บทที่ 2 เริ่มแผนการ
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ริต้าได้รู้จักคิริลมากขึ้นจากการแอบสืบเื่ราวของเขาความตั้งใจในการแกล้งคิริลก็เริ่มชัดเจนมากขึ้นในหัวของเธอริต้าเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงพร้อมกับความคิดที่แอบก่อตัวขึ้นในใจ
“วันนี้แหละ...ฉันจะเริ่มแผนการสุดแสบของฉัน”
ริต้าบอกกับตัวเองก่อนที่จะหยุดคิดริต้าหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาและเริ่มเขียนแผนการของเธอลงไปอย่างรวดเร็วในขณะที่นิ้งนั่งอยู่ข้างๆและเฝ้ามองอย่างสงสัย
“ แกทำอะไรอยู่ฮะ?”
นิ้งถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ฉันกำลังวางแผนจะทำให้คิริลตกหลุมรักฉันแต่จะไม่ทำให้เขารู้ตัวหรอกนะ”
ริต้าตอบพลางยิ้มร้ายๆ
“อะไรนะ?นี่แกจะเอาจริงหรอแล้วแกจะทำยังไง?”
นิ้งเริ่มสนใจขึ้นมาแล้วริต้าพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ง่ายๆเลย!ฉันจะเริ่มจากการทำให้เขารู้สึกไม่สามารถหยุดคิดถึงฉันได้ โดยไม่ให้เขารู้ว่าฉันสนใจเขามันจะต้องเหมือนเป็การทดสอบไม่ใช่แค่การแกล้งธรรมดา”
“แสดงว่าแกจะทำให้เขามีความรู้สึกก่อนใช่มั้ย?”
นิ้งถามด้วยสีหน้าเริ่มเข้าใจ
“ใช่!”
ริต้ายิ้มกว้างแล้วตบมือ
“ฉันจะเริ่มจากการหาจังหวะที่เหมาะสมเช่น...พยายามให้เขาเห็นฉันในมุมต่างๆ บางครั้งก็ให้เขาเห็นว่าฉันไม่ได้สนใจเขาเลยแต่จริงๆแล้วฉันกำลังวางแผนที่จะทำให้เขาหลงรักฉัน”
นิ้งทำท่าทางเหมือนจะไม่เชื่อ
“โอเค... แล้วจะให้เขารู้ได้ยังไงว่าแกเป็คนพิเศษ?ไม่ใช่เขาจะคิดว่าแกเป็ผู้ก่อกวนหรอกนะ”
“นี่แกอยู่ข้างใครกันแน่เนี่ยแกจะอยู่ข้างฉันหรืออยู่ข้างเขา!ไม่รู้แหละถึงยังไงเกมนี้ฉันก็ต้องชนะฉันจะต้องเปลี่ยนลุคให้เขาสังเกตเห็น เช่น การใส่ชุดที่ดูดีขึ้นหรือการเข้าไปในที่ที่เขาไม่คิดว่าเราจะเจอกันบ่อยๆ ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าฉันแค่คนธรรมดาที่มีเสน่ห์”
ริต้าอธิบายอย่างคล่องแคล่วนิ้งพยักหน้าเบาๆ
“โอเค แต่แกแน่ใจนะว่าจะทำได้?”
ริต้ายิ้มกรุ้มกริ่ม
“แน่ใจสิ ฉันไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว”
แต่แล้วเมื่อริต้าคิดถึงแผนการนี้เธอก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นในใจเริ่มมีเสียงดังขึ้น
“ถ้าคิริลหลงรักฉัน...เขาจะรู้สึกยังไงนะ?เขาจะยอมรับรักฉันหรือเปล่า?”
แต่แล้วเธอก็ส่ายหัว ไล่ความคิดนั้นออกไปมันเป็แค่การแกล้งแบบสนุกๆไม่ได้มีความหมายอะไรแต่ก็ไม่สามารถหยุดคิดถึงเขาได้เหมือนกันขณะนั้นนิ้งมองริต้าแล้วหัวเราะออกมา
“ถ้าทำได้ แกจะเก่งสุดๆ เลยนะ ริต้า!”
ริต้าหัวเราะพร้อมกับยักไหล่
“เห็นไหม?ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้ แกคอยดูได้เลย!”
