“เป็นไปไม่ได้”
ตาของเธอจะไปยกบ้านให้คนอื่นได้ยังไงกัน อิงค์มองด้วยความไม่เข้าใจ
“มีเรื่องอะไร”ออสที่เข้าไปอาบน้ำหลังอิงค์พึ่งจะลงมาถึงก็เข้าไปถามกับอีฟ ซึ่งเธอก็สรุปเรื่องให้คร่าวๆอย่างรวดเร็ว
“เอาไงดีคะ?”
“ถ้าสองคนนี้รู้จักกันเรารอดูไปก่อนดีกว่า”ออสตัดสินใจเพราะไม่รู้เรื่องนางมินตรามาก่อน
“ไม่เอาน่าอิงค์นี่เอกสารเธอลองเอาไปดูก่อนก็ได้ ตาเธอเอ็นดูเพียวมากก็เลยตัดสินใจว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขาจะยกบ้านหลังนี้ให้เพียวหนะ”
ยกบ้านให้คนอื่นทั้งๆที่เธอยังอยู่เนี่ยนะ อิงค์เดินตรงไปหยิบเอกสารที่นางมินตรามาดู
เอกสารในมือเธอเป็นแค่ตัวสำเนาเท่านั้น อิงค์ก้มอ่านลงอ่านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ออสเองก็เดินเข้าไปอ่านด้วยเช่นกัน นางมินตราขมวดคิ้วมองชายหนุ่มมองชายหนุ่มก่อนจะจำได้ว่าหน้าเหมือนในรูปที่อิงค์ให้ดูแล้วบอกว่าเป็นแฟน
“ไงชัดเจนนะ”นางมินตราพูดถามขึ้นระหว่างที่อิงค์อ่านอยู่
อิงค์ที่อ่านเอกสาร ยิ่งอ่านก็ยิ่งขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าไป
เอกสารพินัยกรรมมันไม่ได้เขียนแต่เป็นการพิมพ์แล้วท้ายเอกสารก็มีลายเซ็นของคุณตาเธอกำกับ แถมเหมือนจะกันพลาดปั้มลายนิิ้วมือเอาไว้ด้วยอีกต่างหาก
ในเอกสารระบุเอาไว้ชัดเจนว่าหากเจ้าตัวมีอันเป็นไป ให้ยกบ้านและที่ดินหลังนี้ให้กับนาย พิพัฒ หรือ เพียว ลูกสาวของนางมินตรา
“ฉันไม่เชื่อ ป้าเอาเอกสารมาจากไหนตาจะไปยกบ้านให้คนอื่นทั้งๆที่ฉันยังอยู่ได้ยังไง”อิงค์หันไปพูดกับนางมินตราเสียงดังจนเกือบจะเป็นตวาด
“เหอะจะเอามาจากไหนมันสำคัญยังไง ส่วนตาเธอจะยกบ้านให้ใครทั้งๆที่เธอยังอยู่มันก็เรื่องของตาเธอสิ รู้แค่มันมีผลทางกฏหมายก็พอแล้ว”ยังไม่ทันที่นางมินตราจะตอบอีกเสียงก็ดังขึ้นก่อน
“ลุงสุวัตร”ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“เก็บของออกไปได้แล้วเราให้เวลา1วันเดี๋ยววันพรุ่งนี้เราจะให้ช่างกลับมาปรับปรุงบ้านจะได้ปล่อยเช่าได้”นายสุวัตรพูดอย่างไม่แยแส
“ฉันไม่ไป แล้วก็ไม่ให้ปล่อยเช่าอะไรทั้งนั้นพวกแกหลอกตาฉันแน่ๆไอ้พวกระยำ"นาทีนี้อิงค์ไม่สนใจแล้วว่านางมินตราจะเคยมีบุญคุณกันมา
“พูดให้ดีๆอิงค์ป้าเห็นเราเป็นคนกันเองนะครั้งนี้เลยจะปล่อยไป ถ้ามีอีกได้เจอข้อหาหมิ่นประมาทแน่ๆ”นางมินตราพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
