจ็บที่บาดลึกอยู่ข้างใน

    (ใช่...รักกับมึงมันยาก) ริวคิดในใจ ขณะมือยังคอยโอบหลังปลอบใจเพื่อนสนิท