ทั้งสองสาวต่างรู้สึกตื่นเต้นกับแผนการที่วางไว้ถึงแม้ว่าแผนการของริต้าอาจจะดูง่าย แต่ใครจะรู้ว่า... ความท้าทายที่เธอเริ่มต้นขึ้นจะกลายเป็จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ไม่อาจคาดคิดถึงผลลัพธ์สุดท้ายเลยก็เป็ได้
หลังจากนั้นไม่นานในขณะที่ริต้ากำลังเดินไปที่ตึกเรียน ริต้าก็เห็นคิริลยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของตึกเขากำลังยืนตรง มือกำเอกสารแล้วหันมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจใครริต้าหัวเราะในใจเพราะรู้ว่ามันคือเวลาที่จะทดสอบแผนการของเธอ
“ได้เวลาแล้ว”
ริต้าพึมพำในใจ ก่อนที่จะเดินตรงไปหาคิริลอย่างมั่นใจแต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเดินชนเขาอีกครั้งและมันก็ไม่เป็อย่างที่คิด...พอชนเข้ากับคนที่ยืนอยู่กลางทางเดินโดยทำทีเหมือนไม่ได้ตั้งใจ!
“โอ๊ย!”
เสียงร้องของริต้าออกมาด้วยความใพร้อมกับกระเป๋าที่เกือบหลุดมือตอนแรกคิดว่าเขาคงจะก้มลงช่วยเธอเก็บแต่เปล่าเลยแค่ชนกันเล็กน้อยแต่พอเงยหน้าขึ้นไปเจอกับสายตาเ็าและคมกริบของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนมองเธออยู่เขาคือ คิริลรุ่นพี่ปีสามที่เรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ใบหน้าเฉยชาของเขาทำให้ริต้าเกือบจะหงุดหงิดทันที
“ขอโทษค่ะ!”
ริต้าร้องขอโทษพร้อมยิ้มแหยๆ แต่คำพูดของเขากลับทำให้เธอรู้สึกถึงความเ็าที่มากกว่าคำขอโทษ
“ไม่เป็ไรครับ”
คิริลตอบกลับมาเสียงเรียบไม่ต่างจากเสียงของเครื่องจักร
“แค่ชนเท่านั้นเอง”
ริต้าหรี่ตาและทำหน้าเหมือนจะอึ้ง
“แค่ชนเนี่ยนะ?ใจดีจังเลยนะคะรุ่นพี่”
เธอพูดเสียงเบา แต่ปากก็เริ่มกะพริบเล็กน้อย
“ต่อไปนี้คงจะระวังตัวหน่อยนะคะ”
ริต้าเสริมด้วยความหมั่นไส้ที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียง
คิริลมองเธอจากหัวจรดเท้าแล้วค่อยๆ พยักหน้าช้าๆ
“ระวังตัวเหรอ? หรือว่าเธอหมายถึง... ระวังตัวเองไม่ให้ชนคนอื่นก่อน?”
“แล้วแต่นะคะ รุ่นพี่!”
ริต้ากลับตอบด้วยท่าทีที่ยียวนเช่นกันก่อนจะส่ายหัวเบาๆแล้วก้าวเท้ากลับไป
“ก็แค่ชนแค่นี้แหละค่ะ อย่าคิดมาก”
แล้วคิริลก็แค่ยิ้มขำๆในใจแม้ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาแต่ก็รู้สึกแปลกๆว่าทำไมรุ่นน้องคนนี้ถึงพูดเก่งขนาดนี้แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากและหันไปเดินต่อ
ริต้ากำมือเป็กำปั้นเล็กๆแล้วเงียบไป
“มีรุ่นพี่แบบนี้ด้วยหรอคะ...พูดจาเหมือนหุ่นยนต์เลยนะเอ๊ะ…หรือว่าจะใช่”
เธอกัดฟันแล้วเดินไปตามเส้นทางของตัวเองด้วยความหงุดหงิดแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามว่า...ทำไมคิริลถึงเ็าแบบนี้กันนะ แล้วแบบนี้แผนฉันจะสำเร็จไหมเนี่ย?
อาทิตย์แรกที่มามหาวิทยาลัยมันเริ่มจะวุ่นวายจนไม่รู้จะทำยังไงแล้วริต้าเงียบไปในหัวใจ แต่ก็ยิ้มบางๆ
“ไม่เป็ไร... ถ้ารุ่นพี่จะไม่สนใจ... งั้นก็ให้มันรู้กันไปเลยว่าเกมนี้ใครจะชนะ!”