เธอไม่จำเป็นต้องเล่นละครอีกต่อไปเนื่องจากตอนนี้เธอได้สิ่งที่ต้องการแล้ว
เดิมทีถ้าตาของอิงค์ยังไม่ตายเธอก็ตั้งใจว่าจะทวงบุญคุณให้อิงค์ทำโน่นนี่ให้บ้างไปเรื่อยๆ พอตาของอิงค์ตายเธอได้ทุกอย่างตามที่วางแผนไว้ก็ไม่ต้องสนใจอิงค์อีก
“แก ฉันเห็นพวกแกเป็นญาติผู้ใหญ่แกทำแบบนี้ได้ไงวะ”อิงค์มองหน้าผัวเมียด้วยสีหน้าเครียดแค้น เมื่อครู่เธอกำลังอารมณ์เริ่มจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ
“เหอะถ้าเห็นหัวฉันจริงๆตอนที่บอกให้ไม่ต้องเรียนต่อแล้วมาทำงานให้ฉันเป็นอัตราจ้างในสำนักงานเมืองทำไมไม่ทำ”นางมินตราย้อน
“จะบ้าหรอ ฉันก็บอกแล้้วไงว่าแบบนั้นมันอาจจะดีแค่ช่วงแรก แต่ในระยะยาวฉันต้องการมีอนาคตที่ดีกว่านั้น”อิงค์สวนกลับ
จริงๆนางมินตราก็แค่อยากจะเอาอิงค์ไปเป็นเบ๊คอยให้งานเท่านั้นพอไม่ได้ดังใจก็เลยพาลไม่พอใจเธอ แต่นอกเหนือจากเรื่องนั้นเธอก็วางแผนในเรื่องอื่นเอาไว้นานแล้ว
“ช่างเหอะเอาเป็นว่าพรุ่งนี้ถ้าไม่ออกเราจะแจ้งความว่าเธอบุกรุก ส่วนนั่นเป็นแค่สำเนาเก็บเอาไว้ดูเล่นก็แล้วกัน”นายสุวัตรพูดตัดบทเพราะคิดว่าเถียงกันไปก็เสียเวลาพลางชี้มาที่เอกสารที่อยู่ในมืออิงค์
“อ่อ ว่าแต่ตาตายไม่กี่วันพาผู้ชายมานอนในบ้านแล้ว ร่านเหมือนแม่เลยเนอะอีกหน่อยพอโดนทิ้งก็คงท้องไม่มีพ่อ”นางมินตราแสยะยิ้ม ประโยคนี้เป็นการตัดสัมพันธ์โดยสมบูรณ์
คำพูดนี้ทำให้ออสที่ฟังอยู่ต้องหรี่ตาลงมองนางมินตราด้วยความไม่พอใจ
“อีมินตรา”อิงค์สติขาดทันทีเธอคว้าเอาเก้าอี้ไม้ที่เอาไว้ให้ลูกค้านั่งเตรียมจะพุ่งใส่2ผัวเมียแต่ออสก็จับเอาไว้ก่อน
“จะห้ามทำไมวะ ไม่เห็นรึไงว่ามันพูดอะไร”อิงค์ที่เดือดดาลหันมาตวาดออสลั่น
“ใจเย็นๆเชื่อฉันสิ”ออสบอกกับอิงค์
เขาไม่ค่อยรู้อะไรมากแต่จากที่ฟังๆมาก็คือ ตาของอิงค์ยกบ้านให้ยัยป้าตรงหน้าแบบผิดปกติ แล้วเธอก็ดูถูกอิงค์อย่างร้ายกาจแถมยังพาดพิงถึงแม่เธออีก
“เดี๋ยวก่อน”ออสร้องทักเอาไว้เมื่อเห็นว่าทั้ง2คนกำลังจะกลับ
สองผัวเมียชะงักแล้วหันมามอง
“ฉันจะซื้อต่อบ้านหลังนี้ จะขายเท่าไหร่ก็บอกมา”นี่คือเหตุผลที่ออสไม่สั่งให้อีฟตบปากสั่งสอนยัยป้านี่สักทีเพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็คงเจรจากันได้ยาก
“ออสจะบ้าหรอจะไปซื้อได้ไงฉันก็บอกแล้วว่าบ้านหลังนี้มันของตา ฉันไม่ชื่อว่าตาจะยกให้คนอื่น ไล่แม่งไปเลยนี่แหละ”อิงค์พูดขัดทันที เธอไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าตาจะบ้านให้คนอื่น
ออสให้ไปสบตาแล้วพยักหน้าให้อีฟ เธอเข้าใจแล้วก็ดึงอิงค์ออกไปก่อน แน่นอนว่าเธอก็ฮึดฮัดไม่พอใจ
“6ล้านยูนิต”มินตราฉีกยิ้มก่อนจะตอบทันที เธอมั่นใจว่าบ้านหลังนี้เธอได้แน่นอนแต่กว่าจะได้ก็คงต้องสู้รบกับอิงค์อีกพอสมควรเพราะงั้นขายไปซะได้เงินมาทั้งก้อนไม่ต้องปวดหัวดีกว่าเยอะ
“ตกลง”ออสตอบแบบไม่คิดมากแล้วก็ให้ชายคนหนึ่งในที่มของอีฟไปจัดการให้แล้วก็ให้โอนชื่อในโฉนดเป็นเขาเอาไว้ก่อนเพราะคนของอิกดราซิลไม่กล้าโกงเขาอยู่แล้ว
ได้ยินออสไม่ต่อราคาเลยสักนิดสองผัวเมียก็คิดว่าออสเป็นพวกรวยแต่โง่เพราะราคามันเกิดกว่าที่ควรจะได้มาก พวกเขารีบตามคนของออสออกไปอย่างรวดเร็วทันที
พวกช่างเห็นแบบนั้นก็เรียกค่าเสียเวลาแล้วก็เก็บของกลับทันทีเช่นเพราะในเมื่อเจ้าของบ้านเปลี่ยนมือแล้วเขาก็คงไม่มีงานที่นี่แล้ว
…
“นี่บ้าไปแล้ว ตาเสียไปบ้านหลังนี้ก็ต้องเป็นของฉันไปยอมมันทำไม แถมราคาบ้านหลังนี้ให้ตายยังไงก็ไม่เกิน3ล้านมันเอาไป6ล้านเลยนะ”
“เรื่องเล็กหนะ”ออสตอบสำหรับเขาในตอนนี้แล้ว6ล้านก็ไม่ต่าง6ยูนิตหรอก ต่อให้ทางนั้นเรียกมากกว่านี้เขาก็ยอมจ่าย
ออสเข้าใจดีว่าทำไมอิงค์อยากเก็บบ้านนี้เอาไว้ ขนาดออสไม่คิดจะกลับไปอาศัยที่เมืองZแต่ถ้าไม่หมดหนทางจริงๆเข้าก็ไม่อยากขายบ้านของพ่อกับแม่เหมือนกัน บ้านหลังนั่นมีความทรงจำดีๆอยู่เยอะมากถ้าไม่เดือดร้อนเขาตัดใจขายไม่ลงหรอก
“ลองคิดดูสิว่าถ้าไล่ไปแล้วไงต่อ พวกนั้นจะไม่กลับมาหรอ เดี๋ยวลากตำรวจมา เดี๋ยวก็ฟ้องร้อง ไอ้จัดการได้มันก็ได้อยู่หรอก แต่จะวุ่นวายไปทำไมในเมื่อโยนเงินให้ก็จบแล้ว”
อีฟได้ยินก็ยิ้มออกมาเพราะดูเหมือนออสจะเริ่มกล้าใช้เงินมากกว่าแต่ก่อนเยอะ
“อีกอย่างฉันลงมายังไม่ทันรู้อะไรละเอียดเลยจะให้ใช้กำลังทันทีมันก็ยังไงๆอยู่นะ”
“มันโกงแน่ๆตาฉันจะไปยกบ้านให้ไอ้เพียวได้ไง”อิงค์พูดอย่างแค้นเคือง เดิมเธอยังรู้สึกขอบคุณนางมินตราอยู่บ้างเพราะสมัยก่อนเคยช่วยเหลือกันมาแต่หลังๆก็เข้าหน้ากันไม่ค่อยจะได้เพราะนางชอบเข้ามายุ่งบงการชีวิตเธอซึ่งอิงค์ไม่ยอมทำตาม แรงที่สุดก็ตอนอิงค์ไม่เชื่อเธอและไปเรียนต่อ แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะใช้วิธีอะไรก็ไม่รู้เอาบ้านไป
“ตาอ่านหนังสือไม่ออกแล้วก็ไม่ได้มีความรู้อะไรเรื่องพวกกฏหมายด้วยจะไปทำพินัยกรรมอะไรนั่นได้ยังไง ยัยป้านั่นต้องพิมพ์มาแล้วก็หลอกตาให้เซ็นแน่ๆ”
“เดี๋ยวให้คนเช็คดูก็รู้ถ้าใช่คอยหาทางเอาคืนก็ได้”