หลังจากที่ริต้าได้เล่าเื่การเจอคิริลให้เพื่อน ๆ ฟัง เสียงหัวเราะและการพูดคุยระหว่างเพื่อนๆก็เริ่มดังขึ้นทันทีในกลุ่ม เธอเล่าเื่ราวทั้งหมดเกี่ยวกับการปะทะคารมครั้งแรกอย่างเต็มที่โดยที่ยังไม่ลืมที่จะบอกว่าคิริลคนนั้นเ็าแค่ไหน
“โห...เข้าข่ายเทพบุตรสุดเ็าแท้ๆคิริลคนนั้นนิ่งมาก! แบบ...เหมือนหุ่นยนต์เลยหากเป็อย่างนี้ริต้าของเราคงต้องทำการบ้านอย่างหนักแล้วแหละ!”
ฟ้าพูดไปพร้อมกับยิ้มขำ
“เห็นแล้วรู้สึกเหมือนจะโดนดูดกลืนไปเลย!”
“แต่...จะว่าไปนะ ริต้า... คิดว่าเขาจะสนใจแกไหม?หากเขายังเป็แบบนี้อยู่ฉันว่าแกนั่นแหละจะต้องเป็ฝ่ายล้มเลิกแผนการหวังว่าแกคงไม่เป็ประสาทก่อนนะก่อนที่แผนแกจะชนะน่ะ”
นิ้งถามขึ้น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและขบขัน
“เขาไม่ค่อยมีท่าทีจะยิ้มให้ใครง่ายๆ สักคนเลยนะ”
ริต้ายิ้มพลางยักไหล่
“ก็ต้องลองดูสิ ถ้าเราไม่ลองทำอะไรบ้างก็ไม่มีทางรู้ว่าจะได้ผลไหมคนเรามันก็ต้องมีจุดอ่อนบ้างละวะ”
นิ้งยิ้มกรุ้มกริ่ม
“งั้นเรามาลองกันดีกว่าเอาเป็ว่า... เราจะเดิมพันกันว่าถ้าแกสามารถทำให้คิริลตกหลุมรักหรือมีความสนใจในตัวแกได้ไหมนะ?”
ริต้าหรี่ตาและยิ้มกลับไปอย่างท้าทาย
“เอาสิ! ถ้าฉันทำให้เขาสนใจฉันไม่ได้ฉันจะเลี้ยงกาแฟพวกแกหนึ่งเดือนเต็มแต่ถ้าฉันทำได้...พวกแกคงต้องซื้อกาแฟให้ฉันทุกวันไปหนึ่งเดือนนะ!”
ทุกคนในกลุ่มได้ยินก็สนุกสนานและเริ่มเดิมพันกันใหญ่พร้อมทั้งบอกว่าใครจะเป็ฝ่ายชนะตามแผนของริต้า
“ดูเหมือนว่าแกจะสนุกกับการเอาชนะแล้วนะ ริต้า! เอาล่ะ... แกต้องทำให้คิริลสนใจเธอให้ได้ แต่ก็ต้องแกล้งให้มันดูธรรมชาตินะ!”
ฟ้าหัวเราะแล้วเริ่มตั้งใจคิด
“จะว่าไปถ้าแกทำได้ล่ะก็...ต้องยอมรับเลยนะว่าแกสุดยอดมาก!แต่ถ้าไม่...ก็ยอมรับกาแฟเต็มปากเลยเหมือนกัน!”
นิ้งยิ้มเอียงไปทางริต้า
“ โอเค…ดิว!”
ริต้าเอ่ยอย่างมั่นใจแม้จะรู้ดีว่าสถานการณ์นี้จะยากลำบากแค่ไหนจากนั้นทั้งกลุ่มก็เริ่มสนุกกับการเดิมพันครั้งนี้โดยเฉพาะนิ้งที่ให้คำแนะนำว่า
“จำไว้นะ ริต้า... แสดงออกมาให้เขารู้สึกสนใจในตัวเธอแต่ก็ต้องทำให้มันดูเป็ธรรมชาติที่สุดบางทีความสนุกมันอาจจะอยู่ที่การท้าทายตัวเองกับเขาก็ไ
ด้!”
“เอาล่ะ!มาคอยดูว่าแผนนี้จะเวิร์คไหม!”
ริต้ายิ้มท้าทายและมั่นใจมากขึ